เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บดังแข่งกับเสียงอาวุธกระทบกันในความมืด สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบข้างเป็อย่างยิ่ง ทว่าพวกเขากลับไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ท่ามกลางหิมะที่ตกโปรยปราย หนทางยามค่ำคืนนั้น ไม่เหลือทางรอดให้พวกเขา
ภายในกระโจมหลินซือเยว่ตรวจดูต่งฮูหยินแล้วชะงักไปนางหันไปทางแม่นมฉี “ฮูหยินของเ้าตั้งท้องได้กี่เดือนแล้ว”
แม่นมฉีลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ“เจ็ดเดือนเ้าค่ะ”
“เจ็ดเดือน ! คุณหนูเ้าคะ นี่น้ำคร่ำแตกแล้ว” เผิงฉือเคยคลอดลูกมาก่อนย่อมรู้ว่าน้ำคร่ำแตกนั้นหมายความว่าจำเป็ต้องคลอดทารกออกมาแต่ว่าอายุครรภ์เพียงเจ็ดเดือนนั้น ค่อนข้างอันตรายไม่น้อย รีบหันไปทางแม่นมฉีแล้วขึงสายตามองนางตรง ๆ “นี่เ้าน่ะ หากคุณหนูของข้าช่วยทำคลอดให้ไม่ว่าคนจะเป็หรือตาย เ้าห้ามโทษคุณหนูของข้าเด็ดขาดไม่เช่นนั้นเ้าก็พาฮูหยินของเ้า ออกจากกระโจมของคุณหนูข้าไปเสีย”
“แม่นาง ได้โปรด...ช่วยลูกข้าด้วย”ต่งฮูหยินฝืนความเจ็บเอ่ยออกมา สายตาจดจ้องไปยังหลินซือเยว่เหมือนรู้ว่านางคือคนที่จะชี้ชะตาของตัวเองกับลูกได้
หลินซือเยว่ถอนหายใจเบา ๆ“คลอดก่อนกำหนดในสภาพอากาศเลวร้ายเช่นนี้”
“ข้าไม่เป็ไร จะไม่โทษแม่นางด้วยได้โปรด...”
แววตาเข้มแข็งของคนเป็แม่ทำให้หลินซือเยว่รู้สึกใจอ่อนขึ้นมา
“ป้าเผิงเตรียมอ่างใส่น้ำร้อนไว้ล้างตัวเด็กหาผ้าสะอาด ๆ มาหลายผืนหน่อย บอกหลินอ้ายเตาอุ่นอย่าให้ถ่านหมดเด็ดขาดเอาที่สำรองไว้บนรถม้ามาใช้ด้วย” หลินซือเยว่หันไปทางแม่นมฉีต่อ“ส่วนเ้าช่วยหาผ้าอุ่น ๆ มาไว้ห่อตัวเด็กไว้เถอะ ทางที่ดีให้สาวใช้สองคนด้านนอกนำผ้าอังไฟรอไว้เลย อากาศเช่นนี้ไม่ดีต่อเด็กแรกเกิด”
“เ้าค่ะ ๆ”แม่นมฉีกลัวว่าหลินซือเยว่จะเปลี่ยนใจ รีบจัดการทำตามที่นางบอกทันที
เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วหลินซือเยว่บอกให้ต่งฮูหยินเตรียมเบ่งคลอดได้ นางจับมือแม่นมฉีเอาไว้แน่นส่งเสียงกรีดร้องออกมาเป็ระยะ ทำให้คนคุ้มกันทั้งสองด้านนอกเกิดหนาวสั่นขึ้นมาเหตุการณ์ที่ศาลาพักม้าเริ่มเบาเสียงลง ไม่นานก็มีคนของเขาวิ่งมาทางนี้
“หัวหน้าหยางนายท่านล่อพวกมันไปที่อื่นแล้วฝากข้ามาส่งข่าวว่าให้ดูแลฮูหยินให้ดี ก่อนฟ้าสางท่านจะกลับมาที่นี่เอง”
“ข้ารู้แล้ว” หัวหน้าหยางกำหมัดแน่นนายท่านทำเช่นนี้เพื่อความปลอดภัยของต่งฮูหยิน จึงได้ดึงศัตรูไปที่อื่นแทนหวังว่าท่านจะปลอดภัยกลับมาเขาไม่อาจละทิ้งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอันยิ่งใหญ่นี้ได้แต่แล้วเสียงต่อมาก็ทำให้เขาเข่าแทบทรุด
“คุณชายน้อยไม่มีลมหายใจแล้ว ฮือ ๆ ๆ”เป็เสียงของแม่นมฉีที่ดังออกมาจากกระโจม
“หัวหน้าหยาง ทำอย่างไรดี”
“ทำหน้าที่ของเ้าต่อไปหากมีเื่ร้ายจริงแม่นมฉีจะออกมา ขอความช่วยเหลือจากข้าเอง”หัวหน้าหยางผู้นี้รู้ว่าเื่สตรีคลอดบุตรนั้นบุรุษเช่นเขาไม่อาจสอดมือเข้าไปยุ่งได้ อย่างน้อยแม่นมฉีก็เคยมีประสบการณ์ทั้งคลอดและเลี้ยงเด็กทารกมาก่อน นางย่อมมีประโยชน์กว่าชายชาติทหารเช่นตัวเขา
ภายในกระโจม
ต่งฮูหยินร้องไห้ใจแทบขาดแม่นมฉีสะอึกสะอื้นด้วยความสงสารคุณชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เนื้อตัวเขียวซีดไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว
“เงียบ !”หลินซือเยว่เอ่ยขึ้น พร้อมกับกัดนิ้วตัวเอง ใช้เืวาดยันต์ด้วยอักษรโบราณบนกลางอกของทารกตัวน้อย เพื่อเรียกดวงิญญากลับคืนสู่ร่าง
นางประกบฝ่ามือร่ายคาถาเปิดเนตรทิพย์มองหาดวงิญญาของทารกที่เพิ่งหลุดลอยออกจากร่างครั้นพบว่าิญญาเ้าตัวน้อยไม่ได้ไปไหนไกลเลย กลับลอยไปอยู่ข้าง ๆ มารดาของตนจึงได้กวาดฝ่ามือดึงเ้าตัวน้อยให้กลับมาอยู่ในร่างตัวเองจากนั้นก็ปิดเนตรทิพย์ไว้ตามเดิม ใช้สองนิ้วนวดหัวใจทารกน้อยเบา ๆเรียกว่าเป็การใช้วิธีแบบผสมผสานอดีตและอนาคตเข้าด้วยกัน
“แม่นางพอเถอะ ลูกชายข้าตายไปแล้วเ้าอย่ากระทำย่ำยีเขาเลย” ต่งฮูหยินทนดูต่อไปไม่ไหว พยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ว่าเรี่ยวแรงของนางมีไม่พอ จึงได้ล้มลงไปนอนตามเดิม
“ฮูหยินคุณหนูของข้ากำลังช่วยชีวิตลูกชายของท่านอยู่โปรดรอสักครู่เถอะเ้าค่ะ” เผิงฉือไม่เคยเห็นวิธีรักษาเช่นนี้มาก่อนแต่นางมั่นใจในฝีมือของหลินซือเยว่เป็อย่างมาก
แม่นมฉีมองหลินซือเยว่ที่กำลังนวดหัวใจของคุณชายน้อยอย่างตั้งใจเหมือนเสียงพูดของพวกนางจะไม่สามารถทำลายสมาธิอันแน่วแน่ของนางได้“ฮูหยินรอก่อนเถอะเ้าค่ะ ไม่แน่แม่นางผู้นี้อาจช่วยคุณชายน้อยได้”
ต่งฮูหยินน้ำตาไหลพรากแต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ แทบไม่กล้ามองดูบุตรชายของตัวเอง แต่แล้วเสียงร้องเบา ๆของทารกตัวน้อย ก็ทำให้ทุกคนตื่นจากฝันร้าย
“ป้าเผิงทำความสะอาด”นางยื่นคุณชายน้อยที่กำลังร้องไห้ให้เผิงฉือ
“เ้าค่ะคุณหนู !” เผิงฉือได้สติ รีบนำตัวทารกลงไปในอ่างน้ำอุ่นกำลังดีเสียงของหลินซือเยว่ก็ดังตามมา “ทำให้เร็ว”
นางรีบจัดการอย่างรวดเร็วไม่ช้าแม่นมฉีก็นำผ้าห่มอังไฟ มาพันรอบตัวคุณชายตัวน้อยไว้พร้อมกับน้ำตาไหลอาบน้ำอย่างตื้นตันใจ “ฮูหยินเ้าคะ คุณชายน้อยยังอยู่เ้าค่ะ”รีบนำไปให้ต่งฮูหยินได้อุ้ม
หลินซือเยว่ให้เวลาสองแม่ลูกได้ทำความรู้จักกันไม่นาน นางก็เอ่ยกับแม่นมฉี “เ้ารีบไปหาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้นางป้าเผิงทำความสะอาดกระโจม”
ใช้เวลาหนึ่งเค่อ(15นาที)ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย หลินซือเยว่นำทารกน้อยไปมอบให้มารดา “ให้นมเขาก่อนเถอะ”
ยามนี้ไม่ว่าหลินซือเยว่จะเอ่ยอันใดออกมาทุกคนล้วนทำตามอย่างว่าง่าย แม่นมฉีรู้ว่าต่งฮูหยินเพิ่งมีบุตรคนแรกจึงเข้ามาสอนวิธีให้นมแก่นางระหว่างนั้นหลินซือเยว่ได้นำเชือกเส้นหนึ่งที่มีจี้หยกสีขาวมาผูกติดไว้ที่ข้อมือของเด็กน้อย
“แม่นางสิ่งนี้คือ”ต่งฮูหยินลอบมองนางด้วยความแปลกใจ
“หยกตรึงิญญาผ่านการทำพิธีที่อารามเต๋ามาแล้ว คุณชายน้อยิญญาหลุดลอยออกจากร่างไปข้าทำพิธีเรียกกลับคืนมาได้ก็จริง ทว่าิญญานั้นอ่อนแอนักจำเป็ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวเอาไว้ ใส่หยกนี้ไว้รอให้ครบหนึ่งเดือนก่อน ค่อยถอดออก”
“แม่นางนี่ท่านรู้เื่พวกนี้ด้วยหรือ”ต่งฮูหยินอายุยังน้อยเพียงสิบแปดเท่านั้น ไหนเลยจะเข้าใจเื่พวกนี้ยิ่งคนที่ทำเื่เหนือธรรมชาติ ยังเป็เพียงเด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้น
“คุณหนูของข้าเติบโตมาในอารามเต๋าเ้าค่ะ”เผิงฉือคลายข้อสงสัยให้นางแทน
ต่งฮูหยินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก “ขอบคุณแม่นางมาก ขอบคุณจริง ๆ”
“เ้าพักผ่อนเถอะ”หลินซือเยว่เอ่ยแล้วหันไปส่งสายตาให้เผิงฉือ จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากกระโจมไปปล่อยให้ต่งฮูหยินใช้กระโจมได้ตามสบาย
หลินซือเยว่เดินไปหาหัวหน้าหยาง“คนร้ายไม่อยู่แถวนี้แล้ว ท่านพาชาวบ้านที่ใจกล้าหน่อยไปย้ายศพออกจากห้องโถงอุ่นเถอะ ให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกเข้าไปหลบหนาวก่อนไม่เช่นนั้นพวกเขาได้แข็งตายอยู่ข้างนอกนั่นแน่”
“แม่นางฮูหยินของข้า?”
“ปลอดภัยทั้งแม่และลูกท่านรีบไปจัดการเื่ชาวบ้านก่อนเถอะ ทางนี้มีข้าอยู่ไม่ต้องห่วง”
“ขอบคุณแม่นางมาก” หัวหน้าหยางคำนับนางก่อนไปสั่งการให้ลูกน้องไปเคลื่อนย้ายศพ เหลือตัวเขาคุ้มกันบริเวณกระโจมเพียงลำพัง
“คุณหนูอีกตั้งสองชั่วยามกว่าจะเช้าคืนนี้เราจะทำอย่างไรดีเ้าคะ” เผิงฉือมองกระโจมที่ถูกต่งฮูหยินใช้งานไปแล้ว
“ไปนอนบนรถม้ากันหลินอ้ายเ้าไปนอนที่กระโจมได้เลยไม่มีอะไรแล้ว ทางนี้พวกเขาจัดการกันเองได้”
“ขอรับคุณหนู”หลินอ้ายไม่รอช้ามุดเข้ากระโจมน้อยพอดีตัวของเขาในทันที
“ข้าเกรงว่าจะนอนไม่หลับน่ะสิคุณหนู”เผิงฉือมีความกังวลใจอยู่
หลินซือเยว่มองไปยังองครักษ์เ่าั้“มีคนคุ้มกันอยู่ด้วยท่านจะกลัวอะไร ป้าเผิงรีบเข้านอนกันเถอะ”
ได้ยินแล้วเผิงฉือพลันยิ้มออกรีบขึ้นไปปูผ้านวมนอนบนรถม้า พร้อมเตาอุ่นอีกอัน“มิน่าคุณหนูถึงได้ซื้อเตาอุ่นมาหลายอัน”นางยิ้มก่อนเอนตัวลงนอนด้านข้างกับคุณหนูของตัวเอง
ยามเหม่า(05.00-06.59)
เสียงคนพูดคุยกันค่อนข้างดังพอสมควรหลินซือเยว่ลืมตาตื่นขึ้นเห็นเผิงฉือนั่งแง้มผ้าม่านรถม้ามองออกไปด้านนอก
“เหมือนจะเป็สามีของฮูหยินผู้นั้นเ้าค่ะมากันหลายคนเลยท่าทางไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป”ตอนนี้เช้าแล้วเผิงฉือจึงมองสำรวจพวกเขาได้ชัดตากว่าเมื่อคืน“คุณหนูพวกเขาเดินมาทางนี้แล้ว”
“ลงไปกันเถอะ”หลินซือเยว่สำรวจตัวเองก่อน จากนั้นจึงเดินลงจากรถม้าตามเผิงฉือไปด้านล่างยังมีหลินอ้ายที่ตื่นขึ้นมาเตรียมต้มน้ำไว้รอ
“แม่นางข้าได้ยินเื่ราวจากฮูหยินแล้วโปรดรับการคำนับขอบคุณจากข้าด้วย” บุรุษวัยยี่สิบแปดปีผู้นี้รัศมีของเขาเปล่งประกายเป็อย่างมาก
หลินซือเยว่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขามีฐานะไม่ธรรมดาจริงๆ “เื่เล็กน้อยเพียงเท่านั้น”
“แม่นางข้าขอรู้ชื่อผู้พระคุณได้หรือไม่ภายภาคหน้าหากมีโอกาสจะได้ตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”ต่งลู่เหอไม่คิดว่าสตรีวัยสิบกว่าปีผู้นี้ คือคนที่ช่วยทำคลอดให้ภรรยาอีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือบุตรชาย ที่หมดลมหายใจไปกลับคืนมาได้ทว่ามองใบหน้าที่นิ่งเฉย ไร้ซึ่งแววตื่นตระหนกใด ๆ ของนางคงจริงที่ว่าเติบโตมากับอารามเต๋า
“ข้าเป็เพียงผู้สัญจรผ่านทางมาเท่านั้นท่านอย่าได้ยึดติดเป็บุญคุณอันใดเลย ข้าขอตัวก่อน”หลินซือเยว่น้อมศีรษะลงเล็กน้อย จากนั้นนางก็เดินไปหาหลินอ้ายสั่งให้เขาเตรียมน้ำใส่อ่างล้างหน้าให้นาง
ก่อนเดินทางจากไปหลินซือเยว่ให้เผิงฉือนำกระดาษแผ่นหนึ่งไปมอบให้แก่หัวหน้าหยางเพื่อส่งต่อให้เ้านาย ต่งลู่เหอเปิดอ่านในทันทีคิ้วเขาขมวดแน่นอย่างแปลกใจ
“ท่านพี่นางเขียนอันใดหรือเ้าคะ”ต่งฮูหยินเห็นสีหน้าของสามีพลันนึกแปลกใจตามไปด้วย
“นางบอกว่าให้ออกเดินทางก่อนยามซื่อ(09.00-10.59)หากไม่ทันก็ให้เลื่อนเวลาไปเป็ยามเว่ย(13.00-14.59)”
“นางบอกเหตุผลไว้หรือไม่”
“ไม่ได้บอกอันใดข้อความมีเท่านี้หัวหน้าหยางคนที่นำจดหมายมาส่งกำชับสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่”
หัวหน้าหยางเอ่ย “ไม่มีขอรับ”
“เราต้องรีบเดินทางก่อนที่พวกมันจะหวนกลับมายามซื่อคงไม่ทันอย่างแน่นอน ทางการมาทำคดีเราต้องเป็พยานให้ปากคำทว่าหากเลื่อนไปยามเว่ยข้าเกรงว่าจะล่าช้าเกินไป”
ต่งฮูหยินนิ่วหน้านางมองดูบุตรชายในอ้อมแขน มองดูหยกสีขาวบนข้อมือน้อย ๆ “ข้าเชื่อนางนางเป็คนพาลูกชายของเรากลับมา ท่านพี่ได้โปรดคิดให้รอบคอบด้วยเถอะ”
ต่งลู่เหอมีความรักต่อฮูหยินอย่างลึกซึ้งเพียงได้ยินคำขอของนาง ก็อดใจอ่อนไม่ได้ยอมที่จะเลื่อนเวลาเดินทางออกไปเป็ยามเว่ยเส้นทางที่พวกเขาใช้เดินทางไม่ใช่เส้นทางหลักแต่เป็ทางลัดบนูเาเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน
เมื่อถึงยามออกเดินทางพวกเขาถึงได้เข้าใจในคำเตือนนั้นหิมะถล่มลงมาจากูเาปิดกั้นเส้นทางราวหนึ่งลี้ (500เมตร)แม้ไม่มั่นใจว่าเหตุเกิด่เวลาใด แต่หากพวกเขาออกเดินทางใน่เวลาปกติคงไม่อาจหลีกพ้นจากหายนะครั้งนี้ไปได้ ยิ่งต่งฮูหยินที่เพิ่งผ่านการคลอดลูกมาด้วยไหนเลยจะทนรับกับความโชคร้ายนี้ไหว
ต่งลู่เหอล้วงจดหมายแผ่นนั้นออกมาดูอีกหน“ข้าติดค้างบุญคุณแม่นางอีกแล้ว”