เมื่อเห็นว่าซูหยานไม่ได้พูดอะไรอีก หลิงฟานก็รีบประสานมือและโค้งคำนับหนึ่งครา “ในเมื่อท่านไม่มีคำสั่งอะไรแล้ว หลิงฟานขอตัว”
“รอก่อน…” ซูหยานหันกลับมามองหลิงฟานและยิ้มจางๆ “ตอนนี้ศิษย์น้องหยางของเจ้าตายไปแล้ว ชิงเยว่ก็ไร้คู่บำเพ็ญ เจ้าไปเป็นคู่บำเพ็ญใหม่ให้แก่นาง และเริ่มฝึกฝนปลุกพลังหยางนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”
“อะไร!” หลิงฟานตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี “ท่านอาจารย์ ท่านคิดจะให้ข้า—”
ซูหยานเผยรอยยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย “ชิงเยว่เป็นผู้ครอบครองร่างกายหยินที่หายาก หากนางไม่ได้รับพลังหยางที่เพียงพอ อัตราการพัฒนาของนางจะช้ากว่าปกติ และอีกอย่างหากเจ้าได้กลายเป็นคู่บำเพ็ญเต๋าคนใหม่ให้แก่นาง พวกเจ้าจะได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวของเจ้าและตัวของนางเอง”
ใบหน้าของหลิงฟานแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เขาเกาแก้มอย่างไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
การแสดงออกของหลิงฟานทำให้ซูหยานยกยิ้มมุมปาก “ทำไม? เจ้าคิดว่าชิงเยว่ไม่คู่ควรกับเจ้าหรือไม่?”
“มิใช่เช่นนั้น….” หลิงฟานรีบส่ายหน้า “แม้อาจารย์จะพูดอย่างนั้น แต่ข้าไม่รู้ว่านางจะยอมรับข้าเป็นคู่บำเพ็ญเต๋าหรือไม่…”
ซูหยานระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น “ฮ่าๆๆๆ! เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ข้าจะพูดกับนางเป็นการส่วนตัว ร่างกายหยินของชิงเยว่เป็นร่างกายพิเศษที่ขาดพลังหยางไม่ได้ ดังนั้นแล้วนางแทบจะหมดหนทางที่จะปฏิเสธความหวังดีของข้า”
สีหน้าและแววตาของหลิงฟานเผยให้เห็นการแสดงของที่โล่งใจ “ในเมื่อเป็นคำแนะนำของท่านอาจารย์ ข้าก็พร้อมจะทำตาม”
ซูหยานหัวเราะเยาะเบาๆ ก่อนที่มันจะโบกมือ “เจ้าไปได้แล้ว นับตั้งแต่นี้ให้มาหาข้าทุกๆสามวันเพื่อมารับเม็ดยาหยางบริสุทธิ์”
“ขอบคุณท่านอาจารย์” หลิงฟานยิ้มออกมาอย่างสดใส มันโค้งคำนับก่อนจะขอตัวจากไป
หลังจากที่หลิงฟานจากไป ซูหยานก็มานั่งทบทวนกับตัวเอง “ตอนนี้มีโอกาสที่สิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 นั้นจะอยู่ในมือของเทียนเหยาที่สอง หรือไม่ก็ในอยู่มือของราชองครักษ์หยู… เห็นทีต้องไปถามหาความชัดเจนกับเทียนเหยาที่สองเสียก่อน”
“และอีกอย่างในเมื่อตระกูลจางถูกฆ่าล้างบางไปแล้ว และข้าก็เป็นผู้ถือครองตราราชวงศ์จักรพรรดิ… จางหลินก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!”
ดวงตาของซูหยานฉายแสงแห่งความชั่วร้าย “จางหลิน! ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับจางหยินเซียวและสมาชิกคนอื่นๆของตระกูลจางเอง!”
ซูหยานหัวเราะเยาะขณะก้าวออกจากห้องด้วยอารมณ์แจ่มใส
โดยหารู้ไม่ว่าขณะที่ซูหยานก้าวออกจากห้องไป ที่มุมๆหนึ่งมีร่างของชิงเยว่ที่หลบซ่อนอยู่ด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา นางขดตัวลงในท่านั่งราวกับคนขาดสติ
เห็นได้ชัดว่านางได้รับฟังข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ และข้อมูลที่นางได้รับนั้นเป็นข้อมูลที่กระทบกระเทือนจิตใจของนางเป็นอย่างมาก!
‘ลุงจางและผู้อาวุโสตระกูลจางทุกคนตายไปแล้ว!’
‘มันจะเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?’
‘ไม่ดี! พี่จางตกอยู่ในอันตราย!’
‘ข้าต้องส่งข่าวเรื่องนี้ให้พี่จาง ก่อนที่ท่านอาจารย์จะออกคำสั่งสังหาร!’
ชิงเยว่พยายามดึงสติกลับมาและปาดน้ำตาที่นองหน้า ดวงตาของนางค่อยๆเผยให้เห็นการแสดงออกที่เย็นชา และรีบออกจากศาลาชั้นในของปรมาจารย์ซูหยานในทันที
.
.
.
~ เวลาล่วงเลยไปจนถึงพลบค่ำ ~
ตำหนักหลังใหญ่ในคฤหาสน์เจ้าเมืองมู่ จางหลินนั่งอยู่บนเตียงในท่วงท่าเข้าสู่สภาวะฌาณ ด้วยการหลับตาลงอย่างเงียบๆ
เมื่อเขาหลับตาเขาก็สัมผัสได้ว่า ขณะนี้จุดชีพจรทั้งหมดได้ถูกทลายไปแล้ว
จุดชีพจรทั้งห้าสิบสองจุดกำลังดูดซับปราณจิตวิญญาณจากสภาพแวดล้อมเข้าสู่ร่างของเขา และพลังปราณจิตวิญญาณเหล่านั้นกำลังไหลหลั่งเข้าสู่ตำแหน่งตันเถียน
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนท่วงท่าของฝ่ามือ หมุนเวียนปราณจิตวิญญาณในตันเถียนเก้ารอบ ก่อนจะมีพายุพลังงานแผ่ซ่านไปยังเส้นลมปราณทั้งสิบสามสายในทันที!
หว่อง!
ทันใดนั้นจุดชีพจรทั้งห้าสิบสองจุดส่องแสงเรืองรอง วงแหวนวิญญาณยุทธ์สีทองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นล้อมรอบตัวของเขา โดยมีแสงดาราหนึ่งดวงกำลังโคจรไปรอบๆวงแหวน!
ขอบเขตก่อตั้งรากฐาน 1 ดาว!
คิ้วของจางหลินขมวดชนกัน เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลออกลงมาด้วยการแสดงออกที่เจ็บปวด
เขายังคงหมุนเวียนปราณจิตวิญญาณต่อไป ครั้นสัมผัสได้ว่ายังคงมีพลังงานบริสุทธิ์ตกค้างและยังไม่ได้ถูกกลั่นกรองอยู่ในส่วนลึกของตันเถียน
พลังงานบริสุทธิ์ตกค้างพวกนั้น เป็นผลมาจากเศษเสี้ยวปราณจิตวิญญาณระดับต่ำที่มาจากเม็ดยามากมายที่เขาได้กลั่นเข้าไป
วู้ม!
ภายใต้วงแหวนวิญญาณยุทธ์สีทอง เผยเห็นดวงดาราที่ส่องประกายขึ้นมาจนครบทั้งเก้าดวงในพริบตา!
ไม่คาดคิดว่าแค่พลังงานบริสุทธิ์ตกค้างในตันเถียน จะทำให้จางหลินเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐาน 9 ดาวได้อย่างง่ายดาย!
ใบหน้าของจางหลินดูเคร่งเครียด เขายังคงหมุนเวียนปราณจิตวิญญาณต่อไป เพราะเขารู้สึกได้ว่าขีดจำกัดของเขายังไม่สิ้นสุดลงแค่นี้!
วู้ม!
ดวงดาวทั้งเก้าได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน พลังอันมหาศาลจากเก้าดาราบีบอัดกัน ก่อกำเนิดเป็นวงแหวนวิญญาณยุทธ์ที่สอง!
วินาทีนั้นแสงดาราหนึ่งจุดก็ส่องประกายออกมาภายใต้วงแหวนวิญญาณยุทธ์สองวง!
ทว่าการปรากฏขึ้นของดวงดารายังไม่หยุดแค่นั้น จางหลินแผดเสียงคำรามต่ำ เขาหมุนเวียนปราณจิตวิญญาณอย่างบ้าคลั่งเพื่อกลั่นพลังงานตกค้างทั้งหมดในคราวเดียว!
ซู่!
เวลาล่วงเลยผ่านไปสามสิบลมหายใจ บัดนี้มีแสงดาราเก้าดวงกำลังโคจรรอบๆวงแหวนวิญญาณยุทธ์สีทองสองวง!
ขณะนี้กล้ามเนื้อ เส้นลมปราณและทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาก็ได้ถูกขัดเกลาจากปราณจิตวิญญาณภายนอก ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลา 9 ดาวอย่างไม่คาดคิด!
ผ่านไปไม่นานพายุพลังงานที่ครอบงำก็ค่อยๆทุเลาลง จางหลินค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงสีทองส่องประกายผ่านรูม่านตา
จางหลินเผยสีหน้าประหลาดใจ ขณะจ้องมองวงแหวนวิญญาณยุทธ์สองวง และดวงดาราทั้งเก้าที่กำลังโคจร “เพียงแค่ข้าเปิดจุดชีพจรได้ ข้าก็กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา 9 ดาวเลยงั้นรึ?”
การที่เขาสามารถกลับมาฝึกฝนปราณได้อีกครั้งหลังจากไร้หนทางก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์มากพอแล้ว แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากกลับมาฝึกฝนปราณได้อีกครั้ง เขาจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาโดยที่ไม่ต้องฝึกฝนให้เสียเวลาเป็นปีๆเฉกเช่นคนอื่นๆ!
พลังยุทธ์ของเขาในตอนนี้เทียบได้กับชิงเยว่แล้วด้วยซ้ำ
จางหลินลุกขึ้นและปลดปล่อยหมัดตรงไปข้างหน้า ก่อนที่จะมีแสงปราณพุ่งออกมาทำให้ชั้นบรรยากาศเกิดระลอกคลื่นผันผวน
“นี่น่ะหรือความรู้สึกของผู้ฝึกยุทธ์? ช่างเบาตัวและเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วดีจริงๆ” จางหลินชื่นชมตนเองอยู่นาน เขารู้สึกได้ถึงการพัฒนาในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ ความคล่องแคล่ว และยังรวมถึงพละกำลังที่เทียบได้กับสัตว์วิญญาณระดับ 2
ครู่ต่อมาดวงตาที่ยินดีของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา เจตนาฆ่าเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใต้สำนึก “หมาเฒ่าซูหยาน ยามนี้ข้าได้กลายมาเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว... เจ้าล้างคอรอไว้ได้เลย!”