God diary บัญญัติเทพพิชิตโลก

    ชายชรากับหญิงโสเภณี

     "เชิญขอรับ" 


    ลูกจ้างด้านนอกเชื้อเชิญแขกเข้าไปตามคำอนุญาตของไคลม์ 
    "โฮะๆๆ แหม๊ๆ ดูเหมือนกำลังสนุกอยู่เลยนะพ่อหนุ่มไม่คิดจะแบ่งสาวงามให้กับข้าได้เชยชมบ้างหรือไง"
    "ไม่ทราบว่าท่านคือ..."
    "แซ็ค เจ้าเรียกข้าด้วยชื่อนี้ก็ได้"
    ชายชราร่างเล็กสวมชุดคลุมสีน้ำตาลหัวล้านแต่ยังพอมีผมขาวขึ้นบริเวณริมศรีษะสองข้าง เดินเข้ามาพร้อมกับขวดเหล้าในมือ เขากระโดดขึ้นไปนั่งบนโซฟาแล้วกระดกเหล้าดื่มอย่างกระหายหยิบกับแกล้มบนโต๊ะขึ้นมากินโดยไม่ขออนุญาต 
    "เจ้ามาจากไหนรึ มาหางาน หรือค้าขาย ข้าเป็นคนในพื้นที่คงจะพอช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง"
    ชายหนุ่มลุกจากเตียงเดินเข้ามานั่งกับเขา บรรดาสาวงามทั้งหลายก็ติดตามมาด้วยคอยทำหน้าที่รินเหล้ากับตักอาหารบริการทั้งคู่ 
    "เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าชื่อไคลม์ขอรับ เดินทางมาจากดินแดนทางเหนือกำลังตามหาคะ..."
    "เจ้าจะไม่ใจดีเลี้ยงสาวข้าซักคนหรือไง" 
    ชายหนุ่มถูกตัดบทด้วยคำขออย่างหน้าด้านๆ เขาถึงกับอึ้งไปไม่เป็นเพราะไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนในชีวิต พอหันมองหน้าสาวๆที่อยู่ภายในห้องไม่มีนางใดที่สมัครใจไปนั่งกับชายแก่คนนี้เลยสักคนต่างยกมือไหว้พงกหัวหลับตาปี๋และสายหน้าขอร้องบอกกับเขาว่าไม่พร้อม
    "เอ่อ.. เฉพาะเรื่องเหล้ากับอาหารที่ข้ายอมให้ท่านได้แต่สำหรับเรื่องสาวงามเห็นทีข้าคงจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก"
    คำตอบของเขาเด็ดขาดและเฉียบคนมากที่สุด ทำให้บรรดาสาวๆส่งจูบและหัวใจให้กับเขาเป็นจำนวนมาก
    "ข้าไม่คิดแย่งจะของเจ้ากินหรอกเจ้าบ้า ข้ามีประจำตัวของข้าอยู่ แล้ว เรียกเด็กคนใหม่ให้ข้าก็พอ"
    "เด็กคนใหม่ เห้..อะไรกันผู้อาวุโส นี่ท่านมีเด็กประจำตัวกับเขาด้วยหรือนี่ หึหึหึ เอาสิขอรับเชิญเรียกมาได้เลย ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกันเด็กของท่านหน่ะ"
    "ไอ้หนูข้างนอกหน่ะเห้ย ไปตามลิช่ามาให้ข้าที บอกว่าท่านแซ็คเรียกใช้บริการคืนนี้"
    ชายชราตะโกนสั่งด้วยตนเอง เด็กเสิร์ฟที่ยืนเป็นการ์ตคอยคุมอยู่ด้านนอกน้อมรับคำร้องขอเดินไปตามสาวงามคนดังกล่าวมาให้กับเขา เพียงไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก
    "สิช่ามาถึงแล้วขอรับนายท่าน"
    หลังกล่าวเสร็จประตูก็ถูกเปิดออก ส่งตัวหญิงสาววัยกลางคน อายุประมาณ40กว่าๆเข้ามาในห้อง ผมยาวสีน้ำตาลมัดจุกรวบตึงปล่อยเป็นหางม้าหลบไปข้างหลัง เธอสวมชุดสีเขียวแขนยาวเนื้อผ้าคลุมตลอดทั้งตัวกระทั่งลงมาจนถึงกระโปรงเสมอข้อเท้า แม้จะสวยแต่ก็ดูมิดชิดเกินกว่าจะเป็นหญิงโสเภณีทั่วไปเช่นสาวคนอื่นๆ แทบจะเป็นบุคคลเดียวที่ไม่ตกแต่งใบหน้าให้สวยงามด้วยเครื่องสำอางและ น้ำหอมประทินโฉม ออกไปทางผู้หญิงบ้านๆทั่วไปซึ่งดูงดงามในกิริยามารยาทเสียมากกว่า 
    "อ้าวมานั่งสิแม่หนูข้ารอเจ้าอยู่ซักพักแล้ว"
    แซ็คพูดกับหล่อน ดูเหมือนว่าเธอเองก็รู้สึกดีใจมากเป็นพิเศษเมื่อได้เจอหน้าของแซ็ค รีบวิ่งเข้าไปนั่งข้างแล้วโอบกอดทำหน้าเหมือนกับคนจะร้องไห้ ในพฤติกรรมเหล่านี้นี่เองทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย 
    "ดูยังไงก็ไม่ใช่การกระทำของคนเที่ยวกลางคืนที่มาเจอหญิงโสเภณีตามปกติแน่ๆ"
    ไคลม์คิดในใจ เฝ้าสังเกตอาการของทั้งคู่อยู่ตลอด ชายชราร่างเล็กส่งเสียงชู่วเบาๆพร้อมสะกิดไหล่เธอ หญิงสาวจึงได้สติแล้วหันมองดูรอบข้างก็พบเข้ากับชายหนุ่มและหญิงสาวจำนวนมากมายในห้องนั้น
    "เอ่อ ขออภัยอย่างยิ่งเจ้าคะนายท่าน ข้านี่ช่างเสียมารยาทซะจริงไม่ทราบมาก่อนว่ามีแขกคนอื่นนอกเหนือจากท่านแซ็คนั่งอยู่ด้วย"
    "อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกทำตัวตามสบายเลยข้าไม่ถือสาอยู่แล้ว ว่าแต่ว่ารสนิยมของท่านก็ดูไม่เลวเหมือนกันนะขอรับท่านผู้อาวุโส"
    "แสดงว่าเจ้าก็เป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ตาถึงคนหนึ่งเลยทีเดียว สาววัยอายุ40แบบนี้นี่แหละคือนิพพานของแท้โฮะๆๆ"
    พร้อมกับพูดชายชราร่างเล็กหยิบขวดเหล้ากระดกใส่ปากและฉีกกับแกล้มยัดตามเข้าไป ไคลม์สั่งให้หญิงบริการรินมาเทลใส่แก้วเสริฟให้กับเขา แต่ก็ถูกปฏิเสธในทันที
    "ไม่เอาอ่ะ ลิ้นข้ามันไม่รับของดีขนาดนี้เข้าไปได้หรอก ต้องเหล้าโรงบ้านๆแบบนี้สิถึงจะใช้ได้ อึกๆๆ"
    เขาทั้งกระดกทั้งพูดไปพร้อมกัน
    "จริงสิ เมื่อกี้เรายังคุยธุระกันไม่เสร็จเลย เจ้าบอกว่าเจ้ามาที่นี่ทำไมนะ"
    "ข้ามาตามหาคนขอรับ"
    "คนแบบไหนกันล่ะ หรือว่าเจ้าตามหาเมียของเจ้าเหรอ?"
    "เปล่าหรอกท่านผู้อาวุโส คนที่จ้าตามหาเป็นช่างตีเหล็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นแหละขอรับ เขาชื่อโครมอฟ ลามีแกน"
    !!พรวดดด!! !!เพล๊งงง!!
    ทันทีที่ไคลม์กล่าวจบประโยค ทั้งสองคนที่เข้ามาภายหลังก็แสดงอาการแปลกๆ ชายชราที่กำลังกระดกเหล้าใส่ปากถึงกับพ่นออกมาจนหมด ในขณะที่หญิงวัยกลางคนอายุ40มือสั่นขนาดทำแก้วในมือตกใส่พื้นจนแตกละเอียด สร้างความตกใจให้กับบรรดาสาวๆที่ยืนรายล้อมอยู่ในที่นั้นรวมถึงบุรุษพเนจรด้วย
    "มีอะไรกันหรือเปล่าท่านผู้อาวุโส"
    "มะ ไม่มีๆ ข้าแค่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนขอตัวก่อนนะ ไปเร็วลิช่าประคองข้าที"
    ทั้ง2ตัวสั่นเทิ่มแสดงอาการตระหนกออกมาให้เห็น  มีเหงื่อพุดซึมเต็มใบหน้าเมื่อได้ยินชื่อของโครมอฟ ลามีแกน ต่างทำตัวลุกลี้ลุกลนจนใครๆก็มองออก
    "หากท่านไม่ยอมบอกข้า ก็อย่าหวังจะออกไปจากห้องนี้ได้เลย"
    ไคลม์กล่าวด้วยเสียงหนักเกือบจะตะคอก เขายืนขึ้นแล้วจ้องมองทั้งคู่ตาแข็งราวกับจะหมายเอาชีวิต จิตสังหารถูกปลดปล่อยออกมาคุกคามเล็กน้อยแต่นั่นก็เพียงพอสำหรับมนุษย์ธรรมดาอย่างทั้งสอง เมื่อต้องพลังคลื่นประหลาดเข้า สิ่งเดียวที่พวกเขาสัมผัสถึงมันได้คือไม่มีทางหนีรอดจากพลังอำนาจเร้นลับขนาดนี้ ชายชราหันมามองบุรุษหนุ่มครางสั่นกระทบกันจนได้ยินเสียงเช่นเดียวกับหญิงบริการคนนั้น พวกเขาดูหวาดกลัว แต่ก็กัดฟันแน่นไม่ยอมเอ่ยปากออกมา
    "เจ้าเป็นคนของทางการงั้นเหรอ ฆ่าข้าให้ตายข้าก็ไม่ยอมบอกหรอกเว้ย เอาเลยสิถ้าแน่จริง"
    บุรุษพเนจรได้ฟังดังนั้นก็คลายกระแสจิตสังหารลง เขาผ่อนอารมณ์ แล้ว ปลอบใจทั้งคู่ด้วยความจริง
    "อ๋อ ที่แท้พวกท่านก็เกรงว่าถ้าเป็นคนของทางการนี่เอง ข้าไม่ใช่คนของทางการหรอกขออภัยทีท่านผู้อาวุโส บังเอิญเรื่องนี้ค่อนข้างคอขาดบาดตายไปหน่อย ข้าและเผลอปล่อยอารมณ์ใส่พวกท่าน ขออย่าได้ถือสาไปเลยเชิญนั่งลงก่อนเถิด"
    บุรุษหนุ่มเล่าเรื่องราวของเขาถึงถิ่นที่มาคือดินแดนทางเหนือ พร้อมจะส่งกระดาษแผนที่อันดูคล้ายไก่เขี่ย มองเห็นเป็นเส้นบิดเบี้ยวไม่เป็นทรงให้แก่พวกเขาทั้งสองมีลายเซ็นตรงมุมกระดาษขวาเขียนชื่อของโนแลน ริสดิกกำกับอยู่อย่างชัดเจน แซ็คและลิช่าจึงคลายความกังวลลงเมื่อได้เห็นของสิ่งนี้
    "เป็นลายมือของเจ้าโนแลนจริงๆ ไอ้เด็กส่งเหล็กงี่เง่านั่นไม่เห็นบอกก่อนล่วงหน้าว่าจะมีแขกมาเยือนเราแบบนี้ ดูสิลิช่าเห็นไหม"
    แซ็คส่งกระดาษยื่นให้สตรีที่นั่งอยู่ข้างๆดูอย่างละเอียดอีกครั้ง เธอถึงกับยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ
    "ใช่ลายมือโนแลนจริงๆด้วยท่านพี่ เป็นหลานข้าจริงๆ"
    "ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะแต่ว่าพวกท่านเกี่ยวข้องอะไรกับท่านลุงโคมอฟอย่างงั้นเหรอ?"
    ทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปสังเกตเห็นบรรดาหญิงสาว12คนที่กำลังจับจ้องการสนทนาของพวกเขาอยู่อย่างออกรส ไคลม์รับรู้ความประสงค์ของพวกเขาจากแววตาที่สื่อออกมา ชายหนุ่มจัดการวาดมือไปข้างหลังเพียงซักพักปล่อยไอสีดำแบบจางๆลอยคลุมกลุ่มนางงามทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลัง หญิงสาวทั้ง12คนหมดสติลงทันทีที่ได้สูดดมควันเหล่านั้น ต่างล้มกองพะเนินเทินทึกกะนอยู่กับพื้นก่อนที่พวกเธอจะรู้สึกตัวด้วยซ้ำ
    "เจ้า นะ นี่เจ้าทำอะไรกันแน่"
    แซ็กถึงกับอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้เห็น
    "อย่าใส่ใจเลยพวกนางไม่ตายหรอก มาสนทนากันต่อเถอะ"
    บุรุษพเนจรนั่งลงกับโซฟายกเหล้าที่ถูกรินใส่แก้วไว้ดื่ม ก่อนจะถามต่อไป
    "พวกท่านเชื่อใจข้าหรือเปล่า?"
    ทั้งสองจ้องหน้ากันพิจารณาคำตอบอยู่เพียงครู่ ก้มมองแผ่นกระดาษที่อยู่ในมือก่อนเลยหน้าขึ้นมาตอบ
    "หากเป็นคนที่โนแลนแนะนำทางให้แบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่พวกเราจะต้องสงสัยในตัวของเจ้า เอาล่ะพ่อหนุ่มเรื่องราวที่ข้าจะเล่าต่อไปนี้เจ้าต้องเหยียบให้มิดห้ามแพ่งพรายที่ไหนเป็นอันขาด เพราะมันหมายถึงชีวิตของพวกเราทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องนี้ เกี่ยวกับโครมอฟ ลามีแกน คนที่เจ้ากำลังตามหา ตอนนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ คุกนรก กราวิตี้ เฟรม"
    "คุกนรกกราวิตี้เฟรมงั้นเหรอ หมายความว่าไง?"
    ไคลม์ถามซ้ำอีกหน ในประโยคสนทนาบทนี้ลิช่าเริ่มแสดงอาการไม่ปกติออกมาให้เห็นเป็นคนแรก น้ำตาของเธอที่คลอเบ้าอยู่ จู่ๆก็ไหลรินพรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก เธอไม่สามารถเก็บอาการได้อีกต่อไปจึงหันหน้าไปซบไหล่ของแซ็คแล้วสะอื้นไห้สุดอาการ
    "จงรู้เอาไว้เสียเดี๋ยวนี้เลยว่า สตรีที่นั่งซบไหล่ข้าอยู่นี้คือภรรยาของ โครมอฟผู้นั้น เธอมีชื่อจริงว่าลิช่า ลามีแกน เป็นน้าของเจ้าเด็กขนเหล็กโนแลนที่แนะนำเจ้าให้มาที่นี่ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ2-3อาทิตย์แล้วนับตั้งแต่เจ้านั่นถูกจับตัวไป ไม่มีใครรู้เหตุผล ไม่มีใครรู้ว่าทำผิดข้อหาอะไร อยู่ดีๆทหารทางการก็บุกเข้ามาในโรงเหล็ก ซึ่งเขาเป็นเจ้าของอยู่ถือคำสั่งยึดทรัพย์ทั้งหมดเข้าหลวง ปลดภรรยาออกจากสถานประชาชนของราชอาณาจักรมาเป็นทาส ลงโทษให้ขายตัวเป็นโสเพณีอยู่ที่นี่ เคราะห์ดีที่เจ้าของร้านรู้จักกับข้า เลยมีเมตตารับนางเอาไว้โดยไม่ส่งนางให้กับแขกคนใดมีเพียงแต่ข้าเท่านั้นที่มาเยี่ยมนางเป็นครั้งคราวเพราะได้รับฝากจากสหายโครมอฟ"
    "หมายความว่าตอนนี้ทั้งโรงเหล็ก และครอบครัวของเขาก็ถูกทางการยึดเอาไว้หมดสินะ"
    "ใช่ ก็ตามนั้น มีทหารบุกเข้ามาถามหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับเขาอยู่ทุกวันใครที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเขาหรือแจ้งเบาะแสใดๆก็ตามซึ่งเกี่ยวข้องกับเขา ก็จะได้รับมอบรางวัลจากทางการเป็นพิเศษอีกด้วย น่าแปลกทั้งๆที่จับตัวเขาได้แล้วแต่ดูเหมือนก็ยังตามต้องการหาข้อมูลบางอย่าง เกี่ยวกับตัวเขาที่หลงเหลือเอาไว้อยู่ ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หากเจ้าต้องการจะพบเขาเราก็คงต้องรอให้พ้นโทษออกมาเท่านั้น ซึ่งข้าเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเหมือนกัน"
    หลังอธิบายจบแววตาของแซ็คก็ดูเศร้าสลดลงแตกต่างจากก่อนหน้านี้ เขาโอบกอดภรรยาของเพื่อนเอามือตบหลังอยู่ตลอดเหมือนพยายามจะปลอบใจ ชายหนุ่มมองเห็นทุกอากัปกิริยาของทั้งคู่ก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำบุคคลที่เขาตามหายังสำคัญยิ่งสำหรับภารกิจในการออกเดินทางของเขาอีกด้วย บุรุษพเนจรยืนครุ่นคิดอยู่สักพักจึงถอนหายใจยาวออกมา
    "ข้าคงจะรอถึงขนาดนั้นไม่ไหวหรอกขอรับ"
    ชายชราแหงนมองหน้าเขาก็พบเข้ากับแววตาที่จริงจังและดุดันพิเศษ
    "ไม่รอแล้วเจ้าจะทำยังไง"
    "เรื่องนั้นไม่เห็นจะยาก ในเมื่อรอเขากลับมาไม่ได้ก็มีแต่ต้องบุกเข้าไปหาซึ่งๆหน้าแบบนี้นี่แหละจึงจะเหมาะสม"

    (โปรดติดตามตอนต่อไป)
    บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง

























    คล้ายกับเรื่องGod diary บัญญัติเทพพิชิตโลก ที่คุณอ่าน