อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 144

    ตามที่อลินตาได้รับความรู้มาจากปู่นาคซึ่งอลินตาสามารถติดต่อได้ทางจิตเพื่อไปศึกษาร่ำเรียนศาสตร์เกี่ยวกับยาพิษทั้งการวางยาและการแก้ยาพิษใต้บาดาลนั้น

                    ปู่นาคเคยเล่าให้ฟังว่าพญานาคจัดอยู่ในฝ่ายสุคติภูมิ อยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา แต่สามารถมีวิมานอยู่ที่ใต้บาดาลได้ซึ่งเป็นที่สถิตตามชาติกำเนิดของเหล่านาคราชทว่าหากมีการติดต่อบนสวรรค์เหล่าพญานาคก็จะแปลงร่างเป็นเทพบุตรเทพธิดาแล้วหายตัวเข้าสู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาได้เลย

                    ซึ่งภาพทั้งสี่น่าจะหมายความถึงพญานาคสี่ตระกูลนั่นคือตระกูลวิรูปักษ์ เป็นพญานาคตระกูลสีทอง ตระกูลเอราปถ พญานาคตระกูลสีเขียวและในขณะนี้อลินตาก็กำลังยืนอยู่ต่อหน้าภาพของพญานาคตระกูลดังกล่าวตามมาด้วยพญานาคตระกูลฉัพยาปุตตะ ตัวแทนพญานาคตระกูลสีรุ้ง และสุดท้ายคือพญานาคตระกูลกัณหาโคตมะ เป็นพญานาคตระกูลสีดำ อลินตายืนนิ่งนานราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักสักพักก็พึมพำทวนคำใบ้ที่เหลือ

                    “เพลา ภูษา ทรง ภพ”

                    “นาคากรอป กร วอนไข”  เมื่ออลินตาท่องคำใบ้ที่เหลือหญิงสาวก็เงยหน้ามองไปที่ภาพทั้งสี่พลันก็ทันได้เห็นแสงวาบเปล่งประกายเป็นสีประจำตระกูลพญานาคจากแต่ละภาพเรืองเรื่อปรากฏออกมาอย่างฉับพลันอลินตายืนนิ่งอยู่ที่เดิม เรื่องนี้ต้องมีอะไรที่เกี่ยวกับเนตรนภาและเจ้าภูแสนแน่ๆ

                    เมื่อคิดมาถึงตรงนี้จู่ๆ อลินตาก็หวนรำลึกไปถึงอดีตเมื่อครั้งที่เธอไปดูดวงชะตากับหมอดูชาวมอญคนหนึ่งซึ่งหมอดูคนนี้อยู่ในถิ่นลับแล หาใช่มนุษย์เฉกเช่นทั่วไป เป็นหมอดูตาทิพย์ที่ดูดวงแม่นเวอร์ยิ่งกว่าหมอดูทั้งประเทศมารวมตัวกันเสียอีกที่สำคัญหมอดูคนนี้ค่อนข้างเก็บตัวลึกลับไม่สุงสิงกับมนุษย์ ไม่เคยแสดงตัวออกสื่อกับใครๆว่าดูดวงแม่น  อยากดูดวงกับหมอดูคนนี้ต้องดั้นด้นมาหาเองและมาแล้วจะได้เจอหรือไม่นั่นก็อีกเรื่อง หมอดูชาวมอญคนนี้เคยทำนายทายทักดวงชะตาของเธอไว้ว่า

                    เนื้อคู่ของอลินตาเป็นผู้มีชาติกำเนิดที่ยิ่งใหญ่เป็นเทพจอมเกรียงไกรสามารถชี้เป็นชี้ตายมนุษย์และสัตว์ได้พร้อมกันนั้นก็มีภูมิกำเนิดในเมืองบาดาลพร้อมไปด้วย ซึ่งนั่นก็คือพญานาคราช!หากชายใดสามารถใช้คาถาอาคมของอลินตาได้ราวกับเป็นเจ้าของคาถาอาคมเสียเองนั่นหมายความว่าชายคนนั้นคือเนื้อคู่ของอลินตา นั่นยิ่งทำให้อลินตานึกไปถึงเมื่อครั้งที่เจ้าภูแสนออกคำสั่งกับควายธนูของเธอ

                    อลินตาจำได้ดีว่าครั้งแรกที่เจ้าภูแสนเอ่ยปากเรียกน้องควายธนูแล้วน้องควายธนูก็วิ่งตะบึงมาหาและรอรับคำสั่งนั้นมันทำให้อลินตาแปลกใจมาก แสดงว่าที่เห็นนั่นหาใช่เจ้าภูแสนตัวจริงไม่!แต่เทพและพญานาคทำไมถึงมีภูมิกำเนิด2 สองภพสองภูมิได้ในชะตาชีวิตเดียวเช่นนี้เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอย่างไม่ต้องสงสัย และน่าสงสัยไปกว่านั้นเจ้าภูแสนตัวจริงอยู่ที่ไหนกัน?

                     ความสามารถในการใช้พลังและบังคับงูได้ตามใจปรารถนาราวกับเป็นเจ้าแห่งงูของเจ้าภูแสนดูตาเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดาและอลินตายังรู้อีกด้วยว่าเจ้าตัวพยายามกดพลังที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ซึ่งสัมผัสของเธอมันบอกว่าพลังของเขามันยังไม่ถึงที่สุด เป็นพลังที่มหาศาลรอวันที่เจ้าตัวเปิดเผยมันออกมาข้อนี้อลินตาก็คิดไม่ตกว่าถ้าเจ้าภูแสนเป็นถึงเทพจริงๆ แล้วไปเกี่ยวข้องอะไรกับพญานาคและถ้าบุคคลผู้นี้ไม่ใช่เจ้าภูแสนแต่เป็นเทพหรือพญานาคแฝงร่างมา เขาทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร!?

                    แม้ว่าปริศนายังมีอยู่มากมายแต่หญิงสาวจำเป็นต้องสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวไปเสียก่อนเพราะตอนนี้เธอจัดลำดับงานของเธอในใจไว้เป็นตารางงานคร่าวๆ ลำดับแรกต้องค้นพบให้ถึงก้นบึ้งแห่งตัวตนของเนตรนภาจากนั้นก็เดินทางสู่เมืองบาดาลอันเป็นทิพย์วิมานของเหล่านาคราชโดยมีปู่นาคเป็นผู้ปกครองสูงสุด หลังจากที่อลินตาบอกตารางงานกับตัวเองในใจแล้วหญิงสาวก็เริ่มทบทวนคำใบ้

                    “ในคำใบ้มีคำว่า นาคา แปลได้อย่างเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเกี่ยวข้องกับพญานาคแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เกือบแปลได้ทั้งหมดแล้วยกเว้นคำเดียว เพลา แปลว่าอะไรกัน?” อลินตาเดินคิดไปคิดมา ก่อนจะไปนั่งอยู่หน้ากี่ทอผ้าพร้อมกับคิดนึกในใจ

                    “ถ้าสมัยโบราณเพลา ก็คล้ายๆ กับเวลาไหมน้า? ความหมายของเพลามีกี่ความหมายกันนะมันจะซ้อนคำ ซ่อนความหมายแบบคำว่าไนยะหรือเปล่าแต่มันน่าจะมีอะไรที่มากกว่านั้น...” อลินตาคิดกับตัวเองพลางก็มองขึ้นไปที่ขื่อด้านบนห้อง ซึ่งมีเส้นด้ายสีเขียวกับสีน้ำเงินมัดขึงรวมกันเป็นมัดใหญ่สลับสีกันทั้งสี่ทิศเมื่อคิดได้เช่นนั้นอลินตาก็เตรียมหยิบโทรศัพท์ตั้งใจจะกดไปหามานพเพื่อนรักรหัสพิสดารแต่ยังไม่ทันจะได้โทรเนตรนภาก็โผล่หน้าเข้ามาภายในห้องพร้อมส่งรอยยิ้มหวานเชื่อมให้กับพี่สาวของตัวเอง

                    “พี่อลินเนตรมากวนหรือเปล่าคะ?”อลินตาได้ยินเสียงญาติผู้น้องก็เงยหน้าจากโทรศัพท์ก่อนจะหันไปทางเนตรนภา ทางด้านเนตรนภาก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องแล้วเดินเข้ามาหยุดยืนด้านข้างอลินตาซึ่งกำลังนั่งอยู่หน้ากี่ทอผ้าอลินตาเห็นเนตรนภาเดินเข้ามาก็ถามขึ้น

                    “เนตรตอนเข้ามาเห็นอะไรที่ชั้นล่างไหม?” อลินตาไม่ตอบคำถามเนตรนภา แต่ถามกลับอีกฝ่ายและอยากรู้ว่าเนตรนภาจะเห็นผีนางตะเคียนหรือเปล่า เนตรนภาส่ายหน้าดิกก่อนตอบชัดเจน

                    “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่คะมีแต่คุณน้าแม่บ้านที่มาคอยทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ” เมื่อได้ยินที่เนตรนภาบอกเล่าอลินตาถึงกับขมวดคิ้วทันทีด้วยความสงสัย ก่อนจะถามซ้ำ

                    “น้าไหน?”เนตรนภาหน้าเหวอไป เมื่อได้ยินพี่สาวตัวเองถามกลับเช่นนี้

                    “อ้าวก็พี่อลินเคยให้เนตรหาคนมาคอยทำความสะอาดบ้านหลังนี้นี่คะ แล้วพี่อลินยังบอกอีกว่าไม่ต้องให้เขาค้างแต่ให้ไปกลับ เนตรก็คิดว่าคุณน้าคนนี้คือคนที่พี่อลินจ้างมาซะอีกเพราะตอนที่เนตรมาดูแลบ้านใหม่ๆเนตรก็เห็นคุณน้าเขามาทำงานอยู่ก่อนแล้วน่ะค่ะ หรือยังไงคะ?” หลังจากที่ได้ยินคำบอกเล่าของเนตรนภาอลินตาก็ไม่รอช้ารีบส่งสายตาอันเป็นทิพย์ลงไปสำรวจน้าแม่บ้านที่เนตรนภาพูดถึงอย่างรวดเร็ว

                    และก็ได้คำตอบว่าน้าแม่บ้านที่เนตรนภาเอ่ยถึงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นผีนางตะเคียนที่แปลงร่างเป็นแม่บ้านอลินตาดึงสติกลับมาอยู่กับตัวพร้อมด้วยความสงสัย ทำไมผีนางตะเคียนถึงทำเช่นนี้ก็ไหนเกลียดเธอกับแม่อย่างกับอะไรดี แล้วทำไมถึงมาคอยดูแลบ้านหลังนี้ให้เธอได้เล่า

                    “แล้วน้าแม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดที่ชั้นสองด้วยหรือเปล่า?”อลินตาถามรวดเร็ว

                    “มาค่ะแต่คุณน้าไม่ได้เข้ามาที่ห้องนี้นะคะ คุณน้าบอกแค่ว่า ห้องนี้ให้เป็นหน้าที่คุณๆที่เป็นเจ้าของเรือนค่ะ” อลินตาได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่ามันแปลกสิ้นดีผีบ้าอะไรแปลงกายเป็นแม่บ้าน หรือว่าจะแปลงกายเฉพาะช่วงที่เนตรนภาอยู่เท่านั้นแต่ทำไมต่อหน้าเนตรนภาผีตนนี้เป็นผีดีเรียบร้อยยังกับนางฟ้าผิดกับตอนอยู่ต่อหน้าเธอ ยังกับปีศาจจำแลงที่มักจะแสดงความเกรี้ยวกราดจนแทบจะงับหัวกันได้อยู่แล้ว ช่างต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือถึงเพียงนี้

                    ฤามีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกฤาจะเกี่ยวข้องกับเสาตกน้ำมันกลางบ้านด้วย อลินตาคิดแล้วก็ใจฟูเพราะเหมือนกับว่าตัวเองจะเข้าใกล้ปริศนาที่รอการเปิดเผยอีกหนึ่งเรื่องเสียแล้วแต่อลินตาก็ต้องตัดใจกลับมาอยู่กับปัจจุบันเสียก่อนเพราะต้องจัดการเรื่องตรงหน้าและจัดการไปทีละเรื่องตามลำดับงาน เมื่อคิดได้เช่นนั้น อลินตาก็รีบถามเนตรนภา

                    “เนตรเคยใช้กี่แบบนี้ทอผ้าไหม?” อลินตาพูดพร้อมกับบุ้ยหน้าไปทางกี่ทอผ้าที่อยู่ตรงหน้าเธอเนตรนภายิ้มกว้าง ก่อนจะตอบกลับ

                    “เคยสิคะเนตรเคยเข้าชมรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นมาก่อน เคยลองทอผ้า จนได้สไบไปแจกเพื่อนๆตั้งหลายผืนแน่ะค่ะ” อลินตามองลึกเข้าไปในแววตาของเนตรนภา...