ฆ่าหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสง?
ทั้ง2รุ่น?
ท้ายที่สุดการตายปริศนาของหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงคนก่อนก็กระจ่าง!
“เป็นเขานี่เอง!”
“วีรบุรุษสงครามเป็นคนฆ่าหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงคนก่อน!”
“คงเป็นเพราะหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงคนก่อนตั้งค่าหัววีรบุรุษสงคราม เขาเลยต้องการแก้แค้น!”
“ไม่จริง...”สมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงคนหนึ่งพึมพำเสียงแผ่ว จากนั้นหางตาของเขาจึงเหลือบไปเห็นไคเซอร์
“คุณไคเซอร์ วีรบุรุษสงครามคือฆาตกร! คุณต้องทวงความยุติธรรมให้เรา!”
“ใช่! จัดการเขาซะ”
“สังหารมัน!”
สมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงพากันตะโกนขึ้นดังลั่น พวกเขาส่วนหนึ่งได้มีโอกาสเห็นไคเซอร์ฆ่าทานอสกับตา
ในจิตใจของพวกเขาถึงวีรบุรุษสงครามจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้ไคเซอร์ได้
วาสแค่นเสียง ร่างของเขาหายวับไปจากตำแหน่งที่ยืนอยู่
“วาสหยุด!”ในกลุ่มคนทั้งหมดมีเพียงไคเซอร์ที่ตอบสนองการเคลื่อนไหวของวาสได้ทัน
เปรี้ยง!
วาสยกขาขึ้นเหนือศีรษะและฟาดลงมาแสกหน้าสมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงที่อยู่ใกล้ที่สุด
ทว่าก่อนที่ส้นเท้าของเขาจะสัมผัสกับใบหน้าของสมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสง กำปั้นของไคเซอร์ก็มาขวางไว้
การปะทะของสองสัตว์ประหลาดส่งผลกระทบให้พื้นดินยุบตัวลงไปเป็นวงกว้าง สมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงสำรอกเลือดออกมาคำใหญ่ทรุดตัวนอนลงแน่นิ่ง หายใจแผ่ว
“นี่นายต้องการจะทำอะไร!”ไคเซอร์ตวาด
“คุณคิดว่าจะสามารถปกป้องพวกมันได้ตลอดงั้นหรอ?”วาสตีสีหน้าเย็นชาจากนั้นจึงเหลือบมอบไปที่สมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงทุกคนแล้วพูดเสียงเย็นว่า
“จากนี้เป็นต้นไป ถ้าฉันเห็นใครหน้าไหนติดสัญลักษณ์กิลด์อัศวินแห่งแสง ฉันจะฆ่าไม่เว้นแม้แต่คนเดียว”สมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงทุกคนตัวเย็นยะเยือก
“คุณไคเซอร์ นี่...”ไคเซอร์อับจนหนทาง จริงอย่างที่วาสพูด เขาไม่สามารถอยู่ปกป้องสมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงได้ตลอดเวลา และไม่มีทางเกลี้ยกล่อมให้วาสรามือได้ด้วย ความแค้นของทั้งสองฝ่ายมันมาถึงจุดแตกหักแล้ว!
“ฉันขอโทษ”เพียงคำที่ไคเซอร์เอ่ยมาก็ทำให้โลกทั้งใบของกิลด์อัศวินแห่งแสงแตกสลาย ชัดเจนว่ากระทั่งไคเซอร์ก็ไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้
ไคเซอร์รู้สึกหดหู่ คราแรกที่รู้ว่าวาสได้ผ่านการกลายพันธุ์ถือเป็นเรื่องดีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
อย่างไรก็ตาม คุณค่าของวาสในจิตใจของเขาย่อมสูงกว่าสมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงทุกคนรวมกัน
ถ้าต้องเลือก เขาจะเลือกวาสแน่น่อน
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์
“ฉันขอลาออกจากกิลด์อัศวินแห่งแสง”
“ฉันลาออก”
“ฉันด้วย”
.
.
.
เพียงพริบตาเดียวจำนวนสมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงลดลงฮวบฮาบ จนในที่สุดก็ไม่มีสมาชิกกิลด์อัศวินแห่งแสงเหลือในโลกนี้อีก ไม่มีใครกล้าที่จะรับมือกับโทสะของวีรบุรุษสงคราม
พวกเขารู้ว่าวาสพูดจริงทำจริงแน่นอน
ตรากิลด์อัศวินแห่งแสงที่เคยล้ำค่ากลับกลายเป็นตราต้องสาป ร่วงหล่นลงไปกองอยู่กับพื้นดินไม่ต่างจากเศษขยะ!
นี่คืออำนาจของผู้แข็งแกร่ง!
ในวันประกาศตัวของเขาก็คือวันล่มสลายของกิลด์อัศวินแห่งแสง!
เมื่อเห็นพวกเขาทิ้งสัญลักษณ์ตัวเองวาสก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรอีก ในกิลด์อัศวินแห่งแสงยังมีผู้บริสุทธิ์อีกมาก เขาไม่อยากให้มือเปื้อนเลือดโดยไม่จำเป็นและไม่อยากแตกหักกับไคเซอร์อีกด้วย
ระหว่างการต่อสู้ของวาสกับกิลด์อัศวินแห่งแสงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในวงกลมสีทอง
แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ดี
ผู้คนจำนวนหนึ่งทยอยเดินออกจากวงกลมสีทอง ฉากการฆ่าเนสทำให้พวกเขารู้ว่าวาสเป็นคนเด็ดขาดแค่ไหน
หลายคนหวาดกลัวจึงเดินออกไป
หลายคนคิดจะไปยืมปีกของวีรบุรุษสงครามในการก่อตั้งอำนาจเปลี่ยนความคิดในทันที
สำหรับพวกเขาผู้นำที่โหดเหี้ยมและเด็ดขาดไม่ใช่จะรับมือได้ง่ายๆ
ราชาผู้ทรงธรรม? ทรราชผู้โหดเหี้ยม?
เห็นได้ชัดว่าวาสเป็นอย่างหลัง
และทรราชส่วนใหญ่ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน!
แต่ก็มีผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่ชื่นชอบในการกระทำของวาส ถึงวาสจะโหดเหี้ยมแต่นั่นก็แสดงได้ถึงพลังของเขา
ทรราชแล้วอย่างไร?
ถ้านั่นทำให้มีชีวิตรอดอยู่ถึงวันพรุ่งนี้ ต่อให้ต้องขายวิญญาณให้จอมปีศาจพวกเขาก็จะทำ!
ท่ามกลางช่วงเวลาที่คนจำนวนมากกำลังตัดสินใจ วาสไม่ได้สนใจสักนิดว่าใครจะอยู่หรือจะไป
ในความคิดของเขา เมืองที่เขาจะสร้างมันก็คือบ้านและปราการสำหรับพวกพ้องที่เขาไว้ใจเท่านั้น ส่วนพวกที่เหลือก็เป็นแค่ผู้ขออยู่อาศัย
“มีใครต้องการจะพิสูจน์ฝีมือฉันอีกไหม?”
ทุกสิ่งเงียบลงในอึดใจ ชายคนนี้ฆ่าหัวหน้ากิลด์อัศวินแห่งแสงในหมัดเดียว ยังมีอะไรจะต้องพิสูจน์อีก?
ทว่ามีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาลบล้างความคิดทุกคน
“ฉันเอง”ร่างในชุดคลุมนินจาเยื้องย่างออกมา
เร็น หัวหน้ากิลด์เงาหมอก
ถ้าถามว่าใครคือผู้ที่มีอำนาจที่สุดในหมู่ผู้นำมหาอำนาจ ทุกเสียงจะตอบว่าเป็นอาเธอร์
แต่ถ้าถามว่าใครคือผู้ที่มีลึกลับที่สุดในหมู่ผู้นำมหาอำนาจ ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเร็น
ไม่มีใครรู้จักหน้าตาที่แท้จริงของเขา สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเป็นตัวเร็นก็คือดวงตาสีเขียวที่ส่องประกายประหลาด
“นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน”
“ฉันรู้…”
“แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากจะลอง!”ร่างกายเร็นพลันสลายเป็นหมอกสีดำหายวับไปแล้วไปโผล่ด้านหลังวาสในชั่วพริบตา คุไนสะบัดเข้าฟันลำคอวาสอย่างดุดัน
ทว่าคุไนของเขากลับตัดผ่านลำคอวาสไปเสมือนตัดอากาศ ก่อนที่ร่างวาสจะพร่าเลือนและจางหายไป
ภาพติดตา!
“เร็วดีนี่”เสียงกระซิบที่ข้างหูพร้อมกับลมหายใจที่รดต้นคอทำให้หนังศีรษะเร็นชาหนึบ ร่างสลายเป็นหมอกควันหายไปในพริบตาและโผล่ในที่ห่างไกลกว่า 10 เมตร
วาสเบื่อที่จะเล่นสนุกแล้ว ขอบเขตพลังที่ต่างกันทำให้วาสรู้สึกเหมือนกำลังเล่นไล่จับกับเด็ก
สกิลกระชากมิติ!
ระยะห่างของทั้งคู่ย่นเข้ามาในเสี้ยววินาที เร็วเจนกินอัตราตอบสนองของเร็น มือของวาสผลักเบาๆไปที่หน้าอกของเร็น ในเมื่อไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันก็ไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรรุนแรง
แต่ทันทีที่มือของวาสสัมผัสกับหน้าอกของเร็นร่างกายของเขาก็พลันสะท้าน
สัมผัสนุ่มนิ่มที่มือของเขารู้สึก ดูยังไงก็ไม่ใช่หน้าอกของผู้ชาย!
สิ่งที่ตามมาก็คือดวงตาสีเขียวที่ตื่นตระหนกก่อนจะเปี่ยมไปด้วยโทสะ ร่างกายเร็นเปล่งแสงทมิฬก่อนจะมีลำแสงสีดำนับพันระเบิดออกมาทุกทิศทาง โดยมีวาสที่อยู่ใกล้ที่สุด
“เฮ้ย!”แม้แต่ไคเวอร์ยังตื่นตระหนก ดีที่เขาใช้สกิลศาสตราล่องหนของเขาออกมาได้ทันเวลากลายเป็นโดมห่อหุ้มทั้งคู่ไว้ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ส่วนวาสที่อยู่ในโดมนั้นก็ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นป้องกันบริเวณศีรษะที่ไม่ได้สวมเกราะ เคราะห์ดีที่ลำแสงพวกนั้นไม่สามารถเจาะผ่านผิวหนังของเขามาได้
เคร้งๆๆๆ
เสียงโลหะกระทบพื้นดังเกรียวกราว ที่แท้ลำแสงเหล่านั้นก็คือคุไนจำนวนมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากร่างของเร็น
“ฉันยอมแพ้”เร็นที่เห็นว่าสกิลของเธอไม่สามารถทำอะไรวาสได้แม้แต่ฝุ่นผงจึงยอมแพ้ไปด้วยท่าทางหงุดหงิด
“คุณเป็น...”
“หุบปาก!”เร็นตวาดก้อง วาสกลืนคำว่าผู้หญิงลงคอก่อนจะส่ายหน้าออกมา
ช่างเถอะ! มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
การที่เห็นเร็นยอมแพ้โดยไร้ทางสู้ ทำให้หลายคนได้ประจักษ์ถึงพลังอันไร้ก้นบึ้งของวาส
หลังจากที่ต่อสู้กับเร็นเสร็จสายตาของวาสก็เหลือบไปมองคนๆหนึ่ง
“นายเก็บข่อมูลพอหรือยัง?”คำถามนี้เขามอบให้แก่อาเธอร์ หัวหน้ากิลด์เทพตกสวรรค์!
คนอื่นอาจจะคิดว่าเร็นเป็นคนที่ลึกลับมากที่สุด แต่กับวาสมันไม่ใช่ หมอนี่ต่างหากที่ลึกลับที่สุด
ทุกการเคลื่อนไหวของวาสที่ผ่านมา เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาได้ตลอดเวลา สายตานั้นเหมือนสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินเป้าหมายว่ามีความสามารถแค่ไหนและรอตะครุบทีเดียวให้อยู่หมัด!
อาเธอร์มีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่วาสฆ่าเนสสีหน้าของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนไป
ใต้ใบหน้ายิ้มแย้มไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
“อะแฮ่ม ก่อนที่เราจะสู้กันผมว่าเรามาเดิมพันอะไรกันหน่อยไหมครับ”อาเธอร์ไม่อ้อมค้อมเขาพูดเข้าสิ่งที่เขาต้องการทันที
“นายต้องการอะไร”
“ถ้าผมชนะ ผมอยากจะขอหนังสือเล่มที่คุณไคเซอร์มอบให้คุณเมื่อสักครู่ได้หรือเปล่าครับ?”
“!”วาสจ้องมองที่อาเธอร์อย่างจริงจัง หนังสือแห่งบรรพชนนั้นมีค่ามากมายมหาศาลสำหรับวาส และเป็นไปไม่ได้ที่คนที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์วีดจะรู้จักหนังสือแห่งบรรพชน
แต่ถึงกระนั้น ต้องบอกว่าเซนส์ของอาเธอร์นั้นน่ากลัวมาก ถึงเขาจะไม่รู้ว่าหนังสือแห่งบรรพชนซ่อนอะไรไว้แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงคุณค่าของมัน
“ท่านผู้เฒ่าว่ายังไงครับ”วาสต้องถามความเห็นของผู้เฒ่าเวนก้าก่อน ถึงอย่างไรหนังสือแห่งบรรพชนก็เป็นมรดกของชาววีด
“ทำตามที่ท่านต้องการเถอะท่านวาส”วาสพยักหน้า
“แล้วถ้าฉันชนะ ฉันจะได้อะไร”วาสมั่นใจว่าตนจะชนะแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากจะรู้ว่าอาเธอร์จะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนกับเขา
“อืม....งั้นเอาเป็นของสิ่งนี้แล้วกันครับ”อาเธอร์ชูบางสิ่งขึ้นมา และทันใดนั้นก็เกิดเสียงอุทานนับพันขึ้นพร้อมกันว่า
“เมล็ดสกิลอสูร!”สายตาที่ทอประกายความโลภจับจ้องไปที่ของบนมือของอาเธอร์ไม่ว่างตา ถ้าของสิ่งนี้อยู่บนมือของคนอื่นไม่พ้นตอนนี้คงถูกรุมสับเละเป็นชิ้นๆไปแล้ว
กระทั่งวาสเองยังให้ความสนใจกับของชิ้นนี้
ในโลกใบนี้นอกจากค่าสถานะแล้ว สกิลก็คืออาวุธที่ทรงพลังชนิดหนึ่ง!
“ถ้างั้นก็มาเริ่มกัน”สิ้นคำร่างของวาสก็หายไป!
เขาไปปรากฏในมุมอับสายตาด้วยความเร็วสูงชนิดที่ว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนตามทันและชกหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาต้องการจบการต่อสู้ในหมัดเดียวแล้วจะได้ไปจากลานประลองไร้สาระนี้เสียที
ภาพในหัวของเขาคือภาพของอาเธอร์ที่ถูกซัดปลิวไปไม่ต่างจากคนอื่นๆ
“อย่ารีบนักสิครับ”เสี้ยววินาทีนั้นเอง สกิลสุดยอดสัญชาตญาณของเขาก็แผดเสียงร้องเตือนดังลั่น เหงื่อเย็นผุดวาบขึ้นกลางหลัง
สกิลกำแพงดิน!
วาสใช้สกิลป้องกันขึ้นในชั่วอึดใจ
ฉับ!
กำแพงดินของเขาราวกับกระดาษบางได้ถูกบางอย่างตัดเป็นสองส่วนแต่ก็ช่วยซื้อเวลาให้วาสได้เบี่ยงตัวหลบ ประกายแสงสีขาวที่วาดห่างจากคอเขาไปเส้นยาแดงผ่าแปด
สกิลกระชากมิติ!
วาสใช้สกิลกระชากมิติ แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่อาเธอร์ แต่เป็นชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง การกระทำนี้ก็เพื่อทิ้งระยะห่างจากอาเธอร์ให้ได้มากที่สุด!
วาสยกมือขึ้นลูบลำคอ มือสากสัมผัสได้ถึงของเหลวสีแดงข้น!
เลือด!
นี้นับเป็นบาดแผลแรกนับตั้งแต่เขากลายพันธุ์ ถ้าเมื่อครู่เขาหลบไม่ทันคอของเขาอาจจะขาดไปแล้ว
สายตาเฉยชาพลันเปลี่ยนเป็นสุขุม มองไปที่หน้ากากรอยยิ้มที่อาเธอร์สวมอยู่
ถึงตอนนี้เขาก็ได้รู้ความลับอย่างหนึ่งของอาเธอร์แล้วว่า...
ชายคนนี้ได้ผ่านการกลายพันธุ์มาแล้ว!