"ท่าที่หนึ่ง"
ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองและหญิงสาวเรือนร่างงดงามชุดขาวปิดบังโฉมหน้าทั้งสองต่างตื่นตระหนกต่อความรวดเร็วของกังหลงเช่นกัน หญิงสาวกล่าวเบา ๆ
"ท่านพ่อ นี่เป็นเพียงท่าร่างธรรมดาที่เขาใช่เคลื่อนไหวเท่านั้นดูท่าทางเหมือนสหายของน้องหยางซียังมิได้ใช้ทักษะใด ๆ แต่ยังมองการเคลื่อนไหวแทบไม่ทัน ใช่หรือไม่ ?"
"นี่เป็นการใช่แค่พลังปราณล้วน ๆ แต่เหตุใดระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุด ถึงได้รวดเร็วเพียงนี้ นี่มันใช่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสุดจริงหรือ ?"
ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองกล่าว
หม่าซานคืบคลานลุกขึ้นมายืนด้วยความมึนงง ทุกผู้คนมองเห็นซีกหน้าด้านซ้ายเป็นรอยฝ่ามือแดงเถือกแทบเห็นนิ้วมือชัดเจนทั้งห้านิ้ว ดุจดังจิตรกรฝีมือเอกเอามือจุ่มสีแดงแล้วประทับฝ่ามือลงบนผ้าขาวจนแทบจะเห็นลายนิ้วมือด้วยซ้ำ ห้วงสมองหม่าซานบัดนี้หมุนติ้วไปหมด มองเห็นดาวทองระยิบระยับ ทั้งยังไม่เข้าใจว่าตนเองโดนอะไรเข้าไป
ก่อนหน้านี้เพียงเห็นกังหลงที่ตนเพียงมองว่าเป็นขยะ ขยับวูบเดียวก็หายลับไป ..แล้ว จู่ ๆ ตนก็ได้ยินเสียงเปรี้ยงดุจฟ้าผ่าดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ความรู้สึกทั้งหมดดับวูบไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ลงไปนอนแอ้งแม้งคลุกฝุ่นแล้ว ...
ทันทีที่รู้สึกแสบร้อนชาด้านบริเวณใบหน้าซีกซ้าย ทั้งยังมองเห็นเจ้าคนที่ตนมองว่าเป็นขยะยังยืนยิ้มกริ่มและกล่าวคำว่าท่าที่หนึ่งอยู่ที่เดิม จึงพอคาดคะเนได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน ดีทีการตบคราวนี้เป็นเพียงบาดเจ็บทางผิวกาย กระดูกและฟันมิได้แตกหัก แต่การกระทำนี้นับเป็นการหยามหยันต่อหน้าผู้คนจนสุดจะกล่าวได้
การโดนตบท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้ทำให้หม่าซานเกิดความคลั่งแค้นจนถึงขีดสุด นี่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นความอับอายที่หม่าซานมิเคยได้สัมผัสมาก่อนตลอดทั้งชีวิตของมัน มันจ้องมองกังหลงอย่างเคียดแค้น สายตาส่อแววอันตรายถึงที่สุด ถึงอย่างไรหม่าซานก็ยังเป็นถึงนายน้อยตระกูลหม่าแม้จะโกรธแค้นจนอยากจะเชือดเฉือนกลืนกินฝ่ายตรงข้ามลงไปต่อหน้า แต่แม้จะคิดเช่นนั้นหม่าซานยังสามารถสะกดกลั้นตนเองอย่างสุดความสามารถเพื่อมิให้ตนเองเสียมารยาทถูกมองออกมาดูไม่ดีต่อหน้าฝูงชนมากมายเช่นนี้ มันทำได้เพียงฝืนเค้นรอยยิ้มออกมาได้นิดหนึ่งพร้อมกล่าวรอดไรฟันออกมาว่า
"ดี..ดี..ดีอะไรเช่นนี้ !! ข้าให้โอกาสขยะเช่นเจ้าได้ลงมือก่อน เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการฉวยโอกาสรังแกผู้อ่อนแอกว่า แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ จงเตรียมรับผลที่จะตามมาจากการสร้างความโกรธเคืองให้แก่ข้า "
หยางเชียงซีที่เพิ่งถอนสมาธิจากรักษาอาการบาดเจ็บ เนื่องจากได้ยินเสีนงอันสนั่นหวั่นไหวแสบแก้วหู่เช่นกัน เมื่อเห็นเหตุการณ์กลับเป็นเช่นนี้ถึงกับตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างไป
หากแม้นมีแมลงวันเผลอบินเข้าออกในปากสักสองสามรอบก็คงมิรู้สึกตัว !! หลังจากหายตกตะลึงเมื่อมองเห็นรอยแดงช้ำที่ปรากฎบนใบหน้าคนที่เรียกตัวเองว่านายน้อยหม่าซานเป็นรูปฝ่ามือและนิ้วมือชัดเจนทั้งห้านิ้วถึงกับเผลอเอามือลูบหน้าตัวเองว่ามีรอยเช่นนี้ด้วยหรือไม่ !!! พร้อมเปล่งเสียงหัวเราะสนั่นหวั่นไหว กล่าวพลางเอามือกุมท้องงอหงายท่าทางเหมือนคนที่ขำจนจะบ้าตาย..!!
"อุ๊บ !! ฮ่า ฮ่า ฮ่า !! ช่างยอดเยี่ยมยิ่ง !! น้องกังหลงช่างทำได้ยอดเยี่ยมยิ่ง นี่คงเป็นท่าหัตถาภรรยาพิฆาตของเจ้าใช่รึไม่"
ก่อนหน้านี้ผู้ชมทุกคนที่ต่างเห็นรอยฝ่ามือสีแดงสดบนใบหน้าหม่าซานต่างพยายามอดกลั้นมิให้หัวร่อออกมาจนท้องคัดท้องแข็ง แต่เมื่อได้ยินคำว่า "หัตถาภรรยาพิฆาต" ขึ้นมาก็สุดที่จะกลั้นไว้ได้อีก ต่างพากันหัวเราะออกมาอย่างสั่นหวั่นไหว ต่างมโนไปเช่นเดียวกันว่า รอยฝ่ามือนี้เหมือนรอยที่สามีแอบนอกใจแล้วโดนภรรยาจับได้แล้วถูกตบจนมีรอยฝ่ามือมาให้เห็นเป็นหลักฐานแบบนี้!! มีบางคนเผลอกล่าวออกมาว่า
"นั่นมัน ..!! รอยโดนภรรยาตบ ใช่หรือไม่ !!"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"รอยนั่นเหมือนโดนภรรยาตบมาจริงด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"ข้าช่างมีความสุขยิ่งนักที่ได้มาชนการประลองนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
เมื่อได้ยินเสียงต่าง ๆ เหล่านี้ดังมายิ่งสร้างความโกรธแค้นแก่่หม่าซานจนยากยิ่งจะระงับได้ ใบหน้ายิ่งดำมืดลง รังสีแห่งการต้องการสังหารเปล่งแสดงออกมาทางสายตาอย่างเปี่ยมล้น กล่าวอย่างเคียดแค้น
"ข้าจะทำให้ขยะเช่นเจ้าจดจำไปชั่วชีวิต !!"
กังหลงยกฝ่ามือขวาขึ้นมาเบป่าเบา ๆ พลางมองด้วยร้อยยิ้มเย็นเยียบกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า
"เจ้าปัญญาอ่อน !!"
"บัดซบ !! เจ้า...เจ้า...เจ้าขยะ..รนหาที่ตาย !!
หม่าซานคำรามด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด .ครานี้มันรวบรวมทุ่มเทพลังลมปราณทั้งหมดที่มี ยกมือทั้งสองเกิดเป็นเปลวเพลิงสีเหลืองอ่อนเบาบางที่กลางฝ่ามือ พุ่งเข้าหากังหลงพร้อมฟาดฝ่ามือทั้งสองเข้าหาร่างที่ยืนแย้มยิ้มอยู่เบื้องหน้า เกิดพลังความร้อนแผ่ซ่านไปรอบบริเวณจนเหล่าผู้ชมสัมผัสได้
" วูบบ..!!"
"เพี๊ยะ"
แต่จู่ ๆ ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้สลายหายวูบไป พร้อมกับเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดุจดังที่ผ่านมามีผิดเพี้ยน เหล่าผู้ชมหลายคนถึงกับเผลอยกมือมาลูบพวงแก้มของตนด้วยความหวาดเสียวอีกครั้ง จ้องมองไปยังกลางเวทีประลองอย่างคนเหม่อลอยปากอ้าตาค้าง มองเห็นร่างหม่าซานที่พุ่งเข้าหาร่างชายหนุ่มที่คล้ายนักศึกษาแล้วกระเด็นย้อนกลับหมุนคว้างสองรอบดุจควงสว่านก่อนร่วงหล่นลงไปคลุกฝุ่นอยู่ที่เดิมที่เคยนอนก่อนหน้านี้ตรงตำแหน่งเดิมมิผิดเพี้ยน แต่การหมุนครานี้กลับหมุนจากซ้ายไปขวา
"ตุ๊บ"
"อั๊ก !!"
เสียงตกสู่พื้น พร้อมเสียงจากร่างบุคคลตกกระแทกพื้นดังขึ้นพร้อมกัน ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว หลังฝุ่นจางหายมองเห็นร่างหม่าซานนอนคว่ำหน้าจูบพื้น แล้วค่อย ๆ ขยับร่างตะเกียกตะกายลุกขึ้น
ทันทีที่ผู้คนได้เห็นหน้าตาที่เงยหน้าขึ้นของหม่าซานเต็ม ๆ ต่างพากันกลั้นหัวเราะเอามือกุมท้องอย่างสุดกำลังแต่พอนานเข้าไม่อาจทนทานได้ เมื่อมีเสียงหนึ่งคนที่หลุดหัวเราะออกมา คนที่เหลือก็สุดจะกลั้นไว้ได้อีกต่างปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสนั่นหวั่นไหว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!"
"ก๊าก..ก๊าก..ก๊าก !!!"
จะมิให้ผู้คนที่พบเห็นหัวเราะได้อย่างไร ในเมื่อบัดนี้บนใบหน้าของหม่าซาน ได้มีรอยฝ่ามือแดงเถือกไปทั้งสองแก้มเหมือนมีคนเอามือจุ่มสีแดงแล้วมาประทับไว้บนใบหน้าเห็นนิ้วทั้งสิบชัดเจนเหมือนทหารที่แต่งลายพรางบนใบหน้ามองเห็นเพียงลูกตาสองข้างที่กลอกกลิ้งไปมาได้เท่านั้นที่มิได้แต่งแต้มด้วยสีแดง
"ท่าที่สอง" ขอบคุณนายน้อยหม่าที่เปิดโอกาสให้ข้าโจมตีก่อนสองครั้งแล้วเหลืออีกครั้งนึงมิทราบท่านจะยังเปิดโอกาสให้ข้าอีกครารึไม่ ครานี้ข้าจะโจมตีตรงไหนดีตรงจมูกกับปากของเจ้าจะดีหรือไม่ ?
บุรุษหนุ่มกล่าวถามด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเช่นเคยผู้คนทั้งหลายพอได้ยินเช่นนั้นต่างหัวเราะครืน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"เจ้า..เจ้า..."
"พรวด !!"
"ตึงง.."