มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 63 หัตถาภรรยาพิฆาต

            "ท่าที่หนึ่ง"

     

    ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองและหญิงสาวเรือนร่างงดงามชุดขาวปิดบังโฉมหน้าทั้งสองต่างตื่นตระหนกต่อความรวดเร็วของกังหลงเช่นกัน หญิงสาวกล่าวเบา ๆ

     

            "ท่านพ่อ นี่เป็นเพียงท่าร่างธรรมดาที่เขาใช่เคลื่อนไหวเท่านั้นดูท่าทางเหมือนสหายของน้องหยางซียังมิได้ใช้ทักษะใด ๆ แต่ยังมองการเคลื่อนไหวแทบไม่ทัน ใช่หรือไม่ ?"

     

            "นี่เป็นการใช่แค่พลังปราณล้วน ๆ แต่เหตุใดระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุด ถึงได้รวดเร็วเพียงนี้ นี่มันใช่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสุดจริงหรือ ?"

     

            ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองกล่าว

     

            หม่าซานคืบคลานลุกขึ้นมายืนด้วยความมึนงง ทุกผู้คนมองเห็นซีกหน้าด้านซ้ายเป็นรอยฝ่ามือแดงเถือกแทบเห็นนิ้วมือชัดเจนทั้งห้านิ้ว ดุจดังจิตรกรฝีมือเอกเอามือจุ่มสีแดงแล้วประทับฝ่ามือลงบนผ้าขาวจนแทบจะเห็นลายนิ้วมือด้วยซ้ำ ห้วงสมองหม่าซานบัดนี้หมุนติ้วไปหมด มองเห็นดาวทองระยิบระยับ ทั้งยังไม่เข้าใจว่าตนเองโดนอะไรเข้าไป

     

            ก่อนหน้านี้เพียงเห็นกังหลงที่ตนเพียงมองว่าเป็นขยะ ขยับวูบเดียวก็หายลับไป ..แล้ว จู่ ๆ ตนก็ได้ยินเสียงเปรี้ยงดุจฟ้าผ่าดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ความรู้สึกทั้งหมดดับวูบไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ลงไปนอนแอ้งแม้งคลุกฝุ่นแล้ว ...

     

            ทันทีที่รู้สึกแสบร้อนชาด้านบริเวณใบหน้าซีกซ้าย ทั้งยังมองเห็นเจ้าคนที่ตนมองว่าเป็นขยะยังยืนยิ้มกริ่มและกล่าวคำว่าท่าที่หนึ่งอยู่ที่เดิม จึงพอคาดคะเนได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน ดีทีการตบคราวนี้เป็นเพียงบาดเจ็บทางผิวกาย กระดูกและฟันมิได้แตกหัก แต่การกระทำนี้นับเป็นการหยามหยันต่อหน้าผู้คนจนสุดจะกล่าวได้

            

            การโดนตบท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้ทำให้หม่าซานเกิดความคลั่งแค้นจนถึงขีดสุด นี่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นความอับอายที่หม่าซานมิเคยได้สัมผัสมาก่อนตลอดทั้งชีวิตของมัน มันจ้องมองกังหลงอย่างเคียดแค้น สายตาส่อแววอันตรายถึงที่สุด  ถึงอย่างไรหม่าซานก็ยังเป็นถึงนายน้อยตระกูลหม่าแม้จะโกรธแค้นจนอยากจะเชือดเฉือนกลืนกินฝ่ายตรงข้ามลงไปต่อหน้า แต่แม้จะคิดเช่นนั้นหม่าซานยังสามารถสะกดกลั้นตนเองอย่างสุดความสามารถเพื่อมิให้ตนเองเสียมารยาทถูกมองออกมาดูไม่ดีต่อหน้าฝูงชนมากมายเช่นนี้ มันทำได้เพียงฝืนเค้นรอยยิ้มออกมาได้นิดหนึ่งพร้อมกล่าวรอดไรฟันออกมาว่า

     

            "ดี..ดี..ดีอะไรเช่นนี้ !! ข้าให้โอกาสขยะเช่นเจ้าได้ลงมือก่อน เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการฉวยโอกาสรังแกผู้อ่อนแอกว่า แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ จงเตรียมรับผลที่จะตามมาจากการสร้างความโกรธเคืองให้แก่ข้า "

     

            หยางเชียงซีที่เพิ่งถอนสมาธิจากรักษาอาการบาดเจ็บ เนื่องจากได้ยินเสีนงอันสนั่นหวั่นไหวแสบแก้วหู่เช่นกัน  เมื่อเห็นเหตุการณ์กลับเป็นเช่นนี้ถึงกับตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างไป 

     

            หากแม้นมีแมลงวันเผลอบินเข้าออกในปากสักสองสามรอบก็คงมิรู้สึกตัว !!  หลังจากหายตกตะลึงเมื่อมองเห็นรอยแดงช้ำที่ปรากฎบนใบหน้าคนที่เรียกตัวเองว่านายน้อยหม่าซานเป็นรูปฝ่ามือและนิ้วมือชัดเจนทั้งห้านิ้วถึงกับเผลอเอามือลูบหน้าตัวเองว่ามีรอยเช่นนี้ด้วยหรือไม่  !!! พร้อมเปล่งเสียงหัวเราะสนั่นหวั่นไหว กล่าวพลางเอามือกุมท้องงอหงายท่าทางเหมือนคนที่ขำจนจะบ้าตาย..!!

     

            "อุ๊บ !! ฮ่า ฮ่า ฮ่า  !! ช่างยอดเยี่ยมยิ่ง !! น้องกังหลงช่างทำได้ยอดเยี่ยมยิ่ง นี่คงเป็นท่าหัตถาภรรยาพิฆาตของเจ้าใช่รึไม่"

     

            ก่อนหน้านี้ผู้ชมทุกคนที่ต่างเห็นรอยฝ่ามือสีแดงสดบนใบหน้าหม่าซานต่างพยายามอดกลั้นมิให้หัวร่อออกมาจนท้องคัดท้องแข็ง แต่เมื่อได้ยินคำว่า "หัตถาภรรยาพิฆาต" ขึ้นมาก็สุดที่จะกลั้นไว้ได้อีก ต่างพากันหัวเราะออกมาอย่างสั่นหวั่นไหว  ต่างมโนไปเช่นเดียวกันว่า รอยฝ่ามือนี้เหมือนรอยที่สามีแอบนอกใจแล้วโดนภรรยาจับได้แล้วถูกตบจนมีรอยฝ่ามือมาให้เห็นเป็นหลักฐานแบบนี้!! มีบางคนเผลอกล่าวออกมาว่า

            

            "นั่นมัน ..!! รอยโดนภรรยาตบ ใช่หรือไม่ !!"

     

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

            "รอยนั่นเหมือนโดนภรรยาตบมาจริงด้วย   ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

            "ข้าช่างมีความสุขยิ่งนักที่ได้มาชนการประลองนี้  ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

            เมื่อได้ยินเสียงต่าง ๆ เหล่านี้ดังมายิ่งสร้างความโกรธแค้นแก่่หม่าซานจนยากยิ่งจะระงับได้ ใบหน้ายิ่งดำมืดลง รังสีแห่งการต้องการสังหารเปล่งแสดงออกมาทางสายตาอย่างเปี่ยมล้น  กล่าวอย่างเคียดแค้น

     

            "ข้าจะทำให้ขยะเช่นเจ้าจดจำไปชั่วชีวิต !!"       


            
    กังหลงยกฝ่ามือขวาขึ้นมาเบป่าเบา ๆ พลางมองด้วยร้อยยิ้มเย็นเยียบกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า 

     

            "เจ้าปัญญาอ่อน !!"

     

            "บัดซบ !! เจ้า...เจ้า...เจ้าขยะ..รนหาที่ตาย !!

     

            หม่าซานคำรามด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด .ครานี้มันรวบรวมทุ่มเทพลังลมปราณทั้งหมดที่มี ยกมือทั้งสองเกิดเป็นเปลวเพลิงสีเหลืองอ่อนเบาบางที่กลางฝ่ามือ พุ่งเข้าหากังหลงพร้อมฟาดฝ่ามือทั้งสองเข้าหาร่างที่ยืนแย้มยิ้มอยู่เบื้องหน้า เกิดพลังความร้อนแผ่ซ่านไปรอบบริเวณจนเหล่าผู้ชมสัมผัสได้  


           " วูบบ..!!"

     

            "เพี๊ยะ"  

     

            แต่จู่ ๆ ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้สลายหายวูบไป พร้อมกับเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดุจดังที่ผ่านมามีผิดเพี้ยน เหล่าผู้ชมหลายคนถึงกับเผลอยกมือมาลูบพวงแก้มของตนด้วยความหวาดเสียวอีกครั้ง  จ้องมองไปยังกลางเวทีประลองอย่างคนเหม่อลอยปากอ้าตาค้าง  มองเห็นร่างหม่าซานที่พุ่งเข้าหาร่างชายหนุ่มที่คล้ายนักศึกษาแล้วกระเด็นย้อนกลับหมุนคว้างสองรอบดุจควงสว่านก่อนร่วงหล่นลงไปคลุกฝุ่นอยู่ที่เดิมที่เคยนอนก่อนหน้านี้ตรงตำแหน่งเดิมมิผิดเพี้ยน  แต่การหมุนครานี้กลับหมุนจากซ้ายไปขวา 

     

            "ตุ๊บ"

     

            "อั๊ก !!"

     

            เสียงตกสู่พื้น พร้อมเสียงจากร่างบุคคลตกกระแทกพื้นดังขึ้นพร้อมกัน  ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว หลังฝุ่นจางหายมองเห็นร่างหม่าซานนอนคว่ำหน้าจูบพื้น แล้วค่อย ๆ ขยับร่างตะเกียกตะกายลุกขึ้น

     

            ทันทีที่ผู้คนได้เห็นหน้าตาที่เงยหน้าขึ้นของหม่าซานเต็ม ๆ ต่างพากันกลั้นหัวเราะเอามือกุมท้องอย่างสุดกำลังแต่พอนานเข้าไม่อาจทนทานได้ เมื่อมีเสียงหนึ่งคนที่หลุดหัวเราะออกมา คนที่เหลือก็สุดจะกลั้นไว้ได้อีกต่างปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสนั่นหวั่นไหว

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า  !!!"

     

            "ก๊าก..ก๊าก..ก๊าก !!!"

     

            จะมิให้ผู้คนที่พบเห็นหัวเราะได้อย่างไร ในเมื่อบัดนี้บนใบหน้าของหม่าซาน ได้มีรอยฝ่ามือแดงเถือกไปทั้งสองแก้มเหมือนมีคนเอามือจุ่มสีแดงแล้วมาประทับไว้บนใบหน้าเห็นนิ้วทั้งสิบชัดเจนเหมือนทหารที่แต่งลายพรางบนใบหน้ามองเห็นเพียงลูกตาสองข้างที่กลอกกลิ้งไปมาได้เท่านั้นที่มิได้แต่งแต้มด้วยสีแดง

     

           "ท่าที่สอง"  ขอบคุณนายน้อยหม่าที่เปิดโอกาสให้ข้าโจมตีก่อนสองครั้งแล้วเหลืออีกครั้งนึงมิทราบท่านจะยังเปิดโอกาสให้ข้าอีกครารึไม่ ครานี้ข้าจะโจมตีตรงไหนดีตรงจมูกกับปากของเจ้าจะดีหรือไม่ ? 

     

           บุรุษหนุ่มกล่าวถามด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเช่นเคยผู้คนทั้งหลายพอได้ยินเช่นนั้นต่างหัวเราะครืน 

     

           "ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

           "เจ้า..เจ้า..."

     

           "พรวด !!"


            "ตึงง.."

     


     

    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810