บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า
ชายร่างสูงในชุดเชิ้ตสีดำยืนอยู่หน้ากระจกหน้าต่างบานใหญ่
แสงไฟยามค่ำคืนของเซี่ยงไฮ้สะท้อนอยู่ในดวงตาเย็นเยียบ
เื้ัคือจอโทรทัศน์ที่กำลังรายงานข่าวเศรษฐกิจ
"หนึ่งในนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง
คุณน่านฟ้าวรโชติเมธี..."
ภาพบนหน้าจอปรากฏชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้ม
ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวขาวสะอาดและดวงตาสีน้ำตาลอำพันที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไป
รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าทำให้เขาดูเป็มิตรแต่แววตากลับนิ่งสงบเกินวัย
ไม่แปลกที่สื่อจะยกให้เป็ทั้งนักธุรกิจดาวรุ่งและขวัญใจสาว ๆ ทั่วประเทศ
ชายหน้ากระจกมองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนเอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมาเบา ๆ
"น่านฟ้า..." ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินหมากตัวใหม่บนกระดาน
ด้านข้างของชายหนุ่มในจอคือชายวัยกลางคนผมสีดอกเลาในชุดสูทเรียบหรู
ใบหน้าภูมิฐานและรอยยิ้มอ่อนโยนทำให้ทั้งคู่ดูคล้ายพ่อลูกที่มีความสัมพันธ์อันดี
ประธานวรโชติเมธีกรุ๊ป เฟยหลงมองภาพนั้นนิ่ง ๆ
หลายปีผ่านไป …อีกฝ่ายยังคงยืนอยู่บนจุดสูงสุด ได้รับการยกย่อง ชื่นชม
และใช้ชีวิตราวกับไม่เคยมีเื่ใดเกิดขึ้น มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย
สายตาที่มองลูกชายเพียงคนเดียวในข่าวดูไม่ต่างจากพ่อที่ภาคภูมิใจในตัวลูก
ถ้าคนเรามีสิ่งที่รักมากพอ...ก็ย่อมมีจุดอ่อนและไม่มีอะไรเ็ปไปกว่าการเห็นคนที่รักถูกทำร้าย
หรือกลายเป็คนที่ทำลายทุกอย่างด้วยมือตัวเอง
"น่าสนใจดี..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอาเฉิงเดินเข้ามา พร้อมแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล
"นี่ครับเฮียประวัติคุณน่านฟ้าที่ให้สืบ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในนี้ทั้งเื่ส่วนตัวและคนใกล้ชิด"
เฟยหลงรับแฟ้มมาเปิดดูภาพถ่ายใบแรกปรากฏขึ้นตรงหน้า
ดวงตาสีน้ำตาลอำพันคู่นั้นยังคงสะดุดตาไม่ต่างจากในข่าวเขามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางภาพลง
สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อาเฉิงยืนรอคำสั่งเงียบๆ ขณะที่สายตาคมทอดมองแสงไฟนอกหน้าต่างอีกครั้ง
หลายปีที่ผ่านมา...เธนศวรโชติเมธี ยืนอยู่บนหอคอยงาช้างที่สร้างขึ้นจากความพินาศของ
คนอื่นถึงเวลาต้องลงมาชดใช้บ้างแล้วเฟยหลงปิดแฟ้มเอกสารลงช้าๆ ก่อนเอ่ยออกมาเพียงสั้น ๆ
"เตรียมเครื่อง"
อาเฉิงเงยหน้าขึ้นทันที
"ครับเฮีย"
ดวงตาคมทอดมองเส้นขอบฟ้ายามค่ำคืนของมหานครเซี่ยงไฮ้เขารอวันนี้มานาน
"อั๊วจะกลับไทย" มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย
คราวนี้...เขาจะเป็คนกระชากเธนศ วรโชติเมธี ลงมาจากจุดสูงสุดด้วยตัวเอง