หนึ่งวันให้หลัง
มู่เสินฉวนมาถึงเหนือหอวิญญาณโอสถจิตสัมผัสอันกว้างใหญ่กวาดผ่านไปทั่ว
ทั้งสำนักได้พลิกโฉมใหม่กลายเป็นภาพแห่งความเจริญรุ่งเรือง
กลิ่นหอมของโอสถบริสุทธิ์อบอวลไปทั่วสมุนไพรยาเขียวชอุ่มเติบโตอย่างแข็งแรงลูกศิษย์ทุกคนของหอวิญญาณโอสถต่างก็ขะมักเขม้น
ทันใดนั้นมีลูกศิษย์คนหนึ่งผู้มีสายตาแหลมคม สังเกตเห็นร่างของเขา ดวงตาพลันหดเล็กรีบกล่าวเสียงดังว่า “คารวะผู้นำตระกูลมู่!”
ในตอนนี้ ลูกศิษย์คนอื่นๆของหอวิญญาณโอสถที่อยู่รอบข้างก็ได้ยินเสียง และต่างก็รีบวิ่งมาคารวะเขา
นับตั้งแต่หลิงเหยาเข้ารับตำแหน่งและประกาศคำสั่งของจ้าวสำนักทั้งสองข้อ
ลูกศิษย์ทุกคนต่างก็รู้ว่าหอวิญญาณโอสถได้กลายเป็นสำนักในสังกัดของตระกูลมู่และมู่เฉิน อัจฉริยะแห่งตระกูลมู่ ก็คือศิษย์เอกของพวกเขา
แม้ศิษย์เอกจะยังเยาว์วัย แต่ก็เป็นคนดีไม่มีท่าทีหยิ่งยโสมักจะร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการปรุงโอสถกับลูกศิษย์คนอื่นๆ เสมอ
แม้แต่กฎเกณฑ์ที่ไม่ยุติธรรมของหอวิญญาณโอสถในอดีตก็ถูกมู่เฉินยกเลิกจนหมดสิ้น
ลูกศิษย์หลายคนต่างก็ยอมรับเขาจากใจจริง
บัดนี้ ผู้นำตระกูลของศิษย์เอกมาเยือนย่อมต้องให้ความเคารพอย่างเท่าเทียม!
“ไม่ต้องมากพิธี”
“ไปแจ้งจ้าวสำนักของพวกเจ้าด้วยว่าข้ามีเรื่องต้องการพบ” มู่เสินฉวนยกมือขึ้นส่งพลังศักดิ์สิทธิ์อันอ่อนโยนออกไป พยุงร่างของทุกคนให้ลุกขึ้น พลางเอ่ยเบาๆ
“ขอรับ!”
“โปรดผู้นำตระกูลมู่โปรดรอสักครู่!!”
มู่เสินฉวนนั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องโถงใหญ่พลางจิบชาวิญญาณบนโต๊ะอย่างช้าๆ
ชาวิญญาณนี้ดูเหมือนจะชงจากสมุนไพรพิเศษไม่ขมไม่ฝาด รสชาติกลมกล่อม หวานชื่นใจมาก
ไม่นานนัก
ด้านนอกห้องโถงใหญ่ก็มีเสียงลมหวีดหวิวหลายสายดังขึ้น
มีทั้งหมดหกคนเดินทางมาพร้อมกัน ได้แก่หลิงเหยา มู่เฉิน และผู้อาวุโสอีกสี่คน
หนึ่งในผู้อาวุโสทั้งสี่ดูไม่คุ้นหน้าเท่าไรน่าจะเป็นผู้อาวุโสคนใหม่ที่เพิ่งได้รับการคัดเลือก
“คารวะผู้นำตระกูลมู่”
หลิงเหยานำคณะผู้บริหารระดับสูงของหอวิญญาณโอสถมาถึงจุดประสงค์ของการกระทำนี้ไม่ต้องบอกก็รู้
“ท่านหลิงเหยา ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น”
มู่เสินฉวนโบกมือ พลางผายมือให้พวกเขานั่งลง
ส่วนมู่เฉินที่อยู่ข้างๆเมื่อเห็นผู้นำตระกูลมาถึง ก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงที่ผ่านมาเขาได้นำนักปรุงโอสถของหอวิญญาณโอสถปรุงโอสถระดับสูงจำนวนมากและรอให้ผู้นำตระกูลมารับ
เขากับอาจารย์ของเขาต่างก็ได้รับความเมตตาอันยิ่งใหญ่จากผู้นำตระกูลบัดนี้มีโอกาสได้ตอบแทนตระกูล ย่อมไม่ลังเล
“ผู้นำตระกูลขอรับในแหวนมิตินี้มีโอสถนับพันเม็ด”
“ทั้งโอสถระดับตำหนักม่วง ถ้ำสวรรค์และธรรมกาย รวมถึงโอสถระดับเทพเจ้าหนึ่งร้อยเม็ด”
“โปรดผู้นำตระกูลรับไว้ด้วยขอรับ”
มู่เฉินก้าวไปข้างหน้าพลางยื่นแหวนมิติออกไป
“ดี”
มู่เสินฉวนไม่พูดอะไรมาก รีบรับไว้ทันที
โอสถนับพันเม็ดนี้จะช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนของตระกูลมู่ได้พอดี
ความแข็งแกร่งของสมาชิกตระกูลก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลังจากพูดคุยเล็กน้อยกับผู้ที่อยู่ในห้องโถง
มู่เสินฉวนหยิบแร่บริสุทธ์สองก้อนที่ไม่เหมือนใครออกมามอบให้มู่เฉินพลางเอ่ยว่า “แร่บริสุทธิ์เหล่านี้เจ้าเก็บไว้เถิดคงมีประโยชน์ในการปรุงโอสถระดับเทพเจ้า”
ทันทีที่แร่บริสุทธิ์ทั้งสองก้อนถูกนำออกมาก็มีพลังปราณบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าใส่หน้าเขาแสงสว่างเจิดจ้าส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องโถง
“แร่บริสุทธิ์ชนิดพิเศษ แมลงบรรพกาล!”
ผู้อาวุโสหลายท่านที่อยู่ในห้องโถงต่างก็เป็นนักปรุงโอสถระดับสูงจึงคุ้นเคยกับแมลงบรรพกาลเป็นอย่างดี
แร่นี้มีค่ามากและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโอสถได้อย่างมาก เพียงแค่ก้อนเล็กๆก็สามารถขายได้ถึงหลายแสนจิน!
และยังเป็นของหายากในตลาดอีกด้วยในแคว้นภาคใต้แทบไม่เคยพบแร่บริสุทธิ์ชนิดพิเศษนี้เลยจะพบได้ก็แต่ในแดนเหนือเท่านั้น
หลายคนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ตกตะลึง
ไม่คาดคิดว่าผู้นำตระกูลมู่จะใจกว้างขนาดนี้แมลงบรรพกาลสองก้อนก็ราคามากกว่าสามแสนจินแล้ว!
แพงกว่าโอสถเหล่านี้เสียอีก
“เอ่อ… ขอบพระคุณผู้นำตระกูลขอรับ”
มู่เฉินรับมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
สุดท้ายก็กลายเป็นว่าพวกเขากลับได้กำไรก้อนโต
แต่เขารู้ดีถึงนิสัยของผู้นำตระกูลของที่ให้ไปแล้วจะไม่ยอมให้ปฏิเสธ ดังนั้นหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รับไว้
[ติ๊ง ลงทุนสำเร็จแล้ว]
[ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับโอสถทิพย์บรรพกาลเมล็ดพันธุ์กิเลนหนึ่งเม็ด]
เสียงของระบบดังขึ้น
เมล็ดพันธุ์กิเลน...
ดวงตาของมู่เสินฉวนกะพริบเล็กน้อยจากนั้นก็กลับคืนสู่ความสงบ
ต่อมาหลิงเหยาที่อยู่ข้างๆก็ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ จึงเอ่ยถามอย่างลังเลว่า “ผู้นำตระกูลมู่ท่านเพิ่งจะไปแดนเหนือมาหรือขอรับ?”
“เท่าที่ข้าทราบ แร่บริสุทธิ์ชนิดพิเศษนี้ดูเหมือนจะหาได้เฉพาะบริเวณเหมืองบรรพกาลในเขตแดนเหนือเท่านั้น”
“และที่นั่น ดูจะไม่ได้สงบสุขเท่าไหร่”
ทันทีที่คำกล่าวนี้หลุดออกจากปากผู้อาวุโสหลายท่านที่อยู่ในที่นั้นก็หันไปมองมู่เสินฉวน
พวกเขาต่างก็เคยได้ยินเรื่องความไม่สงบในแดนเหนือมาบ้าง
มีข่าวลือว่าเหล่าผู้ฝึกตนระดับธรรมกายถูกคร่าชีวิตทำให้ผู้ฝึกตนและสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนล้มตาย
บัดนี้บรรดามหาอำนาจชั้นนำทั้งสี่ทิศต่างก็ส่งผู้แข็งแกร่งสูงสุดไปยังที่นั่น จนเกิดการสู้รบกันอย่างดุเดือด
“อืม เมื่อหลายเดือนก่อนเคยไปมาครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ได้อยู่พักนานนัก”
มู่เสินฉวนเผยสีหน้าสงบ เอ่ยสรุปเพียงสั้นๆจากนั้นก็กล่าวเปลี่ยนเรื่อง “อีกไม่นานข้าจะสร้างค่ายกลเคลื่อนมิติเชื่อมระหว่างหอวิญญาณโอสถกับเขตแดนตระกูลมู่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และจะได้ช่วยเหลือกันและกันได้”
“แคว้นตงฮวงแห่งนี้กำลังจะเกิดความวุ่นวายขึ้น”
หลิงเหยาและคนอื่นๆที่ได้ฟังต่างก็ดวงตาหดเล็ก ก่อนจะพยักหน้าเชื่องช้า
พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ควบคุมพลังแห่งวิถีได้แล้วย่อมเข้าใจความหมายในคำกล่าวของเขา
แต่ลึกๆ ก็ยังคงรู้สึกประหลาดใจความแข็งแกร่งของตระกูลมู่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะมีปรมาจารย์ค่ายกลที่สามารถสร้างค่ายกลเคลื่อนมิติได้เพิ่มมาอีก...
ไม่นานนัก เมื่อมู่เสินฉวนจัดการเรื่องต่างๆเสร็จเรียบร้อย เขาก็ลุกขึ้นออกไปจากหอวิญญาณโอสถ
หนึ่งวันให้หลัง
เขากลับมาถึงเขตแดนตระกูลมู่ได้ไม่นาน
เสียงของระบบก็ดังขึ้นในทะเลจิตสำนึกอีกครั้ง
“ติ๊งระบบได้เปิดใช้งานภารกิจตระกูลขนาดใหญ่”
“ให้โฮสต์นำพาตระกูลให้รุ่งเรืองโดยจะมีการประเมินผลโดยรวมจากผลงานที่สำเร็จและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของสมาชิกตระกูลระดับยิ่งสูง รางวัลยิ่งมาก กำหนดระยะเวลาหนึ่งปี”
เมื่อมู่เสินฉวนได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเขาก็หดเล็ก
เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ระบบเปิดใช้งานภารกิจตระกูลขนาดใหญ่คือที่เมืองชิงหยุน
เขาได้โค่นล้มสี่ตระกูลใหญ่ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียง ทำให้การประเมินผลไปถึงระดับสมบูรณ์แบบ
และรางวัลที่ได้รับก็มหาศาลเช่นกัน!
กายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลของเขาก็ได้รับมาในตอนนั้นเอง
หากพิจารณาจากเรื่องนี้
ถ้าการประเมินผลในครั้งนี้สามารถทำได้ถึงระดับสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว
รางวัลที่ได้รับคงจะเหนือความคาดหมายของเขา
ดูท่าว่า...
การยกระดับความแข็งแกร่งของตระกูลคงจะต้องเร่งให้เร็วขึ้นอีกก้าวหนึ่งแล้ว!
เมื่อคิดได้ดังนั้นมู่เสินฉวนก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาส่งจิตสัมผัสออกไปหลายสายเรียกผู้อาวุโสทั้งหมดในตระกูลมารวมตัวกัน
ไม่นานนัก
ภายในห้องโถงก็เต็มไปด้วยผู้คนผู้อาวุโสทุกคนมาถึงพร้อมกัน
มีผู้อาวุโสสองท่านที่บ่มเพาะถึงระดับธรรมกายขั้นหนึ่งแล้วส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ก็อยู่ในระดับถ้ำสวรรค์ขั้นกลางถึงขั้นปลาย
ความรวดเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้ถือว่าน่าทึ่งอย่างยิ่ง
ไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์บางคนเลยแม้แต่น้อย!
แต่ตามหลักแล้ว แม้จะมีโอสถให้ใช้ไม่จำกัดก็ไม่น่าจะทะลวงระดับได้เร็วขนาดนี้
มู่เสินฉวนรู้สึกสับสนเล็กน้อยเขาใช้ดวงตาแห่งสัจธรรมกวาดมองไป
พบว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่มากก็น้อยล้วนมีวาสนาลึกซึ้งที่คนทั่วไปยากจะหยั่งรู้ได้
ทั้งมรดกของผู้แข็งแกร่งซากปรักหักพังของถ้ำลับ การตื่นรู้ และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่เมื่อคิดดูอย่างถี่ถ้วนแล้วก็มีเพียงโชคชะตาของตระกูลที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้นที่อธิบายเรื่องนี้ได้
จากนั้นมู่เสินฉวนก็ไม่คิดมากอีกต่อไปผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านการลงทุนสูงสุดในที่นี้คือผู้อาวุโสใหญ่ มู่ชิงหยุน
เขากระดิกนิ้วแหวนมิติหนึ่งวงก็ลอยไปตกในมือของมู่ชิงหยุน
“ผู้นำตระกูล นี่คืออะไรหรือขอรับ?”มู่ชิงหยุนถามอย่างสงสัย
มู่เสินฉวนประสานมือไว้ด้านหลังร่างกายกำยำแผ่รัศมีแห่งความน่าเกรงขามออกมาอย่างไม่มีรูปธรรม พลางเอ่ยเบาๆ ว่า
“ที่นี่มีโอสถระดับสูงนับพันเม็ดแจกจ่ายออกไปทั้งหมด”
“แจ้งสมาชิกตระกูลให้เร่งพัฒนาความแข็งแกร่ง!”
“สามเดือนให้หลังข้าจะนำพาตระกูลมู่ไปพิชิตแคว้นภาคใต้!!”