“พี่เควินเมื่อกี้แรงไปไหม”
เทลเลอร์ถามด้วยความรู้สึกที่มองตัวผมเป็สิ่งน่าประหลาด ในขณะที่พวกเรากำลังเดินดูของที่วางขายกันอย่างบางตาในเมืองโคเรีย และแน่นอนว่าผมอัดพวกนักเลงที่มาหาเื่พวกนั้นเรียบร้อยแล้ว
“ไม่หรอกเทลเลอร์แค่คนละหมัดสองหมัดเอง อีกอย่างพวกมันก็ไม่ได้ตายซักหน่อย”
“แต่พลังชีวิตเหลือหน่วยเดียวเนี่ยนะ”
“ก็ใคร...บอกให้พวกมันมาถูกจังหวะกันเล่า” ผมบอกแบบขอไปที แล้วหยุดอยู่ที่ร้านขายรองเท้าข้างทางซึ่งเป็ร้านที่ผู้เล่นเปิดขาย ผมหยิบรองเท้าสีฟ้าคู่หนึ่งขึ้นมา มันมีลักษณะที่ทำด้วยเนื้อผ้าขลิบลายลูกไม้สีขาวตรงหัวรองเท้านิดๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเป็รองเท้าของผู้หญิง
“เวียร่าสวยไหม” ผมยื่นรองเท้าคู่นั้นให้กับผู้ติดตามที่เป็มอนสเตอร์จากเผ่าพันธุ์น้ำแข็ง
“ค่ะน่ารักมากเลย”
“งั้นเธอก็ใส่ซะนะ เห็นเดินเท้าเปล่ามาตั้งนานแล้ว” เวียร่ามองผมด้วยตาเป็ประกาย ก่อนจะเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าอย่างปลื้มปิติ
“ขอบคุณค่ะ นายท่านใจดีที่สุดเลย”
“เท่าไหร่ครับ” ผมหันกลับไปถามคนขายรองเท้า
“1,500 เซียครับ” พ่อค้าตอบส่งผมก็กดส่งเงินให้ในช่องแลกเปลี่ยน ซึ่งมันเป็ขณะเดียวกับที่เสียงแจ้งเตือนอะไรบางอย่างจากระบบดังขึ้น
‘ผู้เล่นแทซอนส่งคำขอเพิ่มเป็เพื่อนค่ะตอบตกลงหรือยกเลิก’
“ตกลง”
‘ขอบคุณค่ะ....ระบบเพิ่มชื่อแทซอน ในรายชื่อเพื่อนของผู้เล่นเรียบร้อยแล้วค่ะ’
ปิ๊บ! ปิ๊บ!
เสียงระบบหายไปปรากฏเป็ซองจดหมายสีแดงกระพริบถี่ๆ อยู่ตรงหน้า ผมเอื้อมมือไปแตะโดยทันที เพราะเดาว่าแทซอนคงจะติดต่อมา
“หวัดดีครับ คุณพสิฐว่างอยู่ไหมครับ”
“ก็พอมีเวลาครับ แต่เรียกชื่อในเกมของผมดีกว่านะ”
“โอเค...เควินผมอยากเจอคุณหน่อย”
“มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามพร้อมเอียงหน้าอย่างสงสัย
“ผมเพิ่งรับผู้ติดตามมาคนหนึ่ง เลยอยากขอคำแนะนำหน่อย”
“หา” ผมอ้าปากหวอ ตอนนี้ที่ใบหน้าของผมคงมีเครื่องหมายใแปะติดหน้าผากอยู่แน่นอน เพราะั้แ่ผมรู้จักคนที่ได้รับฉายาเงามืดสังหารมา ไม่เคยเห็นเขาคิดอยากจะมีผู้ติดตามสักครั้ง แล้วทำไมคราวนี้ถึงได้ห้อยมาตัวหนึ่งล่ะ
“เจอกันที่ทุ่งหญ้าลมหวน ที่เมืองเวลูน่านะครับ” แทซอนตัดบทแค่นั้นก่อนจะปิดการสนทนาลง แต่ใบหน้าใของผมก็ยังค้างอยู่เหมือนเดิม จนเทลเลอร์สะกิดนั่นแหละผมจึงปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“ใครเหรอครับ”
“อ๋อ...แทซอนน่ะเขาเป็อดีตอันดับที่4 สมัยที่พี่ยังเล่นเกม”
“หา” แล้วเทลเลอร์ก็ทำสีหน้าที่ถอดแบบ ไม่ต่างจากผมตอนใเมื่อครู่
“งับปากหน่อยเทลเลอร์ แมลงวันจะบินเข้าแล้ว”
เมืองเวลูน่าเป็เมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งผู้ติดตาม เพราะผู้เล่นเกมเซียออนไลน์ที่มีผู้ติดตามส่วนใหญ่ มักจะมารวมตัวกันที่นี่อยู่เสมอ เพราะเมืองนี้ขึ้นชื่อเื่อุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ติดตามนั่นเอง
ดังนั้นทันทีที่พวกผมมาถึงจึงเห็นผู้เล่นไม่น้อยเดินกันให้ละลานตา ตามร้านขายของอุปกรณ์เสริมผู้ติดตาม ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเ่าั้มีผู้ติดตามกันแทบจะทั้งหมด บ้างก็เป็หนู บ้างก็เป็เสือ บ้างก็เป็เป็โกเลมที่ย่อตัวลงมาขนาดเท่ากับผู้เล่น แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็ั ไม่รู้ว่าไปเอากันมาได้ยังไง...
“ไคน์อยากได้ปลอกคอมีหนามสักอันไหม” ผมหันไปแซวเ้าหมาผู้เฉยชา จริง ๆ ผมก็อยากจะถามมันนั่นแหละว่าอยากได้อะไรเป็พิเศษหรือเปล่า ครั้นจะถามเหมือนคนปกติไคน์กันก็ไม่ตอบเสียด้วย
“ข้าขอเป็กระสอบทรายรูปหน้าเ้านายตัวเองก็แล้วกัน” ไคน์กล่าวจบก็เดินนำหน้าผมไปอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนผมก็ได้แค่เบ้หน้าตามหลังของมัน
“สรุปว่าท็อป 5 ของเมื่อ 12 ปีก่อนกลับมาเล่นเกมหมดสินะครับ” จู่ ๆ เทลเลอร์ที่เดินตามหลังผมก็พูดแทรกขึ้น
“ก็ใช่ ตามมาเถอะเดี๋ยวพาไปรู้จัก” ผมตัดบทไปแค่นั้นก็เดินนำลูกศิษย์จำเป็ไปยังทางออกของเมือง
พวกเราทั้งหมดพากันหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองแล้วออกมาสู่ข้างนอกในที่สุด ตามจุดนัดที่แทซอนบอก ทุ่งหญ้าลมหวนก็น่าจะอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเวลูน่าเยื้องๆ กับป่าสีหะแน่นอน ซึ่งก็เป็ดังคาดทันทีที่มาถึงผมก็เห็นแทซอนยืนคุยกับใครบางคน เขามีผมสีน้ำตาลอมทองซอยประบ่าอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงาหนาทึบ
“อ้าว...มาแล้ว” แทซอนคงเห็นผมเดินเข้ามาใกล้เลยเป็ฝ่ายทักทายก่อน
“นี่เหรอผู้ติดตามนาย” ผมพูดพลางสังเกตใบหน้าที่ซีดเซียว แต่ก็ยังดูมีชีวิตชีวาของผู้ติดตามแทซอน
“ใช่...ชื่อเซฟ เผ่าพันธุ์แวมไพร์” ผมพยักหน้ารับรู้
“แล้วโดนแดดได้เหรอ เผ่าพันธุ์เนี่ย” ผมถามอย่างใคร่รู้เพราะปกติเป็ที่ทราบกันดีว่าเผ่าพันธุ์แวมไพร์มักจะอาศัยในถ้ำหรือไม่ก็ที่มืดๆ ไม่มีแสงแดด น้อยนักที่จะเห็นออกมาเดินเฉิดฉายรับแสงเหมือนผู้ติดตามของแทซอน
“ทักษะเผ่าพันธุ์ครับ” เป็เซฟที่ตอบซึ่งทำให้ผมผงกหัวเข้าใจ
“อ้อ! หวัดดีเวียร่าไม่เจอกันนานนะ” แทซอนเอียงหน้ามาทักทายผู้ติดตามที่อยู่ข้างหลังผม
“ค่ะ...วันนี้จะแกล้งอะไรนายท่านอีกหรือคะ”
“โธ่...เวียร่านั่นมันเมื่อก่อนนู้น...แต่ตอนนี้เป็มิตรกันแล้ว แต่เอ๊ะนั่น...” ประโยคหลังแทซอนทำสีหน้าแปลกใจ เมื่อสายตาของเขาสะดุดกับเทลเลอร์ ซึ่งทำให้ผมพอเดาออกว่าแทซอนจะถามอะไร
“ลูกศิษย์ใหม่ของผมเอง ชื่อเทลเลอร์เป็อันดับที่ 5 ของปัจจุบัน”
“จริงเหรอนายเนี่ยนะรับลูกศิษย์”
“ก็ลองดูน่ะ” กล่าวจบผมก็เห็นแทซอนจับมือทักทายกับเทลเลอร์พอเป็พิธี
“ว่าแต่ไคน์...” เสียงของแทซอนขาดหายไป เมื่อผมหันไปดูตามที่แทซอนจ้องอยู่ก็พบว่า ผู้ติดตามของผมหรือเ้าไคน์กำลังจ้องหน้าเซฟเขม็ง จนเกือบจะเป็ประกายไฟดังเปรี๊ยะ ๆ อยู่รอมร่อระหว่างมอนสเตอร์2 ตัวนี้
“โฮ่...ให้ตายเถอะ เผ่าพันธุ์แวมไพร์กับเผ่าพันธุ์หมาป่าไม่ถูกกันนี่นา” เป็ผมที่โพล่งออกมา ก่อนจะเอามือไปแตะบ่าไคน์เบา ๆ เป็สัญญาณบอกให้เ้าหมาบ้านี่อย่าเพิ่งทำอะไรวู่วาม
“เฮ้อ…ถ้าอย่างนั้นเห็นทีผมคงต้องพาเซฟไปเก็บค่าประสบการณ์เองแล้วล่ะ ส่วนคำแนะนำเดี๋ยวถ้ามีปัญหาอะไร ผมค่อยถามมาทางช่องเพื่อนแล้วกันนะ”
“เอางั้นก็ได้”
“งั้น...ไปกันเถอะเซฟ”
จากนั้นแทซอนก็คว้าแขนของผู้ติดตามตัวเอง ก่อนจะลากแบบถูลู่ถูกังไปทางป่าสีหะ แต่เซฟก็ยังไม่วายส่งเสียงขู่ฟ่อ ๆ มาให้เผ่าพันธุ์เผ่าปรปักษ์อย่างไคน์เป็ของแถมส่งท้าย
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” ผมพูดออกมาอย่างปลง ๆ
เมื่อมองเห็นว่าแทซอนกับผู้ติดตามหายลับเข้าไปในป่าสีหะเรียบร้อยแล้ว จึงทำท่าจะเดินกลับไปยังในเมือเวลูน่าเพื่อเดินดูของจำเป็สำหรับไคน์กับเวียร่า ทว่ากลับมีใครบางคนเรียกรั้งไว้
“บังเอิญจังเลยนะครับ” ผมหันควับไปตามเสียงเรียกซึ่งมาพร้อมกับรังสีอาฆาตที่แผ่มา
“ราเชลไอซ์” เทเลอร์เอ่ยพึมพำด้วยสีหน้าเครียด ๆ ในขณะที่ผู้ติดตามทั้ง 2 คนของผมที่รับรู้อันตรายโดยสัญชาตญาณ พวกเขาออกตัวบังหน้าผมอย่างรวดเร็ว
“อย่าเข้ามาใกล้เ้านายข้า”
“ห้ามแตะต้องนายท่านนะ”
ราเชลไอซ์หัวเราะน้อย ๆ กับคำพูดที่จริงจังของผู้ติดตามผม เขาดูมีทีท่าที่ไม่ตื่นใเลย ซึ่งนั่นทำให้ไคน์กับเวียร่าถึงขมวดคิ้วหน้าเครียดตามผมไปอีก
“ไม่เป็ไรหรอก ว่าแต่มีธุระอะไร” ผมกล่าวบอกทั้งสองแล้วแหวกตัวออกมา เผชิญหน้ากับผู้เล่นที่ได้ชื่อว่าเป็อันดับที่2 ของปัจจุบัน
“ผมแค่อยากจะวัดผีมือกับคุณว่าแตกต่างจากผมมากเท่าไหร่”
คราวนี้เป็เทลเลอร์ที่ทำหน้าเครียดหมายความว่าราเชลไอซ์้าจะท้าสู้อย่างนั้นเหรอ...
“ตอนไหนล่ะ”
“เดี๋ยวนี้แหละ ไม่ยุ่งยากด้วยแค่คุณโจมตีผมให้ได้ 3 ครั้งก็พอ”
“3ครั้งงั้นเหรอนายดูถูกพี่เควินเกินไปแล้วนะ”
“เทลเลอร์” ผมปรามลูกศิษย์ตัวเอง ก่อนจะหยิบกิ่งไม้กิ่งหนึ่งขึ้นมาถือไว้ “ก็ได้ฉันจะโจมตีเธอให้โดน3 ครั้งโดยใช้ไอ้นี่”
ราเชลไอซ์มองดูกิ่งไม้ในมือผมแล้วตีสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะะเิพลังเวทย์ออกมาอย่างมหาศาล จนบริเวณรัศมี 300เมตรรอบตัวเขาเริ่มมีไอเย็นแผ่ออกมา และนั่นก็ทำให้ไคน์ เวียร่า และเทลเลอร์ถอยออกห่างอย่างรู้งาน
“ดูถูกกันเกินไปแล้ว”
ทักษะเวทย์แห่งน้ำแข็ง คมดาบน้ำแข็ง
ราเชลไอซ์วนมือตัวเองหนึ่งรอบ พลันปรากฏหยดน้ำจำนวนมากก่อตัวเป็ดาบน้ำแข็งสีฟ้าใสจำนวน4 เล่ม จากนั้นเขาตวัดมือสองสามครั้งส่งดาบน้ำแข็งพุ่งเข้าหาผมราวกับพวกมันมีชีวิต กระนั้นผมเองกลับยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้โยกย้ายไปไหน แต่กลับแค่ใช้กิ่งที่ผนึกพลังออร่าจำนวนหนึ่ง สะบัดออกซัดดาบน้ำแข็ง 4 เล่มจนแตกกระจายอย่างง่ายดาย ราวกับว่ากำลังปัดแมลงวันก็ไม่ปาน
“อย่าเอาทักษะเด็ก ๆ มาใช้สิ” เหมือนผมเอาน้ำมันไปราดไฟ ใบหน้าของราเชลไอซ์ตอนนี้แสดงสีหน้าโกรธอย่างสุด ๆ ที่โดนดูถูกจากคนที่ตัวเองมาขอท้าสู้
“ไปตายซะ”
ทักษะมหาเวทย์เยือกแข็ง พันธนาการเยือกแข็ง
สิ้นคำแช่งของผู้ที่ได้รับฉายาว่าปิศาจน้ำแข็ง บังเกิดโซ่ผลึกน้ำแข็งนับร้อยเส้นพุ่งออกมาจากพื้นดิน พวกมันตรงเข้าหาร่างของผมหมายจะพันธนาการขังไว้
ทว่าผมไวกว่านั้น...
ทักษะท่าเท้าข้ามภพ ท่องมหาสมุทร
ร่างของผมเบาโหว่งดุจขนนก แล้วก้าวเท้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พลันหายตัวจากจุดที่ยืน จากนั้นก็ผลุบโผล่ไม่เป็ที่แต่ก็สามารถหลบโซ่ที่พุ่งมาได้ทั้งหมด พร้อมกับเคลื่อนตัวเข้าหาราเชลไอซ์เข้าเรื่อย ๆ ยังความใมาให้อันดับ 2 ของปัจจุบัน ครั้นพอใกล้ในระยะหนึ่งผมก็ใช้ทักษะก้าวพริบตาหายไปเสียดื้อๆ ปรากฏตัวอีกทีก็อยู่ด้านหลังของคู่ต่อสู้ พลางใช้กิ่งไม้เคาะหัวราเชลไอซ์ 3 ทีอย่างกับเห็นเป็เื่ล้อเล่น ซึ่งนั่นทำให้อีกฝ่ายะเิความโกรธยิ่งกว่าเดิม
“การโจมตีหนึ่งครั้งผ่านไป” ผมกล่าวแล้วอมยิ้มก่อนจะใช้ทักษะท่องมหาสมุทรอีกครั้ง ส่งตัวเองให้กลับไปยืนอยู่ที่เดิม ในขณะที่ราเชลไอซ์ก็สลายทักษะพันธการเยือกแข็งให้หายไป แล้วรวบรวมพลังเวทย์ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ทักษะโจมตี
“มิน่าว่าทำไมถึงเป็อันดับสองที่แท้ก็ได้ 1 ใน 5 ทักษะเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดของเกมนี่เอง” ผมกล่าวด้วยเสียงเยาะเย้ยเต็มที่ และที่ผมรู้ว่าทักษะมหาเวทย์เยือกแข็งเป็ถึง 1ใน 5 ทักษะเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดนั้น ก็เพราะมันขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘มหา’ ซึ่งมีทักษะไม่มากเท่าไหร่ที่ขึ้นต้นด้วยคำนี้
“หุบปากไปได้เลยคราวนี้เตรียมโดนแช่แข็งได้”
“แต่ไม่ร่ายเวทย์ด้วยเนี่ย พลังโจมตีลดลงไปเยอะนะ”
“ไม่ต้องพล่าม...ลองเจอนี้หน่อยเป็ไง”
ทักษะมหาเวทย์เยือกแข็ง ปราสาทิญญาน้ำแข็ง
เกิดแผ่นดินะเืเบาๆ และวินาทีนั้นเองหลาวน้ำแข็งขนาดใหญ่นับร้อย ก็ผุดขึ้นรายล้อมรอบตัว ก่อนจะยืดตัวสูงขึ้นโอบปิดล้อมร่างของผมในที่สุด ยังไม่หมดแค่นั้นใต้ฝ่าเท้าของผมเริ่มปรากฏวงแหวนเวทย์สีฟ้า มันกำลังเปล่งแสงจ้าแล้วปรากฏผลึกน้ำแข็งลามขึ้นมาเกาะกุมข้อเท้าอย่างรวดเร็ว
“เล่นแบบนี้สินะ” ผมสบถกับตัวเองแล้วผนึกพลังออร่าไว้บนกิ่งไม้ ก่อนจะสะบัดฟันผลึกน้ำแข็งที่กำลังคืบคลานมาให้แตกออก เพียงพอจะะโขึ้นลอยตัวได้แล้วใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ทันที
ทักษะเท่าพันธุ์ ปีกอัคคี
ร่างของผมลอยนิ่ง ๆ อยู่เหนือวงแหวนเวทย์นั่น ตามการวิเคราะห์ถ้าผมไม่อยู่บนพื้น ปราสาทิญญาน้ำแข็งก็ไม่มีผลกับผม และถึงแม้ว่าทักษะของเผ่าพันธุ์ผมจะไม่สามารถใช้โจมตีได้ เพราะพลังของฝ่ายตรงข้ามมีผลข่มธาตุไฟ แต่ก็ใช่ว่าผมจะจนหนทาง ผมเป็นักดาบฉะนั้นทักษะเผ่าพันธุ์จึงเป็แค่ส่วนเสริม
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา หมื่นมรรค
ผมตวัดกิ่งไม้สะบัดร่ายรำหมุนรอบตัวเองไปทั่ว บังเกิดเป็ปราณดาบนับพันเรียงร้อยกันเป็โซ่ เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตตวัดฟันอย่างหนักหน่วงไปทั่วโดมน้ำแข็งที่ขังผมอยู่ จนกระทั่งมันเริ่มร้าวและแตกละเอียดในที่สุด จึงเผยให้เห็นใบหน้าของราเชลไอซ์ที่ตื่นตลึงอย่างใเป็อย่างยิ่ง
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ประทับตรามาร
ผมอาศัยจังหวะที่คู่ต่อสู้ใ รวมพลังออร่าไว้ที่กิ่งไม้แล้วบีบอัดให้มันเป็รูปดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ ก่อนจะฟาดใส่ร่างของราเชลไอซ์ที่ยืนนิ่งตกตลึง
ทักษะเวทย์แห่งน้ำแข็ง ปราการน้ำแข็ง
ปราณดาบโปร่งแสงปะทะเข้ากับกำแพงน้ำแข็งเกิดเป็แรงะเิส่งเสียงดังสนั่น ส่งผลให้ทั้งกำแพงและดาบพลันสลายหายไปแบบหักล้าง ทว่าแรงกระแทกจากะเิก็ยังส่งร่างของผู้ที่ได้ชื่อว่าอันดับที่2 ให้ไถลครูดไปข้างหลังหลายก้าว ผมอาศัยจังหวะนั้นดีดตัวเองบินเข้าไปหาก่อนจะวกตีลังกาอ้อมไปด้านหลัง และใช้กิ่งไม้เคาะหัวของราเชลไอซ์เหมือนครั้งแรก
“การโจมตีครั้งที่สองผ่านไป” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แล้วบินร่อนไปอยู่ที่เดิมจากนั้นก็สลายปีกอัคคีออก และยืนกอดอกดูเ้าของฉายาปิศาจน้ำแข็ง
ตอนนี้อีกฝ่ายมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างสุดๆ เพราะโดนผมล้อเล่นติดกันถึงสองครั้ง อันที่จริงตัวของราเชลไอซ์ถือว่าเป็คนที่แข็งแกร่งในระดับหนึ่ง แต่ว่าการโจมตีของเขานั้นไม่รอบคอบพอ คิดอยากจะซัดใส่ก็ซัดใส่มาไม่ยั้ง แถมมั่นใจในตัวเองอีกต่างหาก นี่ถ้าเขารู้จักวางแผนและหัดอ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้สักนิดละก็ จะเป็ผู้เล่นที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เผลอ ๆ ถ้าเป็แบบนั้นจริงผมอาจจะเป็ฝ่ายแพ้ให้กับราเชลไอซ์ด้วยซ้ำ
“เอ้าว่าไงมีอะไรจะโจมตีมาอีก”
ทั้งๆ ที่เงื่อนไขบอกให้ผมโจมตีให้ได้ 3 ครั้ง แต่ตอนนี้กลับเป็ผมที่เรียกร้องการโจมตีจากศัตรูแทน แต่กระนั้นราเชลไอซ์ก็ไม่ตอบ ดูเหมือนเขาจะสงบนิ่งมากขึ้น พลันรังสีอำมหิตก็แก่กล้าจนรู้สึกสะอิดสะเอียน จากนั้นร่างของราเชลไอซ์ก็ค่อย ๆ เรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขติญญาน้ำแข็ง
ชั่วขณะนั้นวงแหวนเวทย์อักขระโบราณสีฟ้า พลันขยายกว้างออกจากใต้ฝ่าเท้าของราเชลไอซ์ จนในที่สุดก็แผ่ลามมาถึงตัวของผม ยังผลให้ผลึกน้ำแข็งอันเย็นเฉียบลุกลามเกาะกุมมาถึงหัวเข่า ผมไม่สามารถขยับก้าวออกไปไหนได้ ครั้นพอผนึกพลังออร่าลงบนกิ่งไม้แล้วฟาดลงไปบนผลึกน้ำแข็งนั่น มันก็กลับไม่แตกเหมือนอย่างที่คิด
ผมเงยหน้ามองราเชลไอซ์แบบงง ๆ แทนที่จะหวาดกลัวในการโจมตี
“ผู้ใดที่อยู่ในอาณาเขติญญาน้ำแข็ง จะไม่สามารถขยับหรือทำลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่ได้หรอกนะ ตอนนั้นที่ผมใช้กับคุณ มันก็แค่พลังส่วนเดียวผลของมันเลยไม่ออกมาจริงจัง แต่นี่คืออาณาเขติญญาน้ำแข็งของจริง”
“แล้วไงต่อ” ผมถามสั้น ๆ ราเชลไอซ์ไม่ตอบแต่กลับแสยะยิ้มอย่างหน้าเกลียด
“ก็ทำแบบนี้ไงล่ะ”
ทักษะมหาเวทย์เยือกแข็ง ฝ่ามือไอเย็น
ฉับพลันร่างของราเชลไอซ์ก็หายไปจากตรงที่ยืน ปรากฏตัวอีกทีก็อยู่ตรงหน้าของผมที่ยืนนิ่งตลึงค้าง และวินาทีนั้นเองเขาก็ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าอกของผมอย่างเต็มแรง ส่งไอเย็นที่จับขั้วจนถึงหัวใจให้แผ่กระจายไปทั่วร่าง ยังผลให้ร่างทั้งร่างของผมก็ถูกแช่แข็งในพริบตา
“จบแค่นี้ล่ะ”