เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " ใช่แล้ว นี่คือ สนามทดของเทพราชสีห์แสงสุริยัน ซึ่งข้าเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของมันดูแลอยู่ "
" หนุ่มน้อยเจ้าต้องการจะทดสอบหรือไม่ " เทพราชสีห์แสงสุริยันถาม
เยี่ยหลงครุ่นคิดว่าจะเอายังไง คนที่คิดตัดสินใจไม่ได้ จึงกล่าวถามพวกฟีนิกซ์ ' คุณฟีนิกซ์ คุณแคนครับ ผมควรเข้าทดสอบดีมั้ย "
ฟีนิกซ์บอกเยี่ยหลง ' มึงถามมันก่อนดิ๊ ว่ามีกี่บททดสอบ '
เยี่ยหลงถามเทพราชสีห์แสงสุริยันตามคำบอกของฟีนิกซ์ " ก่อนที่ข้าจะตัดสินว่าจะเข้าบททดสอบหรือไม่ ข้าขอถาม ว่ามีกี่บททดสอบฤา "
เทพราชสีห์แสงสุริยันบอก " มีทั้งหมดสามบททดสอบ หากผ่านสองในสาม เจ้าจะได้รับสืบทอดสายเลือดเทพราชสีห์แสงสุริยัน "
เยี่ยหลงถามฟีนิกซ์ ' เอาไงดีครับ '
ฟีนิกซ์บอก ' มึงถามมันก่อนดิ๊ ว่ามีบททดสอบอะไรบ้าง '
เยี่ยหลงถามตามที่ฟีนิกซ์บอก " บททดสอบที่หากข้าตัดสินใจเข้าร่วมทดสอบ มันจะมีบททดสอบอะไรบ้างฤา "
เทพราชสีห์แสงสุริยันกล่าว " ข้าบอกไม่ได้ "
เยี่ยหลงถามฟีนิกซ์ ' เขาบอกว่าบอกไม่ได้ เอาไงดีครับ '
ฟีนิกซ์บอก ' ถ้างั้นการตัดสินใจก็แล้วแต่มึงเถอะ ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ '
เยี่ยหลงครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกล่าวกับเทพราชสีห์แสงสุริยัน " หากข้าเข้าร่วมบททดสอบ ข้าจะมีอันตรายหรือไม่ "
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " บททดสอบของข้าไม่มีอันตรายถึงชีวิต ไม่เหมือนกับบททดสอบของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ ที่เจ้าผ่านมา "
เยี่ยหลงถาม " ท่านรู้ด้วยฤา ว่าข้าเคยผ่านบททดสอบของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิมา "
เทพราชสีห์แสงสุริยันบอก " ใช่แล้วข้ารู้ "
" แล้วท่านรู้ได้อย่างไร " เยี่ยหลงถาม
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " กลิ่นบนตัวเจ้าไง "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ทำการดมกลิ่นบนตัว ว่าตัวมีกลิ่นแบบใด ถึงทำให้เทพราชสีห์แสงสุริยันรู้ได้ว่าตนคือผู้สืบทอดของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิ
แต่คนดมไปดมมา ก็ดมไม่รู้ว่าบนตัวมีกลิ่นแบบใดอยู่ดี คนจึงถอดใจไม่ดมต่อ
แล้วกล่าวถาม " ข้าจะไม่มีอันตรายจริงๆนะ "
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบยืนยัน " จริง "
เยี่ยหลงสูดหายใจเข้าปอดลึก จากนั้นก็กล่าว " ก็ได้ข้าจะเข้ารับบททดสอบ "
ทันทีที่เยี่ยหลงบอกมาแบบนั้น เทพราชสีห์แสงสุริยันก็กล่าว " เจ้าได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ "
ในฉับพลันที่เทพราชสีห์แสงสุริยันบอกเสร็จ ทันใดนั้นก็บังเกิดเสียงราชสีห์คำรามลั่นสนั่นให้เยี่ยหลงได้
และหลังจากนั้นไม่นาน ณ เบื้องหน้าของเยี่ยหลง ก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตร่างครึ่งคนครึ่งสิงโตให้เห็น
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ตระหนักรู้ในทันทีว่า ตนต้องสู้เป็นแน่
คนจึงไม่รีรอช้า ทำการทำท่าจะใช้เวทบอลไฟโจมตีใส่ แต่พอคนทำเสร็จ ผลปรากฏออกมาว่า ออกแต่ลมที่เกิดจากแรงเขวี้ยง
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ตระหนกไม่น้อยแต่ไม่แสดงออกมาก แสดงออกเพียงแค่มองมือข้างที่เขวี้ยงและตาเบิกกว้างเพียงเท่านั้น
เยี่ยหลงที่เห็นเวทไฟไม่ติด คนก็ลองใช้เวทน้ำดู ผลปรากฏว่า น้ำไม่ออกเฉกเช่นไฟ
เมื่อเยี่ยหลงพบว่าทั้งเวทไฟเวทน้ำไม่ออก และพบอีกว่าคนครึ่งราชสีห์อีกไม่นานก็จะบรรลุถึง คนก็ลองเปิดใช้วิญญาณยุทธ์ดู ผลปรากฏว่า วิญญาณยุทธ์สัตว์อัญมณีก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน
พอเยี่ยหลงลองใช้วิญญาณยุทธ์เสร็จ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่คนครึ่งราชสีห์บรรลุถึงตัวเยี่ยหลงพอดี
ครั้นคนครึ่งราชสีห์บรรลุถึงตัวเยี่ยหลง มันก็ทำการใช้มือข้างหนึ่งจับไหล่เยี่ยหลง และใช้อีกข้างตุ๊ยท้องเยี่ยหลง จนเยี่ยหลงตัวงอด้วยความเจ็บจุก
พอเยี่ยหลงตัวงอด้วยความเจ็บจุก คนครึ่งราชสีห์ก็ปล่อยให้ร่างเยี่ยหลง ให้ร่วงหล่นนั่งคุกเข่าลงกับพื้นไป
เยี่ยหลงนั่งลงเจ็บจุกอยู่ได้ไม่นาน คนก็ลุกขึ้นมาและทำการต่อยหน้าคนครึ่งราชสีห์ไปหนึ่งทีจนหน้าหันและทำการต่อยท้องต่อ
ทันทีที่คนต่อยท้องเสร็จ ในเวลาเดียวกันคนครึ่งราชสีห์ก็หันหน้ากลับมา หลังโดนต่อยจนหน้าหัน
เมื่อคนครึ่งราชสีห์หันหน้ากลับมาแล้ว เยี่ยหลงก็ต่อยหน้าคนครึ่งราชสีห์จนหน้าหันไปอีกหนึ่งครา พอคนครึ่งราชสีห์หน้าหัน เยี่ยหลงก็เปลี่ยนมาต่อยท้องอีกหนึ่งครา
เยี่ยหลงทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ คือ ต่อยหน้าจนหน้าหันและเปลี่ยนมาต่อยท้อง พอคนครึ่งราชสีห์หันหน้ากลับมา คนก็ต่อยหน้า พอหน้าหัน คนก็ต่อยท้อง ทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ
คนทำอยู่นานประมาณยี่สิบหมัด เยี่ยหลงที่เห็นครึ่งคนครึ่งราชสีห์ไม่สะท้าน คนก็หยุดต่อย
ทันทีที่เยี่ยหลงหยุดต่อย คนครึ่งราชสีห์ก็ใช้มือดึงผมของเยี่ยหลง จากนั้นก็กระหน่ำต่อยหน้าเยี่ยหลงอย่างต่อเนื่อง จนเยี่ยหลงเลือดไหลของทางจมูก มันจึงหยุดและจับร่างเยี่ยหลงโยนกระเด็นไป
คนครึ่งราชสีห์ที่โยนร่างเยี่ยหลงจนกระเด็นไปแล้ว มันก็หาได้ปล่อยให้เยี่ยหลงตั้งตัวหรือลุกขึ้นไม่ มันพุ่งมายกเท้าจะกระทืบร่างเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ตาเบิกกว้าง และคิดขึ้น ' แย่แล้วหนีไม่ทันแน่ '
ทันทีที่เยี่ยหลงคิดจบ และก่อนที่คนครึ่งราชสีห์จะได้ลงเท้า จู่ๆทันใดนั้นร่างของคนครึ่งราชสีห์ก็โดนต่อยโจมตีโดยใครบางคนที่พุ่งมาต่อยจนร่างกระเด็นไป
คนที่ต่อยคนครึ่งราชสีห์มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่มาช่วยตนคือใคร " ท่านพ่อ "
เยี่ยหลงถาม " ท่านพ่อมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร "
เอี้ยเฉินตอบ " พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่และเห็นลูกกำลังจะโดนโจมตีแล้ว "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ถามฟีนิกซ์ ' คุณฟีนิกซ์ครับ นี่ใช่พ่อผมจริงๆรึเปล่าครับ '
ฟีนิกซ์บอกอย่างไม่คิด ' จริงดิ ตัวจริงเสียงจริงเลย '
' แล้วพ่อผมมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไงครับ ' เยี่ยหลงถาม
ฟีนิกซ์ตอบ ' ไม่เป็นกลไกเกี่ยวกับเลือด ก็เป็นพลังของไอ้เทพเดรัจฉานนี่ '
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็พยักหน้าเบาๆเข้าใจ
" ลูกพ่อ เจ้าหาวิธีหนีออกจากที่นี่ไปก่อน เดี๋ยวพ่อจะสู้กับมันเอง " เอี้ยเฉินกล่าว
เยี่ยหลงถาม " ท่านพ่อจะไหวฤา ในมิติแห่งนี้ ใช้เวทก็ไม่ได้ ใช้วิญญาณยุทธ์ก็ไม่ได้นะขอรับ "
เอี้ยเฉินบอก " พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไหวมั้ย แต่ขอลองดูก่อนก็แล้วกัน "
เอี้ยเฉินกล่าวเสร็จ คนก็พุ่งไปโจมตีคนครึ่งราชสีห์ในฉับพลัน
คนทำการต่อยคนครึ่งราชสีห์อยู่นาน แต่คนครึ่งราชสีห์ก็ไม่สะทกสะท้าน เหมือนดั่งเยี่ยหลงทำ
เอี้ยเฉินที่เห็นดังนั้น ก็หยุดต่อยและจะทำการกระโดนถอยหลังมาตั้งหลัง
แต่ยังไม่ทันได้ทำ เอี้ยเฉินก็โดนคนครึ่งราชสีห์จับไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้ และทำการใช้หัวโขกหัวของเอี้ยเฉิน จนเอี้ยเฉินต้องลงไปนอน หลังคนครึ่งราชสีห์ปล่อยตัวเอี้ยเฉินจากการจับไหล่
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็จะเข้าไปช่วยบิดาตน แต่คนได้แค่ขยับเล็กน้อย จู่ๆก็มีโซ่สีทองปรากฏออกมาจากดินและรัดพันข้อมือข้างหนึ่งของเยี่ยหลงเอาไว้ตรึงเอาไว้กับที่
เยี่ยหลงคิด ' บัดซบเอ๊ย โซ่จากไหนกันวะ '
ทันทีที่เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนครึ่งราชสีห์ก็ทำการจะ
โจมตีใส่เยี่ยหลงด้วยลำแสงจากปาก แทนที่จะโจมตีใส่เอี้ยเฉินที่อยู่ใกล้กว่า
เอี้ยเฉินที่เห็นดังนั้น ก็รีบพุ่งตัวมาใช้หลังป้องกันลำแสงให้กับเยี่ยหลง จนลำแสงเผาไหม้หลังเอี้ยเฉิน จนเกิดแผลไฟไหม้ระดับสูง
เอี้ยเฉินกล่าวถามเยี่ยหลง " ลูกพ่อเป็นอะไรมั้ย "
เยี่ยหลงตอบ " ลูกไม่เป็นอะไร "
" แล้วท่านพ่อเล่า " เยี่ยหลงถาม
เอี้ยเฉินตอบ " พ่อไม่เป็นไร แค่เจ็บนิดหน่อย "
เอี้ยเฉินกล่าวเสร็จ เข่าคนข้างหนึ่งก็คุกตกลงกับพื้น
" ท่านพ่อ!! " เยี่ยหลงที่เห็นเอี้ยเฉินเข่าตกข้างหนึ่งก็กล่าวเรียกขึ้นอย่างตระหนก
เยี่ยหลงที่ตระหนกได้ไม่นาน คนที่ไม่ลืมที่จะสังเกตการณ์การกระทำของคนครึ่งราชสีห์ จึงพบว่าคนครึ่งราชสีห์จะโจมตีด้วยลำแสงอีกครั้ง
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวบอกบิดาตน " ท่านพ่อหลบไปเร็ว ถ้าท่านพ่อโดนลำแสงอีกครั้งต้องเจ็บหนักแน่ ฉะนั้นครั้งนี้ ให้ลูกรับแทนเถอะ "
เอี้ยเฉินไม่ฟังคำบุตรตน ทำเพียงใช้พละกำลังทำลายโซ่ที่พันธนาการเยี่ยหลงเอาไว้ และรอจังหวะที่ลำแสงใกล้จะออก จากนั้นก็จับเยี่ยหลงโยนออกไปจากจุดที่อยู่ปัจจุบัน หรือจุดที่ลำแสงอีกไม่นานจะปล่อยใส่
พอคนโยนเยี่ยหลงออกไปจากจุดที่ลำแสงจะปล่อยใส่เสร็จ คนก็ทำการกระโจนออกจากจุดที่ลำแสงจะปล่อยใส่เช่นกัน
แต่ทว่าในฉับพลันที่เอี้ยเฉินกระโจนออกจากจุด คนครึ่งราชสีห์ก็หันมองตามเอี้ยเฉินและปล่อยลำแสงใส่อย่างรวดเร็ว
เอี้ยเฉินที่มีความเร็วเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา ก็โดนลำแสงพุ่งเข้าใส่เผาเบื้องหน้าตนเต็มๆ จนคนต้องคุกเข่าทั้งสองข้างหลังลำแสงสิ้นสุด
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ร้องเรียกออกมา " ท่านพ่อ!! "
คนครึ่งราชสีห์ที่เห็นเอี้ยเฉินยังไม่ตาย มันก็ทำการจะยิงลำแสงใส่ซ้ำ
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็รีบพุ่งตัวเข้ามาอยู่เบื้องหน้าเอี้ยเฉินหรือบิดาตน พอลำแสงถูกปล่อยมา คนก็เรียกโล่เวทและวิญญาณสีทองแห่งกฎเกณฑ์สมดุลออกมาเข้าต้านรับ
ทันทีที่โล่และลำแสงเข้าปะทะกัน ลำแสงก็ถูกเบี่ยงเบนหักเหในฉับพลัน
แต่ถึงแม้ลำแสงจะถูกเบี่ยงเบนและหักเห แต่ความร้อนของลำแสงนั้นไม่หักเหหรือเบี่ยงเบนไปด้วย จึงทำให้เยี่ยหลงโดนเผาไปเต็มๆ จนเกิดแผลไฟไหม้ขึ้นตามใบหน้าและตัว
หลังลำแสงสิ้นสุด เอี้ยเฉินที่เห็นบุตรตนถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บมากพอสมควร คนจึงกล่าว " ลูกเยี่ย รีบหนีไป ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ "
ทันทีที่เอี้ยเฉินพูดเสร็จ คนครึ่งราชสีห์ก็จะยิงลำแสงใส่ซ้ำ
เอี้ยเฉินที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวบอกย้ำ " ลูกเยี่ย รีบหนีไป ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " ต่อให้ตายก็ไม่หนี การทิ้งคนที่รักไว้ข้างหลัง ไม่ใช่วิถีทางของลูก หากมันอยากฆ่าท่านพ่อและลูก เช่นนั้นก็มาฆ่าลูกก่อน เข้ามาเลย "
ทันควันที่เยี่ยหลงพูดจบ ลำแสงก็ถูกยิงออกมาจากปากของคนครึ่งราชสีห์ใส่เยี่ยหลงที่ถือโล่อีกครั้ง
ความร้อนมากมายมหาศาลเข้าเผาไหม้เนื้อหนังจนหายเยี่ยหลงเหลือแต่กระดูก
พอลำแสงสิ้นสุด เยี่ยหลงที่พบว่าตัวเองยังไม่ไปโลกหน้าหรือสิ้นสติ คนจึงมองดูมือข้างที่ถือโล่ คนจึงพบว่าแขนทั้งแขนกลายเป็นกระดูกไปเสียแล้ว
จากนั้นคนก็ลองจับลูบๆคลำๆใบหน้าและร่างกายส่วนอื่นๆดู คนจึงพบว่าร่างทั้งร่างกลายเป็นกระดูก แต่คนก็ยังไม่ตายและยังมีชีวิตอยู่
เมื่อคนเห็นแบบนั้น คนก็ตระหนกไม่น้อย แต่พอคนตระหนกไม่น้อยจนพอเสร็จ คนก็หันมาดูยังจุดที่บิดาตนอยู่
แต่กลับไม่พบว่าบิดาตนอยู่ตรงนั้น คนตะโกนเรียกหา " ท่านพ่อ ท่านอยู่ไหน "
ทันทีที่เยี่ยหลงเรียกหาเอี้ยเฉินเสร็จ ดวงตาเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพราชสีห์แสงสุริยัน ก็ปรากฏให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้งและกล่าว " เจ้าไม่ต้องเรียกหาบิดาเจ้าแล้วล่ะ เพราะนั่นเป็นแค่ภาพมายาเท่านั้น "
เยี่ยหลงเก็บโล่เข้าแหวนมิติ จากนั้นก็กล่าว " อะไรนะ ภาพมายาอย่างงั้นฤา "
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพราชสีห์แสงสุริยันกล่าว " ใช่แล้ว ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปสินะว่าที่ข้าบอก บททดสอบของข้าไม่มีอันตรายถึงชีวิต "
' ในเมื่อพ่อของผมคือภาพมายา แล้วไหงคุณฟีนิกซ์ถึงบอกว่า เป็นพ่อผมจริงๆล่ะครับ หรือ คุณฟีนิกซ์ไม่ทราบว่านั่นคือภาพมายา ' เยี่ยหลงถามฟีนิกซ์
แคนบอกเยี่ยหลง ' มึงก็ไปเชื่อมัน ไอ้ฟีนิกซ์มันหลอกมึง '
' อ้าวแล้ว คุณฟีนิกซ์จะหลอกผมทำไมล่ะครับ ' เยี่ยหลงถาม
ฟีนิกซ์ตอบ ' ก็เพราะว่าถ้ากูไม่หลอกมึงว่านั่นคือพ่อของมึงจริงๆ มึงคงไม่สามารถผ่านบททดสอบนี้ได้เป็นแน่ เพราะบททดสอบนี้คือ บททดสอบแสดงความกล้าหาญอย่างจริงใจ การที่กูบอกมึงว่านั่นคือพ่อของมึงจริงๆ กูต้องการให้มึงไม่หนีไป และเข้าสู้แลกกับนรสิงห์โดยเดิมพันด้วยความตายของมึง การที่มึงประกาศออกไปว่า ต่อให้ตายก็ไม่หนี การทิ้งคนที่รักไว้ข้างหลัง ไม่ใช่วิถีทางของมึง หากมันอยากฆ่าพ่อมึงและมึง เช่นนั้นก็ให้มาฆ่ามึงก่อน การประกาศอย่างกล้าหาญและจริงใจและแสดงท่าทีไม่หวั่นกลัวต่อความตายที่ทุกผู้คนกลัว นั่นแหละ ที่ทำให้มึงถึงผ่านบททดสอบนี้ '
เยี่ยหลงกล่าวถามเทพราชสีห์แสงสุริยัน " ตอนนี้ข้าผ่านบททดสอบแรกแล้วหรือไม่ "
เทพราชสีห์แสงสุริยันบอก " เจ้าผ่านบททดสอบแรกแล้ว "
" เช่นนั้นแล้วเนื้อหนังของข้าเล่าจะกลับมามั้ย หรือข้าต้องเป็นโครงกระดูกตลอดไป " เยี่ยหลงถาม
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " ก็ลองดูร่างกายเจ้าอีกที "
ทันทีที่เทพราชสีห์แสงสุริยันบอกมาดังนั้น เยี่ยหลงก็มองมือ มองแขน มองร่างกายตน คนจึงพบว่าเนื้อหนังคนกลับมาแล้ว
" เจ้าจะเริ่มบททดสอบที่สองเลยหรือไม่ " เทพราชสีห์แสงสุริยันถาม
เยี่ยหลงบอก " เริ่มเลยก็ได้ "
ทันควันที่เยี่ยหลงบอกเสร็จ จู่ๆก็มีบันไดปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเยี่ยหลง
พอบันไดปรากฏแล้ว เยี่ยหลงก็ถามเทพราชสีห์แสงสุริยัน " ข้าต้องทำอย่างไรกับบันไดนี้ฤา "
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " เจ้าจงเดินขึ้นบันไดทั้งห้าสิบขั้นไปจนสุด แล้วเจ้าจะผ่าน "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็พูดขึ้น " หวานหมู แค่ขึ้นบันไดแค่นี้ง่ายมาก "
ครั้นเยี่ยหลงบอกมาแบบนั้น เทพราชสีห์แสงสุริยันก็กล่าว " จะง่ายหรือไม่ เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง "
ทันทีที่เทพราชสีห์แสงสุริยันบอกเสร็จ เยี่ยหลงก็เริ่มเดินขึ้นบันไดไปในทันที
ห้าขั้นแรกคนรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บปวดตามร่างเล็กน้อย
ขั้นที่สิบคนรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บปวดตามร่างกาย จนรู้สึกอยากจะพัก แต่เยี่ยหลงไม่พัก
ขั้นที่ยี่สิบห้าคนรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บปวดตามร่างกาย จนแทบจะไม่อยากจะขยับ แต่คนก็ยังฝืนเดินต่อ
คนก้าวเดินชึ้นไปถึงขั้นที่สามสิบ เยี่ยหลงก็ลื่นบันไดตกลงมาข้างล่างและต้องเริ่มต้นใหม่
เยี่ยหลงที่ต้องเริ่มต้นใหม่คนก็หาท้อไม่ คนเริ่มเดินขึ้นบันไดอีกครั้ง
และครั้งที่สองที่คนเริ่มเดินขึ้นบันไดใหม่ คนก็เดินขึ้นไปถึงขั้นที่สามสิบห้า
พอคนมาถึงขั้นนี้ คนก็เหมือนคนวิญญาณหลุดหรือคนสิ้นหวังในทันที คือเดินอย่างเหม่อลอยเกือบจะไร้สติ
คนเดินไปถึงขั้นที่สี่สิบ คนก็ลื่นบันไดตกลงมาข้างล่างอีกครั้ง
ครั้นคนตกลงมาข้างล่างแล้ว คนก็ไม่รีรอช้ารีบเดินขึ้นบันไดต่อเป็นครั้งที่สาม
ครั้งที่สามนี้ คนเดินขึ้นไปได้ถึงขั้นที่สี่สิบสอง คนก็ลื่นตกลงมาอีกครั้ง
ครั้งที่สี่ คนเดินขึ้นไปได้ถึงขั้นที่สี่สิบสี่ คนก็ลื่นตกลงมาอีกครา
ครั้งที่ห้า คนเดินขึ้นมาได้ถึงขั้นที่สี่สิบหก พอคนมาถึงขั้นนี้ คนก็รู้สึกเหมือนโดนกดด้วยแรงกดมหาศาล จนแทบยกเท้าไม่ขึ้น
เยี่ยหลงที่โดนกดจนยืนนิ่ง คนก็ใช้เวลาคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อกับสถานการณ์นี้
ไม่นานคนก็คิดได้ ' ในเมื่อยกเท้าแทบไม่ขึ้น 'งั้นเราก็คลานขึ้นไปก็แล้วกัน '
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็ค่อยๆเปลี่ยนท่าจากยืนมาเป็นคลาน
พอคนมาอยู่ในท่าคลานแล้ว คนก็ค่อยๆคลานขึ้นไป ในที่สุดคนก็ขึ้นมาจนสุด
ครั้นคนขึ้นมาถึงจุดสูงสุดหรือจุดบนสุด ความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า และอาการสิ้นหวัง ก็หายไปในทันควัน
ทันทีที่อาการความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า และความสิ้นหวังหายไป ดวงตาของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพราชสีห์แสงสุริยันก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้งและกล่าว " ยินดีด้วยเจ้าผ่านบททดสอบที่สองแล้ว ตอนนี้เจ้าสามารถเป็นผู้สืบทอดสายเลือดของเทพราชสีห์แสงสุริยันได้แล้ว "
เยี่ยหลงถาม " หากใครก็ตามที่ผ่านบททดสอบสองในสามของท่านได้และสามารถสืบทอดสายเลือดได้แล้ว งั้นบททดสอบที่สามจะมีไว้ทำไมเล่า "
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " หากผ่านบททดสอบที่สาม คนๆนั้นไม่เพียงแต่จะได้สืบทอดสายเลือด แต่จะได้สืบทอดเศษเสี้ยววิญญาณของเทพราชสีห์แสงสุริยันอีกด้วย "
เยี่ยหลงถาม " หมายความว่าอย่างไร "
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " ก็ตัวข้าจะกลายเป็นวิญญาณให้ผู้ที่ผ่านบททดสอบที่สามดูดซับไปอย่างไรเล่า"
" ตัวท่านจะกลายเป็นวิญญาณให้ดูดซับงั้นฤา แล้วขั้นใดของมนุษย์เล่าถึงจะดูดซับวิญญาณของท่านได้ " เยี่ยหลง
เทพราชสีห์แสงสุริยันบอก " ถ้าเป็นมนุษย์วิญญาณยุทธ์สายปกติ ก็จำต้องอยู่ระดับราชันพรหมยุทธ์เป็นอย่างต่ำ ส่วนสายพิเศษก็สามารถดูดซับเป็นวงแหวนได้เลย "
" งั้นข้าก็ดูดซับวิญญาณท่านตอนนี้ได้เลยน่ะสิ เพราะข้าอยู่สายพิเศษ วิญญาณยุทธ์สัตว์อัญมณี " เยี่ยหลงกล่าว
" ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าบอก ก็คงเป็นอย่างงั้นแหละ " เทพราชสีห์แสงสุริยันบอก
" แล้วเจ้าจะเข้ารับบททดสอบที่สามหรือไม่ หรือจะพอแค่นี้ " เทพราชสีห์แสงสุริยันถาม
เยี่ยหลงถามกลับ " แล้วบททดสอบต่อไปสามารถใช้เวทมนต์หรือวิญญาณยุทธ์ได้หรือไม่ "
เทพราชสีห์แสงสุริยันตอบ " ได้ "
เยี่ยหลงครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจได้และกล่าว " ได้ ข้าจะเข้าสู่บททดสอบที่สามของท่าน เริ่มกันตอนนี้เลย "
ทันทีที่เยี่ยหลงบอกกล่าวมาแบบนั้น เทพราชสีห์แสงสุริยันก็กล่าวบอก " จัดให้ตามนั้น "