ตอนที่หกสิบสอง วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด3
ผมไม่คิดว่าจะใช้วิชานี้ในการสะกดจิตครอบงำกาเซี่ยงหรือยอดคนแห่งยุคเช่นนี้..ไม่ใช่เพราะไม่คิดว่ามันไม่มีประโยชน์
แต่วิถีลี้ลับหรือเวทย์ที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่มนุษย์เข้าใจกันนี้คือ
Sword without a hilt
ดาบที่ไร้ด้ามจับ
เราไม่สามารถใช้วิชาพวกนี้ได้โดยเราไม่ได้รับบาดเจ็บเอง
และเราอยู่ในโลกที่ไม่มีโรงเรียนฮอกวอร์ตให้ศึกษาจากอาจารย์
วิชาทุกอย่างเราต้องเรียนรู้และทดลองเอาเอง
แต่หากเราพิจารณาจากนิยายต่างๆทั้งแฮร์รี่พอตเตอร์หรือจักรวาลเฟท
การควบคุมมนุษย์
คือเรื่องที่ยากมากแม้คุณจะเป็นคนที่เก่งกาจในเวทย์ปานโวลเดมอร์ก็ตาม
จักรวาลเฟทถึงขั้นกระทั่งกล่าวว่าหากคนที่พยายามโดนครอบงำสะบัดหลุดจกาการครอบงำของเราอาจจะถึงขั้นทำร้ายเราได้จนวิญญาณของเราได้รับความเสียหาย
ดังนั้นผมทำเรื่องที่ใกล้เคียงแต่ง่ายขึ้นหลายเท่า
การควบคุมตนเอง
ตามหลักการของการบำเพ็ญพรตเราต้องควบคุมอารมณ์ทั้งเจ็ด กามคุณทั้งหกให้ได้
เพราะอารมณ์ทั้งเจ็ดกามคุณทั้งหกส่งผลกระทบต่อเส้นชีพจรต่างๆของเรา
หากเราสันนิษฐานเรื่องการควบคุมอารมณ์ในเรื่องนี้
เล่าปี่ที่
ยินดีโศกศัลย์ไม่แสดงออกทางสีหน้า
น่าจะมีพลังฝีมือและตบะที่หนักแน่นมากกว่าที่เราคิดกัน
“นายท่านช่างร้ายกาจสามารถจำเสียงฝีเท้าของข้าได้ข้าคิดว่าตนเองเปลี่ยนจังหวะฝีเท้าของตนเองแล้วยังโดนนายท่านฟังออกได้”
กาเซี่ยงกล่าวอย่างชื่นชมผม
เขาคิดว่าผมจำเสียงฝีเท้าของเขาได้
ทั้งที่จริงผมสัมผัสจิตวิญญาณของเขาได้ต่างหาก
ด้วยวิชาสกัดใจที่ผมสามารถดูร่างกายของตนเองสุดยอดของวิชายืมศพคืนวิญญาณได้
ทำให้ผมไม่เพียงมองโลกนี้ด้วยสัมผัสทั้งหกแต่ผมยังสัมผัสได้ถึงวิญญาณจริงๆ
ว่าแต่ละคนมีวิญญาณที่แตกต่างไปราวกับลายนิ้วมือ
ต่อให้ปลอมแปลงโฉมแค่ไหนไม่มีใครสามารถรอดจากการจับสัมผัสของผมได้
แน่นอนหากอธิบายให้กาเซี่ยงฟังเรื่องนี้เขาอาจจะทิ้งผมไปเลยก็ได้ในข้อหาว่าเป็นพ่อมดหมอผี
“ข้าพยายามฝึกวิชาสดับเสียงทางหูยังต้องฝึกฝนอีกมากนัก”
กาเว่ยงพิจารณาผมเล็กน้อย
“ท่าทางของนายท่านหนักแน่นและดูสุขุมลึกล้ำมากกว่าเมื่อวานแสดงว่ามีความก้าวหน้าด้านการฝึกฝนไม่น้อย”
กาเซี่ยงที่มีสายตาแหลมคมกล่าวชมผม
แม้เขาจะไม่สามารถมองวิญญาณได้อย่างผม
แต่ด้วยความช่างสังเกตในโลกกายภาพเขาก้สังเกตความแตกต่างระหว่างผมตอนนี้กับเมื่อวานได้