ดอกบัวหิมะนั้นนับว่ามีมูลค่าสูงมาก ในตลาดแทบจะหาซื้อไม่ได้ ที่ผ่านมาหลิวสุ่ยเยว่ได้รับทรัพยากรจากตระกูลหลิวมากมาย รวมถึงดอกบัวหิมะด้วย ทว่าแต่ในตอนนี้ ดอกบัวหิมะที่มีได้้ใช้ไปหมดแล้ว นางจึงต้องออกตามหาด้วยตัวเอง ปกติแล้วหลิวหานพ่อของนางมักหามาให้ และในครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาหมายที่จะหาดอกบัวหิมะให้ลูกสาว แต่หลิวสุ่ยเยว่กลับอยากออกไปหาด้วยตัวเอง หญิงสาวคิดว่านางเองก็โตแล้วจะเอาแต่พึ่งพาบิดาอย่างเดียวไม่ได้
เมื่อได้ฟังนางกล่าวดังนั้น หลิวหานก็ไม่ขัดใจนางมากนักปล่อยให้นางทำตามใจตัวเอง แม้ป่าทางตอนเหนือจะอันตราย แต่นางบรรลุขอบเขตปราณจิตขั้นที่เจ็ดแล้ว คงไม่ลำบากมากมายนัก นี่จึงถือว่าให้นางไปพบเจอประสบการณ์ด้วยตัวเองบ้าง
ป่าทางเหนือนั้นห่างจากเมืองขุนเขาราวๆยี่ิสิบกิโลเมตร แต่ส่วนลึกของมันกว้างขวางยาวนานทอดไปหลายร้อยกิโล ยี่สิบกิโลเมตรนับว่าเป็นป่าชั้นนอก หากจะค้นหาดอกบัวหิมะ ต้องเข้าไปอีกไกล อย่างต่ำก็ห้าสิบกิโลเมตรเป็นต้นไป ชาวบ้านมักจะหากินโดยบริเวณไม่เกินยี่สิบกิโลเมตร หากเข้าไปมากกว่านั้น อาจพบสัตว์อสูรดุร้ายเป็นจำนวนมากได้
หลิวสุ่ยเยว่แม้บรรลุขอบเขตลมปราณจิตขั้นที่เจ็ดแล้วนางเองยังคงไม่ประมาท ถึงได้ชักชวนจื่อต้าหลงไปช่วยอีกแรง เพราะถึงยังไง หลิวสุ่ยเยว่ได้เห็นพลังต่อสู้อันน่าหวาดหวั่นของจื่อต้าหลงมาแล้ว ทำให้นางมั่นใจว่าเขาคงช่วยนางได้มากแน่ในการตามหาบัวหิมะครั้งนี้
“เช่นนั้น ท่านจะลงมือเมื่อใด?” จื่อต้าหลงถาม
“พรุ่งนี้เลย ท่านพร้อมหรือไม่?” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว นางจำเป็นต้องใช้ดอกบัวหิมะในการฝึกฝนฝ่ามือหิมะของนาง ตอนนี้วิชาฝ่ามือของนางเข้าสู่ระดับสูงแล้ว นี่ทำให้ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก หากฝึกไปได้ถึงขั้นสูงสุด จะสามารถแช่แข็งศัตรูได้อย่่างงายดาย
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ เรามาพบกันที่นี่ยามเช้าดีหรือไม่?” จื่อต้าหลงกล่าว
“ดี….. ตกลงตามนี้” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว
หลังจากตกลงกันเรียบร้อยทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับ
ตัวจื่อต้าหลงเองกำลังคิดวิธีฝึกฝนอยู่พอดี ได้ออกไปท่องหาดอกบัวหิมะกับหญิงสาว นับว่าเป็นการฝึกอย่างหนึ่งได้เช่นกัน เพราะอาจได้พบเจอสัตว์อสูรมากมายที่ป่าทางเหนือ อันตรายมีทุกหย่อมหญ้าหากไม่ระวังให้ดี ชีวิตอาจดับสูญ ทำให้ต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษ
ป่าทางเหนือนั้นตั้งอยู่ตอนบนของเมืองปลาทอง สัตว์สูรหลากหลายชนิดเองก็อยู่ที่นั่น น้อยครั้งที่จะมีคนเข้าไปเกินกว่ายี่สิบกิโลเมตร แต่จื่อต้าหลงกับหลิวสุ่ยเยว่นั้น จำเป็นต้องเข้าไปในส่วนลึกเพื่อหาดอกบัวหิมะ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปภายในป่า
เช้าวันถัดมา
ทั้งสองนัดเจอกันที่ศาลาชมจันทร์ จื่อต้าหลงมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เขายืนรอได้ไม่นานก็เห็นหลิวสุ่ยเยว่เดินมาทางเขา นางในวันนี้ สวมด้วยชุดชาวยุทธสีขาวบริสุทธิ์ ผมมัดเป็นหางม้าดูแล้วทะมัดทะแมงมากนัก! แม้จะแต่งกายเช่นนี้ หญิงสาวยังคงงดงามไม่เสื่อมคลาย คิ้วโค้งดุจจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากอวบอิ่มแต้มไปด้วยสีแดงชาด นี่ทำให้ทุกผู้ที่เห็นต้องตะลึงตะลานจนขวัญหลุดลอย
จื่อต้าหลงมองนางอย่างเหม่อลอย ภายในใจเพ้อรำพึง ‘ช่างงดงามยิ่งนักเป็นความงามที่หาที่เปรียบมิได้!’
เมื่อมาถึงตรงหน้าชายหนุ่ม หลิวสุ่ยเยว่ก็ได้ทักทาย “มานานแล้วหรือไม่?”
“ไม่นานเลย ข้าเพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่เหมือนกัน” จื่อต้าหลงตอบ จื่อต้าหลงในวันนี้มาด้วยชุดชาวยุทธ์สีดำ พร้อมออกศึกตะลุยแดนอย่างเต็มที่ เขาไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องมากมายนัก นี่ทำให้เขาดูลึกลับ มีสเน่ห์อย่างร้ายกาจ
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ” จื่อต้าหลงกล่าวพร้อมกับนำทาง หลิวสุ่ยเยว่เองก็เดินตามเขาไป ทั้งสองใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงส่วนนอกของป่าทางเหนือ หากเข้าไปในป่าแล้วยี่สิบกิโลแรกยังนับว่าปลอดภัย แต่หลังจากยี่สิบกิโลแรกไปแล้วนั้น ล้วนอันตรายทุกฝีก้าว ผู้ที่จะเข้าไปลึกกว่านั้นต้องมีพลังฝีมืออย่างน้อยขอบเขตลมปราณจิตขั้นที่หนึ่งเป็นอย่างน้อย จึงจะเข้าไปได้อย่างปลอดภัย และต้องมีด้วยกันสองถึงสามคนถึงจะเอาตัวรอดได้!
จื่อต้าหลงยามนี้บรรลุขอบเขตลมปราณจิตขั้นที่สี่ ส่วนหลิวสุ่ยเยว่บรรลุขอบเขตปราณจิตขั้นที่เจ็ด การออกตามหาดอกบัวหิมะครั้งนี้จึงไม่นับว่ายากเย็นจนเกินไปนัก
ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจประมาทได้เช่นกัน ยังไงน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หากไม่ระวังอาจต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ เวลาไหลผ่านในที่สุดพวกเขาก็เข้าไปลึกเกินกว่าห้าสิบกิโลเมตรของป่าทางเหนือแล้ว ระหว่างทางทั้งคู่ ได้ยินเสียงสัตว์อสูรคำรามอยู่ไกลๆ พวกมันไม่ได้โจมตีเข้ามา อาจเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงพลังของผู้มานั้นเข้มแข็งมากเกินไป จึงได้แต่ซ่อนเร้น สัตว์อสูรพวกนี้มีปัญญามากว่าสัตว์ทั่วไปมากนัก
หลังจากเข้าไปได้นับเกินกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร ก็ถึงยามเที่ยงพอดี ทั้งคู่หยิบอาหารออกมาจากแหวนมิติเพื่อกินกัน อย่างไรกองทัพก็ยังต้องเดินด้วยท้อง
“คงต้องขึ้นทางเหนือให้มากกว่านี้กระมังถึงจะสามารถพบเจอดอกบัวหิมะได้?” จื่อต้าหลงกล่าว
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” หลิวสุ่ยเยว่ตอบ
หลังจากกินกันเสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ก็เข้าไปในส่วนลึกของป่าทางเหนือ ตอนนี้เริ่มมีเกล็ดหิมะแซมตามต้นไม้ข้างทางบ้างแล้ว ดอกบัวหิมะมักเติบโตในบริเวณพื้นที่หนาวเหน็บ ทั้งคู่มุ่งต่อไปยังทิศเหนือ จนในที่สุด… ก็พบเจอดอกบัวหิมะหนึ่งต้น มันอยู่ในเกร็ดน้ำแข็งข้างต้นไม้ หลิวสุ่ยเยว่จึงเดินไปเก็บมันไว้ในแหวนมิติทันที
“ต้นแรกหาได้ง่ายถึงเพียงนี้เชียวรึ? สุ่ยเยว่ท่านหมายไว้กี่ต้น?” จื่อต้าหลงถาม
“ข้าต้องการสามต้นในการฝึกฝน…” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว
“งั้นไปกันต่อเถอะ”
น่าแปลกนักที่ไม่มีสัตว์อสูรใดมาระรานพวกเขาเลย อาจเป็นเพราะทั้งคู่ไม่ได้ปิดบังซ่อนพลังปราณไว้ เลยทำให้สัตว์อสูรเหล่านั้นเกรงกลัว โดยเฉพาะ… ความเข้มข้นพลังปราณของหลิวสุ่ยเหว่นั้น… หนาแน่นมาก เข้มข้นเสียจนพวกมันมิอาจกล้ามาตอแย หญิงสาวเปรียบเสมือนราชันย์แห่งป่านี้ โดยทั่วไปสัตว์อสูรในบริเวณนี้จะอยู่ในชั้นลมปราณก่อเกิดกันทั้งนั้น มีไม่มากนักที่อยู่ในขอบเขตลมปราณจิต แต่ถึงอย่างนั้นหลิวสุ่ยเยว่ก็หาได้ประมาทอันใดไม่แม้มันจะดูปลอดภัยมากแค่ไหนก็ตาม!! หญิงสาวยังคงระแวดระวังทุกฝีก้าว จื่อต้าหลงเองก็เช่นกัน เขาไม่เคยเข้าป่าลึกขนาดนี้มาก่อน จึงต้องระวังตัวให้มาก บรรยากาศในป่าช่างน่าหวาดหวั่นขนลุกเป็นอย่างยิ่ง ต้นไม้สูงชะรูด เรียงรายอยู่เต็มป่าไปหมดราวกับจะมีตัวอะไรโผล่ออกมา
มันมาพร้อมกับความเงียบ นี่ยิ่งทำให้ใจของคนลุ้นระทึกว่า อาจมีตัวอะไรแปลกๆโผล่ขึ้นมากลางทางก็เป็นได้ อย่างเช่น วิญญาณ? ภูติผี? ปีศาจ…อะไรเช่นนั้น จื่อต้าหลงไม่ค่อยถูกกับบรรยากาศเช่นนี้เท่าไหร่ มันเงียบเกินไป เงียบจนน่าขนลุก ยังดีที่มีหลิวสุ่ยเยว่อยู่ข้างกาย เขาจึงเบาใจลงไปเยอะ หากให้เขามาที่นี่คนเดียวเขาคงปฏิเสธทันที
การเดินทางครั้งนี้ยาวไกลนัก ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ทะลุมาถึงทุ่งหิมะ ต้นไม้บริเวณนี้ เต็มไปด้วยหิมะเกาะมากมาย อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคู่ยังคงเดินต่อไปไม่สนสภาพอากาศที่เหน็บหนาว เดินลึกเข้าไปอีกถึงสิบกิโลเมตร…. ในที่สุดก็พบดอกบัวหิมะมากกว่า 6 ดอก มันตั้งอยู่ทางทิศปากถ้ำ หน้าถ้ำนั้นมีสัตว์อสูรลิงยักษ์นอนเฝ้าอยู่ สัตว์อสูรลิงยักษ์ตัวนี้กลับมีพลังถึงขอบเขตลมปราณจิตขั้นที่สิบ!!