ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 10 คิดบัญชี

            เวลานี้เพิ่งเข้าเช้าของวันใหม่หลายคนยังไม่ตื่นนอน จากบ้านหลินมายังหน่วยจือชิงใช้เวลาเดินเท้าเกือบสองลี้แต่สวีหว่านหนิงกลับไม่ค่อยเห็นชาวบ้านเดินผ่านไปมาสักเท่าไร

            จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าหน่วยจือชิงเธอก็เห็นหยวนซินเดินถือกะละมังออกมา

            เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงเดินมาด้วยท่าทางดุดันหยวนซินก็ถามเสียงเบาว่า “หว่านหนิง เธอมาหาใครหรือเปล่า”

            สวีหว่านหนิงจงใจตอบเสียงดัง“ใช่ รบกวนเธอช่วยเรียกกู้จวิ้นออกมาได้ไหม ฉันมีธุระสำคัญมากเลยอยากเจอเขา”

            พูดจบสวีหว่านหนิงก็ยัดไข่ต้มที่ยังอุ่นร้อนอยู่ใส่มือของหยวนซิน

            หยวนซินยัดไข่ต้มกลับคืนไป “รอเดี๋ยวนะฉันจะไปช่วยเรียกให้”

            ไม่ทันไรหน่วยจือชิงก็มีคนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกัน

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็อยู่ในนั้นด้วย

            เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงหลี่เชี่ยนเชี่ยนก็ถลึงตาใส่อย่างกรุ่นโกรธ พลางแสร้งทำเป็๲ไม่สนใจเธอ

            ถ้าเป็๞เมื่อก่อนหากหลี่เชี่ยนเชี่ยนทำสีหน้าท่าทางเช่นนี้สวีหว่านหนิงคงรีบเข้าไปปลอบประโลมอย่างไม่สนสี่สนแปด

            ทว่าตอนนี้สวีหว่านหนิงกลับเมินหลี่เชี่ยนเชี่ยนพลางจ้องไปที่ประตูทางเข้าหอพักจือชิงฝั่งชายไม่วางตา

            ผ่านไปครู่ใหญ่กู้จวิ้นถึงเดินออกจากหอพักมาพร้อมกับเสื้อคลุมทหารตัวใหญ่ที่ถูกซักจนสีซีดพลางใช้สีหน้าไม่เป็๞มิตรมองสวีหว่านหนิงแล้วแค่นหัวเราะ

            “หลายวันก่อนยังประกาศกร้าวบอกว่าจะไม่มาหาฉันอีกแล้วไม่ใช่หรือไง”

            สวีหว่านหนิงหัวเราะเสียงเย็น“ก็เพราะฉันมีเหตุให้ต้องมาน่ะสิ!”

            กู้จวิ้นไม่สังเกตเห็นความเ๾็๲๰าในน้ำเสียงของสวีหว่านหนิงหรือพูดได้ว่าเขาไม่คิดจะสนใจ

            จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่าสวีหว่านหนิงคือสุนัขรับใช้ เขาจะเรียกให้มาหาหรือไล่ไปให้พ้นหน้าอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น!

            “เ๱ื่๵๹ระหว่างฉันกับเธอไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว!”

            พูดจบกู้จวิ้นก็หันหลังกลับ

            “ช้าก่อน!”

            สวีหว่านหนิงรั้งกู้จวิ้นไว้ก่อนจะพูดเสียงเย็นตอกกลับสายตารังเกียจระคนเกลียดชังของเขา

            “กู้จวิ้นวันนี้ฉันมาหาเธอเพื่อคิดบัญชี!”

            คิดบัญชี?

            หลังพูดคำนี้ออกไปไม่ใช่แค่กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเท่านั้น คนอื่นๆ เองก็ยังตะลึงงัน

            เวลาอยู่กับกู้จวิ้นสวีหว่านหนิงกลายเป็๞คนแข็งกร้าวแบบนี้๻ั้๫แ๻่เมื่อไร?

            แต่สวีหว่านหนิงไม่คิดจะให้เวลาเขาได้ตั้งสติมือที่หนาวจนกลายเป็๲สีแดงชี้ไปยังรถจักรยานที่จอดพิงกำแพงไว้

            “จักรยานคันนี้เป็๞สินสอดที่ตระกูลหลินให้ฉันมาตอนแต่งงาน!เช้าวันต่อมาหลังงานแต่งเสร็จสิ้น เธอกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอยืมจักรยานไปจากฉันยืมครั้งเดียวเอาไปใช้นานถึงห้าปีกว่า! จากจักรยานคันใหม่เอี่ยมตอนนี้สภาพเป็๞อย่างไรแทบจำไม่ได้!”

            “ไหนจะเสื้อคลุมทหารที่เธอใส่อยู่มันก็เป็๲ของที่พี่ชายฉันส่งมาให้ พัสดุผ่านมือฉันแค่พอเป็๲พิธีไม่ทันไรเสื้อตัวนี้ก็ไปอยู่บนตัวเธอแล้ว!”

            “นาฬิกาข้อมือของเธอก็เหมือนกันนั่นคือนาฬิกาข้อมือจากสวิตเซอร์แลนด์! ลูกกรรมกรอย่างเธอจะเอาเงินจากไหนมาซื้อนาฬิกาข้อมือเรือนนี้นอกจากจะได้มันไปจากฉัน!”

            “รองเท้าหนังที่เธอใส่อยู่ก็ด้วย...”

            สวีหว่านหนิงร่ายรายชื่อสิ่งของที่กู้จวิ้นได้ไปจากเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

            ทุกครั้งที่พูดชื่อสิ่งของออกมาสีหน้าของกู้จวิ้นจะแย่ลงเรื่อยๆ

            แต่เขาเถียงไม่ออกเพราะสิ่งที่สวีหว่านหนิงกล่าวมาคือเ๹ื่๪๫จริงทั้งหมด!

            กู้จวิ้นแค่รู้สึกว่าสวีหว่านหนิงในตอนนี้เหมือนคนแปลกหน้า แต่สุดท้ายก็ตอบไปตามความเคยชินว่า

            “สวีหว่านหนิงถ้ายังอยากให้ฉันสนใจเธอ ก็อย่าทำตัวงี่เง่า!”

            “ถุย!”

            สวีหว่านหนิงเชิดหน้ามองเขา“คิดว่าฉันอยากให้สนใจงั้นหรือ หยุดพูดไร้สาระ แล้วรีบคืนของมาให้ฉัน!”

            “หว่านหนิง”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสวีหว่านหนิงแล้วจับแขนเสื้อของเธอพลางกระซิบว่า“ฉันรู้ว่าเธอโกรธเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนแต่เ๹ื่๪๫นั้นเธอเข้าใจกู้จวิ้นผิดไปอีกอย่างต่อให้โกรธแค่ไหนก็ไม่ควรทำแบบนี้ต่อหน้าคนตั้งมากมาย...”

            “เธอก็ด้วยหลี่เชี่ยนเชี่ยน!”

            สวีหว่านหนิงสะบัดมือหลี่เชี่ยนเชี่ยนออก“เสื้อผ้าที่เธอใส่ก็เป็๞ของฉันใช่ไหมล่ะ อ้อ แน่สิเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้เสื้อผ้าของเธอเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าคุณภาพดีพวกนั้นเป็๞ของฉันทั้งหมดรองเท้าหนังอีกหลายคู่ก็ด้วย! เธอเองก็เอาของจากฉันไปไม่น้อยแล้วยังจะมีหน้ามาพูดกับฉันแบบนี้อีกหรือ?”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนนึกไม่ถึงว่าเ๱ื่๵๹ราวจะลุกลามมาถึงตัวเองเร็วขนาดนี้ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอาย

            “หว่านหนิงเลิกโวยวายสักที ของพวกนี้เธอเป็๞คนให้พวกเราเองไม่ใช่หรือไง”

            “งั้นเหรอ?” สวีหว่านหนิงแสร้งลากเสียงยาวเพื่อกระตุ้นให้คนอื่นอยากรู้อยากเห็นจากนั้นก็พูดต่อว่า “แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้วฉันไม่อยากให้มันกับพวกเธออีกแล้วเพราะฉะนั้นเธอกับกู้จวิ้นช่วยคืนของทุกอย่างที่เป็๲ของฉันกลับคืนมาให้ฉันด้วย!”

            “สวีหว่านหนิง...”

            “ฉันจดบันทึกรายการของทุกอย่างที่ครอบครัวส่งมาให้ฉันเพราะฉะนั้นหวังว่าพวกเธอสองคนจะคืนของให้ฉันจนครบ”

            กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนหน้าร้อนผ่าวด้วยความความอับอายสายตาของเหล่าจือชิงที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันทำให้พวกเขาอยากแทรกแผ่นดินหนี

            ทั้งคู่รู้ดีว่าหากไม่คืนของเ๱ื่๵๹ในวันนี้คงจะจบไม่สวยแน่!

            กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินกลับห้องของตัวเองไล่หลังกันไป

            กลับมาอีกทีทั้งคู่ก็เปลี่ยนมาสวมเสื้อกันหนาวตัวเก่าที่ผ่านการปะเย็บพลางอุ้มกล่องพัสดุใบใหญ่ออกมาคนละใบ

            กู้จวิ้นเห็นหน้าสวีหว่านหนิงแล้วโมโหจนแทบทนไม่ไหวเดิมทีเขาอยากจะโยนกล่องพัสดุลงบนพื้น แต่กลับได้ยินสวีหว่านหนิงพูดว่า “ในนั้นมีของมีค่าอยู่ไม่น้อยทำพังแล้วอย่าลืมชดใช้ให้ฉันด้วยล่ะ”

            พอได้ยินแบบนั้นกู้จวิ้นเลยต้องล้มเลิกความคิดก่อนจะวางกล่องลงที่ข้างเท้าของสวีหว่านหนิงอย่างเบามือ

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนเองก็ทำเช่นเดียวกัน

            สวีหว่านหนิงไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างเธอโน้มตัวลงไปเปิดกล่องพัสดุทั้งสองกล่องเพื่อตรวจสอบของในนั้นทีละอย่าง

            วันนี้ก่อนออกจากบ้านเธอตั้งใจขุดหาสมุดบันทึกของร่างเดิมออกมาอ่านเธอจำรายการของที่ร่างเดิมเคยยกให้ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ได้ขึ้นใจ

            “แม้ของพวกนี้จะถูกพวกเธอใช้งานเป็๲เวลานานแต่อย่างน้อยมันก็ยังอยู่ครบถ้วน ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาคิดบัญชีกันต่อเ๱ื่๵๹เงินที่พวกเธอสองคนเคยขอยืมฉัน”

            “หลี่เชี่ยนเชี่ยนฉันจำได้ว่าเธอมีสมุดบัญชีอยู่เล่มหนึ่ง ทุกครั้งที่เธอกับกู้จวิ้นยืมเงินจากฉันเธอจะบันทึกจำนวนลงไป เธอคงไม่ขัดข้องที่จะเอาสมุดเล่มนั้นออกมาใช่ไหม”

            “หว่านหนิงฉัน...”

            “แน่นอนว่าฉันเองก็จดบันทึกไว้เหมือนกันฉันก็แค่กลัวว่าหากเอาสมุดบัญชีเล่มนั้นให้พวกเธอดูแล้วพวกเธอจะไม่ยอมรับแต่ถ้ามีสมุดบัญชีของเธอด้วยก็จะตรวจทานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

            “หว่านหนิง...”หลี่เชี่ยนเชี่ยนใกล้จะร้องไห้เต็มที

            หลายปีมานี้เธอกับกู้จวิ้นขอเงินจากสวีหว่านหนิงมาไม่น้อย จะให้พวกเธอใช้คืนทั้งหมดเลยหรือ?

            “เฮ้อ...” สวีหว่านหนิงแกล้งถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าถ้าพ่อแม่กับพี่ชายฉันรู้ว่าลูกสาวและน้องสาวสุดที่รักของพวกเขาถูกคนอื่นรังแกที่หมู่บ้านต้าเจียง พวกเขาจะโกรธหรือเปล่า”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนที่รู้จักกับสวีหว่านหนิงมา๻ั้๫แ๻่เด็กย่อมรู้ดีว่าสวีหว่านหนิงเป็๞ที่รักของครอบครัวมากแค่ไหนเธอกลัวสวีหว่านหนิงจะเอาเ๹ื่๪๫นี้ไปฟ้องที่บ้านจึงรีบกล่าวว่า “ฉันจะกลับไปเอาสมุดบัญชีมาเดี๋ยวนี้!”

            สวีหว่านหนิงเอาสมุดบัญชีสองเล่มมาเปรียบเทียบกันแล้วสรุปยอดตัวเลขออกมา

            “ทั้งหมดรวมเป็๞เงินสองพันสามร้อยยี่สิบหยวนกับอีกแปดเหมาพวกเธอจะคืนเงินฉันยังไง”

            คนรอบข้างพากันสูดหายใจเฮือก

            ในยุคสมัยที่เงินสองหยวนสามารถซื้ออาหารหนึ่งมื้อจากร้านอาหารของรัฐได้เงินสองพันกว่าหยวนถือเป็๞ตัวเลขที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง!

            สวีหว่านหนิงร่ำรวยขนาดนี้เชียวหรือ?

            ช้าก่อนทำไมกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนถึงกล้าทำเ๹ื่๪๫ไร้ยางอายเช่นนี้?