เพียงแค่ได้สบตาหัวใจของนายเหมืองหนุ่มก็กลับหลอมละลายจนเกือบลืมไปเลยว่าหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดขณะนี้ตกอยู่ในฐานะอะไรและเขามีจุดประสงค์อะไรกับเธอกันแน่
ดวงตากลมที่แสนจะใสซื่อก็มีอานุภาพเพียงพอที่จะทำให้วายุถึงกลับขบกรามแน่นเมื่อกฤติยาก้มหน้าแดงก่ำถอยออกห่างเล็กน้อยพร้อมกับใช้มือดันเขาออก
พลันเมื่อร่างแกร่งรู้สึกตัวก็รีบแก้อาการผิดแปลกโดยการผลักร่างอันไร้สิ่งคลุมกายนั้นออกทันทีทั้งที่ลึกๆ ในใจแสนจะเสียดาย
“เสียงหัวใจคุณเต้นจนน่ารำคาญ คิดว่าผมจะอยากแตะคุณหรือไง”เขาพูดพร้อมกับเปลี่ยนรอยยิ้มให้เป็ความอำมหิตเหมือนเดิมทำให้หญิงสาวได้สติรีบรวบผ้าห่มที่ร่นลงดึงขึ้นมาคลุมตัวเองจรดคอ
“ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะปล้ำเธอจริง ๆ หรอกนะ ต่อให้เธอเปลือยทั้งตัว ฉันก็ไม่เอา!”
“ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะตาบอดปล้ำฉันหรอกเพราะฉันคงไม่สนองพลีกายให้คนถ่อยอย่างคุณ”กฤติยาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายพร้อมทั้งคำพูดของเขาก็เปรียบเหมือนมีดเล่มใหญ่ที่กรีดคำดูถูกเธออย่างหยาบคายจนน่าเจ็บใจ
“อย่าพูดมากรีบใส่เสื้อผ้าซะ มีงานมากมายรอให้เธอทำ เพราะฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่จะให้เธอมานั่งยั่วขอความเห็นใจอยู่บนเตียง”
“นี่คุณมันจะมากไปแล้วนะ”
“ฉันพูดแทงใจดำหรือไง อย่ามาเรียกร้องอะไรจากฉันเพราะฉันไม่เหมือนป้าแจ่มที่ใจดีมานั่งเช็ดตัวให้เธอแต่ถ้าจะให้ทำอย่างอื่น…ก็ได้ แต่ว่าเถอะนะอย่างเธอไม่ได้สะกิดใจฉันสักนิดเดียว”
วายุพูดเบือนหน้าหนีก่อนจะเดินออกไปจากห้องแล้วเสียงสนทนาที่ดังแว่วมาจากประตูก็ทำให้กฤติยาถึงกับนึกโกรธในใจ
‘จะไม่ให้คุณเค้านอนพักหน่อยหรือคะคุณวายุเพิ่งจะสร่างไข้’
‘ไม่จำเป็หรอกครับป้าผู้หญิงอย่างนี้ตายยาก’
“นี่ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรกับคุณไว้นะ…ไอ้คนใจร้าย”กฤติยาพูดเวทนากับตัวเองพร้อมน้ำตาไหลอาบสองแก้มไม่หยุด
หลังจากที่ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงก็รีบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ป้าแจ่มจัดไว้ให้ทันทีและเมื่อเปิดประตูห้องออกไปก็เห็นไอ้คนใจร้ายยืนเก๊กหน้าโหดรออยู่ข้างนอกอยู่แล้ว
แต่ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อป้าแจ่มเดินขึ้นบันไดมาพร้อมกับถาดข้าวต้มสายตาคมก็มองไปทันทีด้วยแววตาในเชิงคำถาม
“อ๋อ ข้าวต้มป้ายกมาให้คุณเขาค่ะเห็นว่าั้แ่ฟื้นไข้ก็ยังไม่ได้ทานอะไร”ป้าแจ่มตอบ
“ใครสั่งป้า” เสียงห้วนของวายุถาม
“โถ่ คุณวายุคะจะให้คุณเขาทำอะไรก็ให้กินอะไรหน่อยเถอะค่ะ จะใจร้ายไปถึงไหน”
“ป้าเอาอะไรมาเอาออกไปให้หมดแล้วอย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีกถ้าป้าไม่อยากเดือดร้อน ผมจะจัดการเอง”
“ค่ะ” ป้าแจ่มตอบรับอย่างไม่พอใจก่อนจะรีบหันหลังกลับแล้วก็ยกถาดอาหารออกไปทันทีเมื่อสิ้นเสียงดุแม้อดที่จะสงสารหญิงสาวไม่ได้แต่ก็ไม่กล้าขัดเ้านาย
“นี่คุณใหญ่นักหรือไง ใจคอจะไม่ให้ฉันมีอะไรตกถึงท้องเลยใช่ไหม”กฤติยาร้องบอกเขาอย่างไม่พอใจ เพราะั้แ่เมื่อวานเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย
“คิดอยากจะเป็ลูกคุณหนูหรือไงถึงต้องมีคนยกประเคนให้ถึงห้อง อย่างเธออาหารดีๆ มันไม่สมควรจะตกถึงปากด้วยซ้ำ และวันนี้ถ้าเธอช้าไปไม่ถึงบ้านกลางป่าก็ไม่ต้องกิน”วายุพูดใส่อารมณ์อย่างโกรธจัด
“จะให้ฉันไปไหนอีก แค่นี้ยังไม่พอหรือไง” หญิงสาวจ้องตากลับอย่างโกรธจัดไม่แพ้กับที่เขามองมา
“ถ้าอยู่นี่อยู่ในที่ดี ๆ ผู้หญิงอย่างคุณก็คงจะใช้มารยาชั่วๆ เป่าหูคนของผมให้หลงกลหมด ผมจะไม่มีวันให้มันเป็แบบนั้นแน่”
“ฉันว่าเขาเปิดใจรับฟังคนอื่นมากกว่าที่จะใช้อารมณ์ตัดสินคนเหมือนกับไอ้คนใจทรามอย่างคุณ”
วายุนั้นโกรธจนแทบจะระงับตัวเองไว้ไม่อยู่เขาเดินเข้าประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วเอื้อมมือบีบเรียวแขนทั้งสองข้างอย่างแรง
“ไอ้คนใจทรามมันคุณต่างหาก คุณมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากพ่อเลว ๆของคุณนักหรอก” ดวงตาคมจ้องสายตาเกรี้ยวกราดอย่างไร้ความปรานีพร้อมกับพูดกัดฟันด้วยเสียงเบาแต่แฝงความโเี้ไว้ภายใต้จิตใจอันมืดบอดที่เต็มเปี่ยมด้วยแค้น
กฤติยารู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่ได้ร้องออกมาเลยแม้แต่น้อยเจ็บตัวน่ะไม่เท่าไหร่แต่เจ็บใจยิ่งกว่าที่เขาดูถูกบุพการีของเธอและพูดจาดูถูกเหยียดหยามอย่างไร้เหตุผลนี่สิเจ็บยิ่งกว่า
เพี๊ยะ!!! มือเรียวยกขึ้นตบหน้าเขาอย่างอดไม่ได้
“อย่ามาดูถูกพ่อฉัน ไอ้คนที่เลวคือคุณต่างหาก” กฤติยาพูดขึ้นเสียงสั่นด้วยความโกรธจนทำให้คนที่ฟังยิ้มเหยียดมือแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ
“โอเค ผมจะไม่พูดก้าวก่ายบุพการีของคุณงั้นคุณเองก็พร้อมจะรับผิดแทนทุกอย่างงั้นสิ” สายตาคมจ้องมองดวงตากลมที่แสนจะทระนงอย่างไม่พอใจก่อนจะกระชากร่างบางให้ลงจากบันได
“ไม่ต้องกระชากได้ไหม ถ้าฉันตกบันไดตายไปจะทำยังไง”
“ฉันไม่ปล่อยให้เธอได้ตายง่าย ๆ หรอก”
เมื่อถูกเขาลากเดินออกมาจากตัวบ้านกฤติยาก็เพิ่งจะรู้ว่าที่ที่เธออยู่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนชัดๆ กวาดสายตาไปรอบคราวนี้ยิ่งกว่าที่เธอถูกผลักไสลงมาจากรถเสียอีกนอกจากจะมีแต่ป่าเขา ทางเดินถนนก็ขรุขระ รอบ ๆ มีแต่คนที่น่ากลัวบ้างก็ปิดหน้าปิดตาไว้หนวดไว้เคราซึ่งทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอและเขาหมด แต่เพียงเขาหันหน้าไปสบตาทุกคนก็ต่างเดินหนีไปคนละทิศละทางแล้วเขาก็ไม่รอช้าลากแขนของเธอเข้าป่าลึกไปเรื่อย ๆ
“เดินเร็ว ๆ ชักช้าอยู่ได้”เขาหันมาตวาดเสียงดังในขณะที่กฤติยาเดินเปะปะตามหลังเขามาอย่างไม่ค่อยถนัดlydเท่าไหร่กับทางเดินที่ขรุขระ อีกทั้งยังรู้สึกเจ็บข้อเท้าอยู่
“อ้าวเฮ้ย ไม่ต้องมามองหน้าเดินเร็ว ๆ อย่าสำออย” เขาหันมามองเมื่อเธอนั้นทำตัวเชื่องช้า
“ฉันก็เดินอยู่นี่ไงแหกตาดูบ้างสิ” หญิงสาวสวนกลับไปอย่างไม่ค่อยพอใจ
“แต่ก็ช้า แบบนี้แล้วเมื่อไหร่มันจะถึง”
“ก็เดินอยู่นี่ไงละ ฉันเพิ่งหายเจ็บเท้าแล้วก็เพิ่งจะหายไข้ด้วยแถมยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยสักเม็ดจะเอาอะไรกันนักกันหนา”เธอมองตาเขาแล้วก็พูดตอบอย่างไม่กลัวแถมยังพูดต่อต้านเขาอีก
“ได้! เื่มากนักใช่ไหม มานี่” วายุกระชากแขนหญิงสาวอย่างแรงอีกครั้งจนร่างบางเซตามเขาไป
“นี่จะทำอะไรน่ะ” กฤติยาทำท่าขัดขืนเมื่อเขาเอาเชือกที่ถือมาด้วยั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ผูกเข้าที่ข้อมือเธอแน่น
“คราวนี้ถ้าเดินช้าก็ให้มันรู้ไป ฉันจะเป็คนลากเธอเองอยากรู้นักยังจะยังทำท่าสำออยชักช้าอยู่ไหม”
“โอ๊ย ไอ้บ้าฉันเจ็บนะ” กฤติยาร้องขึ้นเมื่อเขากระชากเธอให้เดินตามโดยไม่ได้ตั้งตัวแต่เขาก็ไม่หันกลับมาสนใจเธอเลยแม้แต่น้อยเมื่อคิดจะต่อต้านก็ไม่สำเร็จเธอจึงพูดอ่อนลงเพื่อที่จะอ้อนวอนเขาอีกครั้ง
“เมื่อไหร่คุณจะปล่อยฉันไปสักที ขอร้องล่ะ ฉัน…”ยังไม่ทันได้พูดจบเสียงคมก็พูดกลับมาอย่างน่ากลัว
“เงียบ!!”
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ” เสียงสั่นเครือร้องอ้อนวอนเขา ขณะที่สองมือที่เขาเอาเชือกผูกไว้ถูกดึงตามแรง
“ถ้าไม่เงียบ ฉันจะเปลี่ยนใจฆ่าเธอตรงนี้ซะ หรืออยากให้ทำอย่างอื่น”เขาหันกลับมาตวาดหญิงสาวเสียงดัง ทำให้ดวงตากลมเริ่มเอ่อไปด้วยน้ำใสอีกครั้ง
“แล้วอย่าทำมารยาสำออยบีบน้ำตา มันไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น”
“ตกลงยังไงคุณก็จะจับฉันไว้ใช่ไหม จะขังฉันไว้แบบนี้ไปนานแค่ไหน”
“ตลอดไปจนตายหรือไม่จนกว่าจะสาแก่ใจ”
“จะบ้าหรือไง ฉันก็มีชีวิตเป็ของตัวเองนะคุณจะมากักขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ”กฤติยาพูดอย่างหวั่นใจเธอกลัวเหลือเกินหากเขาทำอย่างนั้นจริง ๆ
“ได้สิ ได้ทุกอย่างเมื่อเธออยู่ที่นี่ ต่อให้มีปีกหนีไปไกลสักแค่ไหนฉันก็จะไปลากเธอกลับมากฤติยาเพราะที่นี่ฉันคือกฎ ฉันคือผู้คุม” เขาหันหน้ากลับมาจ้องอย่างอาฆาต และเธอไม่พูดตอบโต้เขาในขณะที่ตกอยู่ในอารมณ์เช่นนี้แต่ก็ยังจ้องตอบด้วยสายตาที่โกรธแค้นและน้อยใจอย่างที่สุด
เธอไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเขาได้ข้อมูลมาจากไหน เธอถึงต้องมารับกรรมแบบนี้
“สักวันคุณจะไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันแบบนี้”
“แล้วฉันจะคอยดู ดูวันที่เธอหนีไปได้ หรือไม่ก็ดูวันที่เธอสามารถออกคำสั่งกับฉันได้แต่ขอบอกว่าคงยากเพราะผู้หญิงอย่างเธอจะใช้มารยาอะไรก็ทำอะไรฉันไม่ได้เสียเวลาเปลืองน้ำลายมามากแล้ว เดินต่อ!”
พูดจบนายเหมืองหนุ่มก็ออกเสียงตวาดหญิงสาวให้เดินต่อทันทีความรู้สึกของกฤติยาก่อเกิดความน้อยใจจนขีดสุดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเขาดูถูกเธอมากมายเหลือเกิน
‘สักวันเถอะถ้าฉันหนีออกไปได้ต่อให้พลิกแผ่นดินหาก็อย่าหวังว่าจะจับฉันมาขังได้อีก’หญิงสาวคิดในใจ