Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 การล่าเริ่มต้นขึ้น

            “แต้มวิวัฒนาการ 782 แต้ม คุ้มค่ากับที่ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาจนถึงวันนี้จริงๆ”

            อวี๋จื่ออวี๋มองแต้มวิวัฒนาการ 782แต้มที่เพิ่งได้มาจากการเก็บเกี่ยวฝูงผึ้งกลายพันธุ์เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างลำพอง

            เขาเลี้ยงดูฟูมฟักพวกมันมาถึงสี่เดือนไม่ได้รีบร้อนสังหารตั้งแต่แรก

            ตอนนี้ผลลัพธ์ที่ได้คือ แต้มวิวัฒนาการ 782แต้มในคราวเดียว การค้าครั้งนี้คุ้มค่ามาก!

            แน่นอนว่าไม่เพียงเท่านั้นซากผึ้งกลายพันธุ์เหล่านี้ต่างถูกรากของเขาขยี้จนกลายเป็นเนื้อบดชุ่มเลือด

            ตอนนี้ หากมองดูรากของเขาที่ฝังอยู่ใต้ดินจะเห็นว่ามันคล้ายกับรากต้นไม้กินคน ที่พองตัวและหดตัวราวกับกำลังกลืนกินบางสิ่งบางอย่าง

            ต้นไม้สามารถใช้ซากพืชและซากสัตว์เป็นสารอาหารของตนเองได้อยู่แล้ว

            และในฐานะต้นไม้ปีศาจ ไม่สิควรเรียกว่าปีศาจต้นไม้ อวี๋จื่ออวี๋ก็ทำสิ่งนั้นได้เช่นกัน

            .....

            “ขั้นแรกต้องใช้แต้มวิวัฒนาการเสริมแกร่งรากไม้เพื่อผลักดันตัวเองไปถึงระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งสูงสุดให้ได้”

            เมื่อคิดได้เช่นนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็เลื่อนสายตาไปยังแผงสถานะ

            โอ้โห!

            เสริมแกร่งรากไม้กลายพันธุ์หนึ่งรากต้องใช้แต้มวิวัฒนาการถึง 100 แต้ม

            ทว่าครู่หนึ่งเขามองดูรากแขนงทั้งเก้ารากในตอนนี้ แต่ละรากยาวหลายร้อยเมตรและมองดูรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่บนรากแขนง อวี๋จื่ออวี๋ก็เงียบไปชั่วขณะ

            หากคำนวณจากปริมาตรนี้แล้ว แต้มวิวัฒนาการ 100แต้ม ดูเหมือนจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำ

            ช่างน่าทึ่งอาศัยแม่น้ำวิญญาณใต้ดินที่รากแก้วดูดซับเข้าไปรากเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วจนเกินจินตนาการ

            เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตแต่ตอนนี้เมื่อลองสังเกตดูอวี๋จื่ออวี๋ก็ตกตะลึงที่พบว่ารากไม้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก

            รากแขนงที่เหมือนมังกรดินซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนพสุธานี้เพียงรากเดียวก็สู้กับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งได้อย่างสบาย

            “อะแฮ่ม...”

            อวี๋จื่ออวี๋กระแอมไอเบาๆ แล้วดึงสติกลับมา

            รากแขนงที่แข็งแกร่งอยู่แล้วหากได้รับการเสริมแกร่งอีกเล่า?

            ภาพนั้น...

            เมื่อคิดถึงจุดนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็ยากที่จะอดกลั้นความตื่นเต้นในใจ

            “ใช้แต้มวิวัฒนาการ 100 แต้มเพื่อเสริมแกร่งรากแขนง”

            ทันทีที่พูดจบก่อนที่อวี๋จื่ออวี๋จะทันได้ตอบสนองเขาก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนพุ่งขึ้นมาจากส่วนใดส่วนลึกของร่างกาย

            ร้อนมาก

            ร้อนมากๆ

            ราวกับน้ำเดือดพล่านที่แผ่ซ่านไปทั่ว

            เพียงชั่วครู่อวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกว่ารากแขนงหนึ่งของเขาร้อนระอุราวกับถูกไฟไหม้

            แต่ในตอนนั้นเองกระแสความร้อนนี้ก็พลุ่งพล่านอีกครั้ง ไหลไปตามรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วน

            “แกรก แกรก...”

            เสียงดังต่อเนื่องราวกับประทัดที่ระเบิดกึกก้องอยู่ใต้พื้นดิน

            เมื่อมองตามสายตาของอวี๋จื่ออวี๋จะเห็นว่าเปลือกของรากแขนงแตกออก แล้วสร้างเปลือกที่แข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นมาใหม่

            แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

            “ครืน ครืน...”

            พื้นหิมะสั่นสะเทือน

            และที่น่ากลัวกว่านั้นคือในทิศทางหนึ่งนั้น...

            “ตู้ม!”

            พื้นดินบริเวณนั้นได้ปริแยกออกเผยให้เห็นรอยแยกยาวเหยียด

            และภายในรอยแยกนั้นมีรากสีดำขนาดใหญ่เส้นหนึ่งราวกับมังกรดิน ทอดตัวยาวเหยียดออกไปไกล!

            “ช่างน่ากลัวจริงๆ”

            อวี๋จื่ออวี๋มองดูรอยแยกที่ทอดยาวไปไกลแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

            พลังที่ฉีกกระชากผืนดินเช่นนี้หากนำมาใช้ต่อสู้ คงจะบีบรัดร่างเหล็กกล้าของศัตรูให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวี๋จื่ออวี๋ก็ยิ้มออกมา

            แต่ถึงจะยิ้ม เรื่องสำคัญก็ไม่อาจลืมได้

            ด้วยรากแขนงที่ทอดยาวไปไกลอวี๋จื่ออวี๋รู้สึกได้ชัดเจนว่าขุนเขาทั้งลูกกำลังสั่นสะเทือน

            สัตว์เดินดินวิ่งพล่าน นกนักล่าโบยบิน

            แม้เขาจะพยายามซ่อนเร้นดวงวิญญาณแต่การเปลี่ยนแปลงของผืนดินก็ยังทำให้สัตว์เหล่านี้หวาดกลัวอย่างห้ามไม่ได้

            “ต่อให้พวกเจ้าวิ่งเร็วแค่ไหนแต่จะเร็วสู้รากของข้าได้หรือ?”

            ราวกับเย้ยหยันอวี๋จื่ออวี๋ก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

            จากนั้น เขาก็ส่งผ่านความคิดออกไป

            “ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...”

            พร้อมกับเสียงแหวกอากาศรากสีดำที่ทอดยาวไปไกลนั้น พลันแตกรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา

            รากฝอยเหล่านี้รวดเร็วมากเพียงชั่วพริบตาก็พันรอบสัตว์เดินดินที่วิ่งหนีตายไว้แน่นแม้แต่เหล่านกบนฟ้าก็โดนลากลงมาในชั่วอึดใจ

            “บีบรัดสังหาร”

            อวี๋จื่ออวี๋รำพึงในใจแล้วออกแรงบีบอีกครั้ง

            “กร๊อบ!”

            เสียงกระดูกแตกหักดังกรอบแกรบคอของหมูป่ากลายพันธุ์ตัวหนึ่งถูกบีบรัดจนแตกละเอียด

            แต่ก่อนที่มันจะล้มลง

            รากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินรากฝอยนับร้อยเส้นพยุงร่างของมันไว้ได้ในพริบตา

            ใช่แล้ว พยุงไว้

            จากนั้น เมื่อรากรัดพันรอบกายหมูป่ากลายพันธุ์ตัวนั้นก็ถูกรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนห่อหุ้มจนกลายเป็นรูปทรงดักแด้ขนาดมหึมา

            แต่ยังไม่จบเพราะความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

            “ตึง!” พื้นดินแตกกระจายดักแด้สีดำนั้นถูกรากฝอยจำนวนนับไม่ถ้วนลากลงไปใต้ดินอย่างรวดเร็ว

            จากนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้งก่อนจะกลับมาราบเรียบดังเดิม

            ในเวลานั้น เมื่อมองไปยังจุดเกิดเหตุอาจจะตกใจที่พบว่า นอกจากรอยเลือดที่หลงเหลืออยู่บนพื้นหิมะแล้วดูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

            และนี่เป็นเพียงมุมหนึ่งเท่านั้นเมื่อมองขึ้นไป เสียงคร่ำครวญดังระงม สัตว์ป่ากลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่าถูกผืนดิน 'กลืนกิน' หายไปในพริบตาป่าครึ่งหนึ่งได้กลายสภาพเป็นนรกบนดินไปเสียแล้ว

            โชคดีที่รากแขนงของอวี๋จื่ออวี๋ไม่ได้ทอดยาวไปไกลกว่านี้มิฉะนั้น ความตายเช่นนี้คงมีมากกว่านี้อีกร้อยเท่า

            “ติ๊ง!คุณสังหารหมูป่ากลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สอง ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +20แต้ม”

            “ติ๊ง!คุณสังหารงูยักษ์กลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สาม ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +30แต้ม”

            ....

            เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่อวี๋จื่ออวี๋กลับไม่มีสีหน้ายินดีเป็นพิเศษ

            เพราะการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่เช่นนี้มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

            เขาคาดว่าในระยะรัศมีหนึ่งถึงสองกิโลเมตรรอบตัวเขาจะไร้ซึ่งสัตว์ป่ากลายพันธุ์กล้าย่างกรายเข้ามาอีกในระยะเวลาอันสั้น

            เพราะสัตว์ป่ากลายพันธุ์เหล่านี้แม้จะสติปัญญาไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ใช่พวกโง่

            ภาพเหตุการณ์ราวกับวันสิ้นโลกและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งนี้เพียงพอที่จะทำให้สัตว์ป่ากลายพันธุ์จำนวนมากต้องล่าถอยไปเพราะความกลัว

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน