เสียงหวานและสดใสของเด็กสาวดังขึ้น
ตามมาพร้อมกับการปรากฏตัวของเรือนกายเพรียวบางในชุดอาภรณ์สีชมพูดวงหน้าน่ารักของนางมีรอยยิ้มซุกซน เส้นผมมัดแกละไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดวงเนตรแลดูใสซื่อบริสุทธิ์ แฝงไว้ซึ่งความเอาแต่ใจและเย่อหยิ่งเล็กน้อย
เรือนกายที่บอบบางน่าทะนุถนอมของนางปานประหนึ่งบุปผาน้อยที่เชิญชวนให้ผู้คนที่พานพบเป็นต้องรู้สึกอยากปกป้องและเอ็นดูนาง
“นางเป็นใครกัน?”
“ว้าว? น่ารักเหลือเกิน!? ดรุณีน้อยผู้นี้อยู่ในขบวนคาราวานด้วยงั้นหรือ?”
“จุ๊ๆถึงกับมีเด็กสาวที่สดใสและสวยงามเช่นนี้?”
ผู้คนโดยรอบต่างแตกตื่นจ้องมองเด็กสาวอายุ 16 ปีนางนั้นอย่างสงสัยใคร่รู้ต่างคนต่างพยายามคาดเดาที่มาที่ไปของนางบุรุษหนุ่มเลือดร้อนบางคนมิอาจอดทนไหวและลืมเก็บอาการ เผลอมองนางเขม็งอย่างหยาบโลน
ทว่าพวกเขาก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเหล่าคนคุ้มกันต่างป้องหมัดและก้มโค้งศีรษะ
“ทักทายคุณหนูขอรับ!”
“ทักทายคุณหนูเจ้าค่ะ!”
“...อะ... อะไรนะ?”
“คุณหนูงั้นรึ?หรือว่า... นางจักเป็นคุณหนูสามแห่งตระกูลถังผู้นั้น!?”
“คุณหนูสามตระกูลถัง!”
พวกเขาต่างอุทานและตื่นตระหนกตกใจเมื่อรับรู้ถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาสามัญของนาง คนที่แสดงกริยาหยาบคายต่างหนาวไปถึงไขสันหลังเร่งเก็บอาการและแสร้งเบนสายตามองไปยังที่อื่น มิขวัญกล้าล่วงเกินนางแม้แต่นิด
นางนั้นมีฐานะสูงส่งยิ่ง เป็นถึงบุตรีของเจ้าตระกูลถังที่มั่งคั่งและยิ่งใหญ่ตระกูลระดับ 3 ที่มียอดฝีมือระดับยอดยุทธ์อยู่ในตระกูลอำนาจบารมีของตระกูลนี้สามารถครอบคลุมผืนฟ้าเหนือเมืองไม้เขียวได้ด้วยเพียงแค่ฝ่ามือเดียว
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงชีวิตน้อยๆของพวกเขาที่อาจปลิดปลิวได้ตลอดเวลาหากกระทำการไม่เหมาะไม่ควรต่อนาง!
เพราะหากนางผู้เป็นทายาทของเจ้าตระกูลอยู่ที่นี่ก็ย่อมต้องมีผู้คุ้มกันที่ทรงพลังคอยปกป้องอยู่ข้างกายและดูจากระดับขุมพลังของตระกูลถังแล้ว...ตบะพลังของผู้คุ้มกันจะต้องไม่ต่ำต้อยกว่าระดับวิญญาณแท้เป็นแน่!
‘เด็กสาวผู้นี้น่าสนใจ...นางคือทายาทสายเลือดตรงของตระกูลถัง ผู้มีสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต... และ...ยังมีจิตวิเศษอีก?’ เมื่อเห็นนาง อี้ชิงก็บังเกิดความประทับใจเสี้ยวหนึ่งจากสัมผัสที่เฉียบคมของเขา ทำให้คนสัมผัสได้ถึงดวงจิตวิเศษในตัวของนาง
ตลอดรวมไปถึงสายตาลึกลับที่แอบจับจ้องมองมายังเขาจากความมืดจิตสัมผัสของอีกฝ่ายพยายามเจาะทะลวงการป้องกันและการปกปิดของอี้ชิงเข้ามาเพื่อตรวจสอบและสืบสวนตัวตนที่แท้จริงของเขา
แต่ก็น่าเสียดาย...ที่ต่อให้พยายามยังไงก็เปล่าประโยชน์
ซึ่งนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายที่ชายหนุ่มเดาว่าน่าจะเป็นคนคุ้มกันของคุณหนูสามรู้สึกวิตกกังวลและหวาดระแวงเป็นอย่างมากเขารั้งจิตสัมผัสกลับมาและตรึงไปบนตัวของคุณหนูของตนแทน พลางลอบเคลื่อนกายเข้าใกล้เผื่อเกิดเหตุการณ์อันตรายร้ายแรงขึ้นกับนาง
‘ความแข็งแกร่งของจิตสัมผัสนี้...ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ ขั้น 3 ? ความแข็งแกร่งในระนาบบรรพชนและสามารถก่อตั้งขุมพลังระดับ 2 ก็ยังกลับกลายเป็นเพียงแค่ข้ารับใช้?รากฐานของตระกูลถังไม่เลวเลย...’
ชายหนุ่มประเมินความแข็งแกร่งและรากฐานของตระกูลถังอีกครั้ง
ชายชราผู้เฝ้าประตูหรือปู่หวงเลิกคิ้วป้องมือคำนับเล็กน้อย ไถ่ถามอย่างประหลาดใจว่า “คุณหนูท่านต้องการมอบป้ายลูกค้าผู้มีเกียรติให้แก่เขารึ? แบบนั้น...ข้าว่าอาจจะไม่เหมาะสมนะขอรับ เขาเป็นใครเราก็ไม่รู้”
“อะไรนะ?ป้ายลูกค้าผู้มีเกียรติ!?” คราวนี้ฝูงชนตะลึงอีกรอบพวกเขาได้สติและหันควับไปมองยังอี้ชิงทันที ในแววตานั้นมีความเคลือบแคลงสงสัยความอิจฉาริษยา และความไม่พอใจที่ถูกปฏิบัติแตกต่าง
เจ้าหนุ่มที่อวดรวยคนนี้มีอะไรดี?ที่ทำให้คุณหนูถังถึงขนาดอยากมอบป้ายลูกค้าผู้มีเกียรติให้แก่เขากัน!?
ป้ายลูกค้าผู้มีเกียรตินั้นไม่ธรรมดาตามชื่อของมันบุคคลที่จะได้รับป้ายนี้นั้นอย่างต่ำๆต้องครอบครองตบะระดับวิญญาณแท้หรือไม่ก็ต้องมีสถานะเบื้องหลังที่สูงส่งเพียงพอต่อการได้รับการยกย่องจากตระกูลถัง!
อะไรคือการได้รับเกียรติและความเคารพจากตระกูลระดับ 3 ? คำตอบของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่...ที่แน่ๆเลย คือในเมืองเล็กๆเยี่ยงเมืองไม้เขียวแห่งนี้ย่อมมิมีผู้ใดคู่ควรต่อเกียรติยศและความโปรดปรานนั้น!?
กระทั่งเจ้าเมืองไม้เขียวก็ยังไม่สามารถ!
“ปู่หวง!มอบมันให้แก่เขาซะ!” ถังหว่านยังคงยืนยันคำเดิมนางเชิดคางน้อยๆขึ้นอย่างยโสและเอาแต่ใจ
“นั่น...”ชายชราลังเล
“หรือไม่...ก็มอบป้ายชั่วคราวให้เขาก่อนก็ได้” เด็กสาวพูดประโยคต่อไปช่วยหาทางลงทางออกให้กับเขา
ได้ยินดังนั้นผู้เฝ้าประตูชราก็รู้ว่าตนนั้นตกหลุมอุบายของคุณหนูเสียแล้วจึงจำใจจะต้องตามอกตามใจนางอย่างเลี่ยงไม่ได้ “อ่า เช่นนั้นผู้ชราก็มิคัดค้านขอรับ ระยะเวลา 3 วันเป็นอย่างไร?”
“แค่นั้นก็พอ!”
ชายชราหยิบป้ายบางอย่างออกมาจากถุงใช้จิตสัมผัสกระตุ้นและขีดเขียน เพียงหนึ่งอึดใจก็เสร็จสิ้นเขาเดินมาหาอี้ชิงและส่งมอบให้แก่อีกฝ่ายด้วยสองมือน้ำเสียงคำจานั้นเต็มไปด้วยความเคารพดุจเด็กน้อยเผชิญผู้อาวุโสผู้ใหญ่
“ลูกค้าผู้มีเกียรติโปรดรับป้ายนี้เอาไว้เถิดขอรับ”
“ในช่วง 3วัน ท่านจะได้รับส่วนลดพิเศษ และสามารถเข้าถึงสินค้าที่ดีที่สุดของทางเรา...โซนที่ 3 ได้เปิดประตูไว้ให้ท่านแล้ว”
“ขอบใจคุณหนูสามและเจ้ามาก”อี้ชิงเหลือบมองเด็กสาวแวบหนึ่ง รับป้ายมาและกล่าวขอบคุณทั้งสองคนด้วยสัมผัสของเขา ย่อมรับรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นคิดร้ายคิดไม่ดีกับตนหรือไม่เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจึงคล้อยตาม
ถังหว่านยิ้มหวานดุจดอกไม้เบ่งบานทำชายหนุ่มหลายคนใจเต้นแรง นางเดินเข้าหาอี้ชิงและพูดเชิญชวนว่า “มาเถอะพี่ชาย ข้าจะเป็นคนแนะนำท่านเอง!”
“โอ้?งั้นรบกวนคุณหนูสามด้วย”
ทั้งสองเดินเข้าไปในส่วนลึกของขบวนสินค้าด้วยกันและเข้าไปในกระโจมหลังใหญ่ที่สุดท่ามกลางสายตาร้อนแรงอย่างอิจฉาริษยามากมายของผู้คนในบริเวณนั้นที่จ้องเขม็งมองมาจนเพลิงไฟเกือบลุกไหม้
แม้กระทั่งเหล่าคนงานคุ้มกันก็ยังอดขัดใจมิได้พอเห็นการกระทำที่ดูอ่อนโยนและผิดแปลกไปของคุณหนูสาม
นี่ยังใช่คุณหนูที่แสนหยิ่งยโสดื้อรั้น และเอาแต่ใจอยู่อีกหรือไม่?
เหตุไฉนจึงเป็นราวกับลูกแมวเชื่องๆได้เล่า?
พวกเขาได้แต่มึนงงและสงสัยในใจแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ากังขาต่อการตัดสินใจของนาง
“พี่ชายนี่คือโซนที่ 1 ที่นี่จะเก็บของระดับมนุษย์เอาไว้แต่ท่านอย่าได้มองว่าพวกมันระดับต่ำเชี่ยวล่ะ คุณภาพของพวกมันดีกว่าข้างนอกนั่น2-3 เท่าได้เลย! เพราะมันถูกหลอมสร้างโดยนักหลอมสร้างที่เก่งกาจหรือลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ของพวกเขา!”
“แน่นอน! ว่าราคาของพวกมันจะแพงขึ้นด้วย!”
“โซนที่ 2คือของระดับเหลือง! มันมาจากหลากหลายเมืองไม่ว่าจะเมืองเล็กเมืองน้อยหรือเมืองขนาดกลางทุกๆที่ที่กองคาราวานของตระกูลถังเราเดินผ่าน เราได้ซื้อและรวบรวมพวกมันเอาไว้ ณที่นี่หมดแล้ว!”
“และ...”
“ในโซนที่พิเศษสุด...โซนที่ 3 ...”
“ที่แห่งนี้มีสินค้าที่ดีที่สุดของพวกเราตั้งขายอยู่ระดับของพวกมันอย่างต่ำคือระดับเหลือง! บางชิ้นมีระดับสูงถึงระดับดำ! ความล้ำค่าและความหายากของพวกมันไม่ต้องเอ่ยอธิบายให้มากความ”
“ยกตัวอย่างก้อนหยกชิ้นนี้ที่ต้องขุดลึกลงไปในภูเขาไฟกว่า20-30 เมตร ความร้อนของมันแม้แต่ระดับปรมาจารย์ก็ไม่สามารถทนไหวแต่เพราะกล่องน้ำแข็งที่ถูกออกแบบอย่างพิเศษของเรา จึงพอระงับมันไว้ได้ชั่วคราว”
“...”
“...”
เด็กสาวอธิบายแต่ละอย่างแต่ละชิ้นขณะที่เดินไปตามทาง
นางเลือกหยิบยกขึ้นมาเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าและแพงมากที่สุดบอกสรรพคุณและความสามารถของพวกมันแก่ชายหนุ่มอย่างไม่ปิดบังหรือหมกเม็ดความรอบรู้และความฉลาดเฉลียวทำให้นางยิ่งดูมีเสน่ห์และน่าดึงดูด
ดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มรอยยิ้มน่าเอ็นดู และเรือนกายเพรียวบางของดรุณีวัยแรกแย้มอันน่าทะนุถนอมของนาง
สิ่งเหล่านั้นช่างล่อลวงอี้ชิงนักจนคนอดชื่นชมนางมากขึ้นมิได้
“โอ้?น้องหว่าน? เจ้ามาแล้วงั้นหรือ? ข้ารอคอยเจ้าอยู่นานแล้ว”
ตอนนี้เองที่น้ำเสียงแหบแห้งและไม่สุภาพได้ดังขึ้นชายหนุ่มในชุดคลุมน้ำเงินได้เดินเข้ามา เขามีรูปร่างที่ผอมเหมือนกิ่งไม้ ตาโตและคิ้วหนา แม้ในมือจะถือพัดขนนกที่พยายามทำให้ตัวเองดูดีแต่ก็มิอาจปกปิดความอัปลักษณ์ไปได้
เขาคือจวงมิ่นกัง นายน้อยรองแห่งตระกูลจวง ตระกูลระดับ 2
ข้างหลังของเขามีคนคุ้มกันระดับปราณเเท้ติดตามมา 4 คน แต่ละคนปลดปล่อยกลิ่นอายปราณวิญญาณอย่างไม่เกรงกลัวใครสะกดข่มทุกคนที่เข้าใกล้ให้ถอยห่างแม้แต่คนคุ้มกันสินค้าก็ยังไม่อยากหาเรื่องหมางใจกับพวกเขา
“จวงมิ่นกัง...เจ้าสุนัขหน้าไม่อาย เจ้ากล้าดียังไงถึงเข้ามาในพื้นที่ของข้า!? โดนลุงอู่สั่งสอนไปครานั้นยังไม่เข็ดอีกหรือ?” เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใครสีหน้าแววตาของถังหว่านก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและรังเกียจทันทีพลิกตลบกลับด้านกับที่ปฏิบัติกับอี้ชิงอย่างฟ้าเหว
ชายผู้นี้หลงใหลและคอยไล่ตามนางมาหลายเดือนแล้ว
นับตั้งแต่ที่นางเข้าร่วมกองคาราวานเพื่อออกหาประสบการณ์และฝึกฝน จวงมิ่นกังก็มักจะโผล่ไปเสนอหน้าแทบทุกๆที่ทั้งนางจะปฏิเสธหรือขัดขวางก็ไม่ได้เนื่องจากตระกูลของเขานั้นใกล้ชิดกับตระกูลถังของตน มีเส้นมีสายผูกโยงกันอยู่
ถังหว่านในฐานะลูกสาวของเจ้าตระกูลถังจึงมิอาจลงไม้ลงมือกับเขาได้มากนัก เพราะต้องไว้หน้าตระกูลจวง
ไม่สนใจสีหน้าเกลียดชังของเด็กสาวนายน้อยรองแห่งตระกูลจวงได้เหลือบมองไปยังชายหนุ่มข้างๆนางในแววตาปรากฏความสนุกสนาน ราวกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นหนึ่ง “โอ้ๆ นี่คือลูกค้าผู้มีเกียรติงั้นหรือ?”
“ข้าสงสัยนักว่าเจ้าอาศัยอะไรจึงเข้ามาร่วมสูดอากาศกับข้านายน้อยผู้นี้ได้?”
น้ำเสียงของจวงมิ่นกังนั้นเต็มไปด้วยคำดูถูกดูแคลนและเหยียดหยามราวกับอยากจะทำให้ใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากของอี้ชิงต้องบิดเบี้ยว จนปะทุความเคืองโกรธออกมาใส่เขาและเขาจะได้มีเหตุผลให้ทุบตีตอบโต้กลับ
“เจ้ากล้าทำตัวเสียมารยาทกับแขกของข้า?”คุณหนูสามแค่นเสียงเย็นชา โบกมือส่งสัญญาณให้คนคุ้มกันเข้ามาใกล้ๆเตรียมส่งแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไป
“ฮ่าๆ! น้องหว่านแม้เจ้าจะมีจิตวิเศษที่ช่วยให้การทำการค้าขายของเจ้าง่ายดายและร่ำรวยในชั่วข้ามคืนแต่... แล้วยังไง? เมื่อบรรพชนของข้าทะลวงสู่ระดับยอดยุทธ์ ไม่ช้า...พวกเราอาจได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน!”
“เจ้า...”ถังหว่านโกรธจนหน้าแดงก่ำ นางกำหมัดจนชา
“...”อี้ชิงที่กำลังชมการแสดงและสัมผัสความรู้สึกของการโดนตัวกีกี้ลูกกระจ๊อกหาเรื่องเขาไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองอันใดเลยสักนิดเดียวคนกลับรู้สึกเพลิดเพลินและคิดถึงอย่างประหลาดแทน?
อ่า... นี่สินะ?
ความรู้สึกของการเตรียมตบหน้าตามแบบฉบับนิยายจีนกำลังภายใน?
ไหนๆก็ไหนๆแล้วโอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มาให้เห็นบ่อยๆ
ฉะนั้น...
ตูม!
ชายหนุ่มโยนกองหินปราณวิญญาณครามนับ5 พันก้อนลงบนพื้น ชี้ตั้งแต่หน้าทางเข้าไปยังสุดทางออกพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและเบื่อหน่ายว่า “คุณชายผู้นี้เพียงมาพักเท้ามิคิดว่าคุณหนูสามจะดูแลข้าดีเพียงนี้... ดังนั้นตั้งแต่สินค้าชิ้นแรกสุดของโซนที่1 ไปยังชิ้นสุดท้ายของโซนที่ 3 ...”
“คุณชายผู้นี้ขอเหมาทั้งหมด!!”
(1 ก้อน หินปราณวิญญาณคราม = หินปราณวิญญาณ 1 ล้านก้อน)