ตอนที่ 90 :โจทย์ที่ 1 ความรัก
“เวลาล่ะ ? ” หลิวจือเซียพยักหน้าและพูดขึ้น “คงจะไม่ได้แต่งแบบไม่จำกัดเวลาหรอกใช่ไหม ? ”
คำถามนี้ถูกต้อง แม้ว่าหลิวจือเซียกับจินฉือถังจะรอได้ แต่ผู้ชมไม่มีเวลามากขนาดที่จะอยู่รอพวกเขาสองคนทั้งคืน
“ต้องจำกัดเวลาสิ”
จินฉือถังเยาะหยัน และเหมือนกับว่าเขาหันไปพูดกับใครสักคน แล้วพูดต่อว่า “1 เพลง 1 ชั่วโมง ! ถ้ากลัวก็ยอมแพ้มาตรง ๆ ได้”
1 ชั่วโมง ? คิดว่านี่เป็นเรียงความ 800 คำรึไง ? ถึงจะเป็นเรียงความ 800 คำ ก็ต้องมีร่าง, มีสรุป กับหัวข้อหลักใช่ไหมล่ะ ?
เพลง 1 เพลง รู้แค่หัวข้อ แต่ไม่มีทำนอง จะแต่งได้ยังไง ? แต่ไม่ใช่กับหลิวจือเซีย !
“กลัวงั้นหรือ ? ” หลิวจือเซียยักไหล่ “เก็บคำพูดนี้ไว้เองเถอะ ! แล้วก็ ทางด้านเซียเยว่ ผมให้คำตอบคุณได้ แต่งกวีใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงหรอก แค่ 5 นาทีก็พอ คุณกล้าสู้ไหมล่ะ ? ”
คราวนี้เป็นจินฉือถังที่เงียบ นี่ไม่ใช่ยุคโบราณ ไม่มีการแต่งกวีใน 7 ก้าวอะไรทั้งนั้น เขาพอจะเขียนโคลงตลกขบขันได้บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแต่งบทกวีแบบจริงจังได้
“ไอ้หมาบ้าจิน กล้าใส่ร้ายคนอื่น แล้วกล้าสู้รึเปล่า ? ”
“ใช่ ๆ ก่อนหน้านี้อวดดีบนอินเทอร์เน็ตขนาดนั้น ตอนนี้ก็โชว์ให้เราเห็นหน่อยเป็นไง ? ”
“ฉันว่านายไม่ควรชื่อจินฉือถังแล้ว เปลี่ยนชื่อเป็นจินเต่าดีกว่าไหม ? เจ้าเต่าหัวหด หดหัวอยู่ในกระดอง ฮ่า ๆๆ…”
ความเงียบของจินฉือถังทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์รู้สึกสะใจมาก ม่านกระสุนเริ่มสาดมารัว ๆ อีกครั้งจนเกือบเต็มหน้าจอห้องไลฟ์
เมื่อเจอกับคำบ่นและคำด่าจากผู้ชม จินฉือถังก็เริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมา จนทำให้ความชั่วกลายเป็นความกล้า เขาจึงพูดขึ้นมาทันที “กะอีแค่บทกวีใน 5 นาทีจะเท่าไรกันเชียว ? ก็ได้ ฉันรับคำท้า ! ”
ตอนแรก ๆ ที่เริ่มทำงานเป็นนักวิจารณ์สื่ออิสระ จินฉือถังยังมีความถูกต้องชอบธรรมอยู่ในหัวใจ การที่ตนมีแฟน ๆ เพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้น ก็ทำให้รู้สึกยินดีหรือเศร้าได้เหมือนกัน
แต่ตอนนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับเงินจากคนอื่น จินฉือถังก็ทิ้งคุณธรรมนั้นไปอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างคือผลประโยชน์ อะไรคือเสียชื่อเสียง อะไรคือไม้กวนอึ… เทียบกับเงินแล้ว เรื่องพวกนี้จะเทียบอะไรได้ ?
“ดี ในเมื่อคุณตกลง งั้นเราก็อย่าชักช้าทำให้ชาวเน็ตเสียเวลาเลย” หลิวจือเซียโบกมือ “โจทย์แรกให้ชาวเน็ตตั้ง ! จินฉือถัง คุณบอกชาวเน็ตสิว่าจะตั้งโจทย์ยังไง”
ไอ้บัดซบ ในเมื่อแกไม่เกรงใจกันขนาดนี้ ฉันจะไว้หน้าแกไปเพื่ออะไร ?
“หึ” จินฉือถังส่งเสียงอย่างเย็นชา “งั้นให้ชาวเน็ตทิ้งข้อความไว้ที่ด้านล่างห้องไลฟ์ แล้วแคปรูปหน้าจอตอน 2 ทุ่ม 15 จากนั้นก็มาดูว่าหัวข้อของข้อความบนสุดคืออะไร”
จินฉือถังค่อนข้างใจดีทีเดียว อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทำอะไรขี้โกง โจทย์ข้อนี้นับว่าโปร่งใส
แต่ความจริงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะการมาเข้าร่วมอย่างกะทันหันของหวงปิ่งคุน ด้วยนิสัยของจินฉือถังแล้ว เขาจะต้องคิดไอเดียน่ารังเกียจออกมาเล่นงานหลิวจือเซียอย่างแน่นอน
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันทำไม่ได้ เพราะมีหวงปิ่งคุนอยู่ด้วย ต่อให้มีความกล้ามากแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าทำ !
“ไอ้หมาจินนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนะ วิธีเลือกหัวข้ออันนี้ดีเลย”
“2 ทุ่ม 15 ยังเหลือเวลาอีกสองสามนาที อย่ามัวพูดมาก เขียนโจทย์เร็วเข้า ! ”
“ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้มีคนรอโจทย์อยู่มากแค่ไหน ทุกคนรอ 2 ทุ่ม 15 อยู่ อย่าเล่นกันสิ”
ผู้ชมทุกคนที่กำลังดูไลฟ์พากันถกเถียงกัน ขณะที่ทิ้งข้อความไว้ใต้ห้องไลฟ์ พวกเขาก็ดูเวลาไปด้วย ราวกับกลัวจะพลาดเงินล้านในวินาทีถัดไป
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าเกือบ 2 ทุ่ม 15 เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์ก็พากันเงียบกริบ ม่านกระสุนหายไป เพราะความสนใจของพวกเขาตอนนี้อยู่ที่ช่องสนทนาด้านล่าง
3 นาทีสุดท้าย ข้อความในช่องสนทนาก็เริ่มรีเฟรชอย่างบ้าคลั่ง
ทำให้ทุกคนที่นั่นและเหล่าชาวเน็ตที่กำลังดูไลฟ์ต่างจ้องค้าง ในนาทีสุดท้าย ข้อความนับล้านก็รีเฟรชเกือบทุกวินาที
ตั้งแต่แพลตฟอร์มไลฟ์กำเนิดขึ้นมา ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ร้อนแรงเช่นนี้กับสตรีมเมอร์คนไหนมาก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนี่ไม่ใช่สตรีมเมอร์ แต่เป็นศิลปินคนหนึ่งจากวงการบันเทิง
เวลา 2 ทุ่ม 15 นาที หลิวจือเซียและจินฉือถังก็แคปรูปหน้าจออย่างรวดเร็ว !
“ถึงเวลาแล้ว ไหนรูปหน้าจอ ๆ ? ”
“ได้แล้ว ๆ ! ทุกคนเลิกทิ้งข้อความได้แล้ว รีบเอารูปขึ้นให้เราดูเร็ว”
“ติ๊ง ติ๊ง ! ”
รูปแคปหน้าจอของหลิวจือเซียและหวงปิ่งคุนถูกนำขึ้นหน้าจอของห้องไลฟ์เกือบพร้อมกัน
อาจเป็นเพราะการดีเลย์ในการแคปรูป ข้อความแรกของทั้งสองคนจึงไม่เหมือนกัน แต่ดูจากเวลาด้านล่าง ก็ยังเทียบกันได้
“แฮปปี้เสี่ยวซี : อีกไม่กี่วันผมจะแต่งงาน ผมอยากให้พี่เซียแต่งเพลงคู่ชายหญิงเกี่ยวกับความรักให้ เพราะผมกับแฟนอยากเซอร์ไพรซ์แขกทุกคนในงานแต่ง ! ”
“แฮปปี้เสี่ยวซี หัวข้อของคุณได้รับเลือก ! ” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหลิวจือเซีย เขากล่าวกับผู้ชมในห้องไลฟ์ว่า “อย่างแรกเลย พวกเราขอแสดงความยินดีกับแฮปปี้เสี่ยวซี ขอให้มีความสุขในวันแต่งงาน ขอให้รักกันตลอดไป ! ”
“เสี่ยวซีจื่อ คุณโชคดีมาก ฉันจะส่งของขวัญให้ ถือว่าช่วยงาน ! ”
“ยินดีด้วยเสี่ยวซี ฮือ ๆๆ ผมโสดมา 20 ปีแล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีแฟนสักคน ! ”
“เพื่อนยาก ขอร้อง อย่ามาโชว์สวีทแถวนี้ ! ถ้ายังสวีทอยู่อีก ฉัน… ฉันจะส่งไผ่นะ ! ”
เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์ล้วนใจดี หลังจากเห็นรูปบนหน้าจอ ปฏิกิริยาแรกของพวกเขาก็คือโพสม่านกระสุนรัว ๆ หรือไม่ก็ส่งข้อความที่ช่องสนทนา ชาวเน็ตบางคนที่รวย ๆ ก็แสดงความยินดีด้วยการส่งของขวัญให้
ของขวัญนี้แตกต่างจากของขวัญที่ให้สตรีมเมอร์ ของขวัญพวกนี้เป็นแคนดี้ ปกติ 100 หยวนส่งได้สองครั้ง ผู้ชมทุกคนที่ดูไลฟ์สามารถซื้อได้
ถือได้ว่าเป็นบรรยากาศที่คึกคัก และเป็นวิธีเพิ่มความนิยมให้สตรีมเมอร์
ในบ้านของหลิวจือเซีย พวกหลางเวิ่นซิงนอกจากดูการแสดงสดของหลิวจือเซียแล้ว แต่ละคนยังมีมือถือ, แท็บแล็ต, หรือโน้ตบุ๊คอยู่ในมือด้วย
หลังจากเห็นคำขอของผู้ชมบนหน้าจอ ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพราะเพลงในปัจจุบันส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวกับความรัก ถ้าเป็นหัวข้ออื่นที่ไม่เป็นที่นิยม เกรงว่าพวกเขาคงเหงื่อตกแทนหลิวจือเซีย
เทียบกับหัวข้อที่ไม่รู้จัก 2 ข้อที่เหลือ หัวข้อนี้เข้าใจง่ายที่สุดแล้ว
“โอเค ในเมื่อกำหนดหัวข้อแรกแล้ว งั้นก็เริ่มเลยดีไหม ? ”
จินฉือถังเห็นหลิวจือเซียโต้ตอบกับชาวเน็ตในห้องไลฟ์ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เขาทนดูไม่ได้ที่อีกฝ่ายได้รับคำชื่มชมมากกว่าเขา
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นมนุษย์ แม้ว่าจะชื่อเสียงฉาวโฉ่ แต่เขายังมีอีโก้อยู่
“สหายทุกท่าน คุณจินเร่งมาแล้ว งั้นผมเริ่มล่ะนะ” หลิวจือเซียลูบหัวเล็ก ๆ ของเยว่เยว่ แล้วหยิบปากกาขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้าเขียนเพลง
“โคตรเจ๋ง พี่เซียของฉันยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่เกรียงไกรต๊าช นี่เริ่มเขียนเพลงเลยหรือ ? ”
“จือเซียของฉัน ไม่ต้องใช้ความคิดเลยหรือ ? ในใจคุณการเขียนเพลงก็เหมือนการเล่นสนุกใช่ไหม ? ”
“อย่าโหวกเหวกโวยวาย ดูไอ้หมาบ้าจินสิ สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง ? ”
พอเห็นหลิวจือเซียหยิบปากกา ชาวเน็ตก็ฮือฮากัน พวกเขาไม่เคยเห็นการแต่งเพลงแบบนี้มาก่อน ทำนองกับเนื้อร้องจะมาเมื่อไรก็ค่อย ๆ ทำไปตามใจชอบ
นักแต่งเพลงเดี๋ยวนี้สุดยอดขนาดนี้เลยหรือ ?
อย่าว่าแต่พวกเขา แม้แต่หานจุนชิงที่ซ่อนอยู่ข้าง ๆ จินฉือถังก็มีสีหน้าตกตะลึงเหมือนกัน คน ๆ นี้เก่งขนาดนี้เลยหรือ ?
บนหน้าจอ ใบหน้าของหวงปิ่งคุนก็แสดงออกถึงความสงสัยใคร่รู้
เขาอยู่ในวงการดนตรีและบันเทิงมาหลายปี แต่ไม่เคยเจอคนหนุ่มเช่นนี้เลย
ในตอนที่มีการแสดงจบการศึกษาของสาขาการแสดงในวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซีย หวงปิ่งคุนดูการแสดงของหลิวจือเซียอยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง เขาให้ค่าเด็กหนุ่มรุ่นหลังที่มีพรสวรรค์ในการร้องเพลงและแต่งเพลงคนนี้มาก
นอกจากนั้น ในหนึ่งเดือนหรือหลายเดือนที่ผ่านมานี้ เขาเห็นข่าวเกี่ยวกับหลิวจือเซียอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากรู้เกี่ยวกับชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
“เยี่ยม ไปดูเร็ว เวย์ป๋อของลุงเซียเยว่อัพเดตแล้ว ! ”
“ใครมีมือถือที่ว่าง ๆ บ้าง อัพโหลดเนื้อหาบนเวย์ป๋อของลุงเซียเยว่หน่อย”
“ไม่เอาหน่า ห้องไลฟ์ของจือเซียเข้ายากจะตาย ถ้าออกไปก็หลุดเลย”
ยังไม่ถึง 2 นาที ผู้ชมในห้องไลฟ์ก็ฮือฮาขึ้นอีกครั้ง ม่านกระสุนเริ่มปลิวว่อน เมื่อดูให้ดี ๆ ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดถึงเวย์ป๋อของเซียเยว่
ที่แท้หลิวจือเซียก็เอาแท็บแล็ตให้หลางเวิ่นซิงไว้ก่อนเปิดห้องไลฟ์แล้ว
พอเขาก้มหน้าหยิบปากกา ก็เขียนบทกวีก่อนเลย จากนั้นก็แอบส่งให้เยว่เยว่ ให้เยว่เยว่เอากระดาษไปส่งให้หลางเวิ่นซิง หลังจากนั้นหลางเวิ่นซิงก็ล็อกอินเข้าแอคเคาท์ของ ‘เซียเยว่’ และรับหน้าที่โพสต์บทกวีทั้งหมด
ในตอนนี้เอง ภาพสกรีนช็อตก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของห้องไลฟ์ มันเป็นภาพแคปหน้าจอเวย์ป๋อของเซียเยว่ หลินเยว่เป็นคนให้ทีมงานเบื้องหลังอัพโหลดขึ้นหน้าจอนี่เอง
“@จินฉือถัง ในเมื่อหัวข้อแรกออกมาแล้ว ตามกฎ ผมจะเขียนบทกวีภายใน 5 นาที งั้นผมขอนำหน้าไปก่อนนะ ! กลอนบทนี้ชื่อว่า ‘กวีไร้ชื่อ’
ยามพบว่ายากจากยิ่งยากกว่า ลมโชยโรยแรงบุปผาโรย
หนอนไหมสิ้นจึ่งสิ้นสายใย เปลวเทียนมอดดับน้ำตาเหือดแห้ง
คันฉ่องส่องเกศาเปลี่ยนสี ราตรีครวญคร่ำแสงจันทร์เยียบเย็น
ไร้สิ้นหนทางสู่เผิงซาน วอนวิหคฟ้าเยี่ยมยลแทนข้าที”
เมื่อเห็นบทกวีนี้เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์ก็พากันตกตะลึง
“กวีบทนี้มีท่วงทำนองที่ไพเราะมาก ! ไม่ได้เหมือนกวีระดับประถมของฉันเลย แต่ท่อนที่ว่า ‘หนอนไหมสิ้นจึ่งสิ้นสายใย เปลวเทียนมอดดับน้ำตาเหือดแห้ง’ ให้ความรู้สึกทรมานใจจริง ๆ ”
“ใช่ ๆ กวีนี้บรรยายความเจ็บปวดของคู่รักที่แยกจากกันและโหยหากัน แสดงถึงไข้ใจที่ต้องพรากจากกันได้อย่างจริงใจไร้ที่เปรียบ”
“แล้วพวกนายไม่สังเกตหรือ ในกวีบทนี้ยืมเอาตำนานเผิงไหลเซียนซานกับวิหคฟ้ามาแสดงความรักที่ไร้ที่สิ้นสุดและความรู้สึกโหยหาอย่างลึกซึ้งในใจของคู่รักด้วย”
บทกวีเช่นนี้ เกรงว่าคงจะมีนักเขียนยอดนิยมและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในยุคนี้ไม่กี่คนที่แต่งได้ ใช่ไหม ?