(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 43 ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์

            ช้างเผือกสามหัวมีขนาดที่ใหญ่โตเป็นอย่างมาก นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ทันย่าได้มาเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด


            ถ้าวัดจากขนาดของทันย่าและเจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้ละก็ ตัวของทันย่าคงไม่ต่างไปจากมดตัวเล็กๆที่เดินอยู่บนผืนดิน


            เพียงแค่ฝ่าเท้าก็ใหญ่ยิ่งกว่าร่างเบฮีมอทไปหลายสิบเท่า ไม่ต้องไปพูดถึงขนาดของร่างกาย ยังมีมวลกล้ามเนื้อที่อัดแน่นกันประหนึ่งเป็นขุนเขาขนาดยักษ์ ถึงมันจะตายไปแล้วก็ตาม แต่ยีนกลายพันธุ์ที่ยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย คงจะทำให้เนื้อของมันทนทานอยู่ไม่น้อย


            ถ้าช้างเผือกสามหัวยังคงมีชีวิตอยู่ ต่อให้จะโดนการโจมตีทั้งหมดของทันย่าไป ร่างกายของมันก็คงไม่อาจเกิดบาดแผลได้เลยซักนิด


            ทว่าไม่ใช่กับตัวของมันที่ได้ตายไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่เป็นปัญหาต่อเบฮีมอท


            คมเขี้ยวของเขานั้นแหลมคมพอที่จะกัดฉีกกระชากเนื้อของสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วได้ทั้งหมด นี่อาจเป็นคุณสมบัติอย่างนึงในการกลืนกินของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของจักรวาลก็เป็นได้


            “หึหึ เชิญกินมันได้เลยเจ้าหนู ขนาดตัวของมันใหญ่โตยิ่งกว่าเจ้านับร้อยเท่า ข้าอุตส่าห์ออกล่ามันมาให้กับเจ้าโดยเฉพาะ”


            “กว่าจะสังหารมันได้เล่นเอาข้าสะบักสะบอมอยู่ไม่น้อย ยังดีที่มันเชื่องช้าในห้วงอากาศ จึงทำให้ข้าจัดการมันได้ในที่สุด!”


            อินทรีทองคำพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย้ยหยัน ยิ่งพอได้เห็นซากศพที่ตายแล้วของมันก็เริ่มกลับมาสะใจขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ภายในจิตใจก็เริ่มพองโตอย่างมีความสุข เหมือนไม่ต้องถูกรบกวนโดยเพื่อนบ้านที่โมโหร้าย อันที่จริงเจ้าช้างพิการสาวหัวนี้ได้สร้างวีรกรรมให้กับมันเอาไว้มาก


            อยู่ดีๆเจ้าช้างบ้านนี้ก็เข้ามารุกรานในอาณาเขตที่พักอาศัยของมัน มีอยู่ครั้งนึงถึงขั้นทำลายรังถล่มขุนเขา ทำเอาต้องปวดหัวเลยละ


            “คุณอินทรีทองคำ.. คุณทำได้ยังไงถึงยกระดับมาเป็นมอนเตอร์ชนชั้นราชา”


            “เมื่อเดือนก่อนคุณยังมีระดับเพียงแค่ขั้น 8 เท่านั้นเองนะ แล้วทำไมถึงได้..”


            ในตอนนั้นทันย่าได้แหงนหน้ามองไปยังอินทรีทองคำและเอ่ยถาม นัยน์ตาเองก็ดูเป็นประกายเหมือนอยากจะรู้ความลับเช่นนี้


            “เรื่องระดับพลังของข้าน่ะเหรอ?”


            คำถามของเจ้าหนูด้านล่างได้ทำให้ตัวของมันพลันประหลาดใจ กระทั่งในที่สุดมันก็ได้ถอนหายใจออกมา


            “เฮ้อ ข้ามอนเตอร์ธรรมดาแต่ได้รับโอกาสยังไงละ ทั้งยังเป็นโอกาสที่ข้าเองก็ไม่เคยคิดฝัน!”


            ในเมื่อเจ้าได้กลายมาเป็นมอนเตอร์แล้ว งั้นข้าจะบอกถึงความลับของทวีปมืดแห่งนี้ให้เจ้าฟังละกัน!”


            พออินทรีทองคำนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน แววตาของมันก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน เหมือนมันเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ


            “หลังจากที่ผืนทวีปแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสรวงสวรรค์ของพวกเราเหล่ามอนเตอร์ อยู่ดีๆเมื่อห้าปีก่อนก็ได้มีต้นไม้ที่แปลกประหลาดงอกเงยออกมาในส่วนลึกของทวีปมืด มันแตกต่างไปจากพืชพันธุ์ทุกชนิดบนดาวเคราะห์โลก ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้เห็นต้นไม้นี้ในครั้งแรก”


            “ต้นไม้นี้มีความสูงมากกว่า 500 เมตร โค่นลำต้นก็กว้างใหญ่กว่า 100 เมตร กิ่งก้านนับหมื่นงอกเงยและแตกแขนงออกมาอย่างไม่รู้จบ”


            “บนกิ่งก้านไม่มีใบไม้เลยซักใบเดียว เหมือนต้นไม้เหี่ยวเฉาและมีสภาวะที่ใกล้ตาย ทว่ารอบลำตัวกลับเต็มไปด้วยเถาวัลย์ที่เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ พวกมันเหมือนมีชีวิตและมีความนึกคิดเป็นของตนเอง แล้วที่สำคัญ ต้นไม้นี้สามารถพูดคุยสื่อสารเป็นภาษาของมนุษย์ได้”


            เมื่อพูดถึงการมีชีวิต สีหน้าของอินทรีทองคำก็พลันจริงจังอย่างถึงที่สุด ทำให้ทันย่าและดาวาลต่างต้่องตกตะลึง


            “ต้นไม้พูดได้ เป็นมอนเตอร์ชนิดใหม่?”


            ทันย่ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ นัยน์ตาสั่นไหวประหนึ่งได้พบเจอกับภูติผีตัวเป็นๆ


            [ต้นไม้ที่มีชีวิตและสามารถพูดได้?]


            [ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นมันมาก่อน]


            ขณะที่ดาวาลก็เริ่มเอียงศีรษะเล็กๆของตนไปมา พลางยกมือลูบคางเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยังไงเธอก็อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์โลกนี้มานับพันล้านปี มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศมาอย่างไม่รู้จบ


            แต่เหมือนปรากฏการณ์ต้นไม้ประหลาดนี้จะเพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งในเวลานั้นเธอเองก็กำลังหลับไหล ปิดการทำงานเพื่อพักผ่อน


            ในเมื่อมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งยุคสมัยของการต่อสู้ เธอจะไม่ได้รับรู้มันก็ไม่แปลก ในเรื่องนี้เธอเองก็ไม่ได้ประหลาดใจซักเท่าไหร่นัก


            “อืม พวกเราเหล่ามอนเตอร์เรียกว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นหนึ่งในสายพันธุ์อันยิ่งใหญ่และคอยอยู่เบื้องหลังการพัฒนาของเรา”


            “ในทุกๆ 6 เดือน ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์จะผลิตทรัพยากรอันล้ำค่าให้กับพวกเราเหล่ามอนเตอร์ ลักษณะภายนอกเป็นผลไม้สีทองที่มีขนาดเล็กเท่าหนึ่งกำมือของพวกมนุษย์ ผิวนอกเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนทองคำที่บริสุทธิ์ โดยที่ภายในก็อัดแน่นไปด้วยพลังงานอันมหาศาล”


            “เมื่อถึงวันเวลาที่ครบกำหนดเอาไว้ พวกเราเหล่ามอนเตอร์ที่มีระดับต่ำกว่าชนชั้นราชาจะไปรวมตัวกันยังจุดที่ต้นไม้ใหญ่นี้อาศัยอยู่”


            “ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์จะเลือกมอนเตอร์เพียง 10 ตนในการเลื่อนระดับชั้น เมื่อมีผลไม้เพียงแค่ 10 ลูก มอนเตอร์นับไม่ถ้วนก็ต่างมีความปรารถนาที่ต้องการ ทว่าความแข็งแกร่งของต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์คือชนชั้นจักรพรรดิ เขาเป็นเหมือนมอนเตอร์ที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลก”


            “หลังจากตัวของเขาได้เลือกมอนเตอร์ทั้ง 10 ตนได้แล้ว ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์จะส่งมอบผลไม้ทองคำของเขาให้พวกเรากลืนกินกันอย่างรวดเร็ว คุณสมบัติของผลไม้นี้สามารถยกระดับพวกเราให้แข็งแกร่งได้อย่างก้าวกระโดด ถือเป็นทรัพยากรที่น่าเหลือเชื่อและร้ายกาจมาก”


            “ซึ่งในรอบนี้ข้าเองก็ได้ถูกรับเลือก ตัวข้าได้รับผลไม้ทองคำและกลืนกินมันเข้าไป ทำให้สามารถพัฒนากลายมาเป็นชนชั้นราชาได้”


            คำพูดของอินทรีทองคำแฝงเอาไว้ด้วยความเคารพยกย่อง ไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนที่ไม่แสดงความเคารพต่อต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่มอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิตนอื่นๆก็ต่างเคารพ


            ไม่ใช่ว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์มีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกมัน ทว่าเขามีความพิเศษที่มอนเตอร์ตนไหนก็ไม่อาจเทียบ เขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังของการพัฒนาเหล่ามอนเตอร์ ให้กลายมาเป็นชนชั้นราชาได้อย่างง่ายดายกันยังไงละ


            “นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์นี่มันอะไรกัน”


            “เพียงแค่กินผลไม้ทองคำก็ยกระดับไปเป็นขั้นดาวเคราะห์ได้?”


            “ถ้าฉันเกิดได้กินมันไปละ ไม่ใช่ว่าฉันจะยกระดับไปเป็นขั้นดาวเคราะห์ได้โดยตรง!!”


            ความหวาดกลัวและความตื่นเต้นได้ก่อขึ้นในจิตใจของทันย่า แม้แต่สัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่มีคุณสมบัติในการสนับสนุนเช่นนี้เลยนะ


            [เห้อ ไม่มีผลลัพธ์ใดในโลกที่ให้คุณสมบัติเพียงแค่ด้านเดียว]


            ในตอนนั้นดาวาลที่รับฟังอยู่นิ่งๆก็เริ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างดูแคลน จากนั้นเธอก็เริ่มยกมือขึ้นมากอดอกของตน


            [อย่าไปสนใจมันมากเจ้าศิษย์รัก ผลไม้ทองคำเหล่านี้ถึงจะมีคุณสมบัติที่มอบความแข็งแกร่งให้เป็นระดับขั้นดาวเคราะห์ได้]


            [แต่จากที่ตัวเราดาวาลได้ตรวจสอบประเมินยีนกลายพันธุ์ในร่างกายของเจ้านี่แล้ว สรุปได้เลยว่ามันก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน]


            ทันย่าลอบพยักหน้ารับและรับฟังคำพูดของอาจารย์ตนอย่างเงียบๆ


            [ยีนกลายพันธุ์ของมันได้หยุดการเจริญโตและวิวัฒนาการขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว เท่ากับว่าหลังจากนี้อินทรีทองคำขนเพรชจะไม่สามารถวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นถัดไปได้อีก ศักยภาพของมันได้หยุดลงเพียงแค่ขั้นดาวเคราะห์ระดับ 3 ดาว ไม่มีทางเลื่อนไปต่อได้อีก]


            คำตอบข้อแรกได้ทำให้ทันย่าต้องอ้าปากค้างขึ้น เขาถึงขั้นหันขวับไปมองยังเด็กสาวด้วยท่าทางและแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ


            [ตอมาคือเรื่องของอายุขัย โดยปกติมอนเตอร์จะมีอายุขัยมากกว่านักสู้พันธุกรรมไปหลายเท่า สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยาวนาน]


            [ซึ่งมันก็รวมถึงพวกสัตว์อวกาศที่เป็นเผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่ง แต่ผลไม้ทองคำนี้ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างมาก มันจะดึงเอาศักยภาพในอนาคตออกมาใช้เพื่อให้กลายเป็นพลังงานต่อยีนกลายพันธุ์ ทำให้ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด เป็นการดึงพลังแฝงออกมาอย่างถึงขีดสุด]


            [ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ.. มอนเตอร์ที่กลืนกินผลไม้นี้เข้าไปจะสูญเสียอายุขัยไปถึง 9/10 หมายความว่าถ้าเจ้าอินทรีทองคำขนเพรชมันมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 ปี ตอนนี้มันจะเหลือเพียงแค่ 300 ปีเท่านั้น ยังไงระดับขั้นดาวเคราะห์ 1 ขั้นก็มีอายุขัยประมาณ 1,000 ปีอยู่แล้วละนะ]


            [ในเมื่อไม่สามารถวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นต่อไปได้ เจ้าอินทรีขนเพรชตนนี้คงจะตายภายใน 300 ปีนี้แล้วละ]


            เมื่อพูดจบดาวาลก็ได้จ้องมองไปยังร่างขนาดใหญ่ด้วยความนึกสงสาร


            สิ่งนี้มันไม่ใช่พรหรือของขวัญสุดแสนวิเศษหรอก ทว่ามันเป็นคำสาปที่ร้ายแรงซะมากกว่า


            แม้แต่ในจักรวาลเอง สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นอะไรที่ต้องห้าม มันให้ผลลัพธ์ที่ไม่มีทางปฏิเสธหรือช่วยเหลืออะไรได้เลยซักนิด


            “นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอท่านอาจารย์”


            “แบบนี้เขาจะรู้ถึงข้อเสียของมันไหม?”



            ..

            .ถ้าทันย่าได้กินไป จะต้องติดแหง็กเลยเชียวนะ