“แต้มวิวัฒนาการ 782 แต้ม คุ้มค่ากับที่ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาจนถึงวันนี้จริงๆ”
อวี๋จื่ออวี๋มองแต้มวิวัฒนาการ 782แต้มที่เพิ่งได้มาจากการเก็บเกี่ยวฝูงผึ้งกลายพันธุ์เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างลำพอง
เขาเลี้ยงดูฟูมฟักพวกมันมาถึงสี่เดือนไม่ได้รีบร้อนสังหารตั้งแต่แรก
ตอนนี้ผลลัพธ์ที่ได้คือ แต้มวิวัฒนาการ 782แต้มในคราวเดียว การค้าครั้งนี้คุ้มค่ามาก!
แน่นอนว่าไม่เพียงเท่านั้นซากผึ้งกลายพันธุ์เหล่านี้ต่างถูกรากของเขาขยี้จนกลายเป็นเนื้อบดชุ่มเลือด
ตอนนี้ หากมองดูรากของเขาที่ฝังอยู่ใต้ดินจะเห็นว่ามันคล้ายกับรากต้นไม้กินคน ที่พองตัวและหดตัวราวกับกำลังกลืนกินบางสิ่งบางอย่าง
ต้นไม้สามารถใช้ซากพืชและซากสัตว์เป็นสารอาหารของตนเองได้อยู่แล้ว
และในฐานะต้นไม้ปีศาจ ไม่สิควรเรียกว่าปีศาจต้นไม้ อวี๋จื่ออวี๋ก็ทำสิ่งนั้นได้เช่นกัน
.....
“ขั้นแรกต้องใช้แต้มวิวัฒนาการเสริมแกร่งรากไม้เพื่อผลักดันตัวเองไปถึงระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งสูงสุดให้ได้”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็เลื่อนสายตาไปยังแผงสถานะ
โอ้โห!
เสริมแกร่งรากไม้กลายพันธุ์หนึ่งรากต้องใช้แต้มวิวัฒนาการถึง 100 แต้ม
ทว่าครู่หนึ่งเขามองดูรากแขนงทั้งเก้ารากในตอนนี้ แต่ละรากยาวหลายร้อยเมตรและมองดูรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่บนรากแขนง อวี๋จื่ออวี๋ก็เงียบไปชั่วขณะ
หากคำนวณจากปริมาตรนี้แล้ว แต้มวิวัฒนาการ 100แต้ม ดูเหมือนจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
ช่างน่าทึ่งอาศัยแม่น้ำวิญญาณใต้ดินที่รากแก้วดูดซับเข้าไปรากเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วจนเกินจินตนาการ
เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตแต่ตอนนี้เมื่อลองสังเกตดูอวี๋จื่ออวี๋ก็ตกตะลึงที่พบว่ารากไม้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก
รากแขนงที่เหมือนมังกรดินซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนพสุธานี้เพียงรากเดียวก็สู้กับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งได้อย่างสบาย
“อะแฮ่ม...”
อวี๋จื่ออวี๋กระแอมไอเบาๆ แล้วดึงสติกลับมา
รากแขนงที่แข็งแกร่งอยู่แล้วหากได้รับการเสริมแกร่งอีกเล่า?
ภาพนั้น...
เมื่อคิดถึงจุดนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็ยากที่จะอดกลั้นความตื่นเต้นในใจ
“ใช้แต้มวิวัฒนาการ 100 แต้มเพื่อเสริมแกร่งรากแขนง”
ทันทีที่พูดจบก่อนที่อวี๋จื่ออวี๋จะทันได้ตอบสนองเขาก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนพุ่งขึ้นมาจากส่วนใดส่วนลึกของร่างกาย
ร้อนมาก
ร้อนมากๆ
ราวกับน้ำเดือดพล่านที่แผ่ซ่านไปทั่ว
เพียงชั่วครู่อวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกว่ารากแขนงหนึ่งของเขาร้อนระอุราวกับถูกไฟไหม้
แต่ในตอนนั้นเองกระแสความร้อนนี้ก็พลุ่งพล่านอีกครั้ง ไหลไปตามรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วน
“แกรก แกรก...”
เสียงดังต่อเนื่องราวกับประทัดที่ระเบิดกึกก้องอยู่ใต้พื้นดิน
เมื่อมองตามสายตาของอวี๋จื่ออวี๋จะเห็นว่าเปลือกของรากแขนงแตกออก แล้วสร้างเปลือกที่แข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นมาใหม่
แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
“ครืน ครืน...”
พื้นหิมะสั่นสะเทือน
และที่น่ากลัวกว่านั้นคือในทิศทางหนึ่งนั้น...
“ตู้ม!”
พื้นดินบริเวณนั้นได้ปริแยกออกเผยให้เห็นรอยแยกยาวเหยียด
และภายในรอยแยกนั้นมีรากสีดำขนาดใหญ่เส้นหนึ่งราวกับมังกรดิน ทอดตัวยาวเหยียดออกไปไกล!
“ช่างน่ากลัวจริงๆ”
อวี๋จื่ออวี๋มองดูรอยแยกที่ทอดยาวไปไกลแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
พลังที่ฉีกกระชากผืนดินเช่นนี้หากนำมาใช้ต่อสู้ คงจะบีบรัดร่างเหล็กกล้าของศัตรูให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวี๋จื่ออวี๋ก็ยิ้มออกมา
แต่ถึงจะยิ้ม เรื่องสำคัญก็ไม่อาจลืมได้
ด้วยรากแขนงที่ทอดยาวไปไกลอวี๋จื่ออวี๋รู้สึกได้ชัดเจนว่าขุนเขาทั้งลูกกำลังสั่นสะเทือน
สัตว์เดินดินวิ่งพล่าน นกนักล่าโบยบิน
แม้เขาจะพยายามซ่อนเร้นดวงวิญญาณแต่การเปลี่ยนแปลงของผืนดินก็ยังทำให้สัตว์เหล่านี้หวาดกลัวอย่างห้ามไม่ได้
“ต่อให้พวกเจ้าวิ่งเร็วแค่ไหนแต่จะเร็วสู้รากของข้าได้หรือ?”
ราวกับเย้ยหยันอวี๋จื่ออวี๋ก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
จากนั้น เขาก็ส่งผ่านความคิดออกไป
“ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...”
พร้อมกับเสียงแหวกอากาศรากสีดำที่ทอดยาวไปไกลนั้น พลันแตกรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา
รากฝอยเหล่านี้รวดเร็วมากเพียงชั่วพริบตาก็พันรอบสัตว์เดินดินที่วิ่งหนีตายไว้แน่นแม้แต่เหล่านกบนฟ้าก็โดนลากลงมาในชั่วอึดใจ
“บีบรัดสังหาร”
อวี๋จื่ออวี๋รำพึงในใจแล้วออกแรงบีบอีกครั้ง
“กร๊อบ!”
เสียงกระดูกแตกหักดังกรอบแกรบคอของหมูป่ากลายพันธุ์ตัวหนึ่งถูกบีบรัดจนแตกละเอียด
แต่ก่อนที่มันจะล้มลง
รากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินรากฝอยนับร้อยเส้นพยุงร่างของมันไว้ได้ในพริบตา
ใช่แล้ว พยุงไว้
จากนั้น เมื่อรากรัดพันรอบกายหมูป่ากลายพันธุ์ตัวนั้นก็ถูกรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนห่อหุ้มจนกลายเป็นรูปทรงดักแด้ขนาดมหึมา
แต่ยังไม่จบเพราะความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
“ตึง!” พื้นดินแตกกระจายดักแด้สีดำนั้นถูกรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนลากลงไปใต้ดินอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้งก่อนจะกลับมาราบเรียบดังเดิม
ในเวลานั้น เมื่อมองไปยังจุดเกิดเหตุอาจจะตกใจที่พบว่า นอกจากรอยเลือดที่หลงเหลืออยู่บนพื้นหิมะแล้วดูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
และนี่เป็นเพียงมุมหนึ่งเท่านั้นเมื่อมองขึ้นไป เสียงคร่ำครวญดังระงม สัตว์ป่ากลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่าถูกผืนดิน 'กลืนกิน' หายไปในพริบตาป่าครึ่งหนึ่งได้กลายสภาพเป็นนรกบนดินไปเสียแล้ว
โชคดีที่รากแขนงของอวี๋จื่ออวี๋ไม่ได้ทอดยาวไปไกลกว่านี้มิฉะนั้น ความตายเช่นนี้คงมีมากกว่านี้อีกร้อยเท่า
“ติ๊ง!คุณสังหารหมูป่ากลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สอง ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +20แต้ม”
“ติ๊ง!คุณสังหารงูยักษ์กลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สาม ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +30แต้ม”
....
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่อวี๋จื่ออวี๋กลับไม่มีสีหน้ายินดีเป็นพิเศษ
เพราะการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่เช่นนี้มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เขาคาดว่าในระยะรัศมีหนึ่งถึงสองกิโลเมตรรอบตัวเขาจะไร้ซึ่งสัตว์ป่ากลายพันธุ์กล้าย่างกรายเข้ามาอีกในระยะเวลาอันสั้น
เพราะสัตว์ป่ากลายพันธุ์เหล่านี้แม้จะสติปัญญาไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ใช่พวกโง่
ภาพเหตุการณ์ราวกับวันสิ้นโลกและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งนี้เพียงพอที่จะทำให้สัตว์ป่ากลายพันธุ์จำนวนมากต้องล่าถอยไปเพราะความกลัว