“ อัลตรอน รายงานสถานการณ์ “ ปราบเอ่ย
“ เ้านายทางออกถูกปิดล้อมโดยอสูรระดับสูงไม่มีทางฝ่าออกไปได้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ หาทางออก “ เขาเอ่ย
“ รอสักครู่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ตามทางรถไฟไปมีราวยี่สิบกิโลเมตรจะพบกับศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ของรถไฟ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ไป “ ชายหนุ่มเอ่ยแลทะยานร่างอย่างรวดเร็ว
ผู้คนที่เฝ้ามองต่างก็สูดหายใจเข้าลึกเพราะว่าเวลานี้ถือเป็สถานการณ์ที่บีบหัวใจยิ่ง เพราะเวลานี้ชายหนุ่มได้เตาปฏิกรณ์มาแล้วสองเตา หากภารกิจล้มเหลวก็เท่ากับว่าทุกอย่างนั้นสูญเปล่า ทั้งยังเสี่ยงต่อการพบเห็นเตาปฏิกรณ์โดยอสูรระดับสูง แต่การจะส่งนักล่าอสูรระดับสูงไปรับก็ยิ่งเป็ไปมิได้ เพราะพวกเขาแต่ละคนนั้นจะมิออกศึกที่มิมีวันชนะ
ปราบทะยานร่างไปตามทางรถไฟด้วยก้าว์ เขารวดเร็วว่องไวยิ่งขนาดอสูรระดับสองที่ขวางทางก็ยังมิอาจทำอันใดได้ซ้ำยังตกตายเพราะถูกชายหนุ่มจัดการ
ราวครึ่งชั่วโมง ปราบแอบซ่อนตัวอยู่ในช่องแอร์ขนาดใหญ่แลมองจ้องยังศูนย์ซ่อมบำรุงขนาดใหญ่แลกว้างยิ่ง
ตู้โบกี้รถไฟถูกวางซ้อนกันเป็ชั้นเหมือนกำแพงสูง แต่ก็ยังถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของอสูรร้าย
“ คงมิหลงเหลือผู้คนแล้ว “ เขาพึมพำ
“ อัลตรอนรายงาน “ ปราบเอ่ย
“ เ้านาย มิพบอสูรในระยะ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ เขาพยักหน้าช้าๆ
“ ไปทางไหน “ เขาเอ่ย
“ เ้านายเวลานี้เราอยู่ที่ดอนเมือง มุ่งหน้าไปตามถนนพหลโยธินเลี้ยวขวาที่สระบุรีตรงเข้านครราชสีมา ระยะทางประมาณ300กิโลเมตร “ อัลตรอนเอ่ย
“ คำนวณเชื้อเพลิงเจ็ตแพก “ ปราบเอ่ย
“ เวลานี้เจ็ตแพกมีเชื้อเพลิงที่ความเร็วสูงสุดประมาณหนึ่งชั่วโมง “ อัลตรอนเอ่ย
“ อย่างน้อยก็ไปให้ถึงจุดรับที่สระบุรี “ เขาพึมพำ
“ ไป “ ชายหนุ่มเอ่ยแลทะยานร่างออกจากช่องแอร์แลเปิดเจ็ตแพกทะยานเหินฟ้าอย่างรวดเร็ว
ความเร็วของเจ็ตแพกเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าเมื่อชายหนุ่มผสานก้าว์ลงไป
เหล่าผู้ชมต่างนั่งมิติดเพราะชายหนุ่มออกจากที่หลบซ่อนเปิดเผยตัวกลางที่โล่ง ทั้งยังมีเตาปฏิกรณ์สองเตาที่ส่งกลิ่นยวนยั่วอสูรร้ายระดับสูง
เหตุที่พวกเขามิทำลายเตาปฏิกรณ์ทิ้งก็เพราะอสูรระดับสูงนั้นสามารถใช้กัมมันตภาพรังสีฝึกฝนได้ นั่นก็เท่ากับว่าได้หยิบยื่นความยิ่งใหญ่ให้กับพวกมันแลรับเอาความตายกลับมา
คราาล้างผลาญโลกาในอดีตนั้นนิวเคลียร์หลายลูกถูกยิงเข้าใส่อสูรร้ายทั้งหลาย จนมันตกตายลงสิ้น ครานั้นผู้คนมากมายต่างก็เฉลิมฉลองกันยกใหญ่เพราะได้สังหารพวกมันหมดสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้ว
แต่ผู้ใดจะรู้พวกที่อยู่ในท้องที่ยังไม่ออกกลับกลายเป็สามารถทนทานต่อกัมมันตภาพรังสีได้ ทั้งยังสามารถกลืนกินเป็พลังงานใช้ในการฝึกฝนได้ เมื่อพวกมันกลับมาเผ่าพันธุ์มนุษย์แทบล่มสลาย ั้แ่ครานั้นนิวเคลียร์จึงเป็สิ่งต้องห้ามสำหรับการสังหารอสูร
ปราบใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงจึงมาถึงยังจุดรับที่มีเครื่องบินลอยตัวอยู่กลางอากาศรออยู่
“ ไป “ ทหารท้ายเครื่องร้องลั่นเมื่อเขารับชายหนุ่มเข้าในเครื่อง
“ ซู่ม “ เครื่องบินพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว
“ ฟู่ว “ ปราบเป่าปากออกอย่างแรง
“ ไอ้หนู เยี่ยมมาก “ ทหารท้ายเครื่องเอ่ย
“ อืม “ เขาพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มมองออกนอกหน้าต่าง เขาพบว่าพื้นที่ว่างเปล่านั้นเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากา เขาได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรงเพราะมันหดหู่ยิ่ง
ชายหนุ่มได้แต่บอกตัวเองว่าสักวันเขาจะสังหารพวกมันให้สิ้นแลคืนความสงบสุขให้กับมนุษย์
มินานนักเครื่องบินมาถึงสำนักที่สิบสี่
ผู้คนมากมายต่างออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะภารกิจนี้เป็ภารกิจที่เสี่ยงเป็อย่างยิ่ง แลยังเป็ภารกิจที่มิมีใครอยากทำ
สงเดินเข้ามาพร้อมกับลากชายหนุ่มไปยังอาคารส่งมอบภารกิจอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ส่งมอบภารกิจแล้วเสร็จ แลชายหนุ่มไปเลือกสมบัติล้ำค่า เขาถูกนำตัวไปยังศูนย์ใหญ่ที่ขอนแก่นเพื่ออภิปรายวิธีการเอาตัวรอดจากอสูรต่อหน้าเหล่านักล่าเืใหม่ทั้งหลาย
ชายชราสงมองยังชายหนุ่มแลยิ้มออก “ ข้ามินึกเลยว่าเอ็งจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ “ สงเอ่ย
“ ก็แค่ไอ้คนบ้าหนัง “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ “ สงพยักหน้า
ทั้งสองพูดคุยกันจนเดินทางถึงขอนแก่น
ปราบถูกนำตัวเข้าสู่อาคารขนาดใหญ่ที่เป็ทั้งศูนย์ขอนแก่นแลเป็ทั้งสถานที่ฝึกนักล่าของประเทศ
เขายืนบนเวทีแลกวาดตามองทั่ว
“ สวัสดี “ ปราบเอ่ย
“ ผมไม่รู้วิธีของผมนั้นมันจะสามารถช่วยเหลือทุกคนในสถานการณ์จริงได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่ผมทำนั้นมันอันตรายเป็อย่างยิ่ง “ เขาเอ่ย
“ การที่จะต่อสู้กับอสูรสิ่งสำคัญที่สุดก็คือสติไม่ใช่อาวุธที่มี “ เขาเอ่ย
“ เมื่อเรามีสติเราก็จะสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างใจที่เรา้า มือ แขน ขา บางครั้งมันเป็ไปโดยอัตโนมัติเมื่อเรามีสติ และฝึกฝนอย่างช่ำชอง “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีน้อยนิดของเขาให้ทุกคนได้ฟัง
หลังจากที่พูดคุยกับทุกคนแล้วเสร็จชายชราสมได้พาเขากลับยังสำนักสิบสี่ที่นครราชสีมาอย่างรวดเร็ว
ปราบกลับมายังบ้านแลพูดคุยกับครอบครัวของเขา
สมชายลูบศีรษะของบุตรชาย “ ปราบ พ่อรู้ว่าเวลานี้ลูกนั้นเหนื่อยและหวาดกลัว “ สมชายเอ่ย
“ แต่มิว่าจะอย่างไร พ่อ แม่กับพี่สาวทั้งสองนั้นจะยืนอยู่ข้างลูกเสมอ “ สมชายเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
หลังจากที่พูดคุยกันแล้วเสร็จ ปราบเข้าห้องของเขาแลเริ่มฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง เพราะเขามีเวลาอีกเพียงสิบวันก็จะต้องไปยังสถานที่อันตรายอีกแห่งหนึ่ง
มันได้ชื่อว่าเป็ดินแดนแห่งความตาย มันเป็ดินแดนที่หลายคนไปแล้วมิได้กลับ มันเป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยอสูรแม้นจะเป็ระดับต่ำแต่จำนวนมันก็มีมากจนฆ่ามิหมด
ชายหนุ่มนั่งมองแผ่นค่ายกลเร่งเวลาที่เขาเบิกมา มันยอดเยี่ยมมากมันสามารถเพิ่มเวลาฝึกฝนให้กับเขาได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเวลาในค่ายกลเร่งเวลานั้นมันจะเร็วยิ่ง เวลาในค่ายกลหมุนไปสิบวันเท่ากับข้างนอกเพียงหนึ่งวัน
มันช่วยให้เหล่านักรบสามารถเร่งการฝึกฝนได้เป็อย่างดี มันช่วยทำในเื่ที่กระชั้นให้สำเร็จ มันจึงเป็สิ่งล้ำค่าที่ควรมีไว้ใน
เวลาผ่านนานสิบวัน
ปราบชายหนุ่มออกจากห้องด้วยร่างกายที่ใหญ่โตขึ้นอีกระดับหนึ่ง เวลานี้เขาสามารถสร้างดาราได้เจ็ดดวงแล้ว แลก้าว์ก็สำเร็จสิ้นแล้ว เขาสามารถเคลื่อนที่ได้เทียบเท่ากับนักล่าขั้นสร้างิญญาระดับหนึ่ง
แม้นว่าฐานพลังของเขาจะน้อยแต่หากการเคลื่อนที่เป็ไปได้อย่างรวดเร็วเขาก็สามารถล้มอสูรระดับสองได้ไม่ยาก
ชายหนุ่มเข้านั่งในรถเพื่อไปยังสำนักสิบสี่ ในรถนั้นต่างคนก็ต่างอยู่ในความคิดของตน พวกเขาที่มารับชายหนุ่มนั้นแม้นว่าจะแตกตื่นกับสิ่งที่ชายหนุ่มเป็ในเวลานี้ แต่พวกเขากลับมิได้แสดงสีหน้าดีใจ ซ้ำยังเป็กังวลเสียอีก
เมื่อมาถึง ชายหนุ่มเข้ารับฟังภารกิจในห้องประชุม
“ ปราบ เอ็งทำหน้าที่คุ้มกันด็อกเตอร์ชโลธรและคณะ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ อะไรกันปราบนักล่าผู้โด่งดัง ทำไมได้งานที่แสนสบาย “ สุพจน์เอ่ยถากถาง
ปราบยิ้มออกแลชี้นิ้วไปยังชายหนุ่ม แลยิ้ม “ หากนาย้าก็เอาไป “ เขาเอ่ย
“ เอ็งพูดเองนะ “ สุพจน์ร้องลั่น
ปราบพยักหน้าช้าๆ