สุดยอดนักผจญภัย

    แฟนคลับของคอลรุย

    สตีเฟ่นมองไปที่พวกไลท์ก่อนที่จะเดินไปหาเมอร์ฟี่ด้วยความยากลำบากและจะจ่ายเงินค่าอาหารให้ของพวกไลท์

    “ ไปกันเถอะ ” สตีเฟ่นพูดขึ้นพร้อมกับบอกให้วาโด้แบกร่างของบูมัคไปรักษา

    “ ฉันบอกให้นายไปแล้วงั้นหรอ? ” ไลท์พูดขึ้นทำให้สตีเฟ่นและวาโด้หยุดชะงัก 

    “ นายไม่เห็นหรอว่าคนของฉันได้รับบาดเจ็บหนักแบบนั้น? ” สตีเฟ่นพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจจากนั้นเขาก็ชี้ไปทางบูมัคที่นอนหมดสติเพราะเสียเลือดมาก

    “ เดซี่เธอไปรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้านั้นหน่อย ” ไลท์พูด

    เดซี่เธอโบกมือเบาๆ ทันใดนั้นละอองแสงสีทองจำนวนมากก็ถูกปล่อยออกมาจากมือของเธอ

    ละอองแสงสีทองลอยไปที่ร่างของบูมัคก่อนที่จะเห็นว่าบาดแผลของบูมัคค่อยๆสมานกันอย่างรวดเร็วและหายดีในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที แต่บูมัคก็ยังหมดสติอยู่

    ดวงตาของสตีเฟ่นและวาโด้เบิกกว้างด้วยความตกใจ แน่นอนว่าเขาเคยเห็นการรักษาอาการบาดเจ็บด้วยจอมเวทย์สายรักษาแต่พวกเขาไม่เคยเห็นใครรักษาอาการบาดเจ็บได้รวดเร็วแบบนี้มาก่อน

    “ พวกนายเป็นใครกันแน่เนี้ย? ” สตีเฟ่นมองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาสงสัยและอยากรู้

    “ แล้วทำไมฉันต้องบอกคนไม่มีมารยาทอย่างแกด้วย? ” ไลท์พูดพร้อมกับเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้

    สตีเฟ่นที่ถูกไลท์ประชัดประชันก็กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ

    “ ทำไม? ไม่พอใจงั้นหรอ ถ้าไม่พอใจก็หัดมีมารยาทซะบ้าง ไม่ใช่ว่าอะไรทุกอย่างจะเป็นตามใจของแกตลอดเวลา ” ไลท์พูดพร้อมกับส่ายหน้า

    “ เหอะ ” สตีเฟ่นแค่นเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจอีกครั้ง

    “ ว่าแต่แกมีเรื่องอะไรที่ต้องตีกันหน้าห้องอาหารคนอื่นด้วย? ” ไลท์ถามออกมาด้วยความอยากรู้

    “ แล้วทำไมฉันต้องสนใจคำถามของแกด้วย? ” สตีเฟ่นปฏิเสธ

    “ ลูกพี่ฉันรู้ๆ ” ไลก้ายกมือขึ้น 

    “ ว่ามาสิ ” ไลท์พูด

    “ จากที่ฉันไปลองถามมา เห็นบอกว่าเจ้าหมอนี้กับองค์ชายอีกคนหนึ่งกำลังจีบองค์หญิงจากอาณาจักรหนึ่ง เพราะแบบนี้ทำให้สองคนนี้จึงปะทะกันที่หน้าห้องอาหารของพวกเราพอดี อีกอย่างองค์หญิงอะไรนั้นก็มากินอาหารที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน จริงสิคอลรุย องค์หญิงนั้นแหละที่ฉันบอกว่าเธอสวยดี ” ไลก้าพูดขึ้น 

    ไลท์และคนอื่นเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่หน้าห้องอาหารของพวกเขา ที่แท้ก็การแย่งจีบสาวกันนั้นเอง 

    “ ที่แท้ก็พวกโชว์สาว ” ไลท์หัวเราะออกมา

    “ เหอะคนอย่างแกจะไปเข้าใจอะไร ฉันคิดว่าแกคงจะยังโสดอยู่ล่ะสิ ” สตีเฟ่นไม่พอใจ

    “ ใครบอกว่าฉันโสด? ” ไลท์หัวเราะออกมาก่อนที่จะเดินไปหาเบเรียลและหอมแก้เธอให้คนอื่นๆดู 

    แม้งว่าเบเรียลจะอายแต่ไลท์ก็ทำแบบนี้ให้คนอื่นๆเห็นประจำ เธอจึงไม่ได้รู้สึกอายมากเกินไป 

    สตีเฟ่นมองไปที่เบเรียลก่อนที่จะพบว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่ง ไม่สิสาวๆในห้องนอกจากเธอแล้วก็มีเผ่ามังกรและเอลฟ์อยู่อย่างล่ะหนึ่งคน แถมยังเป็นสาวงามอีกด้วย

    “ เห้ยๆอย่ามามองสมาชิกทีมของฉันแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนอีกรอบหรอก ” ไลท์ที่เห็นสายตาของสตีเฟ่นก็หรี่ตาลง

    “ ไปกันเถอะ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะพาคนอื่นๆออกจากห้องอาหาร 

    แต่เมื่อพวกเขาออกมาจากห้องอาหารแล้ว ก็พบว่าที่นอกห้องของพวกเขามีกลุ่มคนหลายคนกำลังยืนรออยู่ 

    “ บาร์เลวี่? ” สตีเฟ่นมองไปที่ชายหนุ่มที่อายุพอๆกับเขาด้วยสายตาเย็นชา 

    “ ลูกพี่ๆ เจ้าหมอนั้นก็คือคู่กรณีของเจ้าสตีเฟ่น ” ไลก้าพูดขึ้นให้พวกไลท์ฟัง

    ไลท์และคนอื่นๆมองไปที่บาร์เลวี่ด้วยความสนใจ เพราะออร่าของบาร์เลวี่ก็อยู่ในระดับA ส่วนผู้ติดตามด้านหลังของเขาก็อยู่ในระดับSถึงสามคน ส่วนระดับAก็มีถึงสี่คน

    บาร์เลวี่มองไปยังผู้ติดตามของสตีเฟ่นด้วยความประหลาดใจ เพราะว่ามีผู้ติดตามของมันคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยที่ต้องให้อีกคนหนึ่งแบกเอาไว้ 

    สาเหตุที่บาร์เลวี่บอกว่าบูมัคหมดสติและบาดเจ็บสาหัสก็เพราะเสื้อผ้าที่ขาดและชุ่มไปด้วยเลือด

    “ อะไรกันสตีเฟ่น? ทำไมจู่ๆลูกน้องของแกถึงได้บาดเจ็บแบบนั้นกันล่ะ? ” บาร์เลวี่หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ 

    “ เงียบไปเถอะบาร์เลวี่ ไม่อย่างนั้นฉันจะอัดแกให้ยับเหมือนเมื่อก่อนเลย ”สตีเฟ่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ แล้วคนข้างหลังแกเป็นใครกันล่ะ? ” บาร์เลวี่มองดูพวกไลท์ด้วยความสนใจ เขาสังเกตเห็นพวกไลท์ตั้งแต่เดินออกมาจากห้องอาหารแล้ว และดูเหมือนว่าสตีเฟ่นจะถูกกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้ผู้ติดตามของสตีเฟ่นได้รับบาดเจ็บ แต่ทันทีที่เขามองไปที่เบเรียล เฮลเลฟชและเมลิซ่า ดวงตาของเขาก็เปร่งประกายออกมาด้วยความตื่นเต้น เพราะทั้งสามคนคือสาวสวย 

    สายตาของบาร์เลวี่ไปหยุดอยู่ที่ไลก้าก่อนที่จะแสดงสีหน้าเย็นชา

    “ ที่แท้แกก็อยู่นี้เอง ” บาร์เลวี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ถ้าหากไม่ใช่เพราะเจ้านี้เขาก็ไม่ต้องหนีออกจากร้านอาหารแบบนี้

    ไลก้าหัวเราะสบายๆพร้อมกับมองไปที่บาร์เลวี่ด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม

    “ ไม่ใช่เรื่องของแก ” สตีเฟ่นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ 

    “ งั้นหรอไม่ใช่เรื่องของฉันอยู่แล้วล่ะ แต่ดูเหมือนว่าลูกน้องของแกจะถูกคนเหล่านี้จัดการจนหมดสภาพเลยนิ ” บาร์เลวี่หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงสะใจอีกครั้ง

    “ ไปกันเถอะ ” ไลท์ไม่ได้สนใจเรื่องที่สตีเฟ่นและบาร์เลวี่ตีกันแต่อย่างใด เขาจึงพาคนอื่นๆไปทันที 

    “ อะไรกันจะรีบไปไหน? ฉันยังไม่ได้จัดการกับไอคนที่ทำร้ายฉันเลย ” บาร์เลวี่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจจากนั้นเขาก็บอกให้ผู้ติดตามของเขาที่แข็งแกร่งในระดับSไปขวางทางพวกไลท์เอาไว้ 

    “ องค์ชายบาร์เลวี่บอกให้หยุดทำไมพวกแกไม่หยุด? ” ผู้ติดตามคนหนึ่งขององค์ชายบาร์เลวี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ สั่งให้หยุดก็ต้องหยุดงั้นหรอ ดูเหมือนว่าพวกแกจะยิ่งใหญ่มากเลยสินะ ” ไลท์ยิ้มอย่างเย็นชาออกมาเบาๆก่อนที่โบกมือขึ้นเล็กน้อย

    เสียงกรีดร้องของผู้ติดตามของบาร์เลวี่ดังขึ้นก่อนที่จะลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

    บาร์เลวี่และคนอื่นๆพากันตกใจที่จู่ๆทูเลก็ลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเป็นจำนวนมาก อีกอย่างสภาพของทูเลก็เหมือนกับบามัคไม่มีผิด

    ทางด้านเมอร์ฟี่ที่เห็นว่าไลท์จัดการกับตัวตนระดับSยังไงก็รู้สึกตกใจและหวาดกลัว

    ‘ แข็งแกร่งจริงๆ ’ เมอร์ฟี่มองไปที่ไลท์พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆด้วยความกลัว

    “ ไอสารเลว!! ” บาร์เลวี่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาที่เย็นชา

    ไลท์หันมามองบาร์เลวี่ก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา “ เมื่อกี้แกว่าใครว่าสารเลวงั้นหรอ? ” 

    “ ด่าแกยังไงล่ะไอสารเลวเอ้ย จัดการหักขาพวกมันซะ ” บาร์เลวี่ตะโกนขึ้นพร้อมกับสั่งให้ผู้ติดตามของเขาจัดการกับไลท์

    “ อย่างพวกแกคิดที่จะจัดการกับลูกพี่งั้นหรอ? ” ไลก้าส่ายหน้าก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาผู้ติดตามของบาร์เลวี่

    เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งนาที ผู้ติดตามของบาร์เลวี่ทั้งหมดได้นอนหมดสภาพพร้อมกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

    สตีเฟ่นมองไปที่ไลก้าด้วยความตกใจเขาไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มที่ดูสบายๆคนนี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ ขนาดที่ตัวตนระดับSสองคนและระดับAอีกสี่คนก็ยังเอาชนะได้สบายๆ

    “ พวกแก ” บาร์เลวี่มองไปที่ไลก้าด้วยความตกใจและหวาดกลัว เขาไม่คิดเลยว่าแค่คนๆเดียวจะจัดการกับผู้ติดตามของเขาได้ทั้งหมดแบบนี้

    “ ต่อมาก็คือแกสินะ ” ไลก้ามองไปที่บาร์เลวี่ก่อนที่จะอัดบาร์เลวี่จนนอนหมดสภาพที่พื้นไปอีกคน

    “ เรียบร้อยแล้วลูกพี่ ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปหาทุกๆคน

    สตีเฟ่นกลืนน้ำลาย เขามองสภาพของบาร์เลวี่ที่ตอนนี้หน้าบวมเป็นหมูแบบนี้แล้ว เขาก็รู้สึกโชคดีขึ้นมาที่เขาไม่ถูกไลก้าอัดแบบนี้

    ทันใดนั้นก็มีใครบางคนเปิดประตูห้องส่วนตัวออกมาก่อนที่จะเดินออกมาด้วยท่าทีความไม่พอใจ 

    “ พวกแกจะมาทะเลาะอะไรกันที่หน้าห้องอาหารคนอื่นเค้ากันห๊ะ!!! ” น้ำเสียงที่ดูเย็นชาดังขึ้น

    ไลท์และคนอื่นๆมองไปก็เห็นว่าเป็นหญิงสาวที่อายุประมาณยี่สิบปี ใบหน้างดงามมาก รูปร่างอรชร ผมสีม่วงอ่อน สีหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

    “ ธีน่า!! ” สตีเฟ่นมองไปยังหญิงสาวที่ออกมาจากห้องอาหารด้วยความตกใจ 

    ธีน่ามองดูรอบๆทางด้านด้วยความเย็นชาจากนั้นเธอก็เห็นว่ามีกลุ่มคนหลายคนนอนอยู่บนพื้นพร้อมกับร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

    “ เกิดอะไรขึ้นกับพวกบาร์เลวี่กัน? ” ธีน่ามองไปที่บาร์เลวี่และคนอื่นๆที่ร้องโอดครวญอยู่ที่พื้น

    จากนั้นสายตาของธีน่าก็เห็นพวกไลท์ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่คอลรุย ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เปร่งประกายด้วยความตื่นเต้น

    “ ท่านคอลรุย!! ” ธีน่าพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

    ไลท์และคนอื่นๆพากันตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าจู่ๆหญิงสาวที่ชื่อธีน่าจะตะโกนชื่อคอลรุยออกมาแบบนี้

    คอลรุยเองก็ยังตกใจที่จู่ๆมีคนเรียกชื่อเขาแบบนี้ 

    “ ท่านคอลรุยฉันธีน่า ฉันเป็นแฟนคลับท่านคอลรุย ” ธีน่าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ เห้ยๆอะไรกันแล้วทำไมเธอถึงไม่รู้จักฉันกันห๊ะ ” ไลก้าตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ออกมาจัดการกับพวกสตีเฟ่นและบาร์เลวี่ที่นอกห้องแต่ดูเหมือนว่าธีน่าจะไม่ได้สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ

    ธีน่าหยุดชะงักก่อนที่จะหันมามองไลก้าด้วยความตกใจ และเธอก็จำได้ทันทีว่านี้คือไลก้า

    “ เอ่อ…ฉันต้องขอโทษด้วยท่านไลก้า ตอนนั้นฉันไม่ได้สนใจท่านเท่าไหร่จึงไม่จำท่านไม่ได้ ” ธีน่าตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ

    “ เหอะ! ” ไลก้าทำสีหน้าไม่พอใจออกมา

    “ เอาน่าไลก้าอย่าไปคิดมากเลยน่า ” เดซี่ที่อยู่ด้านหลังก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

    ธีน่ามองไปที่พวกเดซี่ด้วยดวงตาที่เปร่งประกาย 

    “ ท่านเดซี่ ท่านเบเรียล ท่านเวโรนิก้า ท่านเฮลเฟลช ท่านเมลิซ่า ท่านไลท์!! ” ธีน่าเรียกชื่อทีละคนด้วยความตื่นเต้น

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าฉันจะโชคดีที่ได้มาพบกับพวกท่านแบบนี้ ” ธีน่าตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

    ทันทีที่ธีน่าไล่ชื่อของพวกไลท์ออกมา สตีเฟ่น บาร์เลวี่ เมอร์ฟี่และคนอื่นๆพากันยืนตัวสั่นด้วยความตกใจ เพราะชื่อที่ธีน่าพูดมาก็คือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้

    “ เชี่ย!! กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” สตีเฟ่นตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ทันใดนั้นเขาก็ไม่แปลกใจเลยที่ว่าไลท์สามารถเอาชนะผู้ติดตามของเขาได้อย่างสบายๆ ส่วนลูกน้องของไลท์อย่างไลก้าจะเอาชนะผู้ติดตามของบาร์เลวี่ได้อย่างสบายๆ

    ทางด้านเมอร์ฟี่เองก็ตกใจเช่นกัน เขาไม่นึกเลยว่ากลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าของเขาจะเป็นถึงกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ที่โด่งดัง ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวต่อการถูกไล่ล่าจากอาณาจักรต่างๆที่อยู่เบื้องหลังขององค์ชายทั้งสอง

    ส่วนทางด้านบาร์เลวี่เองก็ตกใจเช่นกัน เขาหวาดกลัวยิ่งกว่าเก่าเพราะเขาได้ไปหาเรื่องกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้เสียแล้ว

    “ ท่านคอลรุยได้โปรดเซ็นต์ชื่อลงบนนี้ให้หน่อยได้ไหมค่ะ ” ธีน่าพูดขึ้นพร้อมกับหยิบโปสเตอร์ที่เป็นคอลรุยยืนถือปืนไรเฟิลอยู่ 

    “ เอ่อ… ” คอลรุยเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่มีคนมาขอให้เขาเซ็นต์ชื่อแบบนี้นอกจากนี้ก็ยังเป็นแฟนคลับของเขาด้วย เพราะทุกทีจะเป็นแฟนคลับของไลท์หรือไม่ก็คนอื่น นอกจากนี้ส่วนมากที่เขาเซ็นต์ชื่อก็คือรูปรวมไม่ใช่รูปเดี่ยวแบบนี้

    “ คอลรุยนายก็เซ็นต์ให้ธีน่าไปเถอะ ” ไลก้าที่อยู่ด้านข้างศอกใส่ท้องของคอลรุย

    “ เอ่อ….โอเคๆ ได้ๆ ” คอลรุยพยักหน้าก่อนที่จะเซ็นต์ชื่อลงบนโปสเตอร์ให้กับธีน่า

    “ เย้ ขอบคุณมากท่านคอลรุย ” ธีน่าตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

    “ นี้ๆทำไมเธอถึงเป็นแฟนคลับของคอลรุยล่ะ? ” ไลก้าถามออกมาด้วยความอยากรู้ 

    ธีน่าที่ถูกไลก้าถามก็ยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นและพูดขึ้นว่า " ฉันเป็นคนที่ชอบอาวุธปืนและก็ยังเป็นนักแม่นปืนอีกด้วย คนอื่นพากันบอกว่าอาชีพนักแม่นปืนเป็นอาชีพที่อ่อนแอและสู้กับใครไม่ค่อยได้ แต่ฉันไม่เชื่อ ฉันเชื่อว่าอาชีพนักแม่นปืนเองก็แข็งแกร่งได้เหมือนกันและไม่ได้อ่อนแออย่างที่คนอื่นๆเขาคิด 

    และเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่เกิดสงครามระหว่างเผ่าเอลฟ์และปีศาจ ฉันได้เห็นวีดิโอหนึ่ง เป็นวีดิโอที่ท่านคอลรุยสังหารปีศาจระดับSได้อย่างสบายๆโดยการยิงเพียงครั้งเดียว ทำให้ฉันเชื่อว่านักแม่นปืนเองก็แข็งแกร่งได้เช่นกัน หลังจากนั้นฉันก็ยิ่งฝึกฝนทักษะการยิงปืนเพื่อที่ว่าจะได้แข็งแกร่งเหมือนกับท่านคอลรุย " 

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นนักแม่นปืน ” ไลท์พึมพำออกมา 

    ส่วนคนอื่นๆเองก็มองไปที่ธีน่าด้วยความประหลาดใจ เอาจริงๆแล้วนักแม่นปืนก็มีน้อยมากจริงๆเพราะส่วนมากการโจมตีระยะไกลก็อาศัยการโจมตีด้วยเวทย์มนต์แทน เพราะฉะนั้นนักแม่นปืนจึงไม่ค่อยมีให้เห็นนอกจากทหารของเมืองต่างๆหรือทหารของสภาจอมเวทย์ที่ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ทำให้พวกเขาต้องอาศัยปืนในการต่อสู้

    “ คอลรุยดีใจด้วยนะที่นายก็มีแฟนคลับแล้ว ” ไลท์หัวเราะออกมาพร้อมกับตบไหล่ของคอลรุย

    คอลรุยยิ้มจนตาหยีแล้วตอนนี้ นี้คือแฟนคลับคนแรกของเขาเลยทีเดียว 

    “ ท่านคอลรุยได้โปรดสอนฉันยิงปืนหน่อยได้ไหมค่ะ ” ธีน่าถามด้วยความตื่นเต้น

    คอลรุยหันไปมองหน้าไลท์เพื่อขอคำตอบ 

    “ เอาสิคอลรุย พวกเราจะพักอยู่ที่นี้สามสี่วันก่อนที่จะไปยังเมืองมิลเลอร์ฟรอส ” ไลท์พูดขึ้น

    “ งั้นก็ตกลง ” คอลรุยพยักหน้าให้กับธีน่า 

    “ เย้ ” ธีน่าตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น 

    ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกมาจากห้องอาหารที่ธีน่าอยู่ 

    “ เห้ยธีน่าเธอจะออกมานานเกินไปแล้วนะ ” น้ำเสียงที่ดูเฉยเมยดังขึ้น

    ไลท์และคนอื่นๆหันไปก็พบว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อในชุดคลุมสีน้ำเงินเดินออกมาจากภายในห้อง

    “ หือ? ” ชายหนุ่มมองไปยังทุกๆคนที่อยู่หน้าห้องอาหารด้วยความประหลาดใจ จากนั้นสายตาของเขาก็เห็นว่ามีคนได้รับบาดเจ็บนอนร้องโอดครวญอยู่ที่พื้นหนึ่งในนั้นมีบาร์เลวี่ จากนั้นเขาก็เห็นสตีเฟ่นที่ยืนอยู่ด้วยท่าทีหวาดกลัวอะไรบางอย่าง

    จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่พวกไลท์ คิ้วของเขาขมวดขึ้นมาก่อนที่จะจำอะไรบางอย่างได้

    “ นี้มันกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ไม่ใช่หรอ? ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ ความจริงแล้วเขาก็จำกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ไม่ได้หรอก แต่ยัยน้องสาวตัวแสบของเขาดันเอาภาพของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้มาให้เขาดูหลายรอบจนเขาจำได้ทั้งหมด