The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    ตอนที่ 37 คนละชั้น(รีไรท์)

          บรรยากาศในตอนนั้นดูอึมครึม เพราะอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า  เมื่อนำความพ่ายแพ้ของเด็กหนุ่มมาประกอบ  ยิ่งทำให้รู้สึกหม่นหมองเป็นเท่าทวี


    “ พวกเจ้าแพ้ไปหนึ่งยกแล้ว  ใครจะสู้ต่อในยกสอง ” โกสเอ่ยถาม  ท่าทางหยิ่งผยอง


     

         เหล่าชาวบ้านต่างมองหน้ากันเอง  ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีใครกล้าออกไปสู้ศึก และในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังจะกล่าวยอมแพ้   เหมยลี่ก็ก้าวออกมา  แล้วชิงประกาศด้วยเสียงที่ห้าวหาญ 


    “ ตัวแทนคนที่สองคือชั้น ” 


    “ วิ้ด  วิ้ว  คู่ต่อสู้คือสาวสวย  น่าอิจฉาจังเลย ” เมื่อเห็นว่าผู้นำจะได้สู้กับสาวงาม เสียงเป่าปากเจี๊ยวจ๊าวจากเหล่าลูกสมุนก็ดังขึ้น



         โกสยืนสงบนิ่ง  แววตาที่มองมายังเด็กสาวร่างสูงดูกรุ้มกริ่มยังไงชอบกล  ส่วนผู้ใหญ่บ้านถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม  ปากก็ร้องทัดทาน 


    “ อย่าไปสู้เลย  แม่หนูก็เห็นแล้วนี่ว่ามันเก่งแค่ไหน ”


      

         เหมยลี่ยิ้มเล็กน้อย  อันแฝงบารมีบางอย่างที่ทำให้ผู้คนเชื่อมั่น  จากนั้นก็ตอบกลับมาด้วยเสียงที่อ่อนโยน 


    “ ไม่เป็นไรหรอก  ลุง  ชั้นจะจัดการเจ้านี่เอง ”


     

          หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด  เขาเผลอพยักหน้ารับและปล่อยให้เด็กสาวออกไปต่อสู้



         เหมยลี่เข้าสู่ลานประลอง  ทันทีที่อยู่ห่างจากโกสประมาณ 10 ก้าว  เนโครมันเซอร์หนุ่มก็ทักทายด้วยเสียงที่พยายามจะดัดให้หวาน 


    “ สาวน้อยอย่าสู้กับพี่เลย  มาเป็นผู้หญิงของข้าดีกว่า เหอ  เหอ  เหอ”


     

         เหมยลี่ไม่ตอบคำ  ดวงตาแน่วนิ่งและไร้อารมณ์  ร่างสูงเพรียวหยัดยืนไม่ไหวติง คล้ายว่าเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสายลมไปแล้ว



         คิ้วของโกสเริ่มขมวดนิดๆ  เพราะไม่ชอบท่าทีแบบนี้ มันทำให้เขาดูเหมือนตัวตลก  จึงตวาดใส่อีกฝ่ายอย่างดุดัน 


    “ เงียบอยู่ทำไม  หรือว่ากลัวจนพูดไม่ออก ”


     

          เหมยลี่ไม่ตอบในประเด็นนั้น  เธอเพียงยิ้มเล็กน้อย  จากนั้นก็กวักมือท้าทาย


    “ เข้ามาเลย ”


     

          โกสเกิดอาการของขึ้นจนเส้นเลือดผุดบนใบหน้า  เพราะที่ผ่านมา ผู้คนมักจะให้ความยำเกรงอยู่ตลอด  ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา


    “ อวดดีนักนะ  แค่โดนอัดทีเดียว  เธอก็หมอบแล้ว ” โกสข่มขวัญ  ก่อนย่างสามขุมเข้าหา  พอถึงระยะสี่ก้าว  ก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงชนิดที่คนธรรมดาแทบมองไม่ทัน เพียงพริบตา  ก็หยุดตรงหน้าของเด็กสาว ทว่าผู้วิเศษกลับกระโดดทแยงมุมไปอยู่ด้านหลัง แล้วสับต้นคอด้วยสันมือ 


    “ เสร็จข้าล่ะ  สาวน้อย ”


     

         ทันทีที่สันมือสัมผัสต้นคอ  โกสก็พบว่าตัวเองได้หวดอากาศที่ว่างเปล่า  ด้วยความที่ทุ่มสุดแรง  จึงส่งผลให้เซถลาจนเกือบล้ม 


    “ เฮ้ย!  นังเด็กนั่นหายไปไหน ” โกสเหลียวซ้ายแลขวา  เขารู้สึกตื่นตระหนก  เพราะอยู่ดีๆ  เหมยลี่ก็หายไป  ราวกับกลายสภาพเป็นอากาศธาตุ  ทันใดนั้นเอง  เสียงใสๆของเด็กสาวก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง


    “ หาชั้นอยู่เหรอ ”


     

         โกสหันกลับมาดู  จึงพบกับเหมยลี่ที่ยืนกอดอกอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าผ่อนคลาย  แถมยังคล้ายจะยิ้มนิดๆ


    “ เหวอ ” โกสรีบกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก ดวงตาเบิกโพลง  เมื่อปรับอารมณ์ได้  เขาก็เอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเทา 


    “ แกทำได้ไง ”


     

        การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเหนือมนุษย์  ส่งผลให้ชาวแก๊งผู้คึกคะนองถึงกับเงียบในบัดดล  แม้แต่ฝั่งชาวบ้านก็ได้แต่อ้าปากค้าง  เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กสาวร่างสูงจะมีฝีมือขนาดนี้ 


    “ ข้าถามว่าแกทำได้ไง ” โกสเริ่มสติแตก     


    “ ก็หายตัวยังไงเล่า ” เหมยลี่ตอบสั้นๆ


    “ อ้อ  อย่างนี้นี่เอง  ใช้เวทมนตร์ล่ะสิ  เพราะในละแวกนี้ ไม่น่ามีใครเร็วกว่าข้า ” โกสดูสบายใจขึ้น  เขาค่อนข้างภูมิใจในความเร็วของตนเอง



         เด็กสาวค่อยๆคลายมือที่กอดอก  จากนั้นก็ปล่อยสองแขนลงข้างลำตัว  นับว่าเป็นการตั้งท่าที่ดูชิวๆ  ส่วนโกสตั้งกระบวนท่าเต็มอัตราศึก  เพราะคิดว่าควรเอาจริงกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า 


    “ หึๆ  คราวนี้ไม่พลาดแน่  เธอไม่ฟลุคถึงสองครั้งหรอกน่า ” โกสยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะพุ่งเข้าไปซัดด้วยหมัดซ้าย ขวา


    “ ย่าห์! ย่าห์!  ย่าห์! ”


     

         ทว่าเหมยลี่กลับโยกร่างกายท่อนบนหลบหลีกเพียงเล็กน้อย  ทำให้ทุกหมัดที่ปล่อยออกมา ล้วนจั่วลม


     

         ยิ่งโกสโจมตีมากเท่าไหร่  ยิ่งรู้สึกถึงความห่างชั้นมากเท่านั้น  แต่เขายังมีไม้เด็ดซ่อนอยู่  จึงรวบรวมกำลัง เพื่อปลดปล่อยสิ่งนั้นในระยะประชิด 


    “ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ”


     

        กรงเล็บนับสิบพุ่งเข้าใส่เหมยลี่  ส่งผลให้เด็กสาวต้องยกสองแขนขึ้นมาปัดป้อง  เสียงหมัดปะทะหมัดดังสะท้านกลางความเงียบ


    “ ปึก ปึก ปึก ”


     

         ฝ่ามือของพวกเขารัวใส่กันอย่างรวดเร็ว  ราวกับปืนกล  ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้แก่กัน เวลาผ่านไปไม่นาน  เหมยลี่ก็กุมความได้เปรียบ  เธอกดดันจนทำให้โกสถอยหนี


    “ เฮ้ย  นี่มันอะไรกัน  เหวอ ” โกสเซเล็กน้อยจนเกือบล้ม  แต่ในจังหวะสุดท้าย  เขาก็พลันถีบตัวออกมาตั้งหลักได้ทัน


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก ” โกสหอบจนตัวโยน เขาเหน็ดเหนื่อยจากการโหมโจมตีอย่างดุดัน  ส่วนเด็กสาวยังคงนิ่งเฉย  ไม่มีอาการเหนื่อยอ่อนให้เห็น



         สีหน้าของโกสฉายแววเคร่งเครียด  ตอนนี้เขารู้แล้วว่าฝีมือของตนยังห่างไกลจากเด็กสาวพอสมควร ทันใดนั้นเอง  คิ้วบางก็กระตุกเล็กน้อย เป็นนัยว่าได้คิด


    “ เอ๊ะ  ข้ายังมีทีเด็ดอยู่นี่นา ”


     

          โกสเริ่มแสยะยิ้ม  จากนั้นก็ย่างก้าวไปรอบกายของเด็กสาวที่ยืนนิ่ง ท่าทางดูรัดกุมและไม่เร่งร้อนเหมือนเมื่อครู่


     

          เหมยลี่ระวังตัวมากขึ้น  เพราะในยามที่โกสกลับคืนสู่ความเยือกเย็น เขาจะน่ากลัวกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว  และก็จริงดังคาด  เนโครมันเซอร์หนุ่มยื่นฝ่ามือขวาไปยังจุดที่เด็กสาวยืนอยู่ ก่อนร่ายคาถาเด็ด 


    “ ไบโอ ”


     

          แสงสีเขียวอ่อนพุ่งใส่เหมยลี่  ด้วยระยะประชิด  เลยทำให้เด็กสาวหลบได้แบบฉิวเฉียด แต่เนโครมันเซอร์หนุ่มไม่ยอมเสียโอกาส  เขาพุ่งเข้าไปต่อยซ้าย  ขวา  สลับหมุนตัวศอกกลับ  ทว่าแม่เสือสาวยังพริ้วหลบได้ทุกดอก จังหวะสุดท้าย  ผู้วิเศษเล่นท่าโจมตีที่คาดไม่ถึงด้วยการก้มลงไปเตะตัดขา อีกฝ่ายจึงแก้ลำด้วยการกระโดดถอยหลัง


    “ ปัดโธ่เว้ย  อีกนิดเดียวนังหนูคนสวยก็ร่วงแล้วแท้ๆ ” เหล่าลูกสมุนต่างพากันสบถ  เพราะกระบวนท่าเด็ดของลูกพี่ใหญ่ทำได้แค่เกือบ 


    “ อืม…ฝีมือดีขึ้นนี่  ใช้คาถาสลับโจมตีระยะประชิด  นับว่าไม่เลวเลย ” เด็กสาวเอ่ยชม 


    “ หึๆ  มันยังไม่จบแค่นี้หรอก  สาวน้อย ” โกสแสยะยิ้ม  ก่อนร่ายคาถาอีกครั้ง แสงสีเทาเปล่งประกายที่มือขวา


    “ สต๊อป ”


     

         แสงสีเทาพุ่งใส่เหมยลี่ แต่เธอก็ฉากหลบได้ง่ายๆ  จังหวะนั้นเอง โกสพุ่งเข้ามาจับข้อมือของเด็กสาว


    “ ทีนี้แกก็หลบไม่ได้แล้ว  รับนี่ไป  สต๊อป ”


     

         แสงสีเทาปรากฏบนมือขวาอีกครั้ง  แต่ก่อนจะได้ยิงออกมา  เหมยลี่ก็กระแทกศอกใส่ใบหน้า


    “ อั้ก ” โกสถึงกับหน้าหงาย แต่เนโครมันเซอร์หนุ่มก็ข่มความเจ็บปวดและร่ายคาถาต่อ 


    “ สต๊อป ”


     

        ไม่ทันที่โกสจะได้ปล่อยคาถาเด็ด  เด็กสาวก็แทงเข่าเข้าไปที่ท้องน้อยจนตัวงอเป็นกุ้ง ทว่ามันยังไม่จบเท่านี้  วินาทีต่อมา  เหมยลี่ก็กระทุ้งเข่าใส่จุดเดิมถี่รัว  ทำให้เนโครมันเซอร์หนุ่มกระตุกกายแรง 


    “ อุ้ก  อุ้ก  อุ้ก ”


     

          เมื่อโดนการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็ว  โกสก็หมดสิทธิ์ปล่อยคาถา เขาร่วงลงมานั่งชันเข่า  สองมือกุมท้อง  ปิดท้ายด้วยสำรอกอาหารออกมา


    “ อ้วก....... ”


     

         ดวงตาของเหมยลี่เรียบเฉยจนไร้ความรู้สึก  อึดใจต่อมา  เธอก็ชี้แนะ


    “ จะเข้าประชิดใคร  ก็ดูฝีมือตัวเองก่อนว่าพอต่อกรกับอีกฝ่ายได้หรือเปล่า  และถ้านายใช้วิธียิงคาถา แล้วดอดเข้ามาจู่โจม  จากนั้นก็ถอยฉากออกไป  แบบนั้นน่าจะดีกว่า ” 


    “ หน็อย…. ” โกสกัดฟันกรอดใหญ่ เขาแค้นที่ไม่อาจทำอะไรได้  ส่วนเหมยลี่นั้นไม่ได้ตามเข้ามาซ้ำเติม  เธอเพียงเอ่ยถามเบาๆ


    “ จะยอมแพ้  แล้วไปจากหมู่บ้านมั้ย ”


     

         กลุ่มคนร้ายต่างพากันเงียบกริบ  ทั้งที่เมื่อครู่  เพิ่งส่งเสียงเชียร์ลูกพี่ใหญ่  ส่วนเหล่าชาวบ้านไม่ต้องพูดถึง  ทุกคนล้วนแต่ยิ้มจนหน้าบาน  พวกเขาดีใจเอามากๆ  เพราะใกล้จะปลดเเอกจากแก๊งอันธพาลได้


    “ ฮ่าๆ  ข้าไม่มีวันยอมแพ้หรอก ” โกสทำท่าเหมือนจะมีไม้เด็ดซ่อนอยู่ ทั้งที่ความเป็นจริง  หมดมุกจะต่อสู้แล้ว ฝีมือระหว่างเขากับเธอ  มันห่างชั้นกันเกินไป 


    “ เฮ้อ…งั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ” เหมยลี่ผายมือออก  ท่าทางเบื่อหน่าย จากนั้นเธอก็หันมามองโกส  แววตานิ่งเฉยดุจเดิม 


    “ เฮือก.....” โกสผวา แต่แทนที่เด็กสาวจะพุ่งเข้าไปโจมตี  เพื่อปิดฉากการต่อสู้  เธอกลับป่าวประกาศ  ที่ทำให้ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก 


    “ ชั้นขอสละสิทธิ์การต่อสู้ในรอบที่สองให้กับ…..” 


    ……………………….


          มาวินสะลึมสะลือ  อาการเหมือนอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น  หูได้ยินเสียงเรียก


    “ มาวิน  มาวิน  มาวิน.” 


    “ อื้อ  ใครน่ะ ” มาวินกะพริบตาถี่  เขาสะบัดศีรษะไปมา  เพื่อขับไล่ความมึนงง 


    “ มาวิน  ตื่นได้แล้ว ” บุคคลผู้นั้นเริ่มเร่งเร้า  เสียงคุ้นหูเอามากๆ  ภาพใบหน้าเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รู้ว่าคนๆนั้นก็คือ…เหมยลี่


    “ เอ๋  เหมยลี่  ชั้นจำได้ว่าโดนไอ้หน้าซีดอัดซะยับ  นี่ชั้นสลบไปใช่มั้ย ” มาวินพยุงกายลุกขึ้นนั่ง  พร้อมเอ่ยถาม แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้างง


    “ นายเป็นบ้าอะไร  แล้วเหมยลี่คือใคร  ชั้นชื่อจัน  เป็นเพื่อนของนาย ” 


    “ เอ๊ะ  อ้าว  เอ๋ ” มาวินเริ่มสับสน  เขาเหลียวมองรอบตัว  จึงพบว่ากำลังนอนอยู่บนเสื่อสานสีเขียว  มีสายลมพัดโชยจากทางหน้าต่าง  รอบห้องบุด้วยไม้แบบบ้านชนบท 


    “ ที่นี่คือ...” เด็กหนุ่มดูตื่นๆ


    “ บ้านของแม่ชั้นที่ปทุมไง  นายจำไม่ได้เหรอ ” จันตอบกลับ  สายตาส่อแววเป็นห่วง


     

          มาวินแคลงใจ  ดวงตาเพ่งมองเด็กสาวอีกที  จึงพบว่าเธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำที่ถกแขนเสื้อขึ้นมาจนเกือบถึงไหล่  ท่อนล่างสวมกางเกงขาสามส่วน  อันเป็นสไตค์การแต่งตัวของจัน ทำให้มั่นใจว่าเขาน่าจะอยู่ในโลกแห่งความจริง



          เด็กหนุ่มหัวเขียวเกิดความรู้สึกหลากหลาย  มันสับสนปนเปไปหมด  ทั้งที่ตอนนี้  เขาควรดีใจที่ได้กลับมา แต่ลึกๆนึกเสียดาย  เพราะติดใจการผจญภัยที่โลก The DarkWorld


    “ นายวิน  นายวิน  เฮ้  นายวิน ” จันร้องเรียกมาวินอยู่หลายทีจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง 


    “ เอ๊ะ  มีอะไร  ยัยโย่ง เฮ้ย  ไม่ใช่ซิ  จัน ” มาวินตอบตะกุกตะกัก 


    “ เมื่อกี้ชั้นพูดไปตั้งหลายคำ  แต่นายกลับเหม่อ เป็นอะไร  ดูแปลกๆไปนะ ” เด็กสาวคาดคั้น 


    “ เอ่อ…ไม่มีอะไรหรอก  ฮะๆ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ


     

         จันมองหน้ามาวินอยู่ครู่หนึ่ง  ดวงตาคมพินิจอย่างละเอียด  ส่วนทางด้านเด็กหนุ่ม  เขาได้แต่นั่งกระสับกระส่าย  ภายในใจแอบขบคิด


    “ ขืนเล่าเรื่องที่เจอมาให้ฟัง  มีหวังต้องย้ายจากบ้านไปอยู่โรงพยาบาลบ้า ”


     

          เมื่อเห็นว่าต่อให้ซักถามยังไง  ก็ไม่ได้ความจริง เด็กสาวจึงลุกขึ้นยืน  แล้วเดินจากไป  แต่ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตู เธอได้หันกลับมาบอก


    “ พ่อกับแม่เรียกนายไปกินข้าว ถ้าพร้อมแล้ว  ก็ออกมา  วันนี้น้าเดชก็มากินด้วย ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน