สายลมพัดพาเสียงกรีดร้องและเสียงการต่อสู้ดังเข้าไปถึงตำหนักเยี่ยนหนิงที่พำนักของซุนฮองเฮาแห่งแคว้นต้าเฉียน บรรดานางข้าหลวงและบรรดาขันทีภายในตำหนักต่างก็พากันหาวิธีหลบหนีออกไปจากที่นี่ มีเพียงซุนฮองเฮาเพียงเท่านั้นที่ยังคงยืนประทับนิ่งจ้องมองความวุ่นวายด้านนอกด้วยสายพระเนตรที่เ็า
“ต่อสู้ดิ้นรนแก่งแย่งชิงดีมาจนได้นั่งครองตำแหน่งนี้แค่เพียงสามเดือน ข้ายังไม่ทันได้มีเวลาชื่นชมกับความสำเร็จของตนเองเลย แต่ท่านกลับทำลายความพยายามทั้งหมดของข้าไปเสียจนหมดสิ้น ท่านเสนาบดีเยว่ท่านไม่คิดถึงความสัมพันธ์แต่เก่าก่อนพวกเราบ้างเลยหรือ ถึงอย่างไรข้าก็เคยเป็ญาติผู้น้องต่างสกุลที่เติบโตขึ้นมาภายในจวนของท่าน ท่านคงจะไม่ได้ลืมเลือนเื่นี้ไปกระมัง”
ซุนฮองเฮาทรงตรัสแล้วหันพระวรกายกลับมาทอดพระเนตรบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพระนางด้วยสีพระพักตร์อันสงบนิ่ง บุรุษตรงหน้ามีรูปร่างสูงโปร่งทั่วทั้งร่างฉาบไปด้วยความเ็าจนหนาวเหน็บ สายตาที่ใช้จ้องมองพระนางนั้นคมกริบประดุจคันศรทำให้พระนางต้องพระหัตถ์แน่นเพื่อลดทอนความหวาดหวั่นในพระทัย
“ย่อมจะไม่มีทางลืม จวนสกุลเยว่ของข้าสั่งสมคุณงามความดีมาหลายร้อยปีมีเพียงเ้าที่ทำให้สกุลของข้าต้องด่างพร้อย” คำพูดประโยคนี้ทำให้พระนางถึงกับแย้มพระสรวลออกมาด้วยความเย้ยหยัน
“ต้องขอบคุณสกุลเยว่ที่ให้ที่อยู่ที่กินและมอบความรู้ความสามารถให้แก่ข้า รวมไปถึงความทะเยอทะยานอันไร้ขีดจำกัดของข้าด้วย” คำพูดประโยคนี้ทำให้เยว่ซื่ออันส่ายศีรษะในทันที
“ความทะเยอทะยานเป็เื่ดี แต่ความภักดีต่อปวงประชาก็เป็เื่สำคัญ เ้าทะเยอทะยานเพื่อตนเองใช้เล่ห์กลสารพัดบีบบังคับให้ผู้อื่นต้องทำงานให้ รวมไปถึงล่อลวงและวางยาทำร้ายฝ่าาเพื่อจะได้รวบรวมพระราชอำนาจมาอยู่ในมือของตนเอง เื่ที่เ้าทำเหล่านี้ก็เพียงเพื่อตอบสนองความทะยานอยากของตัวเ้าเองทั้งนั้น ซุนเจียอีในเื่ความทะเยอทะยานจนทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้จวนสกุลเยว่ของข้าไม่ได้สอนเ้า” คำพูดประโยคนี้ของเยว่ซื่ออันทำให้นางพลันหัวเราะออกมา
“สตรีตัวเล็กๆ ที่เข้ามาขออาศัยในจวนของพวกท่าน หากไม่รู้จักปรับตัวและเอาตัวรอดก็คงจะต้องถูกเหยียบย่ำไปจนชั่วชีวิต ข้าคนนี้แม้ว่าโชคดีที่ได้เข้าไปอยู่จวนสกุลเยว่ แต่ข้ากลับโชคดีมากกว่าที่มีความรู้ความสามารถติดตัวย่อมไม่มีทางยินยอมเป็เศษดินเศษหญ้าอยู่ก้นจวนสกุลเยว่อยู่แล้ว”
“เศษดินอยู่ก้นจวนหรือ เ้าน่ะหรือเศษดิน ท่านแม่ของข้าดูแลเ้าเป็อย่างดีไม่ต่างจากน้องสาวต่างมารดาของข้าเลย มีเพียงเ้าที่หลอกใช้ความรักความเอ็นดูของนางเป็เครื่องมือในการผลักดันตนเองจนสามารถแต่งเข้าราชวงศ์ได้ ความสามารถของเ้ามีมากก็จริงน่าเสียดายที่ใช้ผิดที่ผิดทางไปหน่อย เ้าคงจะไม่รู้กระมังว่าแม้แต่ยามนี้ท่านแม่ของข้าก็ยังคงเฝ้าร้องขอให้ข้าช่วยชีวิตของเ้าเอาไว้ให้ได้ แล้วเ้าเล่าในใจของเ้าเคยคิดถึงท่านแม่ของข้าบ้างหรือไม่” คำพูดของเยว่ซื่ออันทำให้ดวงเนตรอันงดงามพลันแดงก่ำและมีหยาดน้ำตาไหลลงมา
“ข้าย่อมคิดถึงนางมากกว่าผู้อื่นอยู่แล้ว ในโลกใบนี้มีเพียงท่านป้าที่รักและหวังดีต่อข้า เสียดายก็แต่ว่าข้าไร้วาสนาที่จะได้ตอบแทนพระคุณของนางแล้ว” ถ้อยคำประโยคนี้ทำให้เยว่ซื่ออันพลันมีสีหน้าซับซ้อนแต่แล้วก็พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่กลับมาเคร่งขรึมจริงจังอีกครั้ง
“ฏซุนเจียอี เ้าอย่าได้เอ่ยออกมาให้มากความเลยยามนี้คนของพวกเ้าล้วนถูกจับกุมและถูกฆ่าตายไปจนหมดสิ้นแล้ว” คำพูดของบุรุษตรงหน้าทำให้ซุนฮองเฮาทรงส่ายพระพักตร์ในทันที
"คำก็ฏ สองคำก็ฏ แม้จะเป็เวลาแค่เพียงสั้นๆ แต่ข้าก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็ฮองเฮาอย่างถูกต้อง ยามนี้ฝ่าาทรงประชวรท่านจะมายัดเยียดข้อหาฏให้แก่ข้าเช่นนี้ไม่ได้"
”เหตุใดจะไม่ได้เล่าหลักฐานทุกอย่างล้วนอยู่ในมือของข้าแล้ว" เยว่ซื่ออันเอ่ยพลางดึงโถยาใบเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อสีพระพักตร์ของซุนฮองเฮาจึงได้พลันซีดเผือดเมื่อได้เห็นว่าโถยาใบน้อยนี้คือยาตำรับเฉพาะที่พระนางตั้งใจปรุงขึ้นมาเพื่อถวายพระสวามี
"เป็ท่านนั่นแหละที่ก่อฏ ข้าจะป่าวประกาศให้ผู้อื่นได้รับรู้ว่าเยว่ซื่ออันต่างหากที่คิดฏ" ซุนฮองเฮาทรงตรัสออกมาแล้วก็เสด็จผ่านหน้าของเยว่ซื่ออันไปแต่เขากลับเหนี่ยวรั้งพระนางเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
"อย่าได้คิดสร้างความวุ่นวายเพิ่ม คมดาบล้วนไม่มีตา ยามนี้ฝ่าาทรงสิ้นพระชนม์แล้วผู้ที่จะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากฝ่าามีเพียงหลี่เหวินหลงโอรสของอดีตองค์รัชทายาทเพียงเท่านั้น" คำพูดประโยคนี้ทำให้ซุนฮองเฮาทรงทรุดพระวรกายลงในทันที
"สิ้นแล้วหรือ ทรงสิ้นพระชนม์ได้อย่างไรเมื่อหัวค่ำข้ายังไปตรวจพระอาการด้วยตนเองอยู่เลย"
"อย่าได้เสแสร้งอีกเลย ยานี้คือยาพิษที่เ้าปรุงขึ้นมาเพื่อถวายฝ่าามิใช่หรือข้าตรวจดูแล้วล้วนเป็ตัวยาที่มีพิษทั้งสิ้น"
"ข้าไม่ได้เสแสร้ง ฝ่าาได้รับพิษจริงแต่ยาที่ข้าถวายเป็แค่เพียงการรักษาด้วยการใช้พิษต้านพิษเพียงเท่านั้น" พระนางทรงตรัสพลางหลั่งน้ำพระเนตรออกมา
“ข้าไม่ได้คิดที่จะปลงพระชนม์ฝ่าา อย่างน้อยใน่ที่ฝ่าายังทรงไม่มีพระโอรสมาสืบทอดราชบัลลังก์ข้าก็ไม่มีทางคิดร้ายต่อฝ่าาแน่ เยว่ซื่ออันเื่นี้ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว"
"จะเข้าใจผิดหรือไม่แค่สอบสวนก็รู้แล้ว พวกเ้านำตัวนางไปสอบสวน” เยว่ซื่ออันหันไปเอ่ยกับคนของตนแต่ซุนฮองเฮากลับส่ายพระพักตร์
“ไม่ต้อง! ไม่ต้องสอบสวนข้าหรอกในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วข้าก็ไม่คิดจะฝืนชะตาของตนเองอีกต่อไปแล้ว” เมื่อตรัสจบก็ทรงดึงปิ่นประดับผมทางด้านหลังออกมา
“เ้าจะทำสิ่งใด” เยว่ซื่ออันเอ่ยพลางก้าวเข้าไปยื้อแย่งปิ่นกับพระนางแต่ซุนฮองเอากลับจ้องมองเขาด้วยสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนแล้วเอ่ยกับเขาด้วยนำเสียงที่ได้ยินกันแค่เพียงสองคน
“ญาติผู้พี่หากข้าจะต้องตาย ข้าก็ขอตายในฐานะฮองเฮาแคว้นต้าเฉียนได้หรือไม่” ถ้อยคำประโยคนี้ทำให้เยว่ซื่ออันพลันนิ่งงันไปพระนางจึงได้กดสลักที่ด้ามปิ่นแล้วใช้ด้านที่มีปลายแหลมคมแทงเข้าไปที่หน้าอกของตนเอง
“เจียอี!” เสียงเรียกของเยว่ซื่ออันดูเหมือนว่าจะล่องลอยมาจากสถานที่อันห่างไกล ความเ็ปจากยาพิษที่ปรุงเองทำให้พระนางได้แต่ร้องออกมาด้วยความเ็ปแล้วสุดท้ายสติของพระนางก็พลันดับมืดไปในทันที…