เนื่องจากที่ไร่'นายเจมส์'ตอนนี้ยังไม่มีงานให้ทำ
ถึงเนื้อดินจะถูกปรับสภาพผิวจนปลูกผลไม้หรือต้นไม้ได้ทุกฤดูกาล ก็ยังต้องมีสิ่งปลูกสร้างอำนวยความสะดวกสบาย
เช่นบ้าน ถนน อาคารขนาดใหญ่ แท้งค์น้ำ แผนผังการแจกจ่ายน้ำไปตามท่อลำเลียง เพื่อจะรดน้ำให้กับต้นไม้ที่ปลูกได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้แม้ผิวดินจะถูกปรับสภาพผิวแล้ว ทว่าไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ต้องรดน้ำหรือรับการดูแลเลย
ยังต้องเอาใจใส่ต้นไม้และผลผลิตที่กำลังเติบโต ให้เหมือนกับลูกสาวตัวน้อยๆ แสนบอบบาง
เพราะเหตุนั้นจึงต้องรอลูกชายก้องภพเขียนแผนผังงาน พรุ่งนี้เห็นว่าจะเดินทางมาถึง
ด้วยความที่ยังว่างอยู่เขาจึงแวะไปที่ไร่'อุ่นใจ'ซึ่งเป็นไร่ของรุ่นพี่หวาน เพื่อนของเบียร์ที่เรียนอยู่คณะเดียวกันนั่นเอง
........
รถ BMW X5 มีความโดดเด่นในด้านรูปลักษณ์
เพียงแค่มันขับพ้นประตูไร่ ไม่แปลกหากใครหลายคนจะจดจำเจ้าของรถคันนี้ได้
เจมส์ลงมาจากรถพร้อมกับทอย
เบื้องหน้าเป็นอุ่น พี่สาวคนโตของหวานซึ่งกำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่บนแปลงเล็กๆ
พอเห็นว่าเป็นหนุ่มที่ไหนมาไร่ อุ่นปัดฝุ่นในมือเบาะๆ ท่าทางเก้ๆกังๆ ใช้มือที่เปื้อนดินสางผมด้วยรอยยิ้มหน่อยนึง
“สวัสดีครับพี่อุ่น อยู่บ้านคนเดียวเหรอครับ ป้ากับลุงไปไหนล่ะ” เจมส์ถามหลังจากลงรถมา
ในสภาพใบหน้าเปรอะเปื้อนเนื้อดินสีดำ ลูกสาวคนโตไร่อุ่นใจตอบ “ไปดูสวนน่ะ แต่นี่ก็ใกล้กลับแล้วแหละมั้ง ว่าแต่เจมส์มาทำอะไรถึงวังน้ำเขียวเหรอ นี่เพิ่งจะเปิดเทอมช่วงปีใหม่เองนี่นา ต้องยุ่งกับเรื่องเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ หรือว่าแอบโดดมาเล่นฮึ”
“ฮ่าฮ่า ไม่ได้แอบโดด แต่ขออาจารย์แล้วต่างหาก อีกอย่างที่มาวังน้ำเขียวก็เพราะมีธุระต้องจัดการน่ะครับ” ชายหนุ่มตอบพลางหัวเราะขบขัน
“เรื่องไร่'พยัคฆ์'ใช่ไหม” อุ่นเดาได้ไม่ยาก
เพราะเมื่อเดือนก่อนมีคนจากพัทยามากันถึงสี่ห้าคน
พวกเป็นชายหนุ่มในชุดสูท แต่งกายเรียบหรู หล่ออย่างกับนายแบบดาราทีวี หุ่นล่ำบึ้กเห็นแล้วต้องใจเต้นแรง
แต่พอถามขึ้นมาได้ความดันเป็นคนเฝ้าไร่ที่เจมส์ให้มาอยู่ที่นั่น
“ใช่ครับ เรื่องไร่ผมต้องจัดการเรื่องสิ่งปลูกสร้าง โรงจอดรถที่อยู่อาศัยรวมถึงระบบน้ำต่างๆ นอกจากนั้นผลไม้ที่จะปลูกหลังจากนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน”
“เข้าใจล่ะ แต่ว่ามันจำเป็นด้วยเหรอที่คนเฝ้าไร่ จะต้องเป็นหนุ่มหล่อสวมชุดสูท?”
สำหรับคำถามนี้เจมส์ค่อนข้างกระอักกระอ่วนนิดหน่อย
ในสายตาคนนอกคงมองว่าหุ่นแบนเนอร์หล่อเหลา หน้าตาดี เหมาะสำหรับนำมาเป็นพ่อของลูก
ทว่าในสายตาเจมส์ พวกเขาไม่ต่างจากปูในกระด้งที่ต้องจับให้อยู่นิ่งๆ
“จำเป็นสิครับ คนสวน คนขับรถ แม่บ้าน หรือพนักงานของผมต้องไม่เหมือนใคร พวกเขาจะต้องแต่งตัวดูดี โดดเด่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์” เจมส์แถไปเรื่อย แต่เอาเข้าจริงเรื่องที่พูดมากว่าครึ่งก็ถูกอยู่ส่วนหนึ่ง
“หึหึ”
“ขำอะไรครับ”
“ก็ขำน่ะสิ ทำไร่มาตั้งแต่ยังจำความได้ ไม่เห็นเคยมีใครมีความคิดอย่างเจมส์เลยสักคน”
“จริงเหรอครับ แล้วเขาทำยังไง?”
อุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “อืม...ก็ใส่เสื้อแบกปูน หรือไม่ก็เสื้อยืดธรรมดา เสื้อลายสก๊อตที่ถูกเรียกว่าเสื้อตัดอ้อย ก็นะทำงานแบบนี้คงไม่มีใครที่ไหนมาเรื่องมากเรื่องแต่งตัวหรอก เพราะมันทั้งร้อน อากาศอบอ้าว ไม่เหมือนทำงานอยู่ในออฟฟิศจริงไหม”
หล่อนเงียบครู่หนึ่ง เสริมว่า
“เรื่องภาพลักษ์ของแบรนด์อะไรนั่นก็ไม่สำคัญ ในมุมมองของชาวสวน มองแค่ผลผลิตและราคาในตลาด แค่เรื่องนี้ก็วุ่นเต็มที่ ไม่มีเวลาไปดูแลหรือห่วงภาพลักษณ์ของแบรนด์หรอก”
ชาวไร่โดยส่วนใหญ่รู้เพียงแค่ว่าทำผลผลิตให้ได้ตามเป้าหมายในแต่ละปี
ขายให้พ่อค้าคนกลาง ไม่เคยคิดที่จะทำกำไรหรือสร้างสตอรี่ให้กับผลผลิตของตัวเอง เพื่อเพิ่มมูลค่า
ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะจากที่ดูๆ โดยส่วนใหญ่มีเพียงคนเฒ่าคนแก่ ไม่ค่อยมีหนุ่มสาวมาดูแลตรงนี้ จึงขาดแนวความคิดที่จะนำผลผลิตมาต่อยอดให้สูงขึ้น
......
ไม่นานป้าพรกับลุงชัยก็กลับมาถึงบ้าน
พวกเขาอยู่ในชุดเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงขายาว รองเท้าบูท สวมหมวกผ้าปิดบังหน้าตา มองเห็นเพียงดวงตาสองคู่
เจมส์ทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท
ส่วนทอยทักทายด้วยการเต้นรำ ไม่ก็ขยับเท้าแปลกๆ คล้ายกับอยากโชว์สิ่งที่เรียนรู้มาจากเกมเต้นที่กำลังมีกระแสในโลกอินเตอร์เน็ตตอนนี้
ของจากรถ BMW X5 ถูกยกลงมา
เป็นลังโฟมสองลังใหญ่ด้วยกัน พอเปิดออกจะพบว่ามันคือกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ปูทาราบะ หมึกกระดองตัวละสองโล หอย...ฯลฯ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในทะเล
“นี่คือของฝากจากพัทยาครับ หวังว่าป้าพร ลุงชัยจะชอบกันนะครับ” เจมส์ไม่เคยมาตัวเปล่าอยู่แล้ว อีกอย่างคือก่อนหน้านี้เขารบกวนให้ลุงชัยดูแลพวกทัน ถึงฝ่ายนั้นบอกไม่ต้องการเงิน ก็ต้องมีของขอบคุณสักหน่อยจริงไหม
“โห...เยอะแยะเลย มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น ป้าไม่กล้ารับไว้หรอกเจมส์” ป้าพรออกจ่ายตลาดอยู่ทุกวัน ดังนั้นจึงไม่แปลกหากหล่อนจะรู้จักวัตถุดิบราคาถูกราคาแพง
“นั่นสิ เยอะมากเลยนะเนี่ย โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำ...โหตัวละพันล่ะมั้ง” อุ่นเสริม ในมือจับหนวดกุ้งยกขึ้นมาเชยชม เลียลิมฝีปากพลางกลืนน้ำลาย
“งั้น...เดี๋ยวผมกินด้วยแล้วกัน วันนี้มาจัดปาร์ตี้เล็กๆ เนื่องในโอกาสที่ผมจะบูรณะไร่ขึ้นมาใหม่ ดีไหมครับ” เจมส์รู้ว่าอีกฝ่ายเกรงใจ หากยังดื้อด้านไปก็คงไม่ยอมรับและเสียเวลาเปล่า จึงยัดเยียดด้วยเหตุผลของตัวเองเสียเลย
เมื่อเป็นแบบนี้ต่อให้พวกเขาอยากปฏิเสธก็เป็นเรื่องยาก
“โอ้...ได้ฤกษ์เปิดไร่ใหม่แล้วงั้นเหรอ ฮ่าฮ่า งั้นดีดีดี วันนี้มาฉลองกัน” ชัยตบต้นขาดังป๊าบ หันไปสั่งลูกสาวคนโตที่กำลังสำรวจกล่องซีฟู้ดไม่วางตา “อุ่น ไปซื้อเหล้ากับเบียร์ให้พ่อหน่อยนะ”
“หา...ให้ฉันไปเนี่ยนะพ่อ”
“หรือว่าอยากจะอยู่ทำกุ้ง เตรียมเตาถ่านล่ะ”
“งั้นไปซื้อเหล้ากับเบียร์ดีกว่าค่ะ” อุ่นเลือกได้เร็ว พลางยิ้มแหะๆ “เบียร์รินดาใช่ไหมคะ ส่วนเหล้าก็เป็น 774”
“ใช่ๆ ซื้อมาให้เยอะๆ นะ เจมส์กับทอยจะได้เมากันคืนนี้ อ้ออย่าลืมส่วนของพวกทันด้วย”
“ค่ะ ค่ะ”
เนื่องจากมีหลายรายการ อุ่นจำเป็นต้องจดใส่กระดาษแผ่นหนึ่ง ไม่งั้นไปถึงร้านค้าได้ลืมละเป็นเรื่องแน่
....
ทอยอาสาขับรถไปกับเธอ ส่วนเจมส์อยู่ในครัว ช่วยป้าพรและคนในครัวเตรียมอาหารสำหรับคืนนี้
แต่อย่างใดก็ดีแค่เขาหยิบกุ้งขึ้นมาเตรียมจะล้าง ก็ถูกไล่ออกมาข้างนอก
ป้าพรบอกว่าวันนี้เขาเป็นแขกมาเยือน จะให้ลงมือเข้าครัวทำกับข้าวได้ยังไง ในฐานะเจ้าบ้านควรจะเป็นหน้าที่ของเธอสิจริงไหม
เจมส์ไม่มีทางเลือกอื่น พอถูกไล่ออกจากในครัวก็อยากจะมีส่วนร่วมจึงไปเตรียมเตาสำหรับปิ้งย่าง
แต่อย่างไรก็ดีเขาถูกไล่ให้อยู่เฉยๆ อีกครั้งโดยลุงชัย บอกว่าเรื่องแค่นี้เดี๋ยวลุงจัดการเอง เอ็งไปนั่งเล่นอยู่ตรงโน้นไป
ชายหนุ่มเจ้าของถุงมือสีดำแสนว่างงาน เมื่ออยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำจึงนั่งลงบนโต้ไม้ตัวยาวอย่างไม่มีทางเลือก
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เช็คผลกำไรจากตลาดหุ้นที่เพิ่งซื้อขายไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
ผลการใช้ไอเทม'นิ้วทองคำ'ทำให้เจมส์ได้กำไรจากหุ้นที่ขายไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์ คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนในเวลานั้น เขาได้กำไรมากถึง 200 ล้านบาท
“เยี่ยม เท่านี้ก็มีเงินลงทุนในโปรเจ็คใหญ่ๆ ไม่ต้องกังวลว่าถังจะแตก”
ชายหนุ่มมีสีหน้าพึงพอใจ เริ่มวาดฝันเกี่ยวกับโครงการหลังจากนี้ที่เคยร่างไว้ก่อน
ก่อนอื่นต้องเป็นเรื่องคลินิกเสริมความงามด้านผิวพรรณ ซึ่งตอนนี้กำลังประสานงานกับวุ้นเส้นและสไปรท์
สองสาวมักจะกัดกันทุกครั้งที่เห็นหน้า เรื่องราวจึงได้ล่าช้าไม่คืบหน้าไปไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในปลายปีนี้จะมีคลินิกเป็นชิ้นเป็นอันหรือเปล่า
อันกับสองคือไร่
เจมส์มองเห็นโอกาสทำกำไรจากธุรกิจผลไม้เป็นโครงข่ายขนาดใหญ่
ตรงจุดนี้เขาไม่สามารถผลักดันคนเดียวได้ ต้องอาศัยเส้นสายจากก้องภพ ไม่ก็อาคมที่รู้จักคนเยอะ
แต่อย่างใดก็ดี เขาไม่รีบร้อนที่จะทำทุกอย่าง ค่อยเป็นค่อยไปนั่นแหละดี
สำหรับตอนนี้ปิดโทรศัพท์ แล้วมาสนุกกับของปิ้งย่างบนโต๊ะอาหารกันดีกว่า
........
กลับมาถึงเต็นท์รถ เจมส์ทิ้งศีรษะลงบนหมอนสีขาวก็แทบจะผล็อยหลับไป
ความจริงก่อนหน้านี้ป้าพรและลุงชัยคะยั้นคะยอให้นอนที่บ้าน แต่เขาตอบปฏิเสธ เพราะดูจะเป็นการรบกวนอีกฝ่ายเกินไป
อีกอย่างคือ การนอนในเต็นท์รถก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่
ค่ำคืนที่หมู่ดาวเต็มฟ้าพ่านพ้นและดำเนินมาถึงเช้าวันใหม่
หลังจากทานข้าวมองนาฬิกาที่ข้อมือ เจมส์เห็นรถหรูสีดำ SUV หนึ่งคันกำลังมุ่งหน้าเข้ามาที่ไร่
เนื่องเพราะถนนยังไม่ได้ถูกปูราด พอขับบนพื้นดินฝุ่นจึงฟุ้งจนไอสองสามที
รถจอดนานแล้วแต่คนยังไม่ลงจากรถ กระทั่งฝุ่นละอองจากดินหายไป ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทสีดำสวมใส่แว่นตากันแดดจึงได้ลงมาจากเบาะหลัง พร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ทั้งคู่หน้าตาดี สูงโปร่ง ผิวขาวและสดใส
แต่ที่ทำให้เจมส์ประหลาดใจก็คือ ใบหน้าของพวกเขาช่างคุ้นเคยจนน่าประหลาด จนอดถามไม่ได้ว่า “นั่น...ใช่คุณที่เคยเหมาปลาทูทั้งลำหรือเปล่าครับ”