หนึ่งวันเต็มๆที่เฌอลีนใช้ชีวิตราวกับคนไร้ิญญา เธอก้าวเดินไปตามทางเดินของมหาวิทยาลัยเข้าเรียน นั่งกินข้าวกับมินา แต่จิตใจของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่นั่นเลยมันยังคงติดอยู่ในห้องล็อกเกอร์ที่ชื้นแฉะและอับทึบแห่งนั้นวนเวียนอยู่กับััที่หยาบกระด้างแต่กลับตราตรึงและเสียงคำรามในลำคอของคมในวินาทีที่เขาปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้ามาในร่างกายของเธอ
ทุกครั้งที่เผลอคิดถึงเื่นั้นความรู้สึกผิดก็จะแล่นริ้วขึ้นมาทิ่มแทงหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันร่างกายของเธอก็จะร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าละอายมันคือความขัดแย้งที่ทรมานจนเธอแทบจะเป็บ้าเธอพยายามหลบหน้าแทนโดยอ้างว่าต้องรีบไปทำรายงานกับเพื่อน เธอรู้ดีว่าถ้าได้สบตาเขาตอนนี้เธอจะต้องหลุดพิรุธอะไรบางอย่างออกไปแน่ๆ
โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยคราคร่ำไปด้วยนักศึกษาเสียงพูดคุยจอแจ เสียงช้อนส้อมกระทบจานดังผสมปนเปกันไปหมดเฌอลีนกำลังนั่งเขี่ยสปาเก็ตตี้ในจานของตัวเองอย่างเหม่อลอยฟังมินาที่นั่งอยู่ตรงข้ามเล่าเื่หนุ่มหล่อคนใหม่ที่เจอในคลาสเรียนอย่างไม่ค่อยจะเข้าหูนัก
"แกฟังฉันอยู่รึเปล่าเนี่ย ยัยเฌอ?"มินาดีดนิ้วดังเป๊าะตรงหน้าเพื่อนรัก
"ห๊ะ? อ๋อ... ฟังอยู่สิ" เฌอลีนสะดุ้ง "ก็...ดีแล้วนี่ดีใจด้วยนะ"
มินามองเพื่อนด้วยสายตาจับผิด"แกเป็อะไรของแกเนี่ย ั้แ่เมื่อวานแล้วนะ ดูซึมๆ เหมือนคนอมทุกข์แล้วเื่ไอ้กัปตันทีมบาสฯ นั่น ตกลงแกไปจัดการมารึยัง"
คำถามนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงมากลางใจที่สงบนิ่งของเฌอลีนเธอรีบส่ายหน้า "ยัง...ยังไม่มีโอกาสน่ะ" เธอโกหกคำโต
และราวกับเป็เื่ตลกร้ายของโชคชะตาในจังหวะที่เธอปฏิเสธออกไปนั้นเอง ประตูโรงอาหารก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลที่เดินเข้ามาเป็กลุ่มใหญ่และศูนย์กลางของกลุ่มนั้นก็คือ "คม"
หัวใจของเฌอลีนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเขาสูงเด่นและดูดีในชุดนักศึกษาธรรมดาๆแต่รัศมีความเป็ผู้นำและเสน่ห์แบบดิบเถื่อนนั้นกลับแผ่กระจายออกมาจนทุกคนต้องเหลียวมองเขากำลังหัวเราะพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมอย่างเป็ธรรมชาติ...เป็ธรรมชาติเกินไปจนน่าโมโห
เธอก้มหน้าลงทันทีพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภาวนาให้เขาไม่เห็นเธอแต่ก็อดไม่ได้ที่จะค่อยๆ ชำเลืองสายตาขึ้นไปมองเขาอีกครั้ง
และนั่นคือความผิดพลาด...เพราะเขากำลังมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันข้ามผ่านความวุ่นวายของผู้คนในโรงอาหารเวลาเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีการทักทายสายตาของคมที่มองมานั้นเรียบนิ่งแต่กลับแฝงไปด้วยความหมายมากมายที่ทำให้เฌอลีนหายใจติดขัดมันคือสายตาของผู้ชนะที่กำลังมองดูผลงานของตัวเองเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วมอันเร่าร้อน...และมีความเป็เ้าข้าวเ้าของอย่างเปิดเผย
เฌอลีนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเปลือยเปล่าอยู่กลางโรงอาหารแห่งนี้เธอรีบหลบสายตาเขาทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ฉัน...ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"เธอพูดกับมินาเสียงสั่น ก่อนจะรีบลุกขึ้นและเดินหนีออกมาจากตรงนั้นทันทีเธอไม่ได้เดินไปทางห้องน้ำ แต่เดินตรงไปยังประตูทางออกอีกฝั่งเธอรู้สึกได้ถึงสายตาของคมที่มองตามแผ่นหลังของเธอมาตลอดทาง...เหมือนสายตาของพญาอินทรีที่จับจ้องเหยื่อไม่มีผิด
เธอเดินอย่างไร้จุดหมายมาจนถึงตึกคณะวิทยาศาสตร์ซึ่งค่อนข้างจะเงียบสงบกว่าตึกอื่นๆเธอยืนพิงกำแพงเย็นเฉียบ พยายามปรับลมหายใจของตัวเองให้กลับมาเป็ปกติแค่การสบตากันก็ทำให้เธอเสียศูนย์ได้มากขนาดนี้เชียวหรือ
ครืดดด... ครืดดด...
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากระโปรงสั่นขึ้นมาเธอหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความหวาดระแวง หน้าจอโชว์เบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่หัวใจของเธอกลับรู้ได้ในทันทีว่าเป็ใครเธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดเปิดอ่านข้อความ
‘เื่เมื่อวาน...อย่าคิดว่ามันจะจบแค่นั้น’
ข้อความสั้นๆ ที่ปราศจากคำลงท้ายใดๆแต่มันกลับทรงพลังราวกับคำประกาศิต ขนทั่วทั้งกายของเธอลุกชันขึ้นมาพร้อมกันความโกรธพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง... ไอ้บ้าเอ๊ย! เขากล้าดียังไง!เขาไปเอาเบอร์เธอมาจากไหน!
และก่อนที่เธอจะได้ทันได้คิดหาคำด่าส่งกลับไปข้อความที่สองก็เด้งขึ้นมา
‘ตึกวิทย์ บันไดหนีไฟฝั่งตะวันตก ชั้น3. 5 นาที.’
มันไม่ใช่คำขอร้อง...แต่มันคือคำสั่ง
เฌอลีนกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ไม่ไป! ฉันจะไมไปเด็ดขาด!ฉันจะกลับไปหาแทน แล้วลืมเื่บ้าๆ ทั้งหมดนี่ซะ! เธอะโก้องอยู่ในใจสมองสั่งการให้เธอหันหลังกลับและเดินไปอีกทาง แต่ร่างกาย...ร่างกายของเธอกลับไม่ยอมทำตาม
ขาของเธอค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า...ไปยังทิศทางของบันไดหนีไฟฝั่งตะวันตกอย่างเชื่องช้าราวกับมีแม่เหล็กขนาดมหึมากำลังดึงดูดเธอให้เข้าไปหาเธอเกลียดตัวเองที่อ่อนแอแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน...ส่วนลึกที่สุดในใจของเธอมันกลับร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง... มันอยากจะรู้...ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
บันไดหนีไฟนั้นเงียบและอับทึบแสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางช่องกระจกเล็กๆ เพียงรำไร เธอก้าวขึ้นบันไดไปช้าๆเสียงส้นรองเท้าของเธอสะท้อนกับผนังปูนเปลือย เมื่อถึงชั้นสามเธอก็เห็นเขายืนรออยู่แล้ว... เขายืนพิงกำแพงกอดอกมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ
"มาเร็วกว่าที่คิดนะ"เขาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
"ฉันมาเพื่อจะบอกให้นายเลิกยุ่งกับฉัน!"เฌอลีนสวนกลับไปเสียงแข็งแต่เธอก็รู้ดีว่าน้ำเสียงของตัวเองนั้นมันสั่นเครือแค่ไหน
"งั้นเหรอ?" คมยืดตัวขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ"แต่ร่างกายของเธอดูเหมือนจะไม่ได้พูดแบบนั้นนะ"
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอใกล้...ใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาปะปนกับกลิ่นกายอันเป็เอกลักษณ์เขาไม่ได้ััเธอเลยแม้แต่น้อยแต่เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกแผดเผาด้วยความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
"กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะ..."
"จะทำไม?" เขากระซิบถาม โน้มใบหน้าลงมาใกล้ "จะร้องอีกเหรอ? เหมือนเมื่อวานนี้ไง"
คำพูดของเขาเหมือนเชื้อไฟที่ราดลงบนกองน้ำมันเฌอลีนหมดสิ้นความอดทน เธอผลักเขาเต็มแรงแต่เขากลับคว้าแขนเธอไว้แล้วดันร่างของเธอกระแทกเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบอย่างรวดเร็วก่อนจะบดเบียดริมฝีปากของตัวเองลงมาบนปากของเธออย่างดุดัน
จูบนี้แตกต่างจากเมื่อวานมันไม่ได้มีแต่ความโกรธแค้นแต่กลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายและความ้าที่ไม่อาจปฏิเสธได้ลิ้นร้อนของเขาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของเธออย่างจาบจ้วงตวัดรัดรึงลิ้นของเธอจนแทบจะไม่มีอากาศหายใจ เฌอลีนพยายามขัดขืนในตอนแรกแต่เมื่อสมองเริ่มพร่าเลือน ร่างกายก็เริ่มอ่อนระทวยและเผลอจูบตอบเขาไปอย่างลืมตัว
คมถอนริมฝีปากออกแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง "เห็นไหม... เธอก็้ามันเหมือนกัน"
เขาไม่รอให้เธอได้โต้เถียงมือใหญ่ข้างหนึ่งของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและบั้นท้ายของเธอ ผ่านเนื้อผ้า ของชุดนักศึกษาความหยาบของเนื้อผ้าที่เสียดสีกับผิวของเธอนั้นกลับสร้างความรู้สึกเสียวซ่านไปอีกแบบมือของเขาร้อนราวกับไฟมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรู้ดีว่าควรจะหยุดหรือบีบเคล้นตรงจุดไหน
"อย่านะ... เดี๋ยวมีคนมาเห็น..."เธอกระซิบประท้วงเสียงแ่ แต่กลับฟังดูเหมือนการเชื้อเชิญมากกว่าการห้ามปราม
"ก็รีบๆ ทำให้มันเสร็จสิ"เขาพูดพลางสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงทรงเอของเธออย่างรวดเร็ว นิ้วมือเย็นๆของเขาัักับต้นขาอ่อนด้านในของเธอผ่านชั้นในตัวจิ๋ว ทำเอาเธอสะดุ้งเฮือก
ในขณะที่มือของเขากำลังสำรวจอย่างวุ่นวายอยู่ภายใต้กระโปรงของเธออีกมือหนึ่งเขาก็จัดการปลดซิปกางเกงของตัวเองลงอย่างรวดเร็วความแข็งแกร่งที่พร้อมรบของเขาถูกปลดปล่อยออกมาจนมันดันตุงอยู่กับหน้าท้องของเธอผ่านเนื้อผ้า
เฌอลีนหัวใจเต้นรัวความเสี่ยงที่จะถูกคนมาพบเห็นทำให้เธอทั้งกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
คมจัดการถอดชั้นในของเธอลงไปกองไว้ที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็วก่อนจะจับขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดไว้บนบ่าของเขาใน ท่ายืน ที่น่าหวาดเสียวท่านี้ทำให้ปากทางรักของเธอเปิดอ้าออกอย่างสมบูรณ์แบบและอยู่ในระดับที่พอดีกับท่อนเนื้อของเขา
"อ๊ะ!" เธออุทานออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกถึงส่วนหัวที่แข็งร้อนของเขาจ่ออยู่ที่ปากถ้ำที่เริ่มจะชื้นแฉะของเธอ
"พร้อมรึยัง?" เขากระซิบถาม แต่ก็ไม่ได้รอคำตอบ
คมกดกระแทกท่อนเนื้อของเขาเข้ามาในตัวเธอจนสุดลำในคราวเดียว"อื้อ!" เฌอลีนกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดเสียงร้องความคับแน่นและรวดเร็วทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออกผนังปูนเย็นเฉียบด้านหลังยิ่งขับเน้นความร้อนรุ่มที่กำลังเสียดสีอยู่ใจกลางกายของเธอ
เขาเริ่มขยับสะโพกทันทีไม่มีเวลาสำหรับการเล้าโลมใดๆ ทั้งสิ้น ทุกจังหวะเต็มไปด้วยความรีบร้อนและรุนแรงเสียงเนื้อกระทบกันดัง "ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!"เป็จังหวะที่น่าอายแต่กลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบได้อย่างน่าประหลาดเฌอลีนต้องใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอเขาไว้แน่นเพื่อทรงตัวเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว
"เงียบๆ สิ...เดี๋ยวคนก็ได้ยินหรอก" เขากระซิบเย้าข้างหูเธอ ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็เป็คนสร้างเสียงที่ดังที่สุด
ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างของเธอมันคือความสุขสมที่มาพร้อมกับความอันตรายทุกวินาทีเธอต้องคอยเงี่ยหูฟังว่าจะมีเสียงฝีเท้าของใครเดินผ่านมาหรือไม่แต่ความกลัวนั้นกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกทางกายมันรุนแรงขึ้นเป็ทวีคูณ
คมเร่งจังหวะขึ้นอีกเขาใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว "จะแตกแล้วนะ..." เขาคำรามเสียงต่ำ
เฌอลีนรู้สึกได้ถึงร่างกายของเขาที่เกร็งกระตุกแต่ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะปลดปล่อยคมกลับดึงแก่นกายของเขาออกจากตัวเธออย่างกะทันหัน
"อ๊ะ!"เธอครางออกมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่าและค้างเติ่ง
และในวินาทีต่อมาเธอก็รู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่ฉีดพุ่งราดรดลงมาบน หน้าท้องแบนราบ ของเธอของเหลวสีขาวขุ่นไหลซึมเปรอะเปื้อนชายเสื้อนักศึกษาของเธอเป็ภาพที่ทั้งอุจาดตาและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
เขาหอบหายใจหนักๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ปล่อยขาของเธอลง เฌอลีนรีบจัดเสื้อผ้าและกระโปรงของตัวเองให้เข้าที่มือไม้ยังคงสั่นเทาเธอเหลือบมองคราบรักของเขาที่เปรอะอยู่บนหน้าท้องและเสื้อของตัวเองแล้วก็หน้าร้อนผ่าว
คมจัดการกับกางเกงของตัวเองอย่างรวดเร็วเขาไม่ได้พูดอะไร มีเพียงสายตาคมกริบที่มองมาที่เธอก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก
"บอกแล้วไง... ว่ามันยังไม่จบ"
พูดจบเขาก็หันหลังและเดินลงบันไดจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เฌอลีนยืนอยู่คนเดียวในบันไดหนีไฟที่เงียบสงบแต่ภายในใจของเธอนั้นกลับวุ่นวายราวกับพายุ... เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกนานพยายามหาทิชชู่ในกระเป๋าเพื่อเช็ดคราบรักที่น่าอับอายออกไปให้หมดสิ้น
ครั้งที่แล้วคือการบังคับขืนใจ...แต่ครั้งนี้... เธอเป็คนเดินเข้ามาหามันเอง