[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    55 อับอาย

    เปรี้ยง!


    อร๊าก~!!!


    “นี่จงเหยียน แกกล้าถอดชุดเกราะแล้วทิ้งอาวุธมาสู้กับฉันตัวต่อตัวไหม ฉันจะให้โอกาสแกได้สู้กับฉันด้วยพลังของแก”


    “จงเหยียน”


    ตงฟางพยายามพูดกับชายที่ยืนอยู่กลางวงล้อมของลูกเหล็ก ซึ่งพวกมันไม่ใช่ลูกเหล็กธรรมดาเพราะลูกเหล็กของตงฟางกำลังชักนำสายฟ้าให้ผ่าลงไปยังพวกมัน แล้วคนที่ยืนอยู่ใจกลางลูกเหล็กนับร้อยต่างถูกสายฟ้าเล่นงานเช่นเดียวกัน แม้มันจะมียันต์ที่คอยป้องกันสายฟ้า ทว่ายันต์กลับสลายหายไปแล้ว


    “อ้าว หมดพลังแล้วเหรอ นึกว่าจะอยู่ได้นานกว่านี้อีก”


    สายฟ้าที่กำลังโหมกระหน่ำค่อยๆสลายหายไป ปรากฎให้เห็นร่างของชายที่ยืนอยู่ใจกลางสายฟ้า ด้วยชุดเกราะระดับ 3 ที่มันสวมใส่เข้าสู่สนาม ทำให้สายฟ้าสร้างความเสียหายให้กับมันไม่มากเท่าที่ควร เดิมทีมันควรจะตกตายจากสายฟ้า ชุดเกราะกลับลดความเสียหายไปมาก แล้วมันยังกินยาเพิ่มพลังชั่วคราว ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ถึงขั้นเอาชีวิตของมันได้


    “แก ไอ้ตงฟาง ฉันจะฆ่าแก~!”


    กระบี่ถูกค้ำแทนไม้เท้าพยุงร่างให้ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเจ็บปวดทรมาน ทันทีที่ลุกขึ้นยืน จงเหยียนได้หยิบยาฟื้นฟูจำนวนมากกรอกลงไปในปาก แสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยของมัน เม็ดยาที่กลืนลงไปนั้นเป็นเม็ดยาฟื้นฟูระดับ 3 ด้วยราคาสุดแสนจะแพงของมัน แทบไม่มีศิษย์สายนอกคนไหนกล้าใช้งาน


    “เหรอ แต่ค่ายกลฉันยังไม่หมดพลังเลยนะแกจะฆ่าฉันยังไง ต่อให้บาดแผลของแกจะกลับมาหายดีก็เถอะ”


    ตงฟางยังคงยิ้มได้เช่นเดิม ทันใดนั้นเขาก็บังคับพลังจิตเข้าไปควบคุมลูกเหล็กนับร้อยให้มันลอยกลับมาหาตัวของเขา จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอีกครั้งหนึ่ง ตงฟางได้เคลื่อนลูกเหล็กให้ลอยมาตรงหน้าแล้วใช้นิ้วดีดมันเบาๆ ก่อนที่ทุกคนจะเบิกตากว้างเมื่อการดีดของตงฟางสามารถส่งลูกเหล็กให้พุ่งออกไปด้วยความรวดเร็วมหาศาล เข้าโจมตีกระบี่ของจงเหยียนจนหลุดออกจากมือ


    เปล้ง~!


    ลูกเหล็กสลายหายไปหลังจากมันกระทบเข้ากับกระบี่ การโจมตีของตงฟางกลับไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เขาได้ดีดลูกเหล็กออกไปเรื่อยๆจนพวกมันพุ่งเข้าชนร่างของจงเหยียน ต่อให้มันจะพยายามกระโดดหลบมากแค่ไหนก็ตาม ลูกเหล็กที่พุ่งออกไปจากการดีดของตงฟางกลับสามารถพุ่งตามเข้าไปกระแทกชุดเกราะของจงเหยียนส่งเสียงก้องกังวานไปทั่ว


    เปล้ง~! เปล้ง~! เปล้ง~! เปล้ง~! เปล้ง~!


    “จงเหยียน หยุดยืนอยู่กับที่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะ ยังไงตอนนี้แกก็อยู่ในค่ายกลของฉัน หากแกไม่ออกไปจากสนาม ลูกเหล็กพวกนี้ก็จะตามแกไปทุกที่”


    เพล้ง~!


    ชุดเกราะส่วนปลอกแขนทั้งสองข้างแตกละเอียดร่วงลงสู่พื้นดิน จากนั้นชุดเกราะช่วงลำตัวก็เริ่มแตกละเอียดไม่ต่างกัน ด้วยการพุ่งชนของลูกเหล็กจำนวนมากที่ตงฟางส่งเข้าโจมตีเรื่อยๆนี้เองนั้น ค่อยๆทำลายชุดเกราะของอีกฝั่งจนตัวของมันเหลือเพียงแค่เสื้อผ้า


    “แก มันจะมากเกินไปแล้ว”


    การโจมตีที่ไม่สร้างบาดแผลให้อีกฝ่าย กลับมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธชุดเกราะ เป็นการไม่ให้เกียรติอีกฝั่งเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด สิ่งที่เขาทำอยู่ในแผนของเขาเช่นเดิม หากเขาไม่เล่นกับมัน จะเป็นทางฝั่งของเขาที่ถูกคนอื่นเล่นงาน


    แม้การใช้ค่ายกลและการใช้ยันต์ของตงฟาง จะถูกมองว่ามันเป็นเครื่องช่วยภายนอก ทำให้ตงฟางไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง แต่แผนต่อจากนี้ไป เขาจะทำให้ทุกคนที่กำลังคิดว่าเขาแข็งแกร่งด้วยเงินเปลี่ยนความคิดของเขา


    “แกฝึกทักษะมือเปล่ามาไหมจงเหยียน”


    “แกไม่ต้องมาถามฉัน เดี๋ยวจะทำให้แกรู้เองว่าฉันฝึกมาหรือไม่”


    “เอาล่ะ ฉันว่าฉันเล่นมามากพอแล้ว เรามาจริงจังดีกว่า แต่ก่อนอื่นฉันถามแกก่อนได้ไหม”


    “แกจะถามอะไร”


    “การต่อสู้เป็นตาย หากฉันตายไม่มีใครตามล่าแกแน่นอน แล้วถ้าเกิดว่าแกตายล่ะ คนตระกูลจงจะมาไล่ล่าฉันไหม”ตงฟางมองไปยังพี่ชายของจงเหยียนด้วยสายตาท้าทาย


    “ฮ่าๆๆๆ”


    เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความรู้สึกชอบใจดังก้องไปทั่ว จากการหัวเราะของจงเหยียน มันไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะฆ่ามันได้ จึงหัวเราะออกมาเสียงดัง ตอนนี้ตงฟางถอดชุดเกราะเก็บเข้าไปในแหวนของเขาแล้ว เหลือเพียงแค่ตัวเปล่าไม่ต่างจากมัน ด้วยระดับพลังที่มากกว่านี้ มันเชื่อว่าตงฟางสู้มันไม่ได้แน่นอน


    “แกยังคิดว่าจะฆ่าฉันได้อย่างนั้นเหรอตงฟาง”


    “ใช่ หากการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วแกเผลอสะดุดล้มจนฉันฆ่าแกได้ล่ะ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด เอาล่ะ แกบอกมาได้แล้วว่าถ้าแกตาย ตระกูลจงของแกจะทำอะไร”


    “ไม่ต้องห่วง จะไม่มีใครฆ่าแกทั้งนั้น” เสียงร้องมาจากฝั่งของศิษย์สายใน ตงฟางจึงมองจ้องไปยังต้นเสียงจนพบเข้ากับชายผมสีน้ำตาลเข้มมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับจงเหยียนไม่น้อย กำลังส่งยิ้มให้เขาอย่างอวดดี เขาจึงยิ้มท้าทายมันเช่นเดิม


    “พี่ชายพูดเองนะ ถ้าน้องชายพี่ตายอย่ามาสร้างปัญหาให้ผมอีกล่ะ ถ้าพี่ยังสร้างปัญหาให้ผม งั้นผมขอสาปแช่งก่อนแล้วกัน ถ้าพี่ชายสร้างปัญหาให้ผมหลังจากการสู้นี้จบลง ผมขอสาปให้ผู้ชายตระกูลของพี่ถูกสัตว์อสูรแทงตูดจนเสียชายก่อนตาย”


    กรอด~!


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง การต่อสู้เป็นตายจะต้องมีใครคนหนึ่งตาย ไม่สามารถทำให้การต่อสู้เสมอได้ แม้เขาจะทำให้มันเสมออีกฝ่ายก็ไม่น่าจะปล่อยเขาไป  เขาจึงต้องกระตุ้นให้อีกฝ่ายโกรธเพื่อจะตามมาลงมือเขาอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ใช่หลบในมุมมืดเล่นงานเขา สำหรับตระกูลจงเป็นหนึ่งในตระกูลระดับกลางของเมืองหลงไห่ หากเกิดการไล่ล่าขึ้นจริงเขาคิดว่าตัวเองน่าจะพอรับมือได้ ไม่มากก็น้อย แล้วการที่เขายั่วยัวพวกมันพี่น้องก็เพราะต้องการนำพวกมันมาทำบางอย่างที่มีผลในการเลื่อนระดับศิษย์ของเขา


    “จงเหยียน ฆ่ามันซะ~!”


    ชายอีกคนร้องตะโกนออกมา ดูเหมือนว่าพี่ชายของจงเหยียนจะมีไม่น้อย


    “จงเหยียน พี่ชายและญาติของแกเนี๊ยเยอะจริงๆนะ แสดงว่าแกเป็นน้องเล็กสุดสิท่า แล้วพี่ชายแกเนี๊ยมีอีกกี่คน”


    ตงฟางยังคงถามออกไปเช่นเดิม เขารู้ว่าพี่ของมันจะต้องมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน เขาคิดว่าชื่อที่ทุกคนเรียกจงเหยียน ว่าผู้ดูแลร้านจงกู่ลำดับที่ 5 มันจะต้องใช้นับจำนวนพี่ชายมันแน่


    “ตายซะตงฟาง แกไม่จำเป็นต้องรู้อะไรอีก”


    บู้ม~!


    ความเร็วมหาศาลของระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 9 ส่งร่างของมันเข้ามาหาตงฟางแทบไม่ทันได้ตั้งตัว  เขากลับไม่ได้คิดมากใช้พลังจิตดึงตัวเองหลบออกไปด้านข้างได้อย่างง่ายดาย จนอีกฝ่ายต้องพุ่งตามเขามาติดๆพยายามใช้กำปั้นของมันอัดกระแทกเขา


    พรึ่บ พรึ่บพรึ่บ พรึ่บ~!


    “อย่าหลบสิวะ แกมันไอ้กระจอก~!”


    “ฮ่าๆ แกต่างหากไอ้กระจอกจงเหยียน กินยาก็แล้ว ระดับเยอะกว่าก็แล้ว ยังฆ่าระดับก่อตั้งขั้น 1 ไม่ได้ ถ้าไม่ให้เรียกกระจอกแกจะเรียกตัวเองว่าอะไร”


    “แก~!”


    พรึ่บ~!


    หมัดขวาพุ่งเฉียดใบหน้าของตงฟางไปเพียงน้อยนิดจนเขาสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่ถากแก้มไป ทว่าการหลบของเขาแบบฉิวเฉียดกลับเตรียมการสวนกลับเอาไว้ จังหวะที่อีกฝ่ายชกหมัดพลาดไปตงฟางได้กางกรงเล็บแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าใช้เข่าของเขากระแทกเข้ากลางท้องน้อยของมันจนลอยเหนือพื้น จังหวะที่มันกำลังจุกแทบจะสลบไม่ตื่น กรงเล็บในมือข้างขวาของตงฟางได้ขย้ำไปยังกลางหน้าอกของมันทิ้งรอยข่วนของเล็บเอาไว้ท่ามกลางเลือดมากมายพุ่งกระจายออกมา


    ฉั๊วะ~!


    “เมื่อกี้มันอะไรกัน เขาทำได้ยังไง”


    ทุกคนที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของตงฟางล้วนตกใจ มันเป็นการเคลื่อนไหวที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน หากจะให้เทียบมันเหมือนกับงูพุ่งหลบสิ่งกีดขวางเข้าหาเป้าหมาย จังหวะที่หมัดพุ่งผ่านหน้าเขาไป ตงฟางได้พุ่งหลบแขนที่กำลังพุ่งผ่านหน้าแล้วเริ่มโจมตีจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บหนัก พุ่งออกไปไกลจากแรงกระแทก


    “จงเหยียน  แกจะไม่ตายง่ายๆใช่ไหม ลุกขึ้นมาเร็ว”


    จงเหยียนโรยยาไปยังบาดแผลจนเลือดที่กำลังไหลหยุดลงในระยะเวลาอันรวดเร็ว ถึงบาดแผลจะยังไม่สมานตัวแต่ก็ทำให้เคลื่อนไหวได้อีกครั้งหนึ่ง ตงฟางที่เห็นความเร็วทักษะเท้าของอีกฝั่งพุ่งมาถึงตรงหน้าเขาก็ทำเช่นเดิมด้วยการพุ่งหลบไปยังจุดที่เปิดช่องว่างให้เขาเห็นแล้วเตะสวนกลับไป ก่อนที่อีกฝ่ายจะลอยไปไกลเขาได้ข่วนกรงเล็บฝากไว้บนตัวของมันจนมีเลือดพุ่งไปทั่วสนาม


    “จงเหยียน ลุกขึ้นมาเร็ว” ตงฟางร้องเรียกด้วยท่าทางสนุกสนาน


    “แก แกไอ้ตงฟาง แก~!”


    ความโกรธสุดแสนจะวัดได้ส่งมาพร้อมเสียงร้องของจงเหยียน ทันทีที่มันลุกขึ้นยืนมันก็เริ่มพุ่งเข้ามาหาตงฟางอีกเช่นเดิมด้วยทักษะทั้งหมดเท่าที่มี ตงฟางจึงพุ่งเข้าหามันเช่นเดียวกันด้วยทักษะโลหิตสลายกระดูกผสมกับทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือ ถึงอย่างนั้นทุกคนกลับมองเห็นสิ่งที่ต่างออกไป แทนที่ตงฟางจะตกเป็นรองเขากลับสามารถสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายได้ง่ายๆ จนเหมือนว่าตงฟางมีพลังในระดับที่เหนือกว่า


    ทักษะการหลบ ทักษะการโจมตี รวมไปถึงการอ่านคู่ต่อสู้ ตงฟางทำได้ดีกว่าอีกฝ่ายเห็นๆ ทันทีที่อีกฝ่ายกำลังลอยกระเด็นไปไกล ตงฟางได้พุ่งตามไปข่วนมันจนหน้าอกถูกเปิดให้เห็นซี่โครง


    อร๊าก~!


    “หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ ถ้าแกกล้าทำอะไรอีกฉันจะทำให้แกอยู่อย่างยากลำบากที่สุด หยุดเดี๋ยวนี้”


    เสียงร้องของผู้เป็นพี่ชายดังลงมาจากอัฒจันทร์ โดยเสียงร้องที่ตะโกนก้องมันมาพร้อมกับพลังระดับผสานวิญญาณที่กำลังส่งมายังสนามประลอง ทำให้ตงฟางฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้พี่ชายทั้งสองที่กำลังจะเสียน้องชายไป


    “พี่ชาย เราตกลงกันแล้วหนิ หากผมตายจะไม่มีใครไล่ล่าพวกพี่ แต่หากจงเหยียนตาย พี่ชายก็บอกแล้วหนิว่าจะไม่มีใครไล่ล่าผม แล้วสิ่งที่พี่ชายกำลังทำ มันหมายความว่ายังไง นี่การประลองเป็นตายนะ”


    “ปล่อยน้องชายฉันซะ แล้วฉันจะคิดว่าเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”


    “ผมจะเอาอะไรมาเชื่อใจรุ่นพี่ได้  เมื่อครู่พี่ชายก็บอกเองว่าหากน้องชายตายตระกูลจงจะไม่ทำอะไร ตอนนี้กลับข่มขู่ผมว่าจะอยู่ลำบาก ตอนนี้จะเอาอะไรมายืนยันคำพูดของพี่ได้ล่ะ หากผมปล่อยน้องชายพวกพี่ไป”


    “เราสาบาน เราสาบานจะไม่ทำอะไรแกอีก”


    “สาบานเหรอ ผมไม่เชื่อหรอก ใครๆก็พูดได้ว่าสาบาน แต่คนที่เคยพูดผ่านหูผมมานั้น ล้วนทำตรงกันข้าม เพราะงั้น”


    ตงฟางเปิดใช้งานทักษะโลหิตสลายกระดูกขั้น 3 ทำให้รอบๆร่างของเขาเริ่มมีหมอกสีแดงเลือดไหลทะลักออกมามากมาย ทุกคนที่รู้ว่าตงฟางเป็นผู้ใช้พิษต่างสั่นไหวด้วยความกลัว


    “ที่แท้กรงเล็บของเขาเป็นทักษะโลหิตสลายกระดูก”


    ทุกคนที่พยายามนึกถึงทักษะที่ตงฟางใช้ว่าเป็นกรงเล็บอะไรในที่สุดพวกเขาก็ได้คำตอบจากพิษสีแดงเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากร่างกายของเขา จนตอนนี้บนสนามเหลือเพียงแค่จุดที่จงเหยียนเท่านั้นยังไม่ถูกพิษปกคลุม


    “ตงฟาง ฉันสาบานด้วยเกียรติของตระกูลจง พวกเราจะไม่ทำอะไรแกเลย เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน หากแกปล่อยน้องชายฉันไป พวกฉันสาบานว่าจะไม่เอาความและไม่สร้างปัญหาให้แก”


    พี่ชายทั้งสองของจงเหยียนลงไปนั่งคุกเข่า ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับรับรู้ได้ถึงความโกรธแค้นภายในดวงตาของพวกมัน การคุกเข่าสาบานเป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น พวกมันจะต้องหาทางฆ่าเขาแน่นอน หากเขาปล่อยน้องชายของมันไป ยังไงเขาก็ถูกเล่นงานเช่นเดิม


    “เสียใจว่ะ คำสาบานของพวกแกเต็มไปด้วยความโกรธ ฉันไม่รับ แล้วคนที่ท้าประลองเป็นตายก็น้องพวกแก จะมาขอให้ฉันหยุดไม่ได้ ฉันยังจำได้ดีวันที่พวกแกส่งคนมาสร้างความวุ่นวาย เพราะงั้นนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของฉัน ที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าใครก็ตามที่คิดจะมาก่อความวุ่นวายฉันและธุรกิจของฉันมันจะต้องพบเจอกับจุดจบ เพราะงั้น ตายซะ”


    “ไม่~!!!”


    หมอกสีแดงเลือดของตงฟางเข้าไปโอบล้อมร่างของจงเหยียน ทันใดนั้นพี่ชายทั้งสองของมันก็พุ่งเข้ามาขวางทำให้พิษของเขาพัดกระจายตัวออกไป


    “ฉันขอให้สิทธิการประลองเป็นตายแก้แค้นให้กับน้องชาย โดยการประลองครั้งนี้จะแลกกับการที่ฉันถูกขับไล่ออกจากสถาบัน”


    เสียงร้องตะโกนจากหนึ่งในผู้เป็นพี่ดังก้องไปทั่วสนาม สร้างความสงสัยให้ศิษย์ไม่น้อย พวกเขาไม่รู้ว่าการปะลองเป็นตายสามารถแทรกแซงได้ สำหรับตงฟางเขากลับดีใจเพราะตอนนี้เหยื่อติดกับแล้ว





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน