ตอนที่ 34 สามนักฆ่า ปะทะอัศวินเมด
หลังจากที่เด็กสาวในชุดเกราะอัศวินพูดจบเหล่านักฆ่าทั้งสามคนต่างก็หัวเราะลั่นออกมาทันที...พวกเขาสังหารมาแล้วตั้งไม่รู้กี่ร้อยชีวิตกับอีแค่การฆ่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งพวกเขาไม่มีความปรานีอยู่แล้ว ต่อให้เธอจะทำเป็นปกปิดความกลัวโดยการขู่ฆ่าพวกเขาก็ตาม
“เฮ้ยเพื่อน...เด็กคนนี้ชั้นขอได้ไหมดาบของชั้นมันไม่ได้ลิ้มรสชาติเลือดของเด็กผู้หญิงมานานแล้ว”
เขาชักดาบคาตานะเล่มยาวออกมาจากหลังพร้อมกับเลียไปที่ดาบ...
“ไม่ๆ แกไปจัดการผู้หญิงที่อยู่ในคฤหาสน์นั่นสิ...มีดของชั้นมันก็ชอบผ่าท้องของสาวน้อยเหมือนกันนะ”
นักฆ่าอีกคนพูดพร้อมดึงมีดคุไนคู่ออกมา
และในระหว่างที่พวกเขาเถียงกันอยู่นั่นเองก็มีก้อนพลังงานที่เหมือนฟองอากาศจำนวนมาก เกิดขึ้นลอยอยู่รอบตัวของเด็กสาวที่มีใบหน้าแน่นิ่งในชุดเกราะอัศวินคนนั้น
ก้อนพลังที่เห็นอยู่นั้นจะมีสีส้มอ่อนๆและสีฟ้าอ่อนๆ มีขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง โดยที่มีก้อนเล็กสุดขนาดประมาณลูกฟุตบอลและมีก้อนใหญ่สุดขนาดเกือบเท่าบอลลูน
...เหล่านักฆ่าต่างก็คิดว่าชั่งเป็นสกิลที่หน้าสนใจดีตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เธอได้ทำการใช้สกิลเรียกดาบออกมาพร้อมกับแรงกดดันที่มหารศาล...เพียงแต่ว่าศพก่อนหน้านี้ที่พวกเขาตัดหัวไปก็โชว์สกิลที่อลังการดูสวยงงามแบบนี้เช่นกัน
“เป็นสกิลที่ดูอลังการและงดงามดีนะสาวน้อย...แต่มันก็แค่นั้นแหละ”
นักฆ่าที่ถือดาบคาตานะเล่มยาวในพูดขึ้น...เพียงแต่มันถูกทิวดอร์เมินโดยสิ้นเชิง
และมันสร้างความไม่พอใจให้กับเขาขึ้นมา....‘น่าหงุดหงิดนัก ไอเจ้าเด็กนี่จะตายอยู่แล้ว ยังจะกล้าเมินชั้นอีก...’
“ไม่สนล่ะเลือดของเด็กผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นอาหารให้กับดาบของชั้น”
นักฆ่าดาบยาวพูดพร้อมทำท่า‘ผสานอิน’
“วิชานินจาดาบเขี้ยววายุอสรพิษเหินเวหา”
[ ผสานอิน คือท่าผสานมือที่ใช้ในวิชานินจา
แม้จะบอกว่าเป็นวิชานินจาแต่ความจริงแล้วก็เป็นเพียงแค่การใช้‘สกิล’ และท่าผสานอินก็ไม่ได้มีผลอะไรพิเศษ ]
นักฆ่าคนที่สาม เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้พูและแสดงปฏิกิริยาใดๆออก เขายืนกอดอกเฝ้ามองเพื่อนของเขาอย่างนิ่งเงียบ
แต่หลังจากที่เพื่อนของเขาแสดงท่าผสานอินของนินจาแล้วนั้นเขาก็เกิดอาการเขินอายแทนขึ้นมาทันที นั่นก็เพราะพวกเขากำลังแต่งกายเลียนแบบนินจากันอยู่ไม่ได้เป็นนินจาจริงๆ ยิ่งใช้คำพูด และแสดงท่าทางของนินจามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเขินอายมากเท่านั้น..
หลังจาที่นักฆ่าดาบยาวเรียกใช้วิชานินจา(ที่ความจริงแล้วมันคือสกิล) ก็เกิดลมในรูปลักษณ์ของงูขนาดเล็กเลื้อยพันรอบดาบยาวของเขา...ก่อนที่เขาจะตวัดดาบฟาดลงพื้นเหมือนแซ่ที่สร้างขึ้นจากลมก่อเกิดแรงลมมหาศาลพาร่างของเขาดีดลอยขึ้นสูง
ในขณะที่เขาอยู่กลางเวหา ดาบยาวของเขาหันชี้ไปทางเด็กสาวในชุดเกราะอัศวิน...
“ไปเลยลูกพ่อ!!ไปกินเลือดกินเนื้อให้เต็มอิ่มกันไปเลย”
ลมอสรพิษที่พันดาบของเขาอ้าปากกว้างเผยให้เห็นคมเขี้ยววายุ และร่างลมของมันที่รัดดาบไว้แน่นพุ่งเข้าหาร่างของเด็กสาวตรงหน้า นำพาดาบยาว และร่างของนักฆ่าที่เป็นผู้ใช้งานพุ่งเข้าไปด้วยพร้อมกับมัน
โดยที่เป้าหมายคือการทิ่มแทงและขย้ำร่างของเด็กสาวในชุดเกราะให้กลายเป็นชิ้นๆ
“ตาย!!!!!”
.
.
เหล่าเพื่อนของเขาที่เฝ้ามองอยู่ก็เกิดอาการร่างกายที่แข็งทื่อและดวงตาก็เบิกโพลงขึ้นมาในทันที...
สิ่งที่พวกเขาเห็น เหมือนภาพบางส่วน ถูกตัดหายไป...และภาพที่ถูกตัดหายไปนั้นคือภาพร่างกายท่อนบนของนักฆ่าดาบยาว
“ม-เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน”
“ฟิ้ว!!!”
ร่างที่เหลือเพียงท่อนล่างของนักฆ่าดาบยาวร่วงลงสู่พื้น
“ถ้าชั้นมองไม่ผิด...”
ในตอนนั้นขณะที่ร่างของนักฆ่าดาบยาวกำลังพุ่งไปเสียบร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นร่างของเขาส่วนบนได้พุ่งผ่านก้อนพลังที่คล้ายกับฟองอากาศสีส้มอ่อนเข้า...ร่างกายของนักฆ่าดาบยาวเส้นผม เนื้อหนัง และกระดูก รวมไปถึงเสื้อผ้า และดาบยาวเล่มนั้นทุกสิ่งทุกอย่างของเขาที่สัมผัสกับก้อนพลังงานนั้นเข้า มันละลายกลายเป็นของเหลวแล้วก็ระเหิดหายไปในทันที...
และเมื่อเหล่านักฆ่าเพื่อนของเขาไล่เรียงเรื่องราวน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นได้ร่างกายของพวกเขาก็สั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างหนัก ความกลัวที่เหมือนน้ำทะเลสีดำมืดซัดจิตใจของพวกเขาให้จมดิ่งลงไปสู่ก้นบึ้งอันหนาวเหน็บของมัน...
“เฮ้ยเพื่อน...แกเคยพูดไว้สินะว่าระหว่างภารกิจกับชีวิตให้เลือกภารกิจ”
นักฆ่าที่ถือมีดคุไนคู่พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งแต่ร่างกายยังคงสั่น
“ใช่ชั้นเคยพูดไว้...อย่าได้กลัวไปเลยมันอาจจะใช้ทริคบางอย่าง หากเรารู้เราก็สามารถจัดการมันได้”
นักฆ่าอีกคนที่ยังอยู่ในท่ามือกอดอกพูดขึ้นแต่ร่างกายของเขาเองก็สั่นกลัวเช่นกัน...
“งั้นเหรอ...งั้นแกก็สู้ไปคนเดียวเถอะ.....วิชานินจาวิ่งหนีความเร็วสูง”
นักฆ่ามีดคุไนพูดจบเขาก็รวบรวมกายมายทั้งหมดเสริมความว่องไวให้กับการเคลื่อนที่ แล้ววิ่งหนีด้วยความเร็วสูง
‘ใครจะสู้ก็สู้ไปเถอะ สกิลที่ละลายได้แม้แต่กระดูกภายในระยะเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที...มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่เอาชีวิตไปทิ้งอย่างเสียเปล่า’นักฆ่ามีดคุไนคิดอย่างเคร่งเครียดร่างกายของเขาวิ่งหนีด้วยความเร็วสูงสุดเท่าทีจะทำได้...
“อ้าวเฮ้ย!...”
นักอีกคนของอุทานขึ้นมาอย่างตกใจหลังจากที่เพื่อนของเขาวิ่งหนีไป...
เพียงแต่...ด้วยเวลาเพียงไม่นานเท่านั้นเองก้อนพลังงานสีฟ้าอ่อนก้อนหนึ่ง เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เหนือยิ่งกว่านักฆ่าถือมีดคุไนหลายเท่า...ก้อนพลังงานก้อนนั้นมันเครื่อนที่ผ่านร่างของนักฆ่าถือมีดคุไนไปอย่างง่ายดาย
“ช-ช่วยด้วย!!!”
คำพูดสุดท้ายของนักฆ่าถือมีดคุไนแล้วหลังจากนั้นร่างกายของเขาก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งภายในชั่วพริบตา แล้วแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผง..
“ฮี๊!!!!...”
ร่างกายของนักฆ่าคนสุดท้ายเกิดอาการสั่นกลัวหนักยิ่งกว่าเก่าเพื่อนของเขาต่างถูกฆ่าตายกันอย่างง่ายดาย
...ตัวเขาที่เคยฆ่าคนมาเยอะ โดยไม่เคยคิดเลยว่าสักวันจะเป็นฝ่ายที่ถูกฆ่าเสียเอง
“ด-ได้โปรด ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ”
----ทิวดอร์เฝ้ามองเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยที่ร่างกายของเธอไม่ขยับไปจากจุดเดิมเลยสักนิดเดียว
“ตัวข้านั้นไม่ได้ใจดีเหมือนพี่สาวหรอกนะ...อีกอย่างข้าก็ได้เตือนพวกเจ้าไว้แล้ว”
น้ำเสียงที่เย็นยะเยียบของเด็กสาวในชุดเกราะอัศวิน...
ในทันทีที่นักฆ่าคนสุดท้ายได้ยินร่างกายของเขาก็หนาวสั่นไปจนถึงกระดูกสันหลัง
...ร่างกายของเขาในตอนนี้ทุกอย่างมันขยับไปเอง เขาวิ่งด้วยความเร็วสูง และด้วยสกิลที่เขามี เขาเปลี่ยนผ้าผืนใหญ่ให้เป็นเครื่องบินกระดาษขนาดที่ใหญ่พอที่จะพาร่างกายของเขาบินหนีไป
“ฟิ้ว!!!”
...และดุจชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงก้อนพลังงานสีส้มอ่อนขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นดักตรงหน้าของเขาและก้อนพลังงานสีฟ้าอ่อนขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้านหลังของเขา
แล้วหลังจากนั้น ก้อนพลังงานทั้งสองได้เคลื่อนที่บดเข้าหาร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
“อ๊าคคคคคคค!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงร้องอย่างโหยหวนก่อนที่ร่างกายของเขาจะสลายหายไปในทันที...
.
.
.
“อ้าวเสร็จแล้วเหรอคะโครเอ้จังพี่ยังทำอาหารไม่เสร็จเลย”
ซากุระที่กำลังทำอาหารอยู่ยิ้มทักขณะที่เห็นทิวดอร์เดินเข้ามาในครัว
“อื่ม!..ท่านพี่ให้ข้าได้ช่วยท่านทำอาหารได้หรือไม่”
ทิวดอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งเธอนั้นต้องการที่จะช่วยพี่สาวทำอาหารจริงๆ
...เพียงแต่หลังจากที่ซากุระได้ยินร่างกายเธอก็เป๋ไปทันทีเนื่องจากฝีมือในการทำอาหารของทิวดอร์นั้นสามารถเปลี่ยนไข่เจียวธรรมดาให้กลายเป็นวัตถุลึกลับสีดำได้..
“พี่คิดว่า...เออใช่ ทิวดอร์จังมาหาคุณชายทำไมเหรอค่ะ”
ซากุระเปลี่ยนหัวข้อคุยในตอนนี้เธอยังคิดคำตอบปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจไม่ออก
แต่คำพูดของซากุระกลับทำให้ทิวดอร์ก้มหน้าคิดอย่างจริงจังก่อนที่จะพูดออกมา...
“ตัวข้านั้นทำเป้าหมายที่ต้องการได้สำเร็จเร็วเกินกำหนดทำให้ในตอนนี้ตัวข้านั้นรู้สึกว่างเปล่าเป็นอย่างมาก และหวนนึกถึงมาสเตอร์และสิ่งที่ตัวข้าต้องการอย่างแท้จริง...ตัวข้าในตอนนี้ต้องการที่จะอยู่ข้างกายของมาสเตอร์และปกป้องมาสเตอร์”
คำตอบของทิวดอร์ทำให้ซากุระยิ้มมาที่เธออย่างอ่อนโยน...
“เพียงแต่ตอนนี้ข้างกายของมาสเตอร์มีท่านพี่ซีโร่อยู่แล้ว...ตัวข้าจึงแทบไม่จำเป็น”
.
.
.
----ภาพที่แสนน่าหวาดเสียวจนไรจิแทบไม่กล้ามอง
แต่เมื่อสายตาของเขาค่อยๆลืมขึ้น เขาก็พบกับภาพที่ไม่น่าเชื่อ
...กอนในตอนนี้ยังยืนยิ้มอยู่ในสภาพเดิมแทบจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนราชาวานรผมแดงนั้น พยายามที่จะกดดาบของมันลงเพื่อที่จะผ่าร่างของมนุษย์ตรงหน้าอย่างเต็มกำลังจนตอนนี้มือของมันเริ่มมีอาการสั่นเกร็ง และใบหน้าเริ่มแดง แต่มันก็ไม่อาจที่จะผ่าร่างของมนุษย์ตรงหน้าได้...เนื่องจากเมดสาวที่ชื่อซีโร่ได้ใช้มีดผีเสื่อของเธอมารับการโจมตีไว้
ไรจิและคาร์ลมองภาพตรงหน้ามันเป็นสิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าร่างกายที่ผอมบางและมีดเล่มเล็กๆจะสามารถรับการโจมตีที่มหาศาลของราชวานรไว้ได้อย่างง่ายดาย
“ไง! เจ้าจ่อ...ทำได้แค่นี้เองเหรอ”
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic