“โธ่เว้ย”วิษณุโยนจดหมายลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสียห้าปีที่ครามไปเรียนต่างประเทศเขาก่อปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายอย่าง ชกต่อย มั่วสุมปาร์ตี้เสพยา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไทยหรืออังกฤษครามยังทำตัวเหมือนเดิม
“มีอะไรคะคุณวิษณุ”จันทร์รีบถามอย่างร้อนรนคงจะเป็เื่ใหญ่อีกตามเคยหลังจากวิษณุเปิดอ่านจมหมายที่มาจากต่างประเทศ
“ก็หลายชายตัวดีของจันทร์นะสิ มันขยันก่อเื่ซ้ำแล้วซ้ำอีกผมจะทำยังไงกับมันดี” เขากุมขมับคิดไม่ตก ครั้งนี้น่าจะหนักหนากว่าทุกครั้งสีหน้าของวิษณุดูเครียดและหวาดวิตก
“ครามไปทำอะไรไว้คะ”จันทร์แทบจะไร้เรี่ยวแรงที่จะถามออกไปกลัวจนหัวใจเต้นรัวเร็วว่าครามจะไปทำอะไรผิดสาหัส
“มันทำผู้หญิงท้อง คุณก็รู้ว่ากฎหมายที่นั่นมันเข้มงวดแค่ไหน”
จันทร์ยกมือทาบอกครามในวันสิบเก้าปีไปทำผู้หญิงท้อง ตอนนี้ชายหนุ่มเรียนจบถ้าเทียบกับที่ไทยก็ระดับมัธยมปลายและกำลังเตรียมตัวเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเก่าแก่มีชื่อเสียงที่ผ่านมาถึงเขาจะเกเรมีเื่กับคนอื่นไปทั่วแต่เขาเป็คนเรียนเก่งฉลาดถ้าตั้งใจเรียนอนาคตเขาไปได้ไกล
“ผมจะบินไปหาเขาพรุ่งนี้ จันทร์ให้เด็กเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ด้วย”เขาอยู่นิ่งไม่ได้เื่ใหญ่ต้องรีบจัดการให้ทันท่วงทีถ้าเด็กคนนั้นเป็ลูกของครามก็เท่ากับเป็หลานของเขา
-สองอาทิตย์ต่อมา-
ปัญหาของครามได้รับการแก้ไขโดยเงินและเส้นสายทั้งหมดที่มีพร้อมกับความจริงที่ว่าครามไม่ได้เป็พ่อเด็กกว่าจะเคลียร์เื่นี้ได้ทางมหาลัยได้ตัดสินใจไปแล้วทำให้ครามต้องถูกพักการเรียนเป็เวลาครึ่งปี
วิษณุตัดสินใจพาครามกลับเมืองไทยเพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในเวลาหกเดือนชายหนุ่มไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถท้าทายอำนาจเงินตราของพ่อที่มีได้อีกอย่างลึกๆในใจเขาคิดถึงเมืองไทยที่จากไปนานถึงห้าปี และถ้าเขารู้ว่าการกลับมาครั้งนี้จะทิ้งาแในใจอย่างไม่มีวันลืมได้เขาคงไม่เลือกกลับมา
-บ้านอมรกิจ-
“คิดถึงนมที่สุด”เขาโผล่เข้ากอดนมจันทร์เหมือนเช่นทุกครั้งที่ห่างกันไปไกลแต่ครั้งนี้ระยะนานหน่อยและนมจันทร์ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ต่อเขาเลย
“ทำไมนมไม่ไปหาผมบ้าง สัญญากับเด็กไว้แล้วก็ไม่เคยทำได้” เขาตัดพ้อน้ำเสียงสายตามีแววน้อยใจ นมจันทร์ก้มหน้าสำนึกผิด
“ผมล้อเล่นนะครับ ถึงนมไม่เคยไปหาแต่ก็โทรหาผมทุกวัน”
แทนที่เขาจะโกรธกลับปลอบใจเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าของนมจันทร์ท่านมีโรคประจำตัวหลายอย่างจึงเป็เื่ยากที่จะไปหาเขาได้
รอยยิ้มของหลานชายทำให้นมจันทร์ใจชื้นขึ้นมาได้เธอรู้ว่าครามจะกลับมาถึงเวลานี้จึงได้ตระเตรียมกับข้าวหลายอย่างไว้รอที่สำคัญเป็อาหารโปรดของหลานทั้งนั้น
“อร่อยมากเลยนม อยู่โน่นผมคิดโคตรคิดถึงอาหารไทยที่สุดเลย”เขาไม่ได้บอกว่าหลับไปพร้อมน้ำตาตอนที่ไปถึงใหม่ๆคิดถึงบ้านคิดถึงเมืองไทยและคิดถึงคนตรงหน้า
แต่ความรู้สึกณ ตอนนี้ความคิดถึงได้จางหายไปตามกาลเวลา เหลือแค่คิดถึงผู้สูงวัยที่ยืนรอตรงนี้เขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่หันมานมจันทร์จะอยู่ตรงนี้เสมอไม่หายไปไหน
“อร่อยก็กินเยอะๆค่ะ นมมีรายการอาหารหลายอย่างที่จะทำให้ครามอย่าเพิ่งเบื่อไปซะก่อน”
“ไม่เบื่อแน่นอนครับรับรองผมไม่ใช่พวกฝังใจอะไรเดิมๆแต่ผมก็ไม่ใช่คนลืมง่ายเช่นกัน”เหมือนที่พ่อทิ้งเขาไว้อย่างเดียวดายเขาต่อให้ในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรมีเพียงสีหน้าที่แสดงออกมาให้พ่อเห็น
วิษณุรวบช้อนแสดงให้เห็นว่าอิ่มการเดินทางข้ามคืนที่ยาวนานและความอ่อนล้าจากการจัดการปัญหาหลายอย่างทำให้เขาทานต่อไม่ไหวแล้วก็ยืนขึ้นโดยไร้เสียงพูดจากับลูกคนคนเดียวมีเพียงดวงตาที่นิ่งและแสดงออกทุกอย่างในนั้น
จันทร์มองตามวิษณุแอบถอนหายใจไม่ให้ชายหนุ่มเห็นแต่มีหรือที่จะรอดสายตาคมเข้มจากเขาไปได้ ไม่นานเขาก็อิ่มและรวบช้อนนมจันทร์เรียกให้เด็กเสริฟของหวานที่เขาชอบกินมาั้แ่เด็กอย่างเอาใจเขายิ้มให้เธอและกินของหวานถ้วยนั้นจนหมด
เดือนทั้งเดือนครามออกไปเที่ยวนอกบ้านกับเพื่อนเขากลับเข้าบ้านเกือบสว่างทุกคืนพร้อมกลิ่นเหล้าโชยหึ่งไปทั้งตัววิษณุเฝ้ามองลูกชายคนเดียวอย่างหนักใจและเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“จันทร์บอกให้เ้าครามมันเตรียมตัวไว้ผมจะให้มันไปทำงานที่อมรกรุ๊ป”
“คุณจะให้ครามไปทำอะไรคะ ครามเรียนจบแค่ม.ปลายจะไปช่วยอะไรได้ ให้ครามอ่านหนังสืออยู่กับบ้านเตรียมเข้ามหาลัยดีกว่าค่ะ”
จันทร์รู้ว่าครามเกลียดที่สุดคือการบังคับโดยไม่ถามความสมัครใจ เขาจะต่อต้านสุดฤทธิ์และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกพังลงไป
“ให้ไปทำงานก็ยังดีกว่าให้มันเที่ยวตะลอนทุกวันทุกคืน ทุกบาททุกสตางค์ที่มันใช้รู้หรือเปล่าว่าผมเหนื่อยแค่ไหนไปทำงานมันจะได้รู้ซะทีว่าตอนนี้สถานการณ์ที่บริษัทมันเป็อย่างไงใครที่ดีใครที่ร้ายมันจะได้รู้แล้วตั้งหน้าตั้งตากลับมาช่วยงานผมบ้าง”
วิษณุคิดว่าวิธีนี้น่าจะดีที่สุดให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเองถึงแม้ครามจะก่อปัญหาให้เขาตามแก้ตลอดแต่ลึกๆเขายังภูมิใจที่ครามประคับประคองผลการเรียนให้ไปได้ดีถึงจะไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว
จันทร์เงียบทันทีเมื่อเห็นอารมณ์โกรธของวิษณุที่เขาพูดมามันก็ถูกอีกนั่นแหละแต่ความรู้สึกของครามที่คิดว่าพ่อไม่รักไม่สนใจ ไม่อาจจะนึกรู้ว่าครามจะก่อเื่อะไรอีกเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาไม่เคยหยุดนิ่งที่จะให้พ่อตามแก้ไขในสิ่งที่เขาทำ
ครามเข้าไปทำงานโดยไม่มีการโวยวายเรียกร้องเหมือนเก่าทำความแปลกใจให้กับวิษณุและจันทร์เป็อย่างมากจันทร์ที่เลี้ยงมากับมือรู้ถึงความไม่น่าไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร
“คราม นี่แขเลขาพ่อ ส่วนนี้หยีทำหน้าที่ผู้ช่วย”วิษณุพาครามมาแนะนำให้กับทั้งสองและมอบหมายให้คุณแขดูแลต่อจากนี้
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคราม”เพ็ญแขเป็ผู้หญิงสวยทำงานเก่งเธออยู่ที่บริษัทนี้มาเป็สิบปีและรู้ว่าพ่อกับลูกมีปัญหากันอยู่ และเธอรับอาสาจะแนะนำการทำงานให้คราม
“เช่นกันครับ”เขายิ้มให้ทั้งเพ็ญแขและลุกหยีตามมารยาทลับหลังรอยยิ้มนั้นหายไปในพริบตา
“แฟ้มนี้เป็เื่โครงสร้างการบริหารในอมรกรุ๊ปแฟ้มนี้เป็รายชื่อผู้ถือหุ้น และแฟ้มสุดท้ายเป็แผนงานโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของอมรกรุ๊ปพี่จะให้คุณครามศึกษาทำความเข้าใจสักสามวัน ต่อจากนั้นเราจะลงมือปฏิบัติงานกันค่ะ”
เพ็ญแขกล่าวกับเขาสั้นๆและเดินออกไปจากห้องปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว ห้องทำงานใหญ่ของประธานได้แบ่งเป็สัดส่วนเพื่อให้ลูกชายคนเดียวได้นั่งศึกษาเอกสาร
เขาเปิดแฟ้มไปทีละหน้าเร็วๆอย่างไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ภาษาที่ใช้ค่อนข้างจะเป็ทางการและเป็ศัพท์เฉพาะที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาจึงโยนแฟ้มทิ้งอย่างไม่ใยดีล้วงสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์โทรหาเพื่อน
“กล้ามึงอยู่ไหน”
“มหาลัย มีอะไรโทรหากู”
“เบื่อ จะชวนมึงขับรถเล่นสักหน่อย”
“ทำงานไม่ใช่เหรอ หาเื่โดนพ่อด่าอีก”
กล้าหรือต้นกล้าเพื่อนสนิทั้แ่เด็กและสนิทจนถึงทุกวันนี้ถึงแม้จะอยู่ห่างกันข้ามประเทศแต่พวกเขาก็ติดต่อผ่านเฟสผ่านไลน์สม่ำเสมอและเขาก็บินไปหาครามบ่อยๆเพราะฐานะความเป็อยู่ของเขาก็ไม่ด้อยกว่าเพื่อน ทุกอย่างในชีวิตของครามต้นกล้าก็รับรู้เช่นกัน
“ช่างแม่ง”ครามตอบไม่ใส่ใจนัก
“ทำๆไปเถอะครามเย็นค่อยเจอกัน ถึงมึงว่างกูก็ไปไม่ได้เด็กปีหนึ่งเขาไม่ให้โดด”
“เออๆๆ งั้นมึงก็เรียนไปเถอะ ไม่กวนแล้ว”ครามวางสายคิดว่าจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยแต่พอพ้นประตูเขาก็โดนผู้ช่วยกักตัวไว้ไม่ให้ไป
“หลีก ผมจะไปข้างนอก”
“คุณออกไปไม่ได้ค่ะ พี่แขบอกว่าให้คุณอ่านและศึกษาแฟ้มให้เข้าใจ เสร็จแล้วให้เขียนรายงาน”
“เธอเป็ใครถึงมาสั่ง ใช่พ่อฉันหรือเปล่า”ลูกหยีใเมื่อได้รับคำตอบรุนแรงเธอตัวแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออก
“หยีรับคำสั่งมา แล้วก็ต้องทำตามค่ะ”
“ถ้าเขาสั่งให้เธอไปตาย เธอไม่ต้องไปตายเหรอ”
“หยี หยี”หญิงสาวพูดตะกุกตะกักรวบรวมสติของตัวเองเมื่อทั้งน้ำเสียงและสายตาของเขามันแข็งกร้าวจ้อง
“ครามหัดพูดดีๆกับคนอื่นมั่ง อย่าเอานิสัยหยาบคายมาใช้ที่ทำงานของพ่อ”พ่อทันได้ยินลูกชายคุยกับหยี ชายหนุ่มยิ้มหยันมุมปากเมื่อโดนพ่อดุ"
“ที่ผมพูดมันไม่ได้เกินจริง ยัยนี่เป็ใครถึงกล้ามาสั่งผม”เขาไม่มีแม้แต่ท่าทางสำนึก
“หยีทำตามที่ฉันสั่ง ถ้าแกจะโทษต้องโทษที่พ่อไม่ใช่ไปลงที่เขาอ้อแล้วลูกหยีเขาห่างกับแกตั้งหลายปีเรียกเขาว่าพี่ด้วยละ”
ลูกหยีทำตัวลีบเกร็งเมื่อได้ยินถ้อยคำสนทนาตอบกลับของพ่อลูก วินาทีนี้เธอเป็ส่วนเกินไม่อยากจะอยู่และฟังเื่ที่ไม่ใช่ของตัวเองแต่ก็ไม่รู้จะหาทางไปจากตรงนี้ยังไงในเมื่อทั้งท่านประธานและเพ็ญแขมอบหมายให้เธอดูแลควบคุมเขา