บรรยากาศในตอนนั้นดูอึมครึม เพราะอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เมื่อนำความพ่ายแพ้ของเด็กหนุ่มมาประกอบ ยิ่งทำให้รู้สึกหม่นหมองเป็นเท่าทวี
“ พวกเจ้าแพ้ไปหนึ่งยกแล้ว ใครจะสู้ต่อในยกสอง ” โกสเอ่ยถาม ท่าทางหยิ่งผยอง
เหล่าชาวบ้านต่างมองหน้ากันเอง ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีใครกล้าออกไปสู้ศึก และในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังจะกล่าวยอมแพ้ เหมยลี่ก็ก้าวออกมา แล้วชิงประกาศด้วยเสียงที่ห้าวหาญ
“ ตัวแทนคนที่สองคือชั้น ”
“ วิ้ด วิ้ว คู่ต่อสู้คือสาวสวย น่าอิจฉาจังเลย ” เมื่อเห็นว่าผู้นำจะได้สู้กับสาวงาม เสียงเป่าปากเจี๊ยวจ๊าวจากเหล่าลูกสมุนก็ดังขึ้น
โกสยืนสงบนิ่ง แววตาที่มองมายังเด็กสาวร่างสูงดูกรุ้มกริ่มยังไงชอบกล ส่วนผู้ใหญ่บ้านถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปากก็ร้องทัดทาน
“ อย่าไปสู้เลย แม่หนูก็เห็นแล้วนี่ว่ามันเก่งแค่ไหน ”
เหมยลี่ยิ้มเล็กน้อย อันแฝงบารมีบางอย่างที่ทำให้ผู้คนเชื่อมั่น จากนั้นก็ตอบกลับมาด้วยเสียงที่อ่อนโยน
“ ไม่เป็นไรหรอก ลุง ชั้นจะจัดการเจ้านี่เอง ”
หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด เขาเผลอพยักหน้ารับและปล่อยให้เด็กสาวออกไปต่อสู้
เหมยลี่เข้าสู่ลานประลอง ทันทีที่อยู่ห่างจากโกสประมาณ 10 ก้าว เนโครมันเซอร์หนุ่มก็ทักทายด้วยเสียงที่พยายามจะดัดให้หวาน
“ สาวน้อยอย่าสู้กับพี่เลย มาเป็นผู้หญิงของข้าดีกว่า เหอ เหอ เหอ”
เหมยลี่ไม่ตอบคำ ดวงตาแน่วนิ่งและไร้อารมณ์ ร่างสูงเพรียวหยัดยืนไม่ไหวติง คล้ายว่าเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสายลมไปแล้ว
คิ้วของโกสเริ่มขมวดนิดๆ เพราะไม่ชอบท่าทีแบบนี้ มันทำให้เขาดูเหมือนตัวตลก จึงตวาดใส่อีกฝ่ายอย่างดุดัน
“ เงียบอยู่ทำไม หรือว่ากลัวจนพูดไม่ออก ”
เหมยลี่ไม่ตอบในประเด็นนั้น เธอเพียงยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็กวักมือท้าทาย
“ เข้ามาเลย ”
โกสเกิดอาการของขึ้นจนเส้นเลือดผุดบนใบหน้า เพราะที่ผ่านมา ผู้คนมักจะให้ความยำเกรงอยู่ตลอด ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา
“ อวดดีนักนะ แค่โดนอัดทีเดียว เธอก็หมอบแล้ว ” โกสข่มขวัญ ก่อนย่างสามขุมเข้าหา พอถึงระยะสี่ก้าว ก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงชนิดที่คนธรรมดาแทบมองไม่ทัน เพียงพริบตา ก็หยุดตรงหน้าของเด็กสาว ทว่าผู้วิเศษกลับกระโดดทแยงมุมไปอยู่ด้านหลัง แล้วสับต้นคอด้วยสันมือ
“ เสร็จข้าล่ะ สาวน้อย ”
ทันทีที่สันมือสัมผัสต้นคอ โกสก็พบว่าตัวเองได้หวดอากาศที่ว่างเปล่า ด้วยความที่ทุ่มสุดแรง จึงส่งผลให้เซถลาจนเกือบล้ม
“ เฮ้ย! นังเด็กนั่นหายไปไหน ” โกสเหลียวซ้ายแลขวา เขารู้สึกตื่นตระหนก เพราะอยู่ดีๆ เหมยลี่ก็หายไป ราวกับกลายสภาพเป็นอากาศธาตุ ทันใดนั้นเอง เสียงใสๆของเด็กสาวก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
“ หาชั้นอยู่เหรอ ”
โกสหันกลับมาดู จึงพบกับเหมยลี่ที่ยืนกอดอกอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าผ่อนคลาย แถมยังคล้ายจะยิ้มนิดๆ
“ เหวอ ” โกสรีบกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก ดวงตาเบิกโพลง เมื่อปรับอารมณ์ได้ เขาก็เอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเทา
“ แกทำได้ไง ”
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเหนือมนุษย์ ส่งผลให้ชาวแก๊งผู้คึกคะนองถึงกับเงียบในบัดดล แม้แต่ฝั่งชาวบ้านก็ได้แต่อ้าปากค้าง เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กสาวร่างสูงจะมีฝีมือขนาดนี้
“ ข้าถามว่าแกทำได้ไง ” โกสเริ่มสติแตก
“ ก็หายตัวยังไงเล่า ” เหมยลี่ตอบสั้นๆ
“ อ้อ อย่างนี้นี่เอง ใช้เวทมนตร์ล่ะสิ เพราะในละแวกนี้ ไม่น่ามีใครเร็วกว่าข้า ” โกสดูสบายใจขึ้น เขาค่อนข้างภูมิใจในความเร็วของตนเอง
เด็กสาวค่อยๆคลายมือที่กอดอก จากนั้นก็ปล่อยสองแขนลงข้างลำตัว นับว่าเป็นการตั้งท่าที่ดูชิวๆ ส่วนโกสตั้งกระบวนท่าเต็มอัตราศึก เพราะคิดว่าควรเอาจริงกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า
“ หึๆ คราวนี้ไม่พลาดแน่ เธอไม่ฟลุคถึงสองครั้งหรอกน่า ” โกสยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะพุ่งเข้าไปซัดด้วยหมัดซ้าย ขวา
“ ย่าห์! ย่าห์! ย่าห์! ”
ทว่าเหมยลี่กลับโยกร่างกายท่อนบนหลบหลีกเพียงเล็กน้อย ทำให้ทุกหมัดที่ปล่อยออกมา ล้วนจั่วลม
ยิ่งโกสโจมตีมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกถึงความห่างชั้นมากเท่านั้น แต่เขายังมีไม้เด็ดซ่อนอยู่ จึงรวบรวมกำลัง เพื่อปลดปล่อยสิ่งนั้นในระยะประชิด
“ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ”
กรงเล็บนับสิบพุ่งเข้าใส่เหมยลี่ ส่งผลให้เด็กสาวต้องยกสองแขนขึ้นมาปัดป้อง เสียงหมัดปะทะหมัดดังสะท้านกลางความเงียบ
“ ปึก ปึก ปึก ”
ฝ่ามือของพวกเขารัวใส่กันอย่างรวดเร็ว ราวกับปืนกล ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้แก่กัน เวลาผ่านไปไม่นาน เหมยลี่ก็กุมความได้เปรียบ เธอกดดันจนทำให้โกสถอยหนี
“ เฮ้ย นี่มันอะไรกัน เหวอ ” โกสเซเล็กน้อยจนเกือบล้ม แต่ในจังหวะสุดท้าย เขาก็พลันถีบตัวออกมาตั้งหลักได้ทัน
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ” โกสหอบจนตัวโยน เขาเหน็ดเหนื่อยจากการโหมโจมตีอย่างดุดัน ส่วนเด็กสาวยังคงนิ่งเฉย ไม่มีอาการเหนื่อยอ่อนให้เห็น
สีหน้าของโกสฉายแววเคร่งเครียด ตอนนี้เขารู้แล้วว่าฝีมือของตนยังห่างไกลจากเด็กสาวพอสมควร ทันใดนั้นเอง คิ้วบางก็กระตุกเล็กน้อย เป็นนัยว่าได้คิด
“ เอ๊ะ ข้ายังมีทีเด็ดอยู่นี่นา ”
โกสเริ่มแสยะยิ้ม จากนั้นก็ย่างก้าวไปรอบกายของเด็กสาวที่ยืนนิ่ง ท่าทางดูรัดกุมและไม่เร่งร้อนเหมือนเมื่อครู่
เหมยลี่ระวังตัวมากขึ้น เพราะในยามที่โกสกลับคืนสู่ความเยือกเย็น เขาจะน่ากลัวกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว และก็จริงดังคาด เนโครมันเซอร์หนุ่มยื่นฝ่ามือขวาไปยังจุดที่เด็กสาวยืนอยู่ ก่อนร่ายคาถาเด็ด
“ ไบโอ ”
แสงสีเขียวอ่อนพุ่งใส่เหมยลี่ ด้วยระยะประชิด เลยทำให้เด็กสาวหลบได้แบบฉิวเฉียด แต่เนโครมันเซอร์หนุ่มไม่ยอมเสียโอกาส เขาพุ่งเข้าไปต่อยซ้าย ขวา สลับหมุนตัวศอกกลับ ทว่าแม่เสือสาวยังพริ้วหลบได้ทุกดอก จังหวะสุดท้าย ผู้วิเศษเล่นท่าโจมตีที่คาดไม่ถึงด้วยการก้มลงไปเตะตัดขา อีกฝ่ายจึงแก้ลำด้วยการกระโดดถอยหลัง
“ ปัดโธ่เว้ย อีกนิดเดียวนังหนูคนสวยก็ร่วงแล้วแท้ๆ ” เหล่าลูกสมุนต่างพากันสบถ เพราะกระบวนท่าเด็ดของลูกพี่ใหญ่ทำได้แค่เกือบ
“ อืม…ฝีมือดีขึ้นนี่ ใช้คาถาสลับโจมตีระยะประชิด นับว่าไม่เลวเลย ” เด็กสาวเอ่ยชม
“ หึๆ มันยังไม่จบแค่นี้หรอก สาวน้อย ” โกสแสยะยิ้ม ก่อนร่ายคาถาอีกครั้ง แสงสีเทาเปล่งประกายที่มือขวา
“ สต๊อป ”
แสงสีเทาพุ่งใส่เหมยลี่ แต่เธอก็ฉากหลบได้ง่ายๆ จังหวะนั้นเอง โกสพุ่งเข้ามาจับข้อมือของเด็กสาว
“ ทีนี้แกก็หลบไม่ได้แล้ว รับนี่ไป สต๊อป ”
แสงสีเทาปรากฏบนมือขวาอีกครั้ง แต่ก่อนจะได้ยิงออกมา เหมยลี่ก็กระแทกศอกใส่ใบหน้า
“ อั้ก ” โกสถึงกับหน้าหงาย แต่เนโครมันเซอร์หนุ่มก็ข่มความเจ็บปวดและร่ายคาถาต่อ
“ สต๊อป ”
ไม่ทันที่โกสจะได้ปล่อยคาถาเด็ด เด็กสาวก็แทงเข่าเข้าไปที่ท้องน้อยจนตัวงอเป็นกุ้ง ทว่ามันยังไม่จบเท่านี้ วินาทีต่อมา เหมยลี่ก็กระทุ้งเข่าใส่จุดเดิมถี่รัว ทำให้เนโครมันเซอร์หนุ่มกระตุกกายแรง
“ อุ้ก อุ้ก อุ้ก ”
เมื่อโดนการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็ว โกสก็หมดสิทธิ์ปล่อยคาถา เขาร่วงลงมานั่งชันเข่า สองมือกุมท้อง ปิดท้ายด้วยสำรอกอาหารออกมา
“ อ้วก....... ”
ดวงตาของเหมยลี่เรียบเฉยจนไร้ความรู้สึก อึดใจต่อมา เธอก็ชี้แนะ
“ จะเข้าประชิดใคร ก็ดูฝีมือตัวเองก่อนว่าพอต่อกรกับอีกฝ่ายได้หรือเปล่า และถ้านายใช้วิธียิงคาถา แล้วดอดเข้ามาจู่โจม จากนั้นก็ถอยฉากออกไป แบบนั้นน่าจะดีกว่า ”
“ หน็อย…. ” โกสกัดฟันกรอดใหญ่ เขาแค้นที่ไม่อาจทำอะไรได้ ส่วนเหมยลี่นั้นไม่ได้ตามเข้ามาซ้ำเติม เธอเพียงเอ่ยถามเบาๆ
“ จะยอมแพ้ แล้วไปจากหมู่บ้านมั้ย ”
กลุ่มคนร้ายต่างพากันเงียบกริบ ทั้งที่เมื่อครู่ เพิ่งส่งเสียงเชียร์ลูกพี่ใหญ่ ส่วนเหล่าชาวบ้านไม่ต้องพูดถึง ทุกคนล้วนแต่ยิ้มจนหน้าบาน พวกเขาดีใจเอามากๆ เพราะใกล้จะปลดเเอกจากแก๊งอันธพาลได้
“ ฮ่าๆ ข้าไม่มีวันยอมแพ้หรอก ” โกสทำท่าเหมือนจะมีไม้เด็ดซ่อนอยู่ ทั้งที่ความเป็นจริง หมดมุกจะต่อสู้แล้ว ฝีมือระหว่างเขากับเธอ มันห่างชั้นกันเกินไป
“ เฮ้อ…งั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ” เหมยลี่ผายมือออก ท่าทางเบื่อหน่าย จากนั้นเธอก็หันมามองโกส แววตานิ่งเฉยดุจเดิม
“ เฮือก.....” โกสผวา แต่แทนที่เด็กสาวจะพุ่งเข้าไปโจมตี เพื่อปิดฉากการต่อสู้ เธอกลับป่าวประกาศ ที่ทำให้ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก
“ ชั้นขอสละสิทธิ์การต่อสู้ในรอบที่สองให้กับ…..”
……………………….
มาวินสะลึมสะลือ อาการเหมือนอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น หูได้ยินเสียงเรียก
“ มาวิน มาวิน มาวิน.”
“ อื้อ ใครน่ะ ” มาวินกะพริบตาถี่ เขาสะบัดศีรษะไปมา เพื่อขับไล่ความมึนงง
“ มาวิน ตื่นได้แล้ว ” บุคคลผู้นั้นเริ่มเร่งเร้า เสียงคุ้นหูเอามากๆ ภาพใบหน้าเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รู้ว่าคนๆนั้นก็คือ…เหมยลี่
“ เอ๋ เหมยลี่ ชั้นจำได้ว่าโดนไอ้หน้าซีดอัดซะยับ นี่ชั้นสลบไปใช่มั้ย ” มาวินพยุงกายลุกขึ้นนั่ง พร้อมเอ่ยถาม แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้างง
“ นายเป็นบ้าอะไร แล้วเหมยลี่คือใคร ชั้นชื่อจัน เป็นเพื่อนของนาย ”
“ เอ๊ะ อ้าว เอ๋ ” มาวินเริ่มสับสน เขาเหลียวมองรอบตัว จึงพบว่ากำลังนอนอยู่บนเสื่อสานสีเขียว มีสายลมพัดโชยจากทางหน้าต่าง รอบห้องบุด้วยไม้แบบบ้านชนบท
“ ที่นี่คือ...” เด็กหนุ่มดูตื่นๆ
“ บ้านของแม่ชั้นที่ปทุมไง นายจำไม่ได้เหรอ ” จันตอบกลับ สายตาส่อแววเป็นห่วง
มาวินแคลงใจ ดวงตาเพ่งมองเด็กสาวอีกที จึงพบว่าเธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำที่ถกแขนเสื้อขึ้นมาจนเกือบถึงไหล่ ท่อนล่างสวมกางเกงขาสามส่วน อันเป็นสไตค์การแต่งตัวของจัน ทำให้มั่นใจว่าเขาน่าจะอยู่ในโลกแห่งความจริง
เด็กหนุ่มหัวเขียวเกิดความรู้สึกหลากหลาย มันสับสนปนเปไปหมด ทั้งที่ตอนนี้ เขาควรดีใจที่ได้กลับมา แต่ลึกๆนึกเสียดาย เพราะติดใจการผจญภัยที่โลก The DarkWorld
“ นายวิน นายวิน เฮ้ นายวิน ” จันร้องเรียกมาวินอยู่หลายทีจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง
“ เอ๊ะ มีอะไร ยัยโย่ง เฮ้ย ไม่ใช่ซิ จัน ” มาวินตอบตะกุกตะกัก
“ เมื่อกี้ชั้นพูดไปตั้งหลายคำ แต่นายกลับเหม่อ เป็นอะไร ดูแปลกๆไปนะ ” เด็กสาวคาดคั้น
“ เอ่อ…ไม่มีอะไรหรอก ฮะๆ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ
จันมองหน้ามาวินอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคมพินิจอย่างละเอียด ส่วนทางด้านเด็กหนุ่ม เขาได้แต่นั่งกระสับกระส่าย ภายในใจแอบขบคิด
“ ขืนเล่าเรื่องที่เจอมาให้ฟัง มีหวังต้องย้ายจากบ้านไปอยู่โรงพยาบาลบ้า ”
เมื่อเห็นว่าต่อให้ซักถามยังไง ก็ไม่ได้ความจริง เด็กสาวจึงลุกขึ้นยืน แล้วเดินจากไป แต่ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตู เธอได้หันกลับมาบอก
“ พ่อกับแม่เรียกนายไปกินข้าว ถ้าพร้อมแล้ว ก็ออกมา วันนี้น้าเดชก็มากินด้วย ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
