[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    91 ตรึงกำลัง

    “ ง่วงแย้วล่ะ มังกรย้อยมานอนด้วยกันเย็ว ”


    เป่าเป้ยวางขวดนมเอาไว้ข้างหน้าต่างแล้วกลับลงไปนอนบนฟูกนอน คืนนี้เธอคงไม่ได้ฟังนิทานจากคุณลุงอ้ายเสินเพราะมีคนมากมายมาที่ร้าน


    มังกรเห็นว่าคุณหนูหลับไปแล้วมันจึงส่งกระแสจิตไปยังกลุ่มของอ้ายเสินที่กำลังตบหน้าเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คนให้ลงมือต่อไปจนกว่าเรื่องมันจะวุ่นวายไปมากกว่านี้


     “ ลูกพี่ แน่ใจนะว่าเราจะปลอดภัย ”


    จางเยว่ถามอ้ายเสินด้วยน้ำเสียงกังวล พวกเขาตบหน้าเจ้าหน้าที่มานานเป็นชั่วโมงแล้วจนหน้าอีกฝ่ายเขียวช้ำ สิ่งที่ไหลออกมาพร้อมเลือดคือฟัน เขากลัวว่าถ้าลงมือแบบนี้ต่อไปเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 จะตายเพราะถูกตบหน้า การสังหารเจ้าหน้าที่มีความผิดมากไม่น้อย อย่างต่ำติดคุก 10 ปี


    “ แกไม่ต้องกลัว มังกรคงจะรู้อะไรสักอย่างแน่เลยกล้าให้เราตบหน้าเจ้าหน้าที่แบบนี้ ตบต่อไปเลยไม่ต้องหยุด ”


    เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามประกาศใส่โทรโข่งขอร้องให้กลุ่มคนที่อยู่ภายในตึกปล่อยตัวประกัน ในระหว่างประกาศไปเรื่อยๆพวกเขาก็ลอบสังเกตการณ์บนชั้นสาม  เด็กสาวตัวน้อยหายไปแล้วเหลือเพียงมังกรที่กำลังจ้องมองมา


    “ ผู้กองครับ จากการประเมินของผมคาดว่าคนในตึกจะเป็นผู้ก่อเหตุจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน ”


    “ ฉันรู้แล้ว ใครบ้าจะมองไม่ออก ”


    “ แล้วเราจะทำยังไงดีครับ ”


    “ อย่าเข้าไปยุ่งจะดีกว่า พวกเขาอยากเจอคนของส่วนกลางก็ปล่อยให้คนของส่วนกลางเดินทางมา หน้าที่ของเราคือตรึงกำลังเอาไว้ที่นี่ ”


    ผู้กองจากสถานีตำรวจเขต X มองดูการตบตีใบหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล เขาไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือเพราะมังกรที่สามารถสังหารมอนสเตอร์จากสงครามได้ง่ายๆ กำลังมองพวกเขาจากบนตึก


    มันไม่จัดการคนที่จับเจ้าหน้าที่คงเพราะว่าวางแผนบางอย่างเอาไว้ ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเจ้าของตึกไปที่ไหนเพราะลองใช้เครื่องสแกนภายในตึกพบว่ามีแค่เด็กสาวและมังกรอยู่บนชั้นสาม ส่วนใหญ่ผู้คนจะอยู่บนชั้นหนึ่ง 


    “ ผู้กองครับ กองทัพส่งคนมาแล้วครับ ”


    เจ้าหน้าที่ส่วนกลางถือได้ว่าเป็นคนสำคัญของประเทศ การที่พวกเขาถูกจับเป็นตัวประกันหนึ่งในคนที่จะเดินทางมาช่วยเหลือนอกเหนือจากตำรวจแล้วคือทหารของเขตใกล้ๆนั่น


    ทันทีที่ทหารลงมาจากรถหนึ่งในพันโทก็เดินลงมาเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเห็นว่าสถานที่เกิดเหตุคือที่ไหนนั้น พันโทที่เดินทางมาด้วยทำได้แค่หันมองผู้กองที่ประจำการอยู่ก่อนแล้ว


    “ สวัสดีครับผู้กองเกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน ”


    “ มีคนไม่พอใจเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางที่คิดจะปิดฟิตเนสแห่งนี้ ”


    “ อ้าว แล้วพวกเขาไปทำอีท่าไหนให้ถูกสั่งปิด ”


    “ ไม่ได้ทำอะไรเลย เราลองสอบถามฮันเตอร์ที่ถูกส่งออกมาจากร้าน พวกเขาบอกว่าในระหว่างออกกำลังกายอยู่นั้นเจ้าหน้าที่ก็บุกเข้าไปในตึกแล้วไล่ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆรวมไปถึงตรวจสอบความสะอาดภายในร้านปรากฎว่าทุกอย่างไม่ผ่านมาตรฐานทั้งหมด ”


    “ อ้าว ไม่ผ่านได้ยังไง เจ้าของร้านออกจะรักลูกสาว การที่เขาพาลูกสาวมาเล่นที่ชั้น 1 จะต้องทำความสะอาดวันละร้อยกว่ารอบแน่ๆ นี่พวกเขาหาเรื่องใส่ตัวงั้นเหรอ ”


    “ คงงั้น ส่วนคนร้ายก็คงเป็นพนักงานร้าน เราแค่ไม่สามารถบอกใครได้ก็เท่านั้น ”


    “ งั้นให้ส่วนกลางมาไกล่เกลี่ยเองก็แล้วกัน ฉันยังมีหลายเรื่องที่ยังต้องให้เจ้าของร้านช่วยอยู่ ”


    ผู้กองและพันโทพยักหน้า ตัวตนของฟิตเนสแห่งนี้คือสิ่งที่คอยค้ำจุนให้เขต X รอดจากสงคราม พวกเขาไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของร้านเพราะได้ประโยชน์กับฟิตเนสแห่งนี้ไม่น้อยเลย


    เจ้าหน้าที่ภายในสถานีตำรวจทุกนายล้วนเข้าใช้งานเครื่องออกกำลังกายของที่นี่ ทางฝั่งกองทัพพวกเขาได้ส่งหน่วยพิเศษของเขต X มาออกกำลังกายเช่นเดียวกันเพื่อไม่ให้เหล่าฮันเตอร์ภายในเขตทิ้งห่าง ตัวตนของฟิตเนสแห่งนี้จึงสำคัญกับเขต X มากเพราะมันยกระดับผู้คนให้แข็งแกร่งขึ้น ในอนาคตค่าเฉลี่ยความแข็งแกร่งของผู้คนอาจจะเทียบเท่าเมืองใหญ่


    ทหารกระจายกำลังเข้าปิดล้อมตึกสร้างความสงสัยให้ประชาชนที่อยู่ระแวกใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น


    เหล่าฮันเตอร์ที่ไม่ได้เดินทางลงสู่ทิศใต้เดินทางมาที่ร้านเยอะขึ้น แต่พวกเขากลับถูกกีดกันจากฝูงชนจึงยืนดูก่อนจะรู้ว่าเกิดการจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน


    เหล่าฮันเตอร์ที่คิดจะมาเพิ่มค่าสถานะจึงสอบถามฮันเตอร์ที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวีดีโอและไลฟ์สดเพราะอยากรู้ว่าผู้ร้ายเหล่านี้มาจากที่ไหน ทำไมถึงกล้าลงมือ


    “ พวกเราไม่รู้หรอกว่าคนร้ายเป็นใคร รู้แค่ว่าเขารู้สึกไม่พอใจที่เจ้าของร้านถูกรังแกจากเจ้าหน้าที่พวกนี้ ”


    “ รังแกยังไงหว่า ”


    “ ก็เหมือนตอนที่พ่อบ้านตระกูลเกาพยายามจะเล่นงานแหละ แต่ครั้งนี้พวกที่รังแกเป็นถึงเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ทุกอย่างภายในร้านล้วนไม่ได้มาตรฐาน ”


    “ ไม่ได้มาตรฐานบ้อบออะไร ฉันยังไม่เห็นใครถูกดัมเบลหล่นทับคอตายสักคน ”


    “ นั่นล่ะที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ ”


    “ คิดจะบิดเบือนความจริงก็เลยทำให้คนที่เข้าใช้งานไม่พอใจจับเจ้าหน้าที่เพื่อเรียกส่วนกลางมาคุยสินะ ”


    “ อันที่จริงปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่ตรวจสอบไม่ผ่านหรอก ฉันคิดๆดูแล้วมันน่าจะมาจากการที่พวกเขาทำให้เด็กสาวตัวเล็กๆในร้านร้องไห้ ”


    เหล่าฮันเตอร์ตกใจ ต่อให้จะเป็นพวกเขายังไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้เด็กตัวเล็กๆคนนี้เพราะสิ่งที่อยู่ข้างๆเธอคือมังกร  นอกจากนั้นคนในร้านต่างรู้ดีว่าถ้าใครทำเธอร้องไห้อาจจะมีปัญหาทุกคนที่เข้าใช้งานจึงยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน


    “ แล้วพวกมันไปทำอีท่าไหนให้เด็กน้อยร้องไห้กัน ”


    “ ด่าตุ๊กตาว่าขี้เหล่และสกปรก ”


    “ ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าเรื่องจะจบยังไง แล้วนี่เจ้าของร้านไปไหนไม่เห็นหลายวัน ”


    “ ฉันก็ไม่รู้ ”


    ฮันเตอร์เข้ามามุงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งดึกกลุ่มฮันเตอร์ที่ผลัดเปลี่ยนมาใช้งานร้านในช่วงนี้ก็มากขึ้นตามขึ้นไปอีก


    ท่ามกลางเหล่าฝูงชนที่เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็พยายามใช้โทรโข่งเจรจากับผู้ร้ายให้หยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่ไม่เช่นนั้นจะมีการตกตาย


    ในระหว่างผู้กองและพันโทคอยไกล่เกลี่ยพวกเขาก็ได้ให้ตำรวจและทหารหาทางเข้าไปในตึกตามแนวทางปฎิบัติของหลักสูตรที่เรียนมา ถึงแม้จะรู้ว่าไม่สามารถเจาะเข้าไปในร้านได้ก็ตามที


    [  สวัสดีค่ะท่านผู้ชม พบกับเราข่าวค่ำเร่งด่วน ฉันชูฮวาค่ะ ]


    นักข่าวพูดทักทายหน้ากล้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพียงแต่นัยน์ตาของเธอแสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลเพราะตอนนี้ด้านหลังกล้องมีผู้บริหารช่องกำลังถูกมีดจ่อไปที่คอ ไม่ใช่เพียงผู้บริหาร ตากล้องและพนักงานทุกคนภายในห้องส่งล้วนแล้วถูกอาวุธจี้ไปที่คอจนไม่มีใครกล้าขยับ


    [  มาที่ข่าวแรกของเรากันเลยนะคะ เมื่อ 21.30 น. ทางเราได้รับแจ้งจากนักข่าวพื้นที่ภายในเขต X เมืองหวงซีว่ามีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้น พบว่ามีผู้ร้ายจับเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง 10 คนเป็นตัวประกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยังไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ค่ะ จากการสืบทราบของเราพบว่าต้นเหตุมาจากการที่สมาชิกในร้านบางคนรู้สึกไม่พอใจเจ้าหน้าที่จึงทำให้เกิดการลงมือก่อเหตุขึ้นค่ะ ]


    วีดีโอจากหน้าทางเข้าตึกหลงเฉียงฟิตเนสส่งให้กับตากล้องเพื่อให้นำภาพๆนี้เข้าสู่ช่องที่กำลังเผยแพร่ นักข่าวได้รับวีดีโอแล้วจึงเล่าต่อ


    [ จากการสอบถามฮันเตอร์ที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากร้าน ทุกคนให้ปากคำไปในทางเดียวกันว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คนใช้อำนาจเกินขอบเขตค่ะ ทางเรายังไม่กล้ายืนยันแน่ชัดว่าใช้อำนาจอย่างไร หากทางเราได้รับรายงานจากทางเขต X เมืองหวงซีจะรีบระบุอีกทีนะคะ ]


    นักข่าวดำเนินรายการต่อไป เพียงแต่ว่ามีดที่จี้ไปยังคอทุกๆคนถูกเก็บเอาไว้ข้างลำตัวตามที่กลุ่มชายชุดดำเหล่านี้พูดเอาไว้ชัดเจนว่าหากทำข่าวเขต X เมืองหวงซีจะไม่มีใครต้องตาย


    อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่ได้เดินทางออกไปที่ไหนเพราะต้องรอให้นักข่าวหญิงรายงานข่าวแต่ละอย่างของตึกนี้ให้เสร็จเสียก่อน ป้องกันไม่ให้เธอใช้ตัวตนนักข่าวเล่นงานพวกเขากลับคืน ข่าวที่เธอประกาศออกไปเป็นข่าวแรกจะต้องเป็นข่าวที่มาจากสำนักข่าว ไม่ใช่จากมือสังหารอย่างพวกเขาทั้ง 10 คนที่ลอบเข้ามาในตึก


    “ คนมาจากไหนเยอะแยะเนี่ย ”


    “ ของฉันก็เหมือนกัน ”


    ฮันเตอร์ที่กำลังถ่ายทอดสดผู้ร้ายจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันหันมองหน้ากัน ภายในไลฟ์ของพวกเขาเริ่มมีคนเข้ามาดูหลักสิบก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นหลักร้อยในเวลาไม่นานและยังคงพุ่งขึ้นไปแตะหลักพันอย่างรวดเร็วโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าผู้คนมาจากที่ไหน


    จำนวนผู้คนยังคงพุ่งต่อไปเรื่อยๆจนพวกเขาเห็นข้อความลายตามากมายที่เด้งขึ้นมา


    “ ใครเจาะโทรศัพท์ฉันเปล่าเนี่ย ไงก็ช่างเถอะ ตอนนี้ผมอยู่หน้าตึกหลงเฉียงฟิตเนส มีผู้ร้าย 10 คนจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน ฉันไม่รู้ว่าจะจบยังไง อยากรู้ก็คงต้องรอ ”


    ติ๊งติ๊ง


    ข้อความเด้งขึ้นถี่รัว ฮันเตอร์ที่คอยไลฟ์สดจึงตอบคำถามไปพลางเฝ้ารอดูว่าเจ้าหน้าที่จะแก้สถานการณ์ยังไง


    [  เกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเขาจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน ]


    [  พวกมาเฟียเหรอ ]


    “ มาเฟียบ้าบอที่ไหนกัน เขต X ไม่มีมาเฟียคุมถิ่น มีแค่ตระกูลใหญ่แหละ พูดไม่ได้ด้วยสิ เอาเป็นว่าคนพวกนั้นมาใช้งานอุปกรณ์ภายในร้านแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่เล่นไม่ซื่อพยายามหาเรื่องปิดร้านให้ได้ พวกเขาก็เลยคลั่งอย่างที่เห็น ”


    [  เจ้าหน้าที่หาเรื่องใส่ตัวเองเหรอ ]


    [  แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องปิดร้านนี้ด้วยล่ะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ]


    “ ฉันไม่รู้ว่าเจ้าของร้านไปมีปัญหากับใครมา แต่จากที่ฉันรู้คือ ของในร้านได้มาตรฐานทั้งหมด ยังไม่เคยเห็นใครบาดเจ็บเลยสักคน หากบอกว่าร้านไม่สะอาด ฉันเอาหัวเป็นประกันเลย เจ้าของร้านแทบจะใช้พนักงานทำความสะอาดร้านทั้งวันทั้งคืนเพราะกลัวว่าลูกสาวจะไม่สบาย เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าฝุ่นเยอะ ฝุ่นบ้าบออะไรแค่เหงื่อหยดลงมาเม็ดเดียว พนักงานแทบจะแย่งกันเช็ด ”


    ฮันเตอร์บ่นหน้ากล้องแล้วเลิกสนใจจำนวนผู้คนที่เข้ามาเพราะมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


    ขณะที่กำลังรอดูท่าทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่พยายามบุกเข้าไปช่วยตัวประกัน สายตาของผู้คนก็หันมองไปยังกลางถนนที่ถูกปิดไม่ให้รถวิ่งผ่าน  ในจุดที่ทุกสายตาหันมองไปพร้อมๆกันมียานลำหนึ่งบินลงจอด โดยสัญลักษณ์ข้างยานทำให้ทุกคนรู้คนที่เดินทางมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลาง


    “ คงจบแล้วล่ะ ”


    ข้อความมากมายบอกไปในทางเดียวกันเด้งขึ้นถี่รัว  ผู้คนรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทางส่วนกลาง อีกไม่นานคงจะลอบเข้าไปจัดการผู้ร้ายทั้ง 10 คนได้สุดท้ายเรื่องในคืนนี้คงจบลง ถึงอย่างนั้นผู้คนยังเฝ้ามองดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านไลฟ์ของฮันเตอร์หลายคนจนมีการกระโดดเข้าและกระโดดออกไลฟ์จนตัวเลขผู้ชมไม่แน่นอน

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน