นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    ตอนที่ 46 งานแสดงครั้งใหญ่

    ตอนที่ 46 

    งานแสดงครั้งใหญ่

    ใจกลางเมืองหมื่นราตรีวันนี้มีงานเทศกาลขนาดใหญ่ถูกจัดขึ้นที่ใจกลางเมือง เวทีทรงกลมขนาดใหญ่ที่ยกสูงขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยมีของตกแต่งเป็นผ้าสีแดงและของประดับประดามากมายจนทั่วทั้งงานงดงามตระการตา 

    ลู่หานที่ย่างกายเข้ามาภายในงานครั้งนี้เขาก็ได้แต่ยืนนิ่งแล้วมองทัศนียภาพรอบกายของตนเองอย่างตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่มาที่ยุคสมัยนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาร่วมงานเทศกาลเช่นนี้

    ทัศนียภาพรอบเมืองหมื่นราตรีว่างดงามแล้วเมื่อเข้ามาภายในงานเทศกาลแห่งนี้มันราวกับเทพนิยายแห่งความฝันที่ไม่อยากจะลืมตาตื่น แต่หลังจากที่กวาดสายตามองซึมซับทัศนียภาพรอบกายที่งดงามของตนเองไปสักพักดวงตาทั้งสองข้างของลู่หานเองก็หันมองไปที่ผู้ที่นำพาเขามาที่แห่งนี้ 

    ลู่หานได้นึกว่าก่อนหน้านี้คนผู้นี้บอกกับตนว่าจะพาไปพบของสำคัญ แล้วเขาก็นำพามาที่งานเทศกาลแห่งนี้นั่นย่อมแปลว่าที่แห่งนี้ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

    ทั้งความเข้าใจและประสบการณ์ที่อ่านนิยายแนวนี้มาเป็นจำนวนมากมันทำให้ลู่หานรู้ได้ว่าถ้ามีเวทีขนาดใหญ่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเช่นนี้แปลว่ามันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างเช่นงานประลองหรืออันใดสักอย่างโดยมีของสำคัญเป็นของรางวัล

    “ งานนี้มัน... ” 

    อีกฝ่ายก็แสดงรอยยิ้มเล็กๆรับคำถามของลู่หานก่อนที่เขาจะตอบกลับไป “ การแสดงขนาดใหญ่ที่ถูกจัดขึ้นทุกๆ 1 ปีของเมืองหมื่นราตรี ”

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นลู่หานก็กลับมาตรองดูถึงคำพูดของคนพวกนี้ การประลองที่ถูกจัดขึ้นทุกๆ 1 ปีของเมืองหมื่นราตรี ในคำพูดนั้นมันทำให้ลู่หานรู้ได้ว่าคนผู้นี้น่าจะคุ้นเคยกับเมืองหมื่นราตรีแห่งนี้มากพอสมควร การที่รู้ถึงวันเวลาในการจัดงานสำคัญเช่นนี้ย่อมแปลว่าเขาน่าจะเคยเข้ามาที่เมืองหมื่นราตรีหลายต่อหลายครั้งแล้ว

    “ ตรงนี้ผู้คนมากมายเสียจริง ” ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายของลู่หานเอ่ยออกมาทำให้บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความฉงน 

    “ ตามข้ามาแล้วกัน ” สิ้นสุดเสียงนั้นร่างที่ยืนอยู่ข้างๆของลู่หานก็เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วแหวกว่ายขึ้นบนอากาศอย่างงดงามก่อนที่จะขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคาบ้านเรือนที่อยู่รอบๆแล้วนั่งลงเพื่อใช้ตรงนั้นเป็นที่นั่งพิเศษ

    ลู่หานที่เห็นเช่นนั้นเองก็ทำอะไรไม่ได้ตอนนี้เขายังอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับงานที่กำลังจะเกิดขึ้นหลายๆอย่างจากคนผู้นั้น เพราะว่าถ้างานนี้มันเป็นงานที่ถูกจัดขึ้นทุกๆ 1 ปีของเมืองหมื่นราตรีจริงๆมันแปลว่าต้องมีของสำคัญอย่างมากที่เป็นของรางวัล

    แต่จุดที่นางขึ้นไปนั่งอยู่มันอยู่ห่างจากจุดที่เขายืนอยู่นับร้อยเมตร ด้วยทักษะการเคลื่อนไหวของลู่หานตอนนี้วิชาตัวเบาของเขาไม่สามารถพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างคนผู้นั้นได้อย่างแน่นอน 

    อีกฝ่ายแหวกว่ายขึ้นไปบนอากาศราวกับเดินด้วยท่วงท่าสง่างามตรงยาวไปนับร้อยเมตร แต่สิ่งที่ลู่หานทำได้นั่นก็คือการที่เขาเดินผ่านฝูงคนจำนวนมากเพื่อไปใกล้ๆบริเวณนั้นแล้วใช้แรงกระโดดขึ้นไปบนหลังคาแทน 

    เมื่อขึ้นไปด้านบนคนผู้นั้นก็ยังนั่งรออยู่อย่างใจเย็น เมื่อสังเกตดูท่านั่งมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากบุรุษทั่วไป ลู่หานยังคงไม่เลิกสงสัยเกี่ยวกับเพศของคนผู้นี้แต่เขาก็สลัดความสงสัยทั้งหมดของตนเองออกไปแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆคนผู้นั้นก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ

    ในมุมนี้มันสามารถมองเห็นทุกอย่างในงานเทศกาลได้อย่างชัดเจนราวกับที่นั่งพิเศษที่หาชมได้ยาก 

    “ มาแล้ว ” ผู้ที่นั่งอยู่ข้างกายของลู่หานเอ่ยขึ้นมา 

    เมื่อหูได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็พลันมองตรงไปด้านหน้าทันที สิ่งที่ลู่หานเห็นมันคือคนผู้หนึ่งที่ย่างกายขึ้นมาบนเวที เขาเป็นชายที่มีร่างกายกำยำล่ำสันสวมใส่อาภรณ์สีดำที่ดูแปลกตาไปกว่าผู้อื่นและมีผ้าคลุมสีแดงผืนใหญ่โบกสะบัดปลิวอยู่ด้านหลัง ใบหน้าเคร่งขรึมไร้ซึ่งรอยยิ้มฉายออกมาซึ่งความจริงจัง

    สิ่งที่ลู่หานสัมผัสได้ก็คือบุคคลผู้นี้มีพลังบ่มเพาะอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย ตัวตนของบุรุษผู้นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ธรรมดา และเพราะว่าเรื่องในส่วนเมืองหมื่นราตรียังไม่ถูกยกขึ้นมาภายในนิยายทำให้ลู่หานไม่สามารถล่วงรู้ได้ด้วยว่าตัวตนของชายผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของคนผู้ใด

    เมื่อสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองมันอยู่นอกเหนือขอบเขตความรู้ของเขาไปลู่หานก็หันไปหาผู้ที่พอจะให้คำตอบเรื่องนี้กับตนเองได้นั่นคือผู้ที่นั่งอยู่ข้างกายของเขาในขณะนี้

    ใบหน้าอันงดงามแฝงความสง่างามที่เรียบเฉยแสดงรอยยิ้มเล็กๆอันเย็นชากำลังมองตรงลงไปด้านล่างอยู่ ทว่า..อีกฝ่ายก็สามารถตอบกลับลู่หานมาได้แม้ว่าเขาจะไม่หันมามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของลู่หาน 

    “ ชายผู้นั้นคือเจ้าเมืองหมื่นราตรีแห่งนี้ ” 

    เมื่อได้ยินคำตอบกลับเช่นนั้นลู่หานก็คลายความสงสัยของตนเอง ดวงตาเขาที่ละจากด้านหน้ามามองคนผู้นี้ก็กลับไปมองที่ชายร่างกายกำยำล่ำสันผู้นั้นที่ย่างกายขึ้นมาบนเวทีขนาดใหญ่ต่อ

    ชายร่างกายกำยำที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬมุ่งตรงมาหยุดตรงใจกลางของเวทีทรงกลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหมื่นราตรี ทันทีที่เท้าทั้งสองข้างของมันหยุดลงผ้าคลุมสีแดงด้านหลังก็โบกสะบัดพัดปลิวอย่างสง่างาม

    “ วันนี้จะเริ่มเทศกาลแห่งคำนายอีกครั้ง!!!! ” บุรุษผู้นั้นเปล่งเสียงโทนต่ำอันเคร่งขรึมออกมาจากลำคอ เสียงดังสนั่นได้ยินไปทั่วทั้ง 10 ทิศขนาดตัวของลู่หานที่นั่งอยู่ด้านบนยังพาสะดุ้งเฮือกไปในพริบตาแรก 

    ระดับเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของชายผู้นี้มันดังราวกับเครื่องเสียงขนาดใหญ่ที่เปิดจนสุดเสียง

    แต่เมื่อตั้งสติได้ก็มาตรองดูถึงคำพูดของเจ้าเมืองหมื่นราตรีเมื่อครู่ เขาบอกว่าจะเริ่มเทศกาลแห่งคำทำนายอีกครั้งหนึ่ง

    “ เทศกาลแห่งคำทำนายงั้นรึ ” ลู่หานกล่าวออกมาด้วยความฉงน เขาเองก็ไม่รู้ถึงเทศกาลหรือว่าอันใดเกี่ยวกับงานในครั้งนี้เลยสักนิดตอนนี้สิ่งที่เขานั้นทำได้ก็คือการจับจ้องเจ้าเมืองผู้นั้นอย่าให้คาดสายตาไปสักอย่าง

    “ เริ่มแรกข้าจะขอเลือกผู้เข้าแข่งขันก่อนเป็นอันดับแรก เอาเสาแห่งคำทำนายขึ้นมา!!! ” เจ้าเมืองผู้นั้นหันไปตะโกนสั่งผู้ที่อยู่ด้านล่างเวที

    และแล้วเสาหินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนกับเสาหินทั่วไปแต่มีลวดลายที่สลักอยู่บนเสาหินแตกต่างจากเสาทั่วไปเพราะว่ามันสลักเป็นลวดลายดวงดาวมากมายที่ล้อมรอบเสาหินขนาดใหญ่ต้นนั้นอยู่

    มันต้องใช้คนแบกขึ้นมาเป็นจำนวนหลายสิบคน เมื่อแบกเสาหินต้นนั้นขึ้นมาบนเวทีได้แล้วมันก็ถูกตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเวทีทรงกลมขนาดใหญ่ เสาเข็มที่มีลวดลายเป็นดวงดาวมากมายตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเวทีอย่างเป็นที่สังเกต 

    ลู่หานที่นั่งอยู่บนหลังคาก็พยายามมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตาไม่กระพริบ หลังจากที่เสาเข็มต้นนั้นถูกยกขึ้นมาบนเวทีแล้วผู้ที่ยกมันขึ้นมาก็ต่างกระจัดกระจายลงไปด้านล่างของเวทีเช่นเดิมโดยเหลือเจ้าเมืองของเมืองหมื่นราตรียืนอยู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

    ชายร่างกายกำยำที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬและมีผ้าคลุมสีแดงอยู่ด้านหลังได้ยื่นมือของมันไปสัมผัสกับเสาขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างกาย ชั่วพริบตานั้นเองพลังบ่มเพาะแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของมันก่อนจะเริ่มส่งผ่านไปที่เสาต้นใหญ่ที่มันกำลังสัมผัสอยู่

    และแล้วเสาหินต้นนั้นก็เริ่มเปล่งประกายราวกับแสงดวงดาราที่ประดับอยู่บนท้องนภายามราตรี เส้นแห่งพลังบ่มเพาะมากมายถูกยิงออกมาจากตัวของเสาหินต้นนั้นแล้วมุ่งเข้าไปสู่ตรงเข้าไปสู่ร่างของผู้ที่ถูกเลือก

    และผู้ที่ถูกเลือกหนึ่งในนั้นก็คือลู่หานที่นั่งอยู่ด้านบนของหลังคา เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมากแสงสีขาวพุ่งเข้ามาที่หน้าอกของเขาแล้วเมื่อลองเปิดดูที่หน้าอกของตัวเองก็พบเห็นว่ามีอักขระบางอย่างที่มีลวดลายแปลกๆปรากฏขึ้นตรงหน้าอก 

    หลังจากที่การคัดเลือกผู้ที่เข้าร่วมงานเทศกาลเสร็จเรียบร้อยมือที่กำลังสัมผัสเสาหินขนาดใหญ่อยู่ของเจ้าเมืองหมื่นราตรีก็ลดต่ำลงแล้วมันก็หันมากล่าวกับผู้ชมต่อ 

    “ พวกเราได้ผู้เข้าร่วมทั้ง 10 คนแล้ว ในปีนี้ข้ามีของรางวัลพิเศษอยู่ 3 ชิ้น ” 

    “ ชิ้นแรกป้ายทางเข้าเมืองหมื่นราตรี ผู้ที่ได้ไปจะสามารถเข้าออกเมืองหมื่นราตรีได้ 1 ครั้ง ” เจ้าเมืองหมื่นราตรีได้หยิบป้ายไม้บางอย่างขึ้นมาโชว์เพื่อแสดงของรางวัลชิ้นแรกให้เห็น 

    “ ชิ้นที่สองคือไหดวงจิตเก้าอสรพิษบรรพกาล!!! เอาขึ้นมา!!!! ” เจ้าเมืองที่อยู่กลางเวทีหันไปสั่งกับผู้ที่อยู่ด้านล่างอีกครั้ง ไหสีดำสนิทที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักได้ถูกยกขึ้นมาด้วยคนเดียว 

    ลู่หานที่เห็นเช่นนั้นเขาถึงกับนั่งไม่ติดเขาลุกยืนขึ้นแล้วใช้สายตาของตนเองมองไปที่ไหที่อยู่ในมือของผู้ที่กำลังยกมันขึ้นมาบนเวที 

    “ ไม่ผิดอย่างแน่นอนนั้นมันไหดวงจิตเก้าอสรพิษบรรพกาล ” ลู่หานกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

    “ แล้วอย่างที่สามคือเจ้าสิ่งนี้!!!! ” ลู่หานยังไม่ทันหายตื่นตระหนกกับของชิ้น 2 เสียงของเจ้าเมืองหมื่นราตรีก็กล่าวถึงของชิ้นที่ 3 ขึ้นมาพลันให้ลู่หานละการสนใจของชิ้นที่ 2 ไปก่อนแล้วมองไปที่ทางขึ้นของเวทีขนาดใหญ่

    ตึก!!!! ตึก!!!! ตึก!!!! เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นแสดงให้เห็นเลยว่าสิ่งที่กำลังจะถูกนำขึ้นมามันคือสิ่งที่มีชีวิต 

    ร่างกายอันสง่างามที่มีขนาดใหญ่กว่าคนเพียงแค่เล็กน้อยขนของมันนุ่มฟูมีสีดำสนิทแต่ก็มีปรากฏลวดลายสีขาวขึ้นตามส่วนต่างๆอย่างลงตัวเสริมความสง่างามให้กับร่างของมัน ดวงตาแห่งสัตว์ร้ายที่เป็นสีเขียวมรกตในรูปแบบของดวงตามังกร เท้าทั้งสี่ข้างของมันมีกรงเล็บขนาดใหญ่ที่เป็นอาวุธอันแหลมคมที่สุด หางสีดำด้านหลังวาดเหวี่ยงไปมาราวกับแส้ มันคือพยัคฆ์สีดำสนิทอันสง่างามที่มีความเกรงขามและรูปร่างแตกต่างจากเสือธรรมดาทั่วไป

    ลู่หานที่เห็นของชิ้นที่สามดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขึ้นไปอีกขั้นนึง

    “ เจ้านี้มัน!!! พยัคฆ์มังกรหยินหยาง... ”

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องนี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ ที่คุณอ่าน