หลังจากที่เธอสลบไป ปื๊ดได้แต่รอให้เธอฟื้นขึ้นมาเนื่องจากตัวเขายังมีระดับพลังไม่เพียงพอที่จะสัมผัสกับวิญญาณได้ด้วยกายหยาบ
ถ้าปื๊ดต้องการที่จะสัมผัสกับเธอจริงๆ ปื๊ดจำเป็นต้องถอดวิญญาณออกจากร่าง ซึ่งมันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเขาในตอนนี้เนื่องจากวิญญาณของเขายังคงเสียหายอยู่
และถ้าปื๊ดเจอดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าตนเองมากๆ พวกมันอาจจะพยายามดูดซับดวงวิญญาณของเขาเหมือนกับที่เหล่ายมทูตต้องการที่จะทำ
หลังจากที่รออยู่สักพักเธอก็ได้สติฟื้นขึ้นมา ดูเหมือนว่าเธอยังคงมึนๆหัวอยู่เล็กน้อยและเมื่อเธอเห็นปื๊ดที่นั่งยองๆ อยู่ข้าง เพื่อรอคอยให้เธอตื่นขึ้นมา เธอก็รีบขยับตัวหนี้เขาด้วยท่าทีที่ดูตกใจกลัวทันที เนื่องจากเธอไม่แน่ใจว่าเขาเป็นตัวตนแบบใด
" ยะ .. อย่าเข้ามาใกล้ชั้นนะ นายเป็นตัวอะไร ทำไมถึงมองเห็นเละพูดคุยกับชั้นได้ "
" จำผมไม่ได้แล้วรึไง ผมก็ปื๊ดลูกชายเจ้าของบ้านนี้ไง "
" ชั้นรู้ว่านายคือปื๊ด ชั้นเห็นนายตั้งแต่วันแรกที่นายเข้ามาอยู่ที่นี่ "
" แต่ปื๊ดที่ชั้นรู้จักไม่สามารถมองเห็นหรือว่าคุยกับชั้นได้ "
" นายเป็นใคร นายมาสิงร่างปื๊ดทำไม หรือว่านายกลายเป็นพวกร่างทรงไปซะแล้ว "
เธอถามคำถามรัวๆใส่ปื๊ด ดูเหมือนเธอจะข้องใจกับตัวตนของเขาอย่างมาก การที่มนุษย์จะพูดคุยกับภูตผีวิญญาณได้ มันไม่ใช่จะพบเห็นกันได้ทั่วไป
ถ้าปื๊ดไม่ได้ถูกวิญญาณดวงอื่นเข้ามาสิงควบคุมรางก่าย นั่นหมายความว่าปื๊ดมีจิตสัมผัสเหมือนกับคนที่อยู่ใน TV ที่เจ้าของบ้านกับลูกสาวชอบดู
ปื๊ดใช้เวลาในการตัดสินใจสักพัก ก่อนที่จะบอกตัวตนของเขาให้กับเธอฟัง
" ใจเย็นๆก่อน ผมไม่ใช่ร่างทรงอะไรทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้มีใครที่ไหนมาสิงผม "
" แล้วทำไมนายถึงเห็นและคุยกับชั้นได้ "
" เพราะผมหลุดออกจากวัฏสงสารแล้ว ส่วนเรื่องที่ผมหลุดออกมาด้วยวิธีไหน "
" ผมคงไม่สามารถบอกกับพี่ได้ "
ปื๊ดเลือกที่จะบอกเหตุผลนี้กับเธอ เอาเข้าจริงๆ ต่อให้เขายังไม่หลุดออกจากวัฏสงสารแต่ด้วยความสามารถของดวงตาเขาก็ยังสามารถมองเห็นเธอได้
ความสามารถของดวงตาของปื๊ดไม่ว่าจะเป็นที่โลกของผู้ฝึกตน หรือโลกนี้ มันก็ถือเป็นสูตรโกงสำหรับเขาอยู่ดีถ้าไม่จำเป็นจริงๆเขาไม่คิดที่จะบอกใครแม้แต่แม่ของตัวเขาเอง
" ชั้นจะรู้ได้ไงว่านายเป็นผู้หลุดพ้นจริงๆ "
ด้วยหน้าที่ของเธอ เธอจะไม่ยอมให้วิญญาณแปลกหน้าเข้าป้วนเปี้ยนในบ้านหลังนี้เด็ดขาด ตอนนี้เธอสงสัยจริงๆว่ามีวิญญาณเร่ร่อนมาสิงร่างของลูกชายเจ้าของบ้านอยู่
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเขาหลุดออกจากวัฏสงสารจริงๆ ปื๊ดยืนหลับตาทำสมาธิ เขาจำเป็นต้องถอดวิญญาณออกจากร่างก่าย ดวงวิญญาณของผู้ที่หลุดออกจากวัฏสงสารจะมีรัศมีสีทองเปล่งประกายออกมาต่างจากวิญญาณธรรมดาอย่างชัดเชน
หลังจากที่ปื๊ดหลับตาทำสมาธิไม่นาน วิญญาณของเขาก็ออกมาจากร่างกาย แต่ว่าปื๊ดไม่ได้ถอดวิญญาณออกมาทั้งหมด เขาเขาถอดออกมาเฉพาะส่วนบนเท่านั้นโดยที่ส่วนขายังคงอยู่กับร่างกายเหมือนเดิม จากนั้นปื๊ดชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อที่เธอจะได้เห็นชัดๆ
" เห็นรึยัง ? "
ตั่งแต่ที่อยู่บนโลกใบนี้มาเธอไม่เคยเห็นดวงวิญญาณที่ไหมมีรัศมีเปล่งประกายงดงามขนาดนี้มาก่อนเลย หน้าตาดวงวิญญาณของปื๊ดคล้ายกับหน้าตาตอนนี้ของเขามาก จะต่างก็แค่เพียงดวงวิญญาณของเขาดูหล่อเหล่าและดูมีเสน่ห์มากกว่ากายหยาบในปัจจุบันอย่างมาก มันทำให้เธอถึงกับตะลึงไป2วินาทีหลังจากที่ได้เห็นดวงวิญญาณของเขา
" พอได้แล้ว ชั้นเชื่อแล้วว่านายเป็นผู้หลุดพ้นจริงๆ "
หลังจากที่เธอบอกปื๊ดว่าเธอเชื่อในคำพูดของเขาแล้ว ปื๊ดก็กลับเข้าร่างในทันทีการถอดดวงวิญญาณของเขาในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับตัวเขาเองเท่าไหร่นัก
" ว่าแต่ท่านผู้หลุดพ้นว่างนักหรือกะไรเจ้าคะ ท่านถึงได้มีเวลามานั่งเขียนบ้านเล่น ? "
" เรียกผมว่าปื๊ดเหมือนเดิมเถอะครับ อย่าเรียกผมอย่างนั้นเลยผมรู้สึกแปลกๆ "
" โอเคงั้นชั้นจะเรียกนายว่าปื๊ดเหมือนเดิม แต่นายก็ต้องเรียกชั้นว่าพิมพ์เข้าใจไหม "
" ได้ครับพี่พิมพ์ ที่พี่เห็นอยู่ตรงนี้ ผมไม่ได้เขียนบ้านเล่น แต่ผมกำลังตั้งค่ายกลอยู่ "
" ตั้งค่ายกล ? ที่บ้านหลังนี้นี่นะ "
พิมพ์เธอรู้จักคำว่าค่ายกลเป็นอย่างดี แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาตั้งตามบ้านทั่วไป ส่วนมากมันมักจะถูกตั้งอยู่ตามสถานที่สำคัญ หรือไม่ก็มีสมบัติซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนั้น
" ใช่ครับ ผมกำลังตั้งค่ายกลหลงทิศ มันทำให้คนที่ติดอยู่ในค่ายกลนี้หลงทาง "
ปื๊ดพยายามอธิบายหลักการของค่ายกลหลงทิศให้กับพิมพ์รู้ว่ามันทำงานอย่างไร ทันทีที่เธอได้ยินหลักการทำงานของค่ายกล เธอก็โวยวายไม่ยอมให้เขาตั้งค่ายกลนี้ในบ้านที่อยู่ในการดูแลของเธอทันที ค่ายกลนี้จะทำให้คนในบ้านที่เธอหลงทางกันวุ่นวายเธอจึงบอกให้เขารื้อถอนค่ายกลทั้งหมดออกจากบ้านหลังนี้ทันที
" โอ้ยอย่างนี้คนในบ้านไม่หลงกันรึไง รื้อค่ายกลของนายออกไปให้หมดเลย "
" ใจเย็นๆ ครับพี่พิมพ์ เพราะแบบนั้นผมถึงมีเรื่องที่จะขอความช่วยเหลือจากพี่ไง "
" ขอความช่วยเหลือ จากผีบ้านผีเรือนอย่างชั้นนี่นะ !? "
" ครับ ผมอยากจะขอให้พี่ช่วยค่อยเปิดปิดค่ายกล ในเวลาที่มีคนที่ไม่หวังดีบุกเข้ามา "
" นายจะให้ชั้นคนนี้ คอยเปิดปิดค่ายกลให้กับนาย "
" ครับพี่พิมพ์ "
ตลอดเวลาที่ปื๊ดคุยกับผีบ้านผีเรือน เขาพยายามปั้นรอยยิ้มที่เขาคิดว่ามีเสน่ห์ที่สุดเท่าทีตัวเขาจะทำได้ เขาพยายามเรียกเธอด้วยคำว่าพี่ในทุกๆคำที่เขาใช้เรียกเธอทั้งที่จริงตัวเขาอยู่มานานกว่าเธอหลายพันปีด้วยซ้ำ
ที่ปื๊ดทำอย่างนั้นเพราะเขาหวังว่าจะให้เธอช่วยคอยเปิดปิดค่ายกลหลงทิศ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับครอบครัวของตัวเอง
" เข้าใจละ งั้นก่อนอื่น นายต้องทำตามขั้นตอน นายต้องจุดธูป 5 ดอก เทียน 1 คู่ "
" เตรียมผลไม้มงคล9 อย่าง หมากพลู9 คำ น้ำ5 แก้ว "
หลังจากนั้นพิมพ์ก็รายขั้นตอนพิธีไหว้ผีบ้านผีเรือนตามหลักที่ถูกต้องให้กับปื๊ดฟัง
" ถ้าชั้นได้รับควันธูปจากนายเมื่อไหร่ ชั้นจะเข้าฝันติดต่อกลับนายไปอีกที "
" แต่ถ้าชั้นยังไม่เข้าฝันติดต่อกลับมาภายใน 7วัน ให้ทำซ้ำขั้นตอนแรกใหม่อีกรอบ "
" เพราะบางทีควันธูปอาจจะตกหล่น จนมาไม่ถึงชั้น "
" และที่สำคัญ อย่าไหว้ วันเสาร์ กับ อาทิตย์นั้นวันหยุด นายจะไหว้เสียเที่ยวเปล่าๆ "
" ให้ไหว้เฉพาะวันทำการ จันทร์ ถึง ศุกร์ เวลาก็ 9 โมงเช้า ถึง 3 โมงเย็นเท่านั้น "
" ถ้าเลยจากนั้นให้ไหว้ไหม่วันทำการถัดไป ถ้าติดเสาร์อาทิตย์ก็รอจันทร์หน้าโน้นเลย "
" แล้วก็อย่าไหว้ตอนใกล้เที่ยงละ เพราะมันเป็นช่วงพัก ให้ไหว้อีกทีบ่ายโมง 45 เลย "
" ที่พูดมาทั้งหมดเข้าใจรึยัง ? "
หลังจากฟังที่ผีบ้านผีเรือนบอก ปื๊ดก็ได้ยืนอึ้งพูดไม่ถูก วิธีการทำงานของเธอมันช่างคลับคล้ายคลับคลาเหลือเกิน แต่เขาคิดเท่าไรก็นึกไม่ออกจริง ว่าเป็นวิธีการทำงานของกลุ่มอาชีพอะไร
หลังจากที่พิมพ์พูดเสร็จเธอก็ทำท่าที่จะหายไปทันที ปื๊ดต้องรีบถอดวิญญาณเฉพาะส่วนมือ และรีบจับมือเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะหายตัวหนีจากเขาไป
" พี่พิมพ์ครับไม่มีวิธีที่เร็วกว่านั้นแล้วเหรอครับ ผมรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอกพี่ "
ปื๊ดรอนานขนาดนั้นไม่ไหวจริงๆ ตอนนี้มีกลุ่มคนจากโลกใต้ดิน รู้ที่อยู่ของครอบครัวเขามันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับครอบครัวของเขาเลย ความปลอดภัยของครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่เขาจะมานั่งรอได้ ปื๊ดต้องการที่จะทำให้ค่ายกลใช้งานได้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
" จริงๆมันก็มีวิธีเร่งรัดขั้นตอนอยู่เหมือนกัน "
" แต่เรื่องนี้ จะให้ท่านพระภูมิรู้ไม่ได้เด็ดขาด เข้าใจไหม ? "
" ต้องทำยังไงบ้างครับพี่พิมพ์ "
หลังจากที่พิมพ์รู้ว่าปื๊ดสนใจในวิธีเร่งรัดขั้นตอนของเธอ พิมพ์มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่ใคร เธอก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูของปื๊ดเพื่อที่จะกระซิบขั้นตอนให้กับเขาทันที
" ถ้าตอนไหว้ นายเอากระเป๋า เฮอร์เมส ที่พึ่งออกใหม่วางไว้ที่ใต้โต๊ะสักใบละก็ "
" กระเป๋า เฮอร์เมส ? "
ปื๊ดพูดทวนอีกที เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ยินผิดไปว่าพิมพ์ต้องการให้เขาเอากระเป๋าแบรนด์นี้ไปวางไว้ที่ใต้โต๊ะขณะที่เขาไหว้จริงๆ
" ใช่ ถ้าจะให้ดี ให้เอาที่เป็นหนังจระเข้ หรือไม่ก็ เอาเป็นหนังลูกวัวก็ดีเหมือนกัน "
" ให้เลือกเอาที่ สีอ่อนๆมา เข้าใจไหม เอาจริงๆนายไม่ต้องตั้งโต๊ะไหว้ก็ได้ "
" แค่นาย จุดธูป 5 ดอกกลางบ้าน แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่ายกกระเป๋าใบนั้นให้ชั้นก็พอ "
ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะลดขั้นตอนทุกอย่างลงไปได้เยอะจริงๆ มันช่างสะดวกและรวดเร็วผิดกับก่อนหน้านี้จริงๆ
" แล้วพวกผลไม้ ของคาว แล้วก็น้ำละ ไม่ต้องไหว้แล้วเหรอพี่พิมพ์ "
" อันนั้นมันวิธีของคนทั่วไปเขาทำกัน "
" ส่วนที่ชั้นบอกไปมันเป็นวิธีของคนกันเอง พรรคพวกกันอะ เคยได้ยินไหม "
" ตกลง ผมจะทำตามวิธีที่พี่บอกในวันพรุ่งนี้ละกัน"
" ดีมาก ทันทีที่นายทำตามวิธีนี้เสร็จ ชั้นจะคอยควบคุมค่ายกลให้นายตามสัญญา "
เขารู้สึกคุ้นเคยกับวิธีการของพิมพ์อย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาไปเคยได้ยินวิธีการแบบนี้จากที่ไหนมา แม้ว่าเขาจะพยายามนึกเท่าไร เขาก็นึกไม่ออกสักที ปื๊ดเลยเลือกที่จะปล่อยให้ความสงสัยผ่านเลยไป เขาจำเป็นที่จะต้องสนใจกับเรื่องในตอนของเขาก่อน
จากนั้นปื๊ดเริ่มอธิบายวิธีการควบคุมค่ายกลหลงทิศของเขาให้กับพิมพ์ฟังแบบที่เขาคิดว่าเข้าใจง่ายที่สุด วิธีควบคุมก็ไม่ได้ยากอะไรเพียงแค่ส่งพลังงานวิญญาณของเธอไปที่อักขระที่เขาได้เขียนเอาไว้ ค่ายกลก็จะทำงานด้วยตัวของมันเองทันที
ส่วนวิธีปิดก็เหมือนกันแค่ส่งพลังงานวิญญาณของเธอลงไปที่อักขระอีกครั้ง ค่ายกลก็จะปิดการทำงานของตัวมันเองลงทันทีเช่นกัน
" พี่พิมพ์เข้าใจวิธีเปิดปิดค่ายกลที่ผมพึ่งอธิบายให้พี่ฟังแล้วใช่ไหม ? "
ปื๊ดถามพิมพ์ให้แน่ใจอีกครั้งว่าเธอเข้าใจวิธีเปิดปิดที่เขาพึงอธิบายไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจคำถามของเขา เธอกลับเปิดปิดค่ายกลเล่นอย่างสนุกมือ
" ค่ายกลนี่ ใช่งานสะดวกจริงๆ นายรับตั้งมันที่บ้านหลังอื่นอีกไหม "
" ถ้าเอาค่ายกลนี้ไปขายให้กับผีบ้านผีเรือนตนอื่น เราน่าจะได้กระเป๋าอีกหลายใบแน่ๆ "
" เออ พี่พิมพ์ ผมจะเอากระเป๋าไปทำอะไร ถ้าเป็นเลขรางวัลที่ 1 ผมค่อยคิดดูอีกที "
" เลขรางวัลที่ 1 เหรอ ? ราคาแรงไม่เบาเลย แต่ชั้นว่ายังไงมันก็ต้องขายได้แน่นอน "
" ถ้าค่ายกลมันดีขนาดนั้น ทำไมตอนที่ผมขอให้พี่ควบคุมให้ ขั้นตอนมันถึงยากจัง "
" ก็ตอนนั้นนายยังเป็นคนทั่วไป แต่ตอนนี้นายเป็นพรรคพวกกัน เป็นคนกันเองแล้วไง "
" เอาละครับ ถ้าพี่เข้าใจวิธีเปิดปิดแล้ว ผมขอตัวไปนอนก่อนละกัน "
" ได้แต่พรุ่งนี้ห้ามลืมเด็ดขาดและที่สำคัญจำไว้เรื่องนี้รู้กันแค่เรา 2 ตนเข้าใจใช่ไหม "
" ครับๆผมเข้าใจแล้ว "
หลังจากที่จัดการเรื่องค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปื๊ดก็กลับขึ้นไปบนห้องนอนของเขา ปื๊ดนั่งปรับสมดุลของพลังหยินหยางในร่างก่ายของตนเองสักพัก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจปิดไฟและเข้านอนไป เนื่องจากความเหนื่อยล้าที่เขาสะสมมาในวันนี้
วันนี้เพียงแค่วันเดียวกับมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับตัวเขามากมายซะเหลือเกิน และถ้าจะให้บอกว่าเรื่องไหนที่ทำให้เขารู้สึกอ่อนเพลียที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เขาต้องขอความช่วยจากผีบ้านผีเรือนให้ช่วยควบคุมค่ายกลให้กับเขา
ไม่รู้เพราะอะไรยิ่งปื๊ดคุยกับผีบ้านผีเรือนมากเท่าไร เขายิ่งรู้สึกว่าเข้าใกล้กับเรือนจำมากขึ้นไปทุกที ปื๊ดได้แต่ถอนลมหายใจ และปล่อยให้ตัวเองหลับไป
ผ่านวันที่หนักหนาและยาวนานสำหรับตัวเขาเองไปอีกวัน
============================================================
หวังว่าจะสนุกกับนิยายกันนะครับ