เรื่องนี้สวีเหรินเถียงไม่ออกจริงๆเพราะถ้าเมื่อก่อนจี้ทิงไม่แสร้งทำตัวเป็นคุณชายเสเพลละก็เขาคงไม่มีโอกาสได้มาเป็นครูสอนพิเศษแบบนี้แน่
“อาจารย์จี้ ในเมื่อลู่เหยียนชูเป็นศัตรูหัวใจของอาจารย์แล้วทำไมอาจารย์ยังต้องช่วยเขาอีกละครับ?”
จี้ทิงตอบอย่างไม่รีบร้อน“เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังไว้มีโอกาสผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะ”
“ครับ”
เมื่อเลี้ยวผ่านอีกสี่แยกสวีเหรินก็ชี้ไปที่ฝั่งตรงข้ามถนนทันที “ตรงนั้นมีสถานีรถไฟใต้ดินอาจารย์จี้จอดส่งผมตรงนั้นก็ได้ครับ”
“คุณไม่กลับมหาลัยเหรอ?”
สวีเหรินฉีกยิ้มซื่อๆ“อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าบทความ SCI [1] กำลังจะได้ตีพิมพ์แล้วช่วงนี้ต้องรีบจัดการรวบรวมข้อมูลเขาเลยให้ผมไปพักที่บ้านเขาก่อนเพื่อความสะดวกครับ”
จี้ทิงจอดรถเทียบข้างทางก่อนจะเอ่ยขึ้น“พรุ่งนี้โปรแกรมดักฟังน่าจะเสร็จแล้วช่วงเที่ยงอาจจะต้องรบกวนให้คุณแวะไปหาผมที่บ้านหน่อยนะครับ”
“ไม่มีปัญหาครับ อาจารย์จี้ไว้เจอกันครับ”
“แล้วเจอกันครับ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมาจี้เยี่ยนจื๋อที่ถูกทิ้งไว้ที่คลับก็เรียกแท็กซี่กลับมาถึงคฤหาสน์
“จี้ทิงอยู่ไหน ไปเรียกเขาออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้”
พ่อบ้านเอ่ยด้วยท่าทีลำบากใจ“คุณชายรองดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดีครับพอกลับมาถึงก็ตรงเข้าห้องเกมไปเลย แถมยังสั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวนข้าวเย็นก็ไม่ทานครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะในลำคอช่างแสดงได้แนบเนียนเหลือเกิน ถ้าเขาไม่ได้ยินเสียงในใจละก็คงโดนหมอนั่นต้มจนเปื่อยไปแล้ว
ระหว่างทางกลับบ้านเขาแอบคิดมาตลอดการที่เขาให้ลู่เหยียนชูส่งตัวคนคนนั้นให้จี้ทิงจัดการถือเป็นลาภก้อนโตที่หล่นทับชัดๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจี้ทิงคงดีใจจนตัวลอยไปแล้ว
แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้ทำท่าขยาดหวาดกลัวแถมยังหนีหายไปพร้อมแสดงละครตบตาเขาชุดใหญ่ขนาดนี้กันนะ หรือว่า...
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจจนทำให้จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มออกมา
เป็นไปไม่ได้ที่จี้ทิงจะเลิกชอบหลิงซีหมอนี่พยายามแย่งหลิงซีกับเขามาตั้งแต่อายุสิบกว่าปี พวกเขาแย่งมานานขนาดนี้อยู่ดีๆ จะมาบอกว่าไม่รักแล้วเนี่ยนะ
ยิ่งคิดพฤติกรรมของอีกฝ่ายในวันนี้ก็ยิ่งดูผิดปกติในสายตาเขา
จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาคมลึกอย่างใช้ความคิดหรือว่าจี้ทิงกับลู่เหยียนชูแอบไปตกลงลับหลังอะไรกันไว้ แล้วไม่อยากให้เขารู้เลยจงใจมาเล่นละครลิงต่อหน้าเขา
พอพาลนึกไปถึงใบหน้าของลู่เหยียนชูแววตาของจี้เยี่ยนจื๋อก็พลันมืดครึ้มลงทันที
เขากับลู่เหยียนชูเพิ่งจะทะเลาะกันยกใหญ่ที่คลับจนความร่วมมือทุกอย่างเป็นอันพังพินาศ แต่ก่อนจะเดินออกมาลู่เหยียนชูกลับเรียกเขาไว้ด้วยประโยคที่น่ารำคาญประโยคหนึ่งว่า
‘อย่าดุจี้ทิงนักเลย ทำตัวให้เหมือนพี่ชายจริงๆ และให้ความสำคัญกับเขาบ้างไม่อย่างนั้นในอนาคตคุณจะต้องเสียใจ’
จี้เยี่ยนจื๋อละเพลียกับท่าทางสุภาพบุรุษจอมปลอมของลู่เหยียนชูจริงๆพอเห็นว่าจี้ทิงมีประโยชน์เข้าหน่อย ก็รีบสวมหน้ากากคนดีมาสั่งสอนเขาเชียว
เฮอะก็แน่ละ... เขาค่อนขอดในใจ ถ้าลู่เหยียนชูไม่เสแสร้งเก่งขนาดนี้จะปั่นหัวจี้ทิงจนอยู่หมัดได้ยังไง
“คุณชายใหญ่ครับ คุณชายใหญ่?”
จี้เยี่ยนจื๋อได้สติพลางเห็นพ่อบ้านยังยืนอยู่ตรงหน้า“มีอะไร?”
“คือ... ผมยังต้องไปเรียกคุณชายรองอยู่ไหมครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาตินัก“ไม่ต้องแล้ว ให้เขาเล่นเกมไปเถอะ”
ลู่เหยียนชูอยากจะเสี้ยมให้พี่น้องแตกกันนักใช่ไหมงั้นต่อจากนี้เขาจะไม่ดุจี้ทิงอีกก็ได้เขาอยากจะรู้นักว่าลู่เหยียนชูจะหาเรื่องอะไรมาเป่าหูได้อีก
วันรุ่งขึ้นเวลา 08.00น.
จี้ทิงที่โต้รุ่งมาทั้งคืนเอื้อมมือไปปิดประตูห้องเกมเบาๆ
โปรแกรมดักฟังเสร็จสมบูรณ์แล้วเพื่อความปลอดภัย เขาได้ทดสอบความเสถียรไปมากกว่าร้อยครั้ง
ถึงแม้สิ่งที่ทำลงไปจะมีจุดประสงค์ที่ยุติธรรมแต่วิธีถือว่าไม่ค่อยใสสะอาดนักเพื่อป้องกันไม่ให้สำนักงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตรวจพบในภายหลังเขาจึงเขียนโปรแกรมซ่อนเร้นไว้ในระบบหลังบ้านเพื่อลบร่องรอยทั้งหมด
หลังจากสะสางปัญหาของลู่เหยียนชูเสร็จต่อไปเขากับคนคนนั้นก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องพบกันอีก และถ้าเขาไม่พบกับลู่เหยียนชูก็จะไม่ไปกระตุกหนวดเสือของจี้เยี่ยนจื๋อเมื่อนั้นเขาก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของตัวเองได้เสียที
เมื่อวานจี้ทิงไม่ได้ทานมื้อค่ำแถมยังอดนอนมาทั้งคืน ท้องของเขาจึงประท้วงด้วยความหิวโหย
เขาเดินจากตึกทิศตะวันตกมายังห้องอาหารทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปก็ประจันหน้าเข้ากับจี้เยี่ยนจื๋อที่กำลังทานมื้อเช้าอยู่พอดี
จี้ทิงเป็นคนผิวขาวจัดพอมีรอยคล้ำใต้ตาจึงเห็นได้ชัดเจนมากจี้เยี่ยนจื๋อมองสภาพอิดโรยนั้นพลางเอ่ยเสียงเย็น “นายเล่นเกมมาทั้งคืนเลยงั้นเหรอ?”
จี้ทิงรู้ว่าอีกฝ่ายต้องโกรธแน่แต่เขาก็ทำได้เพียงตอบรับสั้นๆ “ครับ”
หน้าอกของจี้เยี่ยนจื๋อกระเพื่อมขึ้นลงหนึ่งครั้งในจังหวะที่พ่อบ้านคิดว่าพายุจะลงแล้ว เขากลับผ่อนลมหายใจออกมาเสียอย่างนั้น
จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเสียงเรียบเย็นชา“นั่งลง ทานเสร็จแล้วก็ขึ้นไปนอนซะ”
จี้ทิงมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจแต่ไม่ว่าจะพยายามกวาดสายตามองยังไง เขาก็ดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
[วันนี้เจ้าแทสเมเนียนมาแปลกแฮะ หรือว่าจะไม่สบาย?]
ตะเกียบในมือจี้เยี่ยนจื๋อพลันบีบเข้าหากันแน่นทันทีที่จี้ทิงนั่งลง เขาก็หันหน้าไปมองยิ้มเสมือนไม่ยิ้ม“ได้ยินมาว่าชื่อของเครื่องหมายเลขหนึ่งนั่นคือแทสเมเนียนฉันไปถามสวีเหรินมาว่ามีที่มายังไง เขาบอกว่า ‘แทสเมเนียน’คือชื่อเล่นที่นายตั้งให้ฉัน เขาเห็นว่ามันเรียกติดปากดีเลยเอาไปใช้”
จี้ทิงชะงัก[สวีเหรินไปแอบฟ้องจี้เยี่ยนจื๋อตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]
จี้เยี่ยนจื๋อประสานมือรองใต้คางท่าทางดูสนใจเป็นพิเศษ “นายช่วยอธิบายหน่อยสิว่าทำไมถึงตั้งชื่อเล่นนี้ให้ฉัน?”
จี้ทิงนิ่งเงียบไปราวห้าหกวินาที“พี่เป็นคนให้ผมพูดเอง เพราะงั้นพี่ห้ามโกรธผมนะ”
“นายลองพูดมาก่อนสิ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับปากจี้ทิงจึงตัดสินใจตัดคำตอบเดิมที่เตรียมไว้ออกไป เขาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะว่าตัวแทสเมเนียนมีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามผมเลย...”
ยังไม่ทันจะพูดจบจี้ทิงก็รีบก้มหน้าลงทันที
จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลอย่างประหลาด “นายกำลังหัวเราะอยู่เหรอ?”
“เปล่าครับ”
จี้ทิงไม่ได้อยากโกหกแต่เมื่อครู่ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อกับเจ้าตัวแทสเมเนียนดันซ้อนทับกันในหัวเขาอัตโนมัติจนเขาตั้งตัวไม่ติด
จี้เยี่ยนจื๋อพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะกวักมือเรียกพ่อบ้าน “อาหยางวันนี้สั่งคนไปรื้อห้องเกมที่ตึกตะวันตกทิ้งซะก่อนฉันกลับมาฉันไม่อยากเห็นแม้แต่เศษซาก...”
จี้ทิงเงยหน้าขึ้นทันควันรัวคำพูดออกมาเป็นชุด “เพราะตัวแทสเมเนียนในฤดูผสมพันธุ์จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวและดุร้ายแถมยังแผดเสียงร้องโหยหวนทั้งวันทั้งคืน ผมเลยคิดว่าพี่เหมือนมันมากครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อโกรธจนหัวเราะออกมา“ฉันเนี่ยนะ... อยู่ในฤดูผสมพันธุ์?”
จี้ทิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเสนอแนะอย่างจริงใจ “พี่ลองไปดูสารคดีสัตว์โลกดูสิครับแล้วพี่ก็จะเห็นว่าเสียงคำรามของแทสเมเนียนตัวผู้ตอนแย่งสิทธิ์ในการผสมพันธุ์น่ะเหมือนกับตอนที่พี่ทะเลาะกับลู่เหยียนชูเมื่อวานไม่มีผิดเลย”
จี้เยี่ยนจื๋อโกรธจนแทบคลั่งเขาจึงตวาดลั่น “แล้วทำไมไม่ตั้งชื่อนี้ให้ลู่เหยียนชูบ้างล่ะ!”
“ก็แทสเมเนียนเป็นชื่อเล่นของพี่ไปแล้ว ถ้าผมยกให้เขาพี่จะไม่ยิ่งโกรธกว่าเดิมเหรอครับ?”
“เฮอะ!” จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้ม จ้องหน้าเขา “กลายเป็นเกียรติยศไปซะงั้น นี่ฉันต้องขอบใจนายด้วยไหม?”
จี้ทิงกะพริบตาปริบๆแววตาดูเป็นประกายใสซื่อ “ผมเข้าใจแล้วพี่กำลังพูดประชดอยู่สินะ”
ยังจะมาแกล้งซื่อใส่เขาอีก?
จี้เยี่ยนจื๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางยกยิ้มมุมปาก“อาหยาง ไปเรียกเลี่ยว...”
ยังไม่ทันขาดคำเลี่ยวข่ายก็เดินเข้ามาพอดี
“ประธานจี้ครับ คุณสวีมาหาครับ ตอนนี้รออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว”
จี้เยี่ยนจื๋อยังไม่ทันได้เอ่ยปากจี้ทิงก็ชิงถามขึ้นก่อน “สวีเหรินเหรอครับ?”
“ครับ”
จี้ทิงเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อวานเขานัดไว้ช่วงเที่ยงไม่ใช่หรือทำไมสวีเหรินถึงโผล่มาแต่เช้าขนาดนี้กันนะ...
เชิงอรรถ
[1]บทความ SCI (Science Citation Index) คือบทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติซึ่งถูกจัดทำดัชนีอยู่ในฐานข้อมูล Science Citation Index (SCI) หรือในปัจจุบันคือ Science Citation Index Expanded (SCIE)