"ที่บอกว่าภาคพื้นนี้ยังไงกันแน่" อังเดรแหนึ่งในทหารในทีม ASA โกนถามเพื่อนร่วมทีม จากที่นั่งอีกฝั่งของตัวเครื่องบินที่ตอนนี้บรรจุทหารจำนวนหนึ่งและผู้หมวดสองคนคือเขาและ ผู้หมวดไรเฟิล พร้อมที่จะะโสู่ภาคพื้นหิมะสู่ความหนาวเย็นของไซบีเรีย
“ไม่ฟังบอสพูดตอนงางแผน โดด ๆ ตามมานั้นแหละ” ไรเฟิลตบหลังผู้หมวดอังเดรเบา ๆ อีกฝ่ายนั้นก็ตามน้ำไปอย่างง่ายดาย ทางไรเฟิล กระชับแว่นตากันน้ำแข็งให้เข้าที่ สงสัญญาณให้นักบินเปิดท้ายเครื่อง มองทหารสี่ถึงห้านาย ะโร่มจากเครื่องบิน
ภาระกิจนี้เป็เื่ความมั่นคงของชาติ พวกเขาต้องทำโดยเงียบที่สุด
“เจอกันข้างล่าง” ไรเฟิลตะเป๊ะใส่เพื่อนำชายผู้โดดคนสุดท้าย ก่อนที่ร่างกายเขาจะกระทบเข้ากับความเย็นของอากาศ
ความหนาวเย็นจากหิมะไม่ได้ มีผลต่ออุณหภูมิร่างกายอย่างที่คิด เนื่องจากชุดเครื่องแบบทางทหารเขตหนาวที่พรางตัวได้ดี ทำให้พวกเขาไม่ต่างจากพื้นหลังของภาคพื้นขาวบริสุทธิ์ เครื่องบินส่งทหารเกือบสิบนายทำภารกิจลุล พวกเขาลงบนูเาหิมะล้อมทะเลสาบที่แข็งแรงพอแทบจะลงจอดฮ.ได้
“หมอบ” หมวดไรเฟิลทำสัญญาณมือให้ทหารข้างหลังกาย สายตาผ่านแว่นกันน้ำแข็งขจองไรเฟิลสังเกตเป้าหมาย ที่ใกล้เข้ามาถึงจุดะเิ
“ขบวนรถสิบนาฬิกา” หมวดไรเฟิลยังคงมองผ่านลำกล้องปืนยิงระยะไกล เขาเอ่ยบอกพลวิทยุข้างกาย
“อัลฟ่าขบวนรถคาดว่ามีของสามกิโลเมตรสิบนาฬิกา” อังเดร พูดใส่วิทยุ
ไร้เสียงตอบกลับ
“บอสอยู่ไหน” ชายพลวิทยุร้อนรนกับคำถามที่คาใจมาพักใหญ่เป็อย่างมาก เขาหันซ้ายมองไรเฟิลที่ยังจดจ่อกับลำกล้องของตัวปืนเช่นเดิม ไม่มีนายทหารสักคนที่แสดงท่าทางงุนงงกับสถานการณ์นี้
“ก็ข้างล่างนั้นแหละ” ไรเฟิลมือฉมังดั่งชื่ออมยิ้มกับคำตอบของตัวเอง
ทันใดที่ขบวนรถเข้าผ่านสู่กลางใจของทะเลสาปน้ำแข็งเสียงะเิก็เกิดขึ้นจากใต้พื้นน้ำแข็ง มันกึกก้องะเืถึงในบริเวณที่ กลุ่มเดลต้า และชาร์ลีกำลังเฝ้าระวังจากูเา รอบ ๆ นั้น
ทีมชาร์ลีนำที่นำด้วยหมวดอังเดรลงพื้นที่เป้าหมาย บ่อจากการะเิขนาดใหญ่กลางทะเลน้ำแข็งทำให้ขบวนรถและเป้าหมายที่จมลงไปในน้ำเย็นะเื
และแล้วอังเดรก็ได้เข้าใจแผนการจับกุมนี้
เข้าสั่งให้ทหารในปกครอง ห้ามเข้าใกล้รอยแตกนั้นไม่ทันใดใครที่เขาตามหาก็ปรากฏตัวในชุดประดาน้ำ พร้อมกับทีมอัลฟ่า
“เดลต้าเราเจออัลฟ่าแล้ว เปลี่ยน”
“รับทราบ” ไรเฟิลตอบรับจากบนูเา
ชาร์ลีได้ทำการ ช่วยอัลฟ่าขึ้นจากน้ำ และแล้วก็ถึงเวลาตรวจสอบเป้าหมายที่แท้จริง กัปตันขนานนินทร์ถอดหน้ากากดำน้ำของเข้าออกก่อนที่จะกระชากคอเสื้อลากพ่อค้ายารายใหญ่ที่เขาใช้เวลาทั้งหมดสองเดือนในการตามล่าตัว
“ข้าวแดงในคุกยังเหมาะกับหมามากกว่าให้มึงกิน” ควมโกรธกริ้ว ดุร้ายอยู่ในตาของชนานินทร์ มือหนาพลักอาชยากร่างผอมแห่งลงบนพื้นน้ำแข็ง มือซ้ายของเขาชงักห้ามตัวเองไม่ให้ทำเกินหน้าที่ ทหารทีมชาร์ลีมองสถานะการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย แต่สำหรับเหยื่อที่เ็ปมีเพียงความตายเท่านั้นที่จะไถปาบนี้ได้
“เราได้ตัวเป้าหมายแล้ว เรียกฮ.มา..” เขาหายใจอกกอย่างหนักแล้วออกคำสั่ง
“ภารกิจจบแล้ว”
“ยังงงไม่หายบอสพาทีมลงไปใต้น้ำแข็งได้ไง” อังเดรพลวิทยุยังคงตื่นตาตื่นใจกับภารกิจเมื่อสิบชัวโมงที่แล้วไม่หาย เขาตักชิ้นเนื้อคำโตเข้าปากแต่ยังคงเป็คนเริ่มบทสนทนา บนโต๊ะโรงอหารไม่ลดละ
“ทำเหมือนพึ่งมาเข้าหน่วยพิเศษ ที่นี้อเมริกานะอังเดรไม่ใช่สเปน” คำพูดชวนหาเื่และนำเสียงบนหยอกล้อ จากไรเฟิลเ้าเก่าที่หาเื่กสนประสาทอังเดรเสมอ
“ไปถามมาร์ติน เขาเป็ผู้เชี่ยวชาญแทบไซบีเรีย” กัปตันชนานินทร์หันหน้าไปทางชายผิวสีที่นั่งข้างไรเฟิล ที่เงียบมาสักพักถึงกับสำลักอาหาร เพราะสิ่งที่กัปตันพูดนั้นไม่เป็ความจริงสักนิด
มาร์ตินเป็ชาวอังกฤษ เขาเป็ทหารเรือคนเดียวในหน่วย ASA เขาไม่ได้ออกภาคสนามมากนัก เพราะใจเขาไม่อยากเป็ทหารสักเท่าไหร่ เขาว่าง แผนเก่ง เชี่ยวชาญอาวุธเคมี กัปตันชนานินทร์ไว้ใจเขาให้เป็ดั่งต้นหน และไม่บีบบังคับหากเขาปฏิเสธที่จะลงนาม ถึงแม้ว่าบุคลิกของเขาจะขัดกับหน้าตา ที่ดูดุและระวังตัวเสมอ สำหรับทีมแล้ว เขาเป็ที่รัก
“วันนี้ทำได้ดีกันมาก ผมขอบคุณสำหรับการทุ่มเทตลอดทั้งสองเดือน” ร่างสูงชนานินทร์ ยืนขึ้น ณ หัวโต๊ะ ผิวแทนของเขาสะท้อนกับแสงแดดอ่อนๆ ของบ่ายในอเมริกา ทหารในโรงอาหารพร้อมใจหันมามอง ชายที่เป็หัวใจของทั้งหน่วย
จบงานนี้กัปตันจะได้พักแล้วสินะ ..