หลังจากที่ได้ข้อมูลจากผลึกแห่งความทรงจำโบราณ จินก็ตัดสินใจถึงก้าวต่อไป เขาจะเดินทางออกจากเมืองเทอร์วา และมุ่งหน้าไปยังเมืองถัดไป เพื่อเข้าร่วมสถาบันจอมเวทเอเทรียม
‘พวกมันขับไล่อาร์เทมิส แต่ข้าไม่ใช่อาร์เทมิสและไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ข้าจะใช้ชีวิตในแบบที่ข้า้า ถ้าไม่มียุ่งกับข้าข้าก็จะปล่อย แต่ถ้ามาแล้วละก็.. แต่ให้ตายข้าก็จะฆ่ามันให้ได้’ จินคิด
ก่อนออกเดินทาง จินตัดสินใจที่จะให้รางวัลตัวเองและอควาด้วยการผ่อนคลายในเมืองเทอร์วาเสียหน่อย หลังจากผ่านเื่ราววุ่นวายมาหลายวัน
เช้าวันรุ่งขึ้น จินและอควาออกจากโรงแรมด้วยท่าทางสบายๆ ไม่ได้รีบร้อนเหมือนวันก่อนๆ จินเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่เรียบง่ายกว่าเดิม เพื่อให้กลมกลืนกับผู้คนทั่วไป และยังคงใช้เวทมนตร์ปรับเปลี่ยนใบหน้าของอควาให้ดูธรรมดา
พวกเขาเริ่มต้นด้วยการเดินเล่นไปตามถนนสายหลักของเมืองเทอร์วา ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน จินสังเกตเห็นว่าบรรยากาศดูจะเบาบางลงจากคืนประมูลที่วุ่นวาย แต่ก็ยังคงความคึกคักในแบบของเมืองการค้า
จินพาอควาไปลองชิมอาหารขึ้นชื่อของเมืองเทอร์วาตามร้านข้างทาง กลิ่นหอมของขนมปังอบสดใหม่ ไส้กรอกย่างร้อนๆ และซุปเนื้อเข้มข้น อยอบอวลไปทั่ว พวกเขานั่งลงที่โต๊ะเล็กๆริมทาง สั่งอาหารมาหลายอย่าง และลิ้มรสชาติที่ไม่คุ้นเคยแต่กลับอร่อยน่าประหลาดใจ
“อาหารของโลกนี้น่าสนใจดีนะ” จินเอ่ยขึ้นพลางชิมซุปเนื้อ อควาก็พยักหน้าเล็กน้อย แม้เขาจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกทางสีหน้ามากนัก แต่จินก็รู้ว่าเขากำลังเพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่ๆเหล่านี้เช่นกัน
หลังจากอิ่มหนำสำราญ พวกเขาก็เดินต่อไปยังตลาดกลางของเมือง ที่เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายชนิด ั้แ่ผลไม้สด พืชสมุนไพร ไปจนถึงเครื่องประดับและอุปกรณ์เวทมนตร์ จินเดินดูของต่างๆอย่างสนใจ โดยเฉพาะแผงขายตำราเวทมนตร์และอุปกรณ์เกี่ยวกับธาตุต่างๆ เขาพยายามเก็บเกี่ยวข้อมูลและความรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จากการสังเกตการณ์
จินไม่ได้ซื้ออะไรมากนัก นอกจากของใช้ส่วนตัวที่จำเป็สำหรับการเดินทาง และแผนที่โดยละเอียดของอาณาจักรเพื่อใช้ในการเดินทางไปสถาบันจอมเวทเอเทรียม
พวกเขาใช้เวลาใน่บ่ายไปกับการเดินชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของเมืองเทอร์วา ซึ่งเป็เอกลักษณ์และสวยงามน่าทึ่ง ปราสาทของขุนนาง หอคอยของจอมเวท และวิหารศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็สิ่งที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลกใบนี้
จากนั้นทั้งคู่ก็ไปหอการค้าของสมาคมจัทราทมิฬอีกครั้ง จินลงทุนซื้อแกนอสูรและหินมานาเพิ่มอีก 100 ล้านเอสเซนซ์ พร้อมยาพื้นฐานอีกจำนวนมาก เพื่อใช้ฝึกฝนระหว่างเดินทาง
เมื่อพลบค่ำ จินและอควาไปนั่งพักผ่อนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันและต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น พวกเขานั่งมองดูผู้คนสัญจรไปมา เด็กๆ วิ่งเล่นหัวเราะอย่างสนุกสนาน ความรู้สึกสงบสุขแผ่ซ่านเข้ามาในใจของจิน
‘การผ่อนคลายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน’ จินคิด ‘เป็การเติมพลังก่อนจะเริ่มการเดินทาง’
เช้าวันต่อมา… ขณะที่แสงแรกของดวงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องพัก เสียงระฆังฉุกเฉินก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเทอร์วา เป็สัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกถึงอันตรายใหญ่หลวง
ความสงบสุขเมื่อวานที่จินและอควาเพิ่งได้ััในเมืองเทอร์วา เป็ดั่งเพียงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ บทเรียนจากโลกเก่าที่ว่า 'ความสงบก่อนพายุคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด' กลับมาตอกย้ำในใจจินอีกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้น?” จินถามขึ้นทันที ลุกพรวดพราดจากเตียง ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตัว
“กองทัพอสูร” อควาตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาของเขากลับฉายความมืดมน “พวกมันมาแล้ว”
จินรีบวิ่งไปที่หน้าต่างของโรงแรม ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏขึ้นทำให้เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
‘รู้ว่าจะต้องเกิดเื่ตั้งนานแล้ว แต่เมื่อวานดันลืมสนิท’ จินบ่นในใจเมื่อนึกถึงเื่อสูรตอนที่เดินทางเข้าเมือง
ไกลออกไปทางขอบฟ้าทางทิศเหนือ ฝุ่นควันสีดำทะมึนลอยขึ้นสู่เบื้องบน ราวกับเมฆพายุขนาดมหึมา เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้เกิดจากพายุ แต่เป็เสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วน ดังกระหึ่มเข้ามาถึงในเมือง
และเมื่อกลุ่มควันนั้นจางลงเล็กน้อย จินก็เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้
กองทัพอสูร!
พวกมันมีรูปร่างหลากหลาย บางตัวมีปีกขนาดมหึมาบินวนอยู่บนฟ้า บางตัวมีเกราะหุ้มร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผา กรีดร้องและวิ่งถล่มเข้ามาทางประตูเมืองใหญ่จำนวนมหาศาล พวกมันไม่ใช่แค่กลุ่มเล็กๆ แต่เป็กองทัพที่บ้าคลั่ง มุ่งตรงมายังเมืองเทอร์วาอย่างไร้ความปรานี
พลเมืองในเมืองเริ่มแตกตื่น เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงม ผู้คนวิ่งหนีกันอย่างโกลาหล ทหารและนักเวทประจำเมืองต่างรีบประจำตำแหน่งบนกำแพงเมือง ป้อมปราการเวทมนตร์เริ่มเปล่งแสง เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งใหญ่
กองทัพอสูรพุ่งเข้าชนกำแพงเมืองดุจคลื่นั์ เสียงปะทะกันดังกึกก้อง แสงเวทมนตร์จากทั้งสองฝ่ายสาดใส่กันไม่ยั้ง อสูรบางตัวที่มีขนาดใหญ่เท่าบ้านเรือนพุ่งเข้าชนกำแพง ทำให้กำแพงเมืองสั่นะเืไปทั้งฐานราก
จินมองเห็นนักเวทบนกำแพงร่ายเวทป้องกันและโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง อัศวินเข้าปะทะกับอสูรที่พยายามปีนกำแพงด้วยความกล้าหาญสุดชีวิต
“พวกมันไม่รู้จะมาจากไหน” จินพึมพำ “ทำไมถึงโจมตีเมืองโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า”
“นี่อาจไม่ใช่การโจมตีปกติ” อควาแสดงความคิดเห็น “ระดับพลังของอสูรที่นำทัพนั้นสูงมาก มีทั้งจอมอสูรขั้นกลาง หรือแม้กระทั่งจอมอสูรขั้นสูง”
จินหรี่ตาลง เขาััได้ถึงออร่าที่ทรงพลังของอสูรเ่าั้จริงๆ ความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้เหนือกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เมืองเทอร์วากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง
“เ้าจะทำอย่างไร จิน?” อควาถาม “จะช่วยพวกเขาหรือไม่?”
จินลังเลใจ ในอดีตเขาอาจจะไม่คิดอะไรมากและพุ่งเข้าไปช่วยทันที แต่ตอนนี้มันแตกต่าง เขาไม่ได้มีความผูกพันธ์หรือพันธะใดๆ หากเขาเข้าไปพัวพันกับาครั้งนี้มากเกินไป อาจทำให้เขาเสียเวลาและอาจเปิดเผยพลังที่แท้จริง ซึ่งถ้าเป็แบบนั้นเขาจะทำอะไรยากขึ้นแน่นอนในอนาคต
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมืองเทอร์วาก็เป็ที่ที่เขาได้พักพิง อีกทั้งผู้คนบริสุทธิ์จำนวนมากกำลังตกอยู่ในอันตราย
เสียงกรีดร้องของผู้คนและความโกลาหลเบื้องล่างดังระงมไปทั่วทั้งเมืองเทอร์วา ออร่ามืดมิดของเหล่าอสูรแผ่ปกคลุม บดบังแสงอาทิตย์ยามเช้า
จินหันไปมองอควาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “อควา เ้าสามารถจะพาข้าออกไปจากเมืองนี้ได้อย่างปลอดภัยไหม?”
อควานิ่งไปครู่หนึ่ง “ถ้าเ้าไม่รังเกียจที่จะใช้ร่างเงาของข้าแล้วแฝงตัวไปกับผู้คน… เรามีโอกาสสูงที่จะหลบหนีได้โดยไม่ถูกตรวจจับ”
จินพยักหน้าเล็กน้อย นั่นเป็ตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา แต่ภาพของพลเมืองที่หวาดกลัว เด็กๆที่กรีดร้อง และทหารหาญที่กำลังต่อสู้อย่างสิ้นหวัง ก็วนเวียนอยู่ในหัวของเขา
'ข้าเคยสู้เพื่อปกป้องผู้คนมานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต แต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่จินคนนั้นแล้ว การเปิดเผยพลังอาจนำมาซึ่งปัญหา' ความขัดแย้งภายในจิตใจของจินกำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรง
ในขณะนั้นเอง เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นจากกำแพงเมือง เมื่อร่างของยอดฝีมือหลายคนพุ่งทะยานเข้าปะทะกับกองทัพอสูร
องค์ชายซีริอุสแห่งราชวงศ์อาคาเน่ เปล่งประกายแสงสีแดงจากดาบเวทมนตร์ขั้นสูง พุ่งเข้าฟาดฟันอสูรตัวมหึมาอย่างดุดัน องครักษ์ของพระองค์ต่อสู้อย่างกล้าหาญเคียงข้าง
ศาสตราจารย์เอลาริสแห่งสถาบันจอมเวทเอเทรียม ร่ายเวทสายฟ้าขนาดมหึมาเข้าใส่กลุ่มอสูรที่พยายามพังประตูเมือง แสงสีขาวสว่างวาบราวกับเทพเ้าลงมาจุติ
ผู้าุโอิสคาร์ ฟอร์จูน่าแห่งตระกูลฟอร์จูน่าเรียกใช้เวทมนตร์โบราณ สร้างกำแพงพลังงานสีเขียวมรกตที่แข็งแกร่ง ป้องกันไม่ให้อสูรจำนวนมากทะลวงเข้ามาได้
ไม่เพียงเท่านั้น หัวหน้าและลูกกิลด์จากกิลด์นักสำรวจอิสระ และแม้แต่ตัวแทนจากสหภาพเวทแห่งดวงดาวในเมืองที่มาประจำการชั่วคราว ก็ต่างออกมาร่วมมือกันต่อต้านกองทัพอสูรอย่างเต็มกำลัง เสียงปะทะกันของพลังเวทและเสียงดาบกระทบเกราะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
จินมองดูการต่อสู้อันดุเดือด เขาเห็นความร่วมมือและความกล้าหาญของเหล่าผู้กล้าแห่งเมืองเทอร์วา ภาพของอดีตที่เขาเคยต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิตผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกของการได้ปกป้องผู้อื่นยังคงฝังลึกอยู่ในจิติญญานักรบของเขา
เขาตัดสินใจแล้ว
“อควา… เราจะช่วยพวกเขา” จินกล่าวเสียงหนักแน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง “แต่เราจะทำเท่าที่ช่วยได้”
อควาพยักหน้าเล็กน้อยราวกับจะรู้ว่าจินจะตัดสินใจเช่นนี้ “เข้าใจแล้ว”
“เ้าจงแปลงกายเป็เงา แล้วซ่อนอยู่ใต้เงาของข้า อย่าแสดงตัวจนกว่าจะถึงเวลาที่จำเป็จริงๆ” จินสั่งการ “เราจะไม่เปิดเผยตัวตนและจะไม่ใช้พลังที่โดดเด่นเกินไป”
อควาตอบรับด้วยการกลืนหายไปในเงามืดใต้เท้าของจิน กลายเป็เพียงเงาที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับเขา ทำให้ยากต่อการสังเกตเห็น และพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือเมื่อจิน้าใช้พลังของเขา