ตอนที่ 117 กลุ่มอาการพาร์กินสัน
ตอนที่ 117 ขณะนี้ดนัยกำลังนั่งเฝ้าดูอาการของมิยามาโตะอยู่ไม่ห่างการผ่าตัดเอาเลือดคั่งออกจากสมองนั้นได้เสร็จสิ้นไปแล้วแต่ทว่ามิยามาโตะก็ยังไม่ฟื้น “คงต้องรอดูอาการสักคืนสินะ” ดนัยพูดออกมาพลางนึกถึงการผ่าตัดที่พึ่งเสร็จไป หมอยานางีตะทำได้ยังไงกันนะฝ่าตัดสมองโดยใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงแถมยังไม่มีข้อมูลจากการสแกนสมองช่วยด้วยเขารู้ได้ยังไงว่าเลือดคั่งมันอยู่ตรงไหนและมั่นใจได้อย่างไรว่าเอาเลือดคั่งออกมาหมดแล้ว ดนัยคิดถึงการผ่าตัดของยานางีตะอยู่ในใจ “ว่าแต่ผ่าตัดเสร็จพอเห็นว่าไม่มีชาวบ้านระแวกนี้มาทำแผลแล้วก็ปิดคลีนิกหนีขึ้นไปนอนเลยสรุปเขาเป็นหมอประเภทไหนกันแน่เนี่ยขยันหรือว่าขี้เกียจ ??" ดนัยพูดพลางนึกสงสัยนิสัยของยานางีตะดนัยนั้นไม่เข้าใจเลยว่ายานางีตะเป็นคนยังไงกันแน่แต่ถึงแม้จะยังไม่แน่ใจเรื่องนิสัยของยานางีตะแต่ดนัยก็แน่ใจได้อย่างหนึ่งนั่นก็คือเรื่องฝีมือของยานางีตะนั่นเอง ตอนนั้นเองดนัยก็ได้ยินเสียงรถฉุกเฉินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆซึ่งดนัยได้โทรไปโรงพยาบาลเพื่อให้ส่งรถฉุกเฉินมารับมิยามาโตะ ทางโรงพยาบาลคงส่งรถมาแล้ว ดนัยคิดในใจและเดินไปรอข้างนอกไม่ถึงนาทีรถฉุกเฉินก็มาจอดที่หน้าคลีนิก “อ้าวหมอดนัยเป็นคนโทรเรียกเองเหรอครับ !!” เจ้าหน้าที่บนรถโรงพยาบาลเมื่อเห็นดนัยที่ยืนรออยู่ก็อุทานออกมา “ใช่ครับผู้ป่วยอยู่ข้างในรีบเข้าไปย้ายกันเถอะครับ” ดนัยพูดก่อนจะพาเจ้าหน้าที่เข้าไปขนย้ายมิยามาโตะออกมา “หมอยานางีตะผมจะไปแล้วนะ !!” ดนัยตะโกนขึ้นไปข้างบนแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา สงสัยหลับไปแล้ว ดนัยคิดในใจก่อนจะเอากุญแจที่ยานางีตะฝากไว้ทำการปิดคลีนิกของยานางีตะเองเหมือนเดิมและหย่อนกุญแจเอาไว้ในกล่องรับจดหมายหน้าคลีนิกและขึ้นรถพยาบาลไปพร้อมกับพวกเจ้าหน้าที่ บนชั้นสอง ซ่า !! เสียงน้ำถูกเปิดทิ้งโดยผู้ที่เปิดไม่คิดจะปิดเลยซึ่งผู้ที่เปิดน้ำทิ้งเอาไว้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นยานางีตะนั่นเอง ยานางีตะมองภาพตัวเองที่สะท้อนในกระจกก่อนจะก้มลงมองมือตัวเอง กึก !! กึก !! กึก !! เมื่อมองดูมือของตัวเองก็พบว่ามือของตนนั้นยังคงไม่หยุดสั่นเลย “ให้ตายสิแค่สองชั่วโมงยังเป็นแบบนี้เสียแล้วถ้าผ่าตัดนานกว่านี้อีกนิดเจ้าหมอหนุ่มนั่นต้องสังเกตเห็นแน่แถมอาการเราก็ไม่ดีขึ้นเลยอีกหน่อยคงเปิดคลีนิกไม่ได้แล้วล่ะมั้ง” ยานางีตะพูดพลางนึกถึงอาการที่ตนเองเป็น ซึ่งอาการที่เขากำลังประสบอยู่นี้คือโรคพาร์กินสันผู้ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันนั้นมีหลากหลายกลุ่มมากไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มอาการสมองเสื่อม กลุ่มอาการเคลื่อนไหวช้า กลุ่มอาการเกร็ง และกลุ่มอาการสั่นซึ่งอาการที่ยานางีตะเป็นอยู่นั้นคือกลุ่มอาการสั่น อาการสั่นของยานางีตะนั้นจะเป็นก็ต่อเมื่อทำอะไรติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างเช่นการผ่าตัดและเมื่อเขาเริ่มผ่าตัดพอใช้เวลาไปประมาณหนึ่งอาการสั่นก็จะเริ่มแสดงออกมายิ่งเวลาผ่านเลยไปอาการสั่นก็จะยิ่งแสดงให้เห็นมากขึ้นถ้าไม่รีบหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่อาการก็จะแย่ลงจนทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนสั่นอยู่อย่างนั้นนั่นจึงทำให้ยานางีตะจำเป็นต้องพักผ่อนให้มากๆ สมัยก่อนนั้นยานางีตะสามารถยืนผ่าตัดได้นานนับสิบชั่วโมงแต่พอเขาเสียภรรยาไปนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขารู้ตัวว่าเป็นโรคพาร์กินสันซึ่งหมอเฉพาะด้านบอกว่าอาจจะเป็นที่จิตใจของเขาเองเมื่อเสียใจมากจึงทำให้อาการนั้นแสดงออกมาและด้วยอาการโรคพาร์กินสันทำให้เขาต้องเลิกเป็นศัลยแพทย์และกลับมาบ้านเกิดเพื่อเปิดคลีนิกและเมื่อเวลาผ่านไปอาการสั่นของยานางีตะก็ยิ่งแย่ลงไปเรื่อยจากที่เมื่อก่อนสามารถนั่งทำงานได้ทั้งวันก็กลายเป็นเหลือไม่ถึงหกชั่วโมงอาการของยานางีตะนั้นยังคงแย่ลงเรื่อยจนกระทั่งทุกวันนี้เหลือไม่ถึงสองชั่วโมงแล้วที่เขาจะสามารถนั่งทำงานได้ “เฮ้อ...รีบไปนอนดีกว่า” ยานางีตะถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปนอนลงที่เตียงโดยไม่ลืมหยิบยากดประสาทมากินเข้าไปด้วยเพื่อบรรเทาอาการของโรคพาร์กินสัน กลับมาที่ดนัย ดนัยใช้เวลานั่งมากับรถพยาบาลไม่ถึงห้านาทีเขาก็กลับมาถึงโรงพยาบาลทาเคนากะซึ่งภายในโรงพยาบาลนั้นดูวุ่นวายนิดหน่อยแต่ก็ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว “หมอดนัยคะผู้ป่วยคนนี้ !!” พยาบาลจากแผนกฉุกเฉินถามเมื่อเห็นดนัยนั่งรถมากับผู้ป่วยด้วย “ชื่อเขาคือมิยามาโตะ ทาคาโอะครับ ช่วยจัดการเอกสารเข้าแอดมิดเข้าไอซียูเพื่อดูอาการให้เขาด้วยพอฟื้นแล้วค่อยย้ายไปห้องส่วนตัวแล้วก็ฝากหาข้อมูลติดต่อญาติของเขาให้ด้วยครับส่วนหมอเจ้าของไข้ลงชื่อผมนี่แหละครับ” ดนัยบอก “ค่ะเข้าใจแล้วค่ะจะรีบจัดการเอกสารให้ทันทีค่ะ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะไปจัดการเอกสารให้ส่วนดนัยก็พามิยามาโตะเข้าไปที่ห้องไอซียูเพื่อดูอาการจนกว่าจะฟื้น “ดนัยได้ยินว่ากลับมาแล้วเป็นไงบ้าง !!” ฮิคาริที่ได้ยินว่าดนัยกลับมาถึงโรงพยาบาลแล้วนั่งรถเข็นของตนมาหาดนัยที่ห้องไอซียู “ก็ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะรอแค่ให้คุณมิยามาโตะเขาฟื้นขึ้นมาเท่านั้น” ดนัยบอก “ผ่าตัดเอาเลือดคั่งออกจากสมองน่ะเหรอ” ฮิคาริถาม “ใช่” ดนัยตอบ “ยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลยเนี่ยนะ” ฮิคาริถามย้ำเพื่อความแน่ใจเพราะตั้งแต่ที่ดนัยโทรมาบอกนั้นยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ “อืมเป็นฝีมือหมอยานางีตะเขาน่ะ” ดนัยพูด “เหรอยอดไปเลยนะนั่นขนาดฉันยังไม่มั่นใจเลยว่าจะทำเวลาได้เร็วขนาดนั้นมั้ยแถมเงื่อนไขในการผ่าตัดยังไม่พร้อมด้วยเพราะเป็นการผ่าเปิดโดยที่ยังไม่ได้สแกนสมอง” ฮิคาริพูด “ใช่หมอยานางีตะน่ะใช้มือหาจุดที่เลือดคั่งอยู่แทนเครื่องสแกนไม่รู้เขาไปเรียนรู้วิธีแบบนั้นมาจากไหน” ดนัยนึกถึงตอนที่ยานางีตะใช้มือเคาะๆหาจุดที่เลือดคั่งอยู่ก็ได้แต่ทึ่งทุกครั้ง “เคาะงั้นเหรอจะว่าไปศาสตร์นี้รู้สึกว่าจะนิยมกันในแพทย์แผนจีนนะ” ฮิคาริพูด “แพทย์แผนจีน ??” ดนัยทำหน้างง “ใช่การแพทย์แผนจีนถึงมันจะดูโบราณไปหน่อยแต่อย่าได้ดูถูกเชียวล่ะเพราะศาสตร์นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีต่างจากการแพทย์ปัจจุบันที่พึ่งถูกยอมรับมาได้แค่ไม่กี่สิบปีเท่านั้น” ฮิคาริพูด งั้นเหรอแพทย์แผนจีนสินะก็จริงอย่างที่ฮิคาริว่าแพทย์แผนจีนนั้นมีประวัติศาสตร์มาเป็นพันปีนับตั้งแต่ยุคสมัยที่ฮ่องเต้ยังปกครองแผ่นดินอยู่ ดนัยคิดในใจซึ่งแพทย์แผนจีนนั้นเป็นหนึ่งในศาสตร์การรักษาที่เก่าแก่มาก “แล้วนายได้ลองชวนหมอยานางีตะมาทำงานที่โรงพยาบาลเราบ้างหรือยัง” ฮิคาริถามซึ่งจุดประสงค์ที่เธอส่งให้ดนัยไปทำงานที่คลินิกนั้นคือชวนยานางีตะมาทำงานที่โรงพยาบาลนั่นเอง “ยังไม่มีโอกาสเลยวันนี้เจอหมอยานางีตะได้แปปเดียวเองเพราะเวลาส่วนใหญ่หมอยานางีตะเอาแต่นอนอยู่บนห้องตลอดให้ตายสิถึงฝีมือจะดีแค่ให้แต่เป็นหมอที่ขี้เกียจชะมัด” ดนัยบอก หมอยานางีตะเนี่ยนะขี้เกียจ ฮิคาริที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดในใจก่อนจะนึกถึงหมอยานางีตะที่เธอรู้จักซึ่งเธอนึกภาพยานางีตะที่ขี้เกียจไม่ออกเลย “ว่าแต่ผู้บาดเจ็บจากแผ่นดินไหวเป็นไงบ้างมีใครเสียชีวิ...” “ไม่ต้องห่วงมีแต่ผู้บาดเจ็บเท่านั้นเรื่องเสียชีวิตในเขตโตเกียวเป็นศูนย์ประชาชนญี่ปุ่นน่ะชินกับแผ่นดินไหวอยู่แล้วแถมยังถูกอบรมเรื่องวิธีการรับมือมาตั้งแต่เด็กดังนั้นเวลาเกิดแผ่นดินไหวทุกคนจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรส่วนใหญ่ที่บาดเจ็บก็เป็นอุบัติเหตสุดวิสัยทั้งนั้น” ฮิคาริพูด “งั้นเหรอถ้าแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้ไปเกิดที่ไทยนะคนคงตายเป็นร้อยลำพังแค่อาคารก็คงถล่มเป็นว่าเล่นเพราะอาคารที่นั่นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับแผ่นดินไหว” ดนัยพูดพลางนึกถ้าเหตุการณ์นี้ไปเกิดที่ไทยคงเละน่าดู “อืม...แต่ประเทศไทยของนายก็ไม่เคยเจอแผ่นดินไหวนี่เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่อันตรายนายไปพักก่อนก็ได้นะวันนี้วันหยุดนายนี่เดี๋ยวฉันสั่งให้พยาบาลดูแลให้เอง” ฮิคาริบอก “ไม่เป็นไรฉันว่าจะรอเจอญาติคุณมิยามาโตะก่อนค่อยกลับไปพักน่ะเดี๋ยวขอไปถามพยาบาลก่อนแล้วกันว่าติดต่อญาติของเขาได้หรือยัง” ดนัยบอกก่อนจะลุกขึ้นออกไปหาพยาบาลที่จัดการเรื่องเอกสารให้เขา “หมอยานางีตะกลายเป็นคนขี้เกียจงั้นเหรอสงสัยต้องไปดูด้วยตาตัวเองสักรอบแฮะ” ฮิคาริพูดออกมาหลังจากดนัยเดินออกไป จบ...