"ฝูงกระทิงอสูรตะวันแดง ตัวใหญ่และมีพลังขนาดนี้" ลี้เฟยยิ้มด้วยความตะกละที่จะเก็บหินวิญญาณ ในขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดว่าจะจัดการมันได้อย่างไร ขนาดจิ้งจอกตัวเล็กกว่ากระทิง ข้ายังใช้เวลาสองวัน แต่เจ้าพวกนี้ ตัวใหญ่ผิดกัน จำนวนก็มากกว่าเป็นสองเท่า
เมื่อมองเข้าไป ซีกป่าสองด้านก็มีศิษย์สำนักต่าง ๆ แฝงตัวกระจายอยู่พอสมควรทีเดียว
"เอายังไงดี ..." ขณะที่กำลังเข้าสู่ส่วนป่า พลันเห็นศิษย์กลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กัน เพื่อแย่งชิงซากกระทิงสองตัวที่นอนตายอยู่ด้านข้าง ๆ เมื่อพบคนสำนักอัคคีนอนบาดเจ็บอยู่ ในกลุ่มนั้นคือ เว่ยหัว หงฟงหมิน และศิษย์สายนอกอีกสามคน ส่วนหลงชิงเอ๋อกำลังดูแลศิษย์ร่วมสำนักที่บาดเจ็บ ลี้เฟยจึงมุ่งไปด้านในเพื่อช่วยเหลือ ขณะกำลังมุ่งไป กระบี่เล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทางด้านข้าง
"เจ้าไม่มีสิทธิ์เข้าไป แถบนี้เป็นสิทธิ์ของสำนักกระบี่ ฝูงกระทิงแถบนี้พวกข้าดูแล" หยางผาง ศิษย์สำนักกระบี่ชางไห่
"เจ้าเอาอะไรมาอ้างสิทธิ์ ข้าพึ่งจะเข้ามา กระทิงอสูรมีมากมายหลายร้อยตัว พวกเจ้ามีปัญญาจัดการ ข้าก็มี ข้าไม่แม้แต่จะคิดไปแย่งอะไรพวกเจ้า"
"อีกอย่าง ข้าต้องเข้าไปดูศิษย์ร่วมสำนักข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์อะไรมาห้ามข้า"
ลี้เฟยกล่าวพร้อมหันไปดูรอบ ๆ มีศิษย์สำนักกระบี่ชางไห่ครบทั้งสิบคน กระจายตัวอยู่รวมถึงลี้หยุนที่กำลังเดินเข้ามาทางลี้เฟย
"ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็คนเคยกันเอง ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มาเกาะตระกูลข้าซะหลายปี" ลี้หยุนตะโกนมาด้วยความรังเกียจ โดยตั้งใจประจานให้คนอื่นได้ยินด้วยความสะใจ
"เจ้าไม่ได้ดูแลข้า ท่านปู่และท่านพ่อข้าดูแลเลี้ยงข้ามา ข้าทำงานให้ตระกูลมาตลอด แต่เจ้าไม่" ลี้เฟยพูดเสียงดังแต่สงบ
"เจ้าอย่ามาทำปากดีไปเลย ตอนนี้ตระกูลข้าไม่ต้อนรับเจ้าอีกต่อไป" ลี้หยุนยังไม่หยุดประจาน
"เจ้าไม่ต้องกังวลไป ในเมื่อพวกเจ้าสังหารบิดาข้า ปู่ข้าไปแล้ว ข้าย่อมไม่คิดจะไปเหยียบที่ตระกูลเจ้าอีก บิดาเจ้าไม่ได้บอกรึว่า ข้ามอบชีวิตให้เพื่อทำคุณไถ่โทษ" ลี้เฟยยังคงกล่าวอย่างสงบ โดยไม่แสดงอาการโกรธเคืองแต่อย่างใดให้เห็น
"เจ้าโสโครก ทำปากดีไป วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง เจ้ามันก็เพียงระดับตะวันสีม่วงเท่านั้น ไม่ได้มีพัฒนาการอะไรเลย" ลี้หยุนพุ่งตัวออกมาพร้อมกระบี่คู่ใจ
"กระบี่อสรพิษ" ลี้หยุนส่งกระบี่พุ่งเข้ามาที่หน้าอกหวังพิชิตในกระบี่เดียว ลี้หยุนยิ้มที่มุมปากมั่นใจในฝีมืดที่ฝึกปรือมาตลอดหนึ่งปี
ลี้เฟยไม่คิดแม้แต่จะหลบหลีก เพียงใช้กรงเล็บมังกรขึ้นมารับแรงกระแทกกระบี่ ปลายกระบี่กระทบกับฝ่ามือลี้เฟยอย่างแรง แต่ในขณะเดียวกัน กระบี่กลับโค้งงอร่นเข้ามาแลกแตกกระจาย เมื่อกระบี่แตกกระจายถึงด้ามจับ ลี้เฟยพลิกข้อมือจับข้อมือลี้หยุนบิด ใช้นิ้วดีดด้ามกระบี่พุ่งออกไปด้านหลัง และด้วยแรงจากจักระมังกรกายามหาศาล ร่างของลี้หยุนโดนแรงกระชาก ร่างลอยถูกฟาดลงมากับพื้นในพริบตา
"เจ้ามีฝีมือเพียงเท่านี้ ยังไม่ทำร้ายคนสำนักข้า เจ้ามีกระบี่ แต่กลับมาทำร้ายข้าที่ไร้อาวุธ แต่กระนั้น เจ้ายังทำอะไรข้าไม่ได้ ช่างน่าสมเพชยิ่งนักลี้หยุน" ลี้เฟยเดินเข้าไปดูคนที่บาดเจ็บ จากนั้นหยิบโอสถฟื้นวารีส่งให้เว่ยหัว หงฟงหมินและที่เหลือจนครบ โอสถนี้ฟงหมินเตรียมไว้ให้ข้าเผื่อฉุกเฉิน พวกเจ้ากินและเดินพลัง มันจะละลายและเข้าสู่กระแสโลหิตพวกเจ้าทันที
"ศิษย์พี่ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่" ลี้เฟยหันไปถามหลงชิงเอ๋อ
"อืม ข้าไม่เป็นไร พวกเรากำลังช่วยกันจัดการกระทิงตัวนั้นอยู่ แต่พวกสำนักกระบี่มาจากไหนก็ไม่รู้ เข้ามาล้อมและไล่พวกเราออกไป พวกเราไม่ยอมมันจึงทำร้าย เว่ยหัว ฟงหมินและอีกสามคนออกไปตั้งรับ แต่ต้านกำลังพวกมันไม่ไหว โดนมันทำร้าย ดีที่เจ้ามาทันเวลานี่แหละ" ชิงเอ๋อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนลี้เฟยจะมาถึง
"ลี้เฟยรึ เจ้าทำร้ายลี้หยุน ข้าไม่สามารถให้อภัยเจ้าได้ ข้าจะต้องสอนสั่งเจ้าให้หลาบจำ รวมถึงพวกเจ้าทุกคนด้วย" หยางผางจากสำนักกระบี่ตะโกนขึ้นมา
"เป็นพวกเจ้ามิใช่รึที่ลงมือทำร้ายพวกข้า ตั้งใจแย่งชิงของที่พวกข้าหามาได้ สำนักพวกเจ้าช่างไร้ยางอายนัก" ลี้เฟยสวนกลับทันทีที่หยานผางพูดจบ
"พวกเจ้ามันก็แค่สำนักที่ตกต่ำ เจ้าไม่มีสิทธิ์ใด ๆ อีกต่อไป แล้วเจ้าเองพลังระดับม่วงไม่ต้องมาเสนอหน้า"
"ลี้หยุน ฆ่ามัน" หยานผางไม่พูดพล่ามทำเพลง สั่งลี้หยุนลุยฆ่าลี้เฟยและพวกทันที
"ศิษย์พี่ท่านดูแลพวกเรา สองคนนี้ข้าจัดการเอง" ลี้เฟยหันไปบอกหลงชิงเอ๋อ แล้วก้าวออกไปทันที
"คนจากสำนักกระบี่ช่างไร้ยางอายสิ้นดี"
"ใครให้พวกสำนักอัคคีตกต่ำกันเล่า ถ้าเป็นเหมือนในอดีต ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งแล้ว"
"ใครใช้ให้ไปเก็บซากกระทิงอสูรไว้กันเล่า หามาได้แล้วยังไง ใครมาอำนาจ มีพลังมากกว่าก็ได้ไปอยู่ดี"
ศิษย์สำนักอื่น ๆ ต่างเห็นเหตุการณ์และซุบซิบ แต่ไม่มีใครกล้าเสนอตัวเข้าไปช่วย หนึ่งคือไม่อยากมีปัญหา สองไม่มีปัญญาจะไปช่วย
หยางผางและลี้หยุน รุกเข้ามาด้านหน้า คนหนึ่งพลิกกระบี่เข้าทะลวงด้านล่าง คนหนึ่งรุกด้านบน ลี้เฟยทำได้เพียงแค่ตั้งรับ กระบี่ที่ส่งมามีพลังปราณตะวันสีแดง และยังเป็นระดับกึ่งราชัน กระบี่คู่ยังคงสลับรุกเข้ามาต่างทิศทาง หยานผางเห็นดังนั้นจึงแสยะยิ้มที่มุมปาก หยิบมีดสั้นขนาดเล็กขึ้นมาแล้วขว้างเข้าใส่ลี้เฟย
ลี้เฟยไม่ได้เปิดเกล็ดมังกรกิเลนไว้ และไม่คาดคิดว่าจะถูกลอบทำร้ายโดยอาวุธลับ จึงโดนมีดที่พุ่งมาปาดแขน แม้จะไม่ลึก กลับรู้สึกปวดที่แขนข้างที่โดนมีดอย่างรวดเร็ว
"ไอ้โง่ เจ้าบาดเจ็บแล้ว เจ้าบาดเจ็บ ... เจ้าโดนพิษงูสยงของสำนักข้าแล้ว เจ้าตายแน่" หยานผางตะโกนด้วยความสะใจ แต่ไม่ได้ละอายใด ๆ ที่ใช้พิษลอบทำร้าย
"มีดนี้ ... พวกเจ้าใช้พิษ น่าอับอายยิ่งนัก" ลี้เฟยหัวเราะ พร้อมเดินพลังปราณมังกรและใช้เจตจำนงเคลื่อนที่ดึงพิษในร่างออกมา พิษในร่างถูกดึงออกมาเป็นหมอกดำ ลี้เฟยใช้ฝ่ามือดึงกลุ่มควันนั้นขึ้นมา พร้อมส่งพลังนำกลุ่มควันนั้นอัดแน่น กลายเป็นเข็มขนาดเล็กพุ่งกลับไปยังหยานผางเข้าที่ต้นแขนอย่างรวดเร็ว เมื่อเข็มพิษเข้าสู่ร่างมันกลับกลายเป็นพิษกระจายเข้าสู่ร่างกายหยานผางทันที
ลี้หยุนเห็นดังนั้น จึงสั่งศิษย์สำนักทุกคน "ลุย พวกเจ้าฆ่ามันให้ตกตายเดี๋ยวนี้" พลันหยิบกระบี่ขึ้นแล้วรุกต่อ
"กระบี่นรกอสุรกันต์" ลี้หยุนส่งปราณกระบี่สีแดงออกมาจากปลายกระบี่ กลายเป็นลูกไฟขนาดเล็ก พุ่งออกอย่างต่อเนื่องไปที่ลี้เฟย ส่วนศิษย์คนอื่นอยู่ในระดับชั้นวิญญาณชั้นปลาย พลังจึงไม่ต่ำทีเดียว
ลี้เฟยใช้มังกรกายาเข้าปะทะคนอีกเก้าคน สลับใช้กระแสมังกร แปลงพลังปราณเป็นกระบี่ และหอกสลับรับ สลับส่งอย่างคล่องตัว จากนั้นจึงคิดขึ้นได้ว่า ตนเองได้วิชามาตอนที่เข้าไปในหอปรมาจารย์บรรพกาล
"วันนี้เป็นโชคดีของพวกเจ้า ข้าจะให้เจ้ารู้จักวิชา มังกรปรมัตถ์" ลี้เฟยเปลี่ยนท่าร่างเก็บพลังปราณกระบี่และทวน ไปใช้ท่าพื้นฐานมังกรห้าร่าง รุกเข้าไปยังลูกไฟโดยไม่หลบ ท่าร่างของลี้เฟยสลับไปสลับมา ลูกไฟกระแทกเข้าที่ลี้เฟย "มังกรตะปบมาร" ลูกไฟลูกแล้วลูกเล่าถูกท่าร่างมังกรปรมัตถ์ทำลายไม่เหลือพลัง
มังกรเพลิงสวรรค์ ลี้เฟยรวมท่าร่างพร้อมส่งปราณอัคคีที่ฝึกจากสำนักอัคคีเข้าร่าง รวมกับท่าร่างมังกรปรมัตถ์ ท่ามังกรเพลิงสวรรค์ ลี้เฟยคำรามเสียงดัง "โฮก..." พลังคลื่นเสียงพร้อมลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นส่งออกไปพร้อมกับเสียงมังกรคำราม
"เจ้านั้นมันบ้าหรือเปล่า ลูกไฟเท่ากำปั่นจะไปทำอะไรใครได้" ศิษย์สำนักอื่นยืนหัวเราะวิพากวิจารณ์อยู่รอบนอก
ทันใดนั้นเอง ทุกทิศที่เสียงมังกรคำรามส่งไป ลูกไฟในมือของลี้เฟยก็วิ่งไปตามเสียง และขยายใหญ่ตามกำลังเสียงมังกร กระแทกกับศิษย์สำนักกระบี่
"ตู๊ม ... ตู๊ม ... ตู๊ม ..." เสียงระเบิดที่ลี้เฟยส่งไปสามครั้ง สามทิศทางที่ศิษย์สำนักกระบี่ยืนกระจายกันอยู่