“ถ้าแผลใหญ่และลึกกว่านี้ต้องใช้เข็มกับตัวเทปนี่ช่วย” อันดาบอกข้อมูลเบื้องต้นก่อน
“สิ่งนี้เรียกว่าเทปหรือ” หมอเจียง
“ที่จริงก็มีเรียกหลายชื่อนะ แต่เรียกเทปง่ายกว่า” อันดาตอบ จะให้บอกว่าเรียกว่า stichthless Plaster หรือ Derma clip หรือ Wound closure device แล้วจะจำกันได้มั้ยนะ
“เอาเถอะอย่างไรเสียมันก็มีหลายขนาด กล่องนี้ยกให้ท่าน” อันดาตอบ
“เจ็ด ท่านเป็นมานานหรือยัง” อันดาจู่ๆ ก็ถามเจ็ดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เมื่อสี่ปีที่แล้วขอรับ” เหมือนว่าอันดาจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“รักษาเสร็จข้าจะฝังเข็มให้ หลังจากนั้นต้องมาให้ข้าฝังเข็มอีกสองครั้ง อาการยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ เจ้ามีโอกาสหายขาด” อันดาตอบเสร็จก็นั่งรอไม่พูดอะไร และไม่มีใครถาม เพราะท่าทีเช่นนั้นเป็นที่รู้กันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
“งั้นไปรักษาที่ห้องข้าดีหรือไม่” แม่ทัพหยางเสนอ
“ขอบคุณแต่ไม่เป็นไร ข้าแค่ปักเข็มและใช้เวลาไม่นาน” อันดาตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ” แม่ทัพหยางรู้สึกอึดอัดแต่แค่ครู่เดียว
“ตอนนี้บอกไม่ได้ต้องลองรักษาก่อนนะ” อันดากระซิบ ทำเอาใจที่ขุ่นมัวเมื่อครู่กระจ่างใสขึ้นมาในบัดดล
"หลังจากรักษาให้เจ็ดเสร็จแล้วอันดาก็ให้คนพาไปที่บ่อน้ำที่มีปัญหาแล้วใช้ถ่านกัมมันต์* กรองน้ำทำให้น้ำกลับมาใช้ได้อย่างปกติ
“แล้วมีใครไปที่หมู่บ้านบ้าง ตอนนี้เด็กๆ เป็นยังไงกันบ้าง” อันดาถาม
“ไปดูอยู่เสมอ พวกเขายังอยู่ดี แต่ดูเหมือนเป็นไข้หน้าร้อนกันมาก ตอนนี้น้ำไปถึงชาวบ้านเริ่มเพาะปลูกได้ แต่จะให้มาดูแลเด็กๆ คงไม่ไหว” แม่ทัพหยางตอบ
“ท่านว่าให้พวกสาวๆ ที่สร้างที่พักริมน้ำช่วยเลี้ยงดูเด็กๆ ได้หรือไม่ ข้าต้องการซื้อที่ดินในเมืองและสร้างเรือนรับเลีี้ยงเด็กกำพร้าในเมือง แล้วรับคนที่อพยพเข้ามาทำงานดีหรือไม่” อันดาขอความเห็น
“คนนั้นร้อยพ่อพันแม่ รู้หน้าไม่รู้ใจต้องมีการจัดการที่ดีและต้องคัดคน เด็กๆ นั้นใช่ว่าจะดูแลได้ง่าย แต่ละคนก็นิสัยต่างกันไป” แม่ทัพแนะนำจากประสบการณ์ที่เลี้ยงเด็กกำพร้ามาก่อน
“ให้เจ็ดไปช่วยดูได้หรือไม่” เพราะเธอต้องให้เขาพักฟื้น
เมื่ออยู่กันสองต่อสองอันดาจึงเฉลยว่าเหตุการณ์ที่เจ็ดเคยบาดเจ็บสาหัสนั้นเขาเคยหยุดหายใจไปนานกว่าหนึ่งเค่อ เป็นเรื่องแปลกที่เขายังฟื้นขึ้นมาโดยร่างกายไม่เป็นอะไร แต่เขามีภาวะลมชัก บางครั้งเดินๆ อยู่ก็หมดสติลงไปเฉยๆ เหมือนเลือดยังคั่งอยู่บางที่
อาจเป็นเพราะเขาฝึกวรยุทธ์จึงไม่แสดงอาการให้คนเห็นแต่เจ้าตัวรู้ดีว่าร่างกายกำลังเสื่อมแล้วเขาอาจจะกลายเป็นผักในวันนึง เพราะปิดอาการไว้ไม่บอกใคร การหมดสติแบบนี้ทำให้เกิดเรื่องน่าอายบ่อยๆ ดีที่เขาไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ช่วงหลังคงเป็นบ่อย เห็นว่าบางครั้งแขนก็กระตุกขึ้นมาเอง
“เป็นเพราะลมปราณสับสน” แม่ทัพหยางตอบได้ทันทีในฐานะผู้ฝึกวรยุทธ์และรู้ว่าเจ็ดนั้นมีความสามารถมาก แต่หลังๆ ดูเขาจะซุ่มซ่ามเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง
“หลังจากข้าฝังเข็มให้เขาได้สามครั้ง ท่านสามารถปรับลมปราณของเขาให้กลับมาเป็นปกติได้ แต่หลังจากนั้นห้ามใช้วรยุทธ์เป็นเวลาครึ่งถึงหนึ่งปีเพื่อให้ลมปราณเสถียร ดังนั้นงานดูแลบ้านเด็กกำพร้าของข้าจึงเป็นเขาที่เหมาะสมที่สุด” อันดาตอบ
ที่จริงเจ็ดสามารถกลับมาใช้วรยุทธ์ได้เลยไม่มีปัญหา แต่ว่าร่างกายของเขาบอบช้ำมานาน หากได้พักบ้างแผลภายในจะได้รับการรักษาให้หายขาดได้
“หากเจ้าคิดเช่นนั้น ข้าก็เห็นดีด้วย” แม่ทัพหยางมองสตรีที่อยู่ตรงหน้าแล้วรู้สึกว่าตนเองนั้นโชคดีมากที่ได้พบเธอ ถึงเขาจะไม่มีดวงเรื่องความรักจากแม่ แต่ความรักจากเธอก็อบอุ่นไม่แพ้กันเลย
“ถ้าเช่นนั้น..มีอะไรเหรอ” อันดากำลังจะวางแผนต่อแต่หันไปมองแม่ทัพที่มองเธอเหมือนมีอะไรในใจ
“อยากกลับบ้านหรือยัง” เขาได้ยินที่เซียนเฒ่าบอกเธอเรื่องครอบครัวที่รอคอยเธอกลับอย่างใจจดใจจ่อ
“ก็…จัดการเรื่องให้เสร็จก่อนเถอะ ข้าอยากรู้ว่าทำไมพวกนั้นตั้งใจจะฆ่าข้า และรู้การมีอยู่ของข้าได้อย่างไร ตอนนี้คนที่รู้ก็มีแค่รัชทายาทคนเดียวไม่ใช่หรือ แม้แต่อาจารย์ท่านก็ยังไม่รู้” อันดาถาม คนที่น่าสงสัยที่สุดคือองค์รัชทายาท
“หลี่เผิงไม่ใช่คนของเขา เขาอาจจะส่งสารให้คนที่บงการตัวจริงรู้ก็ได้” แม่ทัพหยาง
“แล้วท่านคิดว่าเป็นใครได้บ้างล่ะ อย่าว่าแต่เรื่องในราชสำนักเลย เมืองต้าซานเป็นยังไงข้ายังไม่รู้เลย ข้าสันนิษฐานไปก็คงไม่ได้ประโยชน์” อันดาบ่น มายังไม่ทันไรเลยหมายหัวเสียแล้ว
"ปู่ข้ามีลูกสามคนรวมท่านป้าที่เป็นลูกบุญธรรม พ่อข้าเป็นลูกคนโต และมีน้องชายคือหนิงอ๋อง เป็นคนที่ใจดีมาก ชอบศึกษาและงานประดิษฐ์ ท่านปกครองเมืองหนิง มีโอรสและธิดาเพียงแค่อย่างละคน ถือสันโดษไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องในราชสำนักนานแล้ว
ส่วนพ่อข้ามีลูกชายสามคนคือหยางเจียหลงซึ่งก็คือฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และหยางเจียหลาง พี่รองของข้าที่เกิดจากสนมเหริ่น และข้าเจียจุ้นที่เป็นลูกหลงของเสียนฮองเฮาซึ่งตอนนี้คือไทเฮานั่นเอง พี่ชายคนที่สองของข้าแต่งงานแล้วไปดูชายแดนฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ตัวข้าถูกส่งมาทางใต้
ส่วนฮ่องเต้นั้นมีโอรสสี่คนและธิดาสอง
คนโตชื่อหยางเฟยฮุยเกิดจากกู้เฟยที่เป็นอาของเจ้า เขาแก่กว่าข้าสองปี
คนรองคือ หยางเฟยหลง เกิดจากเสียนฮองเฮาที่เป็นหลานของเสียนไทเฮา ที่ยังคงตำแหน่งรัชทายาทไว้ได้ก็เพราะว่าไทเฮาถือหาง
คนที่สาม หยางเฟยฉี เป็นโอาสที่เกิดจากสนมหลินที่เป็นแค่ลูกของนายอำเภอเล็กๆ คนหนึ่ง แต่นางเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมและอยู่เงียบๆ ไม่ไขว่คว้าหาอำนาจใดๆ เฟยฉีนั้นเป็นเด็กที่เก็บตัวและสุภาพ เขาชอบเรื่องศิลปะดนตรี มีความอ่อนโยนมักจะถูกพี่น้องคนอื่นรังแกบ่อยๆ
คนที่สี่คือหยางเฟยเทียน เป็นคนฉลาดดูเป็นมิตร แต่ข้ามองว่าเขาไม่น่าไว้วางใจ เกิดจากจื้อเฟย ใช่ตระกูลจื้อแม่ของเขาเป็นธิดาของราชครูจื้อเสิ่น ที่เป็นครูของฮ่องเต้นั่นเอง
คนที่ห้าเป็นธิดาชื่อหยางฮุ่ยเฟยป็นลูกของจื้อเฟย
และคนที่หกหยางหวังลี่ที่เกิดจากสนมหร่านที่เป็นบรรณาการจากตงเป่ย แต่เพราะนางเป็นสนมจากต่างแคว้นจึงถูกกันให้อยู่ในเขตเฉพาะ
พระธิดาทั้งสองคนนี้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ที่ชอบลูกสาวมากกว่า
ดูจากภายนอกเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียว แต่ใครจะรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขามีความจริงใจต่อกันแค่ไหน"หยางเจียจุ้นลำดับญาติให้อันดาฟัง
“แล้วหลี่เผิงเป็นคนของใคร” อันดาถาม
“องค์ชายใหญ่หยางเฟยฉีส่งมาให้เขา แต่ที่จริงเขาเป็นคนองค์ชายสี่ หยางเฟยเทียน” แม่ทัพหยาง
“แล้วนิสัยขององค์ชายใหญ่เป็นอย่างไร” อันดาถาม
“แล้วเจ้าไม่อยากรู้ว่าองค์ชายสี่เป็นอย่างไรหรือ” แม่ทัพหยางถาม
“ถ้าเขาเป็นคนเดียวกับที่ท่านเรียกว่างูก็ไม่น่าจะเดาได้ยาก แต่ข้าอยากรู้จักญาติผู้น้องที่อายุมากกว่าคนนี้เสียหน่อย” อันดา
__________________________________
*ถ่านกัมมันต์หรือ activated charcoal หรือActivated carbon มีคุณสมบัติในการกรองและดูดพิษค่ะ
เดี๋ยวไรท์หาเวลาทำผังตัวละครให้นะคะชักจะเยอะแล้ว จะทำแปะไว้หน้าแรก และหน้าที่ตัวละครโผล่มานะคะ วันนี้กินเยอะไปอาการฟูดโคม่ามาเยือนสลบเหมือดเลย เจอกันพรุ่งนี้นะคะ หากมีตัวสะกดผิดรบกวนแจ้งด้วยนะคะ ขอบคุณนะคะ