High Human

    HH 35

    หลังจากนั้นทุกคนได้ประดับยศสิบตรีโดยตราจะมีสองสีคือสีแดงและสีเขียว สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ใช้พลังต่อสู้และสีเขียวคือผู้ที่ใช้พลังสนับสนุน

    หากพวกเขาต้องการเลื่อนขึ้นเป็นสิบโทพวกเขาจำเป็นต้องรับภารกิจมาทำก่อนจึงจะมีสิทธิ์ได้เลื่อนยศ แม้จะมีพลังเพียงพอในระดับสิบโทแต่ถ้าไม่มีผลงานคุณก็จะไม่ได้รับการยอมรับ สหพันธ์ต้องการคนแข็งแกร่งแต่ไม่ต้องการคนขี้เกียจ

    พวกเขาต่างตื่นเต้นเมื่อได้รับตราและเก็บรักษามันราวกับลูกรัก 

    เมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์พวกเขาจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลของศัตรู ข้อมูลของดวงดาวและสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลวิธีการฝึกพลังจิตสัมผัส ฝึกการใช้พลัง และยังมีหนังสือแปลภาษา และมันก็มีสำหรับภาษามนุษย์แปลเป็นภาษาสากลเรียบร้อยแล้ว

    ทุกคนแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะรีบเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็ต้องอดใจไว้และรอคำสั่งจากโจ

    “ยินดีกับทุกคนด้วยที่ผ่านการทดสอบและได้เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์ นี่ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของมนุษย์และจะเป็นก้าวที่พามนุษยชาติเติบโตขึ้นอีกในอนาคต หลังจากนี้ทุกคนก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะอย่ารับภารกิจที่เกินตัว ตั้งแต่วินาทีนี้ผมจะไม่ใช่หัวหน้าของพวกคุณอีกต่อไป อ้อ…และแนะนำอย่างสุดท้าย เรียนรู้ภาษาสากลให้คล่องก่อนจะทำอะไรอย่างอื่น” โจพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับเมรี

    “ขอบคุณครับ/ค่ะ!!” พวกเขาตะโกนตามหลังโจออกมาจากใจ แม้จะเป็นเวลาสั้นๆแต่พวกเขาเติบโตขึ้นเพราะชายหนุ่ม หลังจากนี้พวกเขาแต่ละคนจะต้องเดินไปตามเส้นทางชีวิตของตัวเอง

    มายด์และรินน้ำตาคลอ พวกเธอรู้แล้วว่าโจไม่ได้สนใจพวกเธอเลย จนกระทั่งตอนสุดท้ายเขายังจากไปโดยที่ไม่คิดจะกล่าวอะไรกับพวกเธอสักคำ

    ไม่ใช่ว่าโจอยากจะใจร้ายกับทั้งสองแต่เป็นเพราะเขาอยากให้พวกเธอตัดใจจากเขา เขายังไม่พร้อมที่จะมีใครและไม่อยากให้ความหวังใคร แต่เมรีนั้นเขารู้จักกับเธอมาเป็นสิบปีจะให้ทำแบบเหมือนกับมายด์และรินเขาทำไม่ได้ เพราะเธอดีกับเขามาตลอด

    “เอายานของคุณหรือของผมดีล่ะ?” โจถามเมรีด้วยรอยยิ้มเขากำลังจะพาเธอไปกินข้าวที่โอเนี่ยน

    “ไม่ได้นั่งยานของคุณมานานแล้วเอายานของคุณไปนั่นแหละ” เมรียิ้มหวาน

    โจและเมรีเดินมาถึงที่เก็บยานอวกาส ที่นี่มียานอวกาศเป็นพันๆลำถูกเก็บไว้ เมื่อใครก็ตามที่เข้ามาในสหพันธ์ยานอวกาศจะถูกเก็บไว้ที่นี่และยานของโจอยู่ในนี้มานานครึ่งปีแล้ว

    ยานอวกาศของโจมีปีกงุ้ม ส่วนท้ายเป็นเครื่องยนต์ทรงกลมขนาดใหญ่ ยานลำนี้มีสีดำและรอยต่อบนตัวยานน้อยมาก เห็นได้ชัดว่ามันเป็นยานอวกาศระดับสูง

    “ยินดีต้อนรับกลับเจ้านาย” ทันทีที่เข้ามาในยานเสียงแข็งทื่อของเพศชายก็ดังขึ้น มันคือระบบโต้ตอบอัตโนมัติ

    “ไง เลเซอร์” โจกล่าวตอบ

    “วันนี้คุณต้องการไปที่ไหน?” เลเซอร์หรือเอไอโต้ตอบอัตโนมัติกล่าวถาม

    “วันนี้ฉันอยากพาคุณหนูผู้งดงามไปโอเนี่ยนน่ะ ช่วยทีนะ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    เมรีหน้าแดงเมื่อถูกโจพูดแหย่แต่ก็รู้สึกดีใจที่ถูกชมว่างดงามเช่นกัน

    หลังจากที่โจกล่าวจบยานอวกาศก็ลอยขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องบังคับ จากนั้นก็บินออกจากสหพันธ์และเข้าสู่สภาวะความเร็วเหนือแสงจนเกิดเป็นเส้นแสงสีขาวจากนั้นก็หายลับไป

    โอเนี่ยนไม่ได้เป็นชื่อของดาวเคราะห์แต่อย่างใด มันเป็นชื่อสถานที่ 

    โอเนี่ยนลอยอยู่ในอวกาศมันมีลักษณะเป็นโดมขนาดใหญ่ หากมองจากข้างนอกจะสามารถมองผ่านโดมใสและเห็นเผ่าพันธุ์มากมายกำลังนั่งรับประทานอาหาร ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงและยังติดตั้งอาวุธอัตโนมัติทั่วทั้งโดม ต้องคิดสักสามร้อยตลบหากคิดจะปล้นที่นี่

    ยานอวกาศของโจจอดลงบนแท่นจอดจากนั้นยานอวกาศก็ถูกพาเข้าไปในด้านใน เมื่อเข้ามาข้างในโจและเมรีที่เดินควงแขนโจก็ออกมาจากยานและเดินไปที่ทางเข้า 

    ชายในชุดสุภาพหน้าตาคล้ายมนุษย์แต่มีเขาเล็กๆบนหน้าผากและมีหูยาวแหลม กำมือหลวมแขนพาดตรงท้องและก้มหัวด้วยรอยยิ้ม “สุภาพบุรุษและสุภาพสตรียินดีต้อนรับสู่โอเนี่ยน อยากได้ห้องส่วนตัวหรือห้องรวมครับ?”

    “ขอห้องส่วนตัว” โจกล่าว 

    ชายต้อนรับจึงกดลงบนอุปกรณ์ที่ข้อมือและพูดใส่ 

    หลังจากนั้นโจก็เข้าไปข้างในและมีพนักงานอีกคนมาต้อนรับและพาเขาไปห้องส่วนตัว 

    ที่ห้องส่วนตัวหรูหรามาก ด้านบนสามารถเปิดหรือปิดก็ได้และในห้องยังกว้างพอๆกับห้องพักที่โจเคยอยู่บนโลก แน่นอนว่ามันมีราคาที่สูงมากสำหรับการรับประทานอาหารในห้องส่วนตัว

    หลังจากนั้นก็สั่งอาหารมากินหลายอย่าง อาหารของที่นี่ใช้วัตถุดิบที่มาจากดาวต่างๆและเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยบนดาวนั้นๆ

    โจและเมรีคุยไปกินไปอย่างไม่รีบร้อน เมรีมีความสุขมากที่โจออกมาทานข้าวกับเธอ ตั้งครึ่งปีที่เธอไม่ได้มีความสุขแบบนี้

    “หลังจากนี้จะทำอะไรต่อเหรอโจ?” เมรีกล่าวถามเสร็จก็จิ้มเนื้อชิ้นเล็กๆเข้าปากของเธอ

    “เดี๋ยวต้องไปทำภารกิจสักหน่อยน่ะ” โจตอบด้วยรอยยิ้ม

    เมรีพยักหน้าและไม่ถามว่าเป็นภารกิจอะไร เพราะภารกิจบางอย่างนั้นเป็นความลับการที่จะถามชายหนุ่มมันจะทำให้เขารู้สึกลำบากใจซะเปล่า

    ผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็ออกจากโอเนี่ยนและมุ่งหน้ากลับสหพันธ์ ขณะอยู่บนยานเมรียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่วันนี้ได้ออกไปเดทกับโจ เผ่าพันธุ์ของเธอสั่งสอนให้เป็นคนเยือกเย็น ดังนั้นทุกคนของเผ่าแอสไซด์จึงเต็มไปด้วยความเย็นชาแต่เมื่อเธออยู่ต่อหน้าโจ เธอกลับเป็นเพียงสาวน้อยที่น่ารักคนหนึ่ง

    โจมาส่งเมรีและเตรียมออกเดินทางไปดาวมิเควียส

    ขณะที่ลงจากยานเมรีก็หันหน้ามาหาโจและพูดด้วยรอยยิ้มน่ารัก “เดินทางดีๆนะโจ”

    เธอไม่กังวลแม้แต่น้อยเพราะเธอรู้ดีว่ามีคนจำนวนน้อยมากที่พอจะสู้กับโจได้ 

    “ไปก่อนนะ” โจยิ้มและเดินทางสู่ดาวมิเควียส

    ตามข้อมูลที่โจได้มาจากไซน๊อต ปืนใหญ่ลำแสงถูกขโมยมาจากโรงงานผลิต เขาค่อนข้างสงสัยว่าใครเป็นคนเอาไปและเอาไปได้อย่างไร ต้องรู้ไว้ว่าโรงงานผลิตอาวุธมีเผ่าคนแคระเป็นเจ้าของและโรงงานของพวกเขาเปรียบเสมือนป้อมปราการดีๆนี่เอง หากคิดจะโจมตีโรงงานนี้จะต้องถูกเป่าจนเป็นผุยผงโดยไม่ทันได้เข้าไปใกล้

    หากถูกขโมยไประหว่างขนส่งโจจะไม่แปลกใจเลยแต่นี่กลับถูกขโมยไปในโรงงานผลิตที่เป็นดั่งป้อมปราการ 

    “คนทรยศอีกแล้วเหรอ? ทำไมถึงมีแต่เรื่องคนทรยศ?” โจพึมพำด้วยความไม่เข้าใจ เขารู้สึกถึงกลิ่นไม่ดีทะแม่งๆ

    คล้ายกับเรื่องHigh Human ที่คุณอ่าน