ช้างเผือกสามหัวมีขนาดที่ใหญ่โตเป็นอย่างมาก นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ทันย่าได้มาเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด
ถ้าวัดจากขนาดของทันย่าและเจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้ละก็ ตัวของทันย่าคงไม่ต่างไปจากมดตัวเล็กๆที่เดินอยู่บนผืนดิน
เพียงแค่ฝ่าเท้าก็ใหญ่ยิ่งกว่าร่างเบฮีมอทไปหลายสิบเท่า ไม่ต้องไปพูดถึงขนาดของร่างกาย ยังมีมวลกล้ามเนื้อที่อัดแน่นกันประหนึ่งเป็นขุนเขาขนาดยักษ์ ถึงมันจะตายไปแล้วก็ตาม แต่ยีนกลายพันธุ์ที่ยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย คงจะทำให้เนื้อของมันทนทานอยู่ไม่น้อย
ถ้าช้างเผือกสามหัวยังคงมีชีวิตอยู่ ต่อให้จะโดนการโจมตีทั้งหมดของทันย่าไป ร่างกายของมันก็คงไม่อาจเกิดบาดแผลได้เลยซักนิด
ทว่าไม่ใช่กับตัวของมันที่ได้ตายไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่เป็นปัญหาต่อเบฮีมอท
คมเขี้ยวของเขานั้นแหลมคมพอที่จะกัดฉีกกระชากเนื้อของสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วได้ทั้งหมด นี่อาจเป็นคุณสมบัติอย่างนึงในการกลืนกินของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของจักรวาลก็เป็นได้
“หึหึ เชิญกินมันได้เลยเจ้าหนู ขนาดตัวของมันใหญ่โตยิ่งกว่าเจ้านับร้อยเท่า ข้าอุตส่าห์ออกล่ามันมาให้กับเจ้าโดยเฉพาะ”
“กว่าจะสังหารมันได้เล่นเอาข้าสะบักสะบอมอยู่ไม่น้อย ยังดีที่มันเชื่องช้าในห้วงอากาศ จึงทำให้ข้าจัดการมันได้ในที่สุด!”
อินทรีทองคำพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย้ยหยัน ยิ่งพอได้เห็นซากศพที่ตายแล้วของมันก็เริ่มกลับมาสะใจขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ภายในจิตใจก็เริ่มพองโตอย่างมีความสุข เหมือนไม่ต้องถูกรบกวนโดยเพื่อนบ้านที่โมโหร้าย อันที่จริงเจ้าช้างพิการสาวหัวนี้ได้สร้างวีรกรรมให้กับมันเอาไว้มาก
อยู่ดีๆเจ้าช้างบ้านนี้ก็เข้ามารุกรานในอาณาเขตที่พักอาศัยของมัน มีอยู่ครั้งนึงถึงขั้นทำลายรังถล่มขุนเขา ทำเอาต้องปวดหัวเลยละ
“คุณอินทรีทองคำ.. คุณทำได้ยังไงถึงยกระดับมาเป็นมอนเตอร์ชนชั้นราชา”
“เมื่อเดือนก่อนคุณยังมีระดับเพียงแค่ขั้น 8 เท่านั้นเองนะ แล้วทำไมถึงได้..”
ในตอนนั้นทันย่าได้แหงนหน้ามองไปยังอินทรีทองคำและเอ่ยถาม นัยน์ตาเองก็ดูเป็นประกายเหมือนอยากจะรู้ความลับเช่นนี้
“เรื่องระดับพลังของข้าน่ะเหรอ?”
คำถามของเจ้าหนูด้านล่างได้ทำให้ตัวของมันพลันประหลาดใจ กระทั่งในที่สุดมันก็ได้ถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ ข้ามอนเตอร์ธรรมดาแต่ได้รับโอกาสยังไงละ ทั้งยังเป็นโอกาสที่ข้าเองก็ไม่เคยคิดฝัน!”
ในเมื่อเจ้าได้กลายมาเป็นมอนเตอร์แล้ว งั้นข้าจะบอกถึงความลับของทวีปมืดแห่งนี้ให้เจ้าฟังละกัน!”
พออินทรีทองคำนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน แววตาของมันก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน เหมือนมันเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
“หลังจากที่ผืนทวีปแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสรวงสวรรค์ของพวกเราเหล่ามอนเตอร์ อยู่ดีๆเมื่อห้าปีก่อนก็ได้มีต้นไม้ที่แปลกประหลาดงอกเงยออกมาในส่วนลึกของทวีปมืด มันแตกต่างไปจากพืชพันธุ์ทุกชนิดบนดาวเคราะห์โลก ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้เห็นต้นไม้นี้ในครั้งแรก”
“ต้นไม้นี้มีความสูงมากกว่า 500 เมตร โค่นลำต้นก็กว้างใหญ่กว่า 100 เมตร กิ่งก้านนับหมื่นงอกเงยและแตกแขนงออกมาอย่างไม่รู้จบ”
“บนกิ่งก้านไม่มีใบไม้เลยซักใบเดียว เหมือนต้นไม้เหี่ยวเฉาและมีสภาวะที่ใกล้ตาย ทว่ารอบลำตัวกลับเต็มไปด้วยเถาวัลย์ที่เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ พวกมันเหมือนมีชีวิตและมีความนึกคิดเป็นของตนเอง แล้วที่สำคัญ ต้นไม้นี้สามารถพูดคุยสื่อสารเป็นภาษาของมนุษย์ได้”
เมื่อพูดถึงการมีชีวิต สีหน้าของอินทรีทองคำก็พลันจริงจังอย่างถึงที่สุด ทำให้ทันย่าและดาวาลต่างต้่องตกตะลึง
“ต้นไม้พูดได้ เป็นมอนเตอร์ชนิดใหม่?”
ทันย่ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ นัยน์ตาสั่นไหวประหนึ่งได้พบเจอกับภูติผีตัวเป็นๆ
[ต้นไม้ที่มีชีวิตและสามารถพูดได้?]
[ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นมันมาก่อน]
ขณะที่ดาวาลก็เริ่มเอียงศีรษะเล็กๆของตนไปมา พลางยกมือลูบคางเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยังไงเธอก็อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์โลกนี้มานับพันล้านปี มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศมาอย่างไม่รู้จบ
แต่เหมือนปรากฏการณ์ต้นไม้ประหลาดนี้จะเพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งในเวลานั้นเธอเองก็กำลังหลับไหล ปิดการทำงานเพื่อพักผ่อน
ในเมื่อมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งยุคสมัยของการต่อสู้ เธอจะไม่ได้รับรู้มันก็ไม่แปลก ในเรื่องนี้เธอเองก็ไม่ได้ประหลาดใจซักเท่าไหร่นัก
“อืม พวกเราเหล่ามอนเตอร์เรียกว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นหนึ่งในสายพันธุ์อันยิ่งใหญ่และคอยอยู่เบื้องหลังการพัฒนาของเรา”
“ในทุกๆ 6 เดือน ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์จะผลิตทรัพยากรอันล้ำค่าให้กับพวกเราเหล่ามอนเตอร์ ลักษณะภายนอกเป็นผลไม้สีทองที่มีขนาดเล็กเท่าหนึ่งกำมือของพวกมนุษย์ ผิวนอกเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนทองคำที่บริสุทธิ์ โดยที่ภายในก็อัดแน่นไปด้วยพลังงานอันมหาศาล”
“เมื่อถึงวันเวลาที่ครบกำหนดเอาไว้ พวกเราเหล่ามอนเตอร์ที่มีระดับต่ำกว่าชนชั้นราชาจะไปรวมตัวกันยังจุดที่ต้นไม้ใหญ่นี้อาศัยอยู่”
“ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์จะเลือกมอนเตอร์เพียง 10 ตนในการเลื่อนระดับชั้น เมื่อมีผลไม้เพียงแค่ 10 ลูก มอนเตอร์นับไม่ถ้วนก็ต่างมีความปรารถนาที่ต้องการ ทว่าความแข็งแกร่งของต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์คือชนชั้นจักรพรรดิ เขาเป็นเหมือนมอนเตอร์ที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลก”
“หลังจากตัวของเขาได้เลือกมอนเตอร์ทั้ง 10 ตนได้แล้ว ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์จะส่งมอบผลไม้ทองคำของเขาให้พวกเรากลืนกินกันอย่างรวดเร็ว คุณสมบัติของผลไม้นี้สามารถยกระดับพวกเราให้แข็งแกร่งได้อย่างก้าวกระโดด ถือเป็นทรัพยากรที่น่าเหลือเชื่อและร้ายกาจมาก”
“ซึ่งในรอบนี้ข้าเองก็ได้ถูกรับเลือก ตัวข้าได้รับผลไม้ทองคำและกลืนกินมันเข้าไป ทำให้สามารถพัฒนากลายมาเป็นชนชั้นราชาได้”
คำพูดของอินทรีทองคำแฝงเอาไว้ด้วยความเคารพยกย่อง ไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนที่ไม่แสดงความเคารพต่อต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่มอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิตนอื่นๆก็ต่างเคารพ
ไม่ใช่ว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์มีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกมัน ทว่าเขามีความพิเศษที่มอนเตอร์ตนไหนก็ไม่อาจเทียบ เขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังของการพัฒนาเหล่ามอนเตอร์ ให้กลายมาเป็นชนชั้นราชาได้อย่างง่ายดายกันยังไงละ
“นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์นี่มันอะไรกัน”
“เพียงแค่กินผลไม้ทองคำก็ยกระดับไปเป็นขั้นดาวเคราะห์ได้?”
“ถ้าฉันเกิดได้กินมันไปละ ไม่ใช่ว่าฉันจะยกระดับไปเป็นขั้นดาวเคราะห์ได้โดยตรง!!”
ความหวาดกลัวและความตื่นเต้นได้ก่อขึ้นในจิตใจของทันย่า แม้แต่สัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่มีคุณสมบัติในการสนับสนุนเช่นนี้เลยนะ
[เห้อ ไม่มีผลลัพธ์ใดในโลกที่ให้คุณสมบัติเพียงแค่ด้านเดียว]
ในตอนนั้นดาวาลที่รับฟังอยู่นิ่งๆก็เริ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างดูแคลน จากนั้นเธอก็เริ่มยกมือขึ้นมากอดอกของตน
[อย่าไปสนใจมันมากเจ้าศิษย์รัก ผลไม้ทองคำเหล่านี้ถึงจะมีคุณสมบัติที่มอบความแข็งแกร่งให้เป็นระดับขั้นดาวเคราะห์ได้]
[แต่จากที่ตัวเราดาวาลได้ตรวจสอบประเมินยีนกลายพันธุ์ในร่างกายของเจ้านี่แล้ว สรุปได้เลยว่ามันก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน]
ทันย่าลอบพยักหน้ารับและรับฟังคำพูดของอาจารย์ตนอย่างเงียบๆ
[ยีนกลายพันธุ์ของมันได้หยุดการเจริญโตและวิวัฒนาการขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว เท่ากับว่าหลังจากนี้อินทรีทองคำขนเพรชจะไม่สามารถวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นถัดไปได้อีก ศักยภาพของมันได้หยุดลงเพียงแค่ขั้นดาวเคราะห์ระดับ 3 ดาว ไม่มีทางเลื่อนไปต่อได้อีก]
คำตอบข้อแรกได้ทำให้ทันย่าต้องอ้าปากค้างขึ้น เขาถึงขั้นหันขวับไปมองยังเด็กสาวด้วยท่าทางและแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
[ตอมาคือเรื่องของอายุขัย โดยปกติมอนเตอร์จะมีอายุขัยมากกว่านักสู้พันธุกรรมไปหลายเท่า สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยาวนาน]
[ซึ่งมันก็รวมถึงพวกสัตว์อวกาศที่เป็นเผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่ง แต่ผลไม้ทองคำนี้ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างมาก มันจะดึงเอาศักยภาพในอนาคตออกมาใช้เพื่อให้กลายเป็นพลังงานต่อยีนกลายพันธุ์ ทำให้ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด เป็นการดึงพลังแฝงออกมาอย่างถึงขีดสุด]
[ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ.. มอนเตอร์ที่กลืนกินผลไม้นี้เข้าไปจะสูญเสียอายุขัยไปถึง 9/10 หมายความว่าถ้าเจ้าอินทรีทองคำขนเพรชมันมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 ปี ตอนนี้มันจะเหลือเพียงแค่ 300 ปีเท่านั้น ยังไงระดับขั้นดาวเคราะห์ 1 ขั้นก็มีอายุขัยประมาณ 1,000 ปีอยู่แล้วละนะ]
[ในเมื่อไม่สามารถวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นต่อไปได้ เจ้าอินทรีขนเพรชตนนี้คงจะตายภายใน 300 ปีนี้แล้วละ]
เมื่อพูดจบดาวาลก็ได้จ้องมองไปยังร่างขนาดใหญ่ด้วยความนึกสงสาร
สิ่งนี้มันไม่ใช่พรหรือของขวัญสุดแสนวิเศษหรอก ทว่ามันเป็นคำสาปที่ร้ายแรงซะมากกว่า
แม้แต่ในจักรวาลเอง สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นอะไรที่ต้องห้าม มันให้ผลลัพธ์ที่ไม่มีทางปฏิเสธหรือช่วยเหลืออะไรได้เลยซักนิด
“นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอท่านอาจารย์”
“แบบนี้เขาจะรู้ถึงข้อเสียของมันไหม?”
..
.ถ้าทันย่าได้กินไป จะต้องติดแหง็กเลยเชียวนะ