มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 135 ผู้ชนะ

            กังหลิวและกังเหยาแต่ละคนต่างเพียงมองเห็นเงาร่างของกังหลงสองร่างพุ่งเข้าหาตัวเองอีกครั้งอย่างตื่นตะลึงตกใจสุดขีด รีบโคจรพลังทั้งหมดเท่าที่มีสุดชีวิตใช้ท่าไม่ตายสูงสุดของตนจู่โจมออกต้านรับเงาร่างอันรวดเร็วนั้น  แต่เหมือนกับร่างเหล่านั้นรวดเร็วจนเกินไป ทำให้กังหลิวและกังเหยาสัมผัสได้เพียงธาตุอากาศเท่านั้น


            ทันใดนั้นกำปั้นพร้อมพลังอันรุนแรงดุจโดนค้อนยักษ์กระทุ้งเข้าใส่ช่องท้องของคนทั้งสองพร้อมกัน เสียงกระทุ้งสนั่นแน่นดังขึ้นเกือบพร้อมกัน จนผู้ชมทั้งหลายรูสึกเสียววาบในช่วงท้องของตัวเองแทน เงาร่างทั้งสองของกังหลงสลายหายไปในพริบตา ชั่วครู่จึงพบเห็นกังหลงกลับไปยืนอยู่ที่เดิมเหมือนมิมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน


                    "ปึ๊ก ปึ๊ก"

     

                    "อั๊กกก.!!"


                    "ปึ๊ก ปึ๊ก"


                    "อั๊กกก.!!"


                    "พรวด ..!!"

     

                    "พรวด ..!!"

     

                    กังหลิวและกังเหยาตัวงอเป็นกุ้งเผาลอยกระเด็นออกนอกเวทีไป โลหิตทะลักออกจากปาก ร่างกายทั้งสองลอยไปชนผนังขอบเวที แล้วค่อย ๆ ทรุดตัวรูดลงจนไปนอนแผ่หรามิรู้สึกถึงสิ่งใดอีก จะพูดว่าสลบไสลมิได้สติกลางอากาศก็ว่าได้  ทั่วทั้งลานประลองบัดนี้ต่างเงียบสนิทดุจป่าช้า  สายตาทุกผู้คนต่างเหลือกถลนออกมา มิอาจจะเชื่อในสิ่งที่ตาตนเองเห็นมาก่อนหน้านี้ ต่างขยี้ตา ขยี้แล้วขยี้อีก จนดวงตาเกือบบวมแดง  


                    "โอ..ถึงกับแยกร่างออกเป็นสองร่างได้. ข้าคงมิได้ตาฝาดไป.!!"


                    "พี่กัง  ชนะแล้ว..!! ท่านพ่อท่านแม่พี่กังชนะแล้ว..พวกท่านเห็นรึไม่  ท่านพ่อจะได้เป็นผู้นำตระกูลอีกครั้ง..!!.."

     

                    ผู้อาวุโสสูงสุดหลังจากตั้งสติได้ สำรวจพบว่าทั้งกังหลิวและกังเหยาต่างบาดเจ็บบอบช้ำจนหมดสติไป จึงประกาศก้องด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน


                    "กังหลิวและกังเหยา หมดสติมิสามารถต่อสูได้ กังหลงเป็นฝ่ายชนะ  กังหลงสามารถชนะผู้เข้าประลองทั้งหมดได้ถือเป็นผู้ชนะเลิศการประลองช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลในครานี้ ดังนั้นตำแหน่งผู้นำตระกูลกัง กังหยางจะยังคงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งต่อไป จวบจนถึงการคัดเลือกในครั้งหน้า มิทราบมีผู้ใดจะคัดค้านผลการตัดสินนี้บ้างรึไม่"


                    ทั่วทั้งลานประลองเงียบเหมือนเป่าสากมิมีเสียงคัดค้านใด ๆ จากผู้คนของตระกูลกังเนื่องจากผลที่ออกมาชัดเจนต่อหน้าผู้คนทั้งปวง  ทุกผู้คนต่างมีความหวาดหวั่นเมื่อหวนคิดไปถึงท่าร่างการโจมตีของกังหลง การประมือทั้งสองครั้งล้วนมิได้สร้างรอยขีดข่วนใด ๆ แก่บุรุษหนุ่มผู้นี้แม้สักน้อยนิดไม่ มิทราบแท้จริงพลังฝีมือบุรุษหนุ่มอยู่ระดับใดกัน และหากแม้นบุรุษหนุ่มผู้นี้ลงมืออย่างสุดกำลัง ผลจะออกมาเป็นเช่นไร พลังฝีมือที่แท้จริงของบุรุษหนุ่มผู้นี้มิทราบจะน่ากลัวขนาดไหน


             "ข้าพเจ้าในฐานะบุตรชายของผู้นำตระกูล ขอขอบคุณผู้มีเกียรติและสมาชิกของตระกูลกังทุกท่านที่สละเวลามาร่วมชมการประลองคัดเลือกผู้นำตระกูลกังในครั้งนี้"

     

            กังหลงกล่าวแล้วน้อมกายคารวะทั้งสี่ทิศทางก่อนลงจากเวทีประลอง มุ่งหน้าไปหากังหยางและฟางเหม่ยที่นั่งแย้มยิ้มด้วยความยินดี

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..มา มา ลูกกัง พาสหายของเจ้าไปคุยกันในบ้านของเรา บิดามีเรื่องราวมากมายจะซักถามเจ้า."

     

            "ลูกกัง...ต้องแนะนำสหายหญิงของเจ้าให้มารดาได้รู้จักมากยิ่งขึ้น  มา มา หนู ๆ ทั้งสองตามมารดาไปคุยกันที่บ้านของเรา "

     

            ทุกผู้คนในตระกูลกังและผู้ที่เข้ามาชมการประลองช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลรวมทั้งกังหยาง ฟางเหม่ย เยี่ยนฟางและผู้ที่ต่างเคยมองกังหลงว่าเป็นขยะ บัดนี้ต่างต้องกลับมามองชายหนุ่มใหม่อีกครั้ง มิทราบการจากตระกูลไปของกังหลงในช่วงเวลาเพียงหกเดือนที่ผ่านมา กังหลงไปพบเจออันใดเข้า จึงได้ทำให้ขยะกลับพลิกกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้เช่นนี้ บ้างมองกังหลงด้วยความชื่นชม บ้างมองด้วยความยำเกรงนับถือ บ้างมองด้วยความอิจฉาริษยา บ้างมองด้วยความหวาดหวั่น ..ก่อนแยกย้ายกังหยางได้กล่าวขึ้น

     

            "อีกสองวันจะมีพิธีการแต่งตั้งผู้นำตระกูลครั้งต่อไปอย่างเป็นทางการและจะมีการกราบไหว้บรรพชน ขอให้ผู้อาวุโสสูงสุดและผู้อาวุโสท่านอื่นจัดเตรียมการต่าง ๆ ให้พร้อม รวมทั้งเชิญแขกเหรื่อที่มีความสัมพันธ์หรือใกล้เคียงมางานเลี้ยงฉลอง ส่วนเรื่องราวสำคัญต่าง ๆ ค่อยว่ากล่าวกันในเย็นนี้ เชิญผู้อาวุโสและทุกท่านเข้าร่วมประชุมด้วยกัน ค่ำนี้จะมีการเลี้ยงต้อนรับสหายของบุตรชายข้าด้วย เอาละตอนนี้แยกย้ายกันได้.."

     

             ยามค่ำคืนภายในห้องรับรองของตึกผู้นำตระกูลกังบัดนี้เต็มไปด้วยผู้คน อารหารต่าง ๆ มากมาย กังหลงหลังจากกลับห้องของตนพักผ่อนเดินลมปราณเป็นที่เรียบร้อย ถึงยามเย็นได้ยินเสียงเรียกหาของเยี่ยนฟางผู้เป็นน้องสาว ก็เปิดประตูออกมา พบเยี่ยนฟาง หยางเสี่ยวเอ๋อร์และนงคราญสุรางสวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะต่างยืนอยู่พร้อมกัน ก็แย้มยิ้มเล็กน้อย กล่าวขึ้น


            "ได้เวลาประชุมและงานเลี้ยงแล้วรึ  ...อ่า ท่านทั้งสองเป็นอย่างไรบ้างได้พักผ่อนสบายดีรึไม่ ?"


            "ไม่ต้องห่วงหรอกพี่กังหลง ข้าพาพี่เหมี่ยวเซี๊ยะและพี่หยางเสี่ยวเอ๋อร์ไปพักผ่อนข้าง ๆ ห้องของข้า ข้าไม่ทำให้สหายสตรีแสนสวยทั้งสองของท่านต้องลำบากแน่นอน อิอิ ..!!"

     

            เยี่ยนฟางกล่าวหยอกล้ออย่างสนุกสนานพร้อมใช้สายตาแย้มยิ้มมองไปมา จนกังหลงรู้สึกอึดอัดจึงใช้มือเขกไปที่ศีรษะของน้องสาวเบา ๆ หนึ่งครั้ง


            "โป๊ก..!!.."


            "โอ้ย..พี่มาเขกกบาลข้าทำไม..อิ.อิ."


            "ไป ๆ รีบไปกัน อย่ามัวมาไร้สาระอยู่ท่านพ่อท่านแม่คงรอแล้ว "


            พูดจบกังหลงรีบเดินนำออกไปทันที ทิ้งให้หญิงสาวทั้งสามวิ่งตามมาพร้อมหัวเราะอย่างสุขใจที่นาน ๆ จึงจะได้เห็นสีหน้าที่ทำตัวไม่ถูกยามอยู่ต่อหน้าสตรีของชายหนุ่ม สตรีทั้งสามยิ่งสนิทสนมกันยิ่งขึ้น เยี่ยนฟางนั้นช่างพูดช่างคุยคอยสอบถามความเป็นมากับสตรีทั้งสอง พูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันและมีกังหลงเป็นจุดศูนย์รวมทำให้สตรีงามทั้งสามจึงสนิทสนมกันรวดเร็วยิ่งขึ้น


            ภายในห้องโถงบัดนี้นั่งเต็มไปด้วยผู้คนเสียงพูดคุยดังจอแจ กังหยางและฟางเหม่ยนั่งอยู่ตรงกลางตำแหน่งที่นั่งผู้นำตระกูลด้านขวานั่งไว้ด้วยผู้อาวุโสสูงสุด ผู้อาวุโสหนึ่ง ผู้อาวุโสสาม เรียงลำดับกันไปพื้นที่ด้านซ้ายมีที่ว่างสี่ที่นั่ง กังหลง เยี่ยนฟางและสตรีทั้งสองจึงเดินไปยังตำแหน่งที่ว่างนั้นท่ามกลางสายตาหลากหลายที่มองมายังคนทั้งสี่เสียงพูดคุยได้เงียบสงบลงความงดงามปานล่มเมืองของสตรีทั้งสามนี้สร้างความลุ่มหลงให้แก่บุรุษหนุ่มของตระกูลกังแม้แต่บุรุษวัยกลางคนและวัยชราบางคนก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อทุกคนเข้ามาใกล้ กังหยางกล่าวขึ้น


           "ฮ่า ฮ่า..ลูกกังเจ้ามาก็ดีแล้วเจ้าและสหายของเจ้ามานั่งใกล้ ๆ ..ด้วยยุ่งกับการเตรียมการต่าง ๆบิดาจึงยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยไถ่ถามถึงเจ้าและสหายสตรีทั้งสองของเจ้ามิทราบแม่นางทั้งสองเป็นใครกัน เจ้าแนะนำให้บิดามารดาและผู้อาวุโสได้รับทราบกันอีกครั้งก่อนที่บิดาจะบอกกล่าวถึงเรื่องราวสำคัญต่าง ๆ"

     

           "ขอรับท่านพ่อ..เมื่อหกเดือนก่อนข้าได้ออกจากตระกูลเพื่อไปเพิ่มพูนประสบการณ์พร้อมคำฝากให้ไปเยี่ยมเยียนสหายของท่านที่ตระกูลหยางข้าได้มีโอกาสพานพบประสบการณ์ต่าง ๆ มากมายและได้เดินทางผ่านเมืองเหอหนานได้พบปะกับแม่นางเหมี่ยวเซี๊ยะ แล้วพากันเดินทางต่อไปยังตระกูลหยางและได้กราบเยี่ยมเยียนสหายของบิดาท่านลุงหยางไป่หู่ ได้รู้จักกับแม่นางหยางเสี่ยวเอ๋อร์บุตรีของสหายบิดาท่านลุงหยางจึงได้ให้บุตรีของท่านมากราบเยี่ยมเยียนท่านเนื่องจากท่านลุงหยางมีเรื่องต่างๆ ในตระกูลต้องจัดการ จึงไม่สะดวกที่จะเดินทางมาเองในขณะนี้พวกเราทั้งสามจึงเดินทางกลับมายังตระกูลนี่แหละ"

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน