ในยามนี้เซย์รินและกัสคล้ายกับอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่งทางเดินของมันนั้นยาวจนสุดขอบสายตาบรรยากาศภายในสุดแสนจะอึมครึมสถานที่แห่งนี้มันคล้ายกับไม่มีความมืดและแสงสว่างจะมีแต่เพียงแสงสีม่วงสลั่วที่จะพอให้เห็นภาพด้านหน้าได้แต่มันก็ไม่ไกลนักเพราะสถานที่แห่งนี้นั้นมันมืดมิดจนเกินไป
ทุกอย่างก้าวต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะเด็กหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรที่คอยแอบแฝงอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ประสาทสัมผัสแทบจะทั้งหมดของเซย์รินและกัสแทบจะใช้งานไม่ได้เลยภายในสถานที่แห่งนี้มันได้แต่เตือนกันและกันว่าห้ามอยู่ห่างไกลกับอีกฝ่ายเป็นอันขาดไม่งั้นอาจจะพัดหลงกันได้ในยามนี้นั้นสิ่งที่พวกมันต่างก็รู้สึกสัมผัสได้คือพลังแรงกดดันที่หนักอึ่งเป็นจำนวนมหาศาลมันทั้งสองเดินรากเท้าด้วยความยากลำบากมันคือพลังแรงกดดันทางวิญญาณไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีระดับที่สูงส่งเพียงใดล้วนได้รับผลกระทบเป็นเงาตามตัวหากมีพลังที่ตำกว่าวิถีเทวะร่างกายและจิตวิญญาณของมันจะต้องแตกสลาย
“นายท่านสถานที่แห่งนี้มันก็เป็นเพียงแค่ประตูมิติเท่านั้น มันควรจะพาพวกเราไปที่ดินแดนมารถึงจะถูกแต่ทำไมพวกเราดูคล้ายกับมาหลุดอยู่ท่ามกลางกระแสมิติเช่นนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หรือประตูมิติบานนี้จะใช้การไม่ได้เสียแล้วผลจึงกับกลายมาเป็นเช่นนี้”สถานการณ์ของเซย์รินและกัสนั้นมันผิดปกติจนเกินไปในยามปกติผู้ที่สามารถทนของกระแสของมิติได้จะถูกส่งตรงไปสู่อีกดินแดนในทันทีถ้าหากไม่สามารถทนกระแสของมิติได้ร่างกายของพวกมันนั้นล้วนต้องตกตายในทันดีด้วยพลังมวลมิติอันมหาศาล
“ข้าคิดว่าในยามนี้นั้นพวกเราอยู่ภายในสถานที่หนึ่งมีใครบางคนรากพวกเรามาที่นี่ด้วยการแทรกแซงของกระแสของมิติไม่ว่ามันเป็นผู้ใดก็ตามพวกเราในยามนี้นั้นยังไม่ใช่คู่มือกับมัน”
“มันเป็นใครกันที่สามารถทำเรื่องราวเช่นนี้ได้”
กัสพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆที่สุดแสนจะหวาดกลัวมันผู้นั้นต้องเป็นตัวตนระดับไหนถึงกับฝ่าฝืนกฎของกระแสมิติได้เช่นนี้
“ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นใครมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ถึงพาเรามาสถานที่แห่งนี้แต่ข้าสามารถบอกได้เลยว่าในยามนี้นั้นพวกเราอยู่ใจกลางของกระแสมิติมันคล้ายเป็นโลกๆหนึ่งที่ถูกสร้างมาอย่างโดดเดียวท่ามกลางกระแสของมิติไม่มีความมืดไม่มีแสงสว่างและไร้ซึ่งกาลเวลากัสเจ้าหลบเข้าไปอยู่ภายในมิติโลกเสมือนของข้าก่อน”
เซย์รินกล่าวกับกัสด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเขาจะไม่ยอมให้คนใกล้ตัวมาเสี่ยงกับสถานการณ์ไม่แน่นอนเช่นนี้เป็นอันขาด
“แต่นายท่านทำแบบนี้มันจะไม่ดูเกินไปเหรอตอนที่พวกเราจะต้องพบเจอกับดันเจี๊ยนระดับ 10 ท่านก็ส่งข้าไปหลบภัยและตัวท่านเองต้องมาพบเจอกับเรื่องที่เลวร้ายอยู่เพียงลำพัง”ถึงมันจะรู้สึกหวาดกลัวแต่มันก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเซย์รินไม่ว่าทุกข์หรือสุขมันก็ขอร่วมเดินทางกับเด็กหนุ่ม
“มันอันตรายจนเกินไปในสถานการณ์เช่นนี้ข้าคิดว่าข้ายังมีหนทางรอดอยู่บ้างหากพวกเราอยู่ด้วยกันทั้งคู่บางทีพวกเราอาจจะตายกันหมดไม่ต้องพูดมากเจ้าเข้าไปได้แล้ว”
เซย์รินเองก็รู้สึกดีที่กัสมันรู้จักเป็นห่วงความปลอดภัยของตนแต่ในขณะเดียวกันเขาเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของมันเช่นกันดังนั้นเด็กหนุ่มจึงไม่อยากให้มันเข้ามาเสี่ยงด้วยจนกว่าที่ตัวมันจะมีความเข้มแข็งที่เพียงพอ
หวืด หวืด หวืด ในยามนี้กัสถูกส่งไปหลบภัยที่ภายในมิติโลกเสมือนแล้ว เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่อยู่สถานที่แห่งนี้อยู่เพียงลำพังยิ่งเวลาผ่านไปบรรยากาศก็ยิ่งที่จะหนักอึ่งขึ้น มันยังคงก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้าด้วยจิตใจไม่ย่อท้อถึงมันจะเป็นอย่างนั้นสภาพร่างกายของมันก็อ่อนล้าเกินทนและแล้วเซย์รินก็พบเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ภาพตรงหน้าขึ้นจากเดินที่เห็นว่าเป็นทางเดินยาวในยามนี้ดูเหมือนว่ามันเดินมาจนสุดทางแล้วพร้อมพบกับประตูบานนึงที่อยู่ท่ามกลางกระแสมิติ ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไรอยู่ข้างในเด็กหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปิดมันออกมาเพราะนี่คงจะเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถให้ตนออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้
เอิ๊อดดด หลังจากที่มันได้เปิดประตูสถานที่แห่งนี้ราวกับเป็นอีกโลกนึงที่ห่างไกลจากกระแสมิติที่ภายนอกมันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงามของทุกชิ้นทุกอันล้วนให้ความรู้สึกที่มีความเก่าแก่โบราณที่มีค่ามากมายมหาศาลภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมีคนผู้หนึ่งอาศัยอยู่ด้วย บุคลิกท่าทางของมันนั้นราวกับเทพเจ้าแห่งการต่อสู้ความสง่าความสูงศักดิ์ล้วนแล้วอยู่บนตัวมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปนั้นไม่ควรจะมี
“ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่สุดแสนจะคุ้นเคยแต่กับไม่คิดเลยว่าจะกับกลายมาเป็นเพียงแค่เจ้ามดปลวกตัวน้อยมันช่างน่าผิดหวังเสียจริง”เมื่อเซย์รินเหยียบย่ำเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้มันได้กล่าววาจาที่สุดแสนจะดูถูกขึ้นมาทันทีพร้อมทั้งมองผู้มาเยือนอย่างผิดหวังตัวมันหลบซ่อนตัวตนมาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้นานนับหมื่นปีเพื่อรอโอกาสและเวลาอีกครั้งที่ตัวมันจะมีพลังอันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อที่จะสะส่างความแค้น
“ท่านเป็นใครกันเหตุใดจึงต้องมาขัดขวางในการเดินทางของข้า”เป็นมันมันคือผู้ที่สามารถแทรกแซงมิติ และนำเซย์รินมาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่โดดเดียวที่อยู่ท่ามกลางของกระแสมิติมันเป็นโลกที่เป็นเอกเทศ
ปั๊วววว พริบตาเดียวแขนของเซย์รินถึงกับขาดกระจุยไร้ทางต้านไร้ซึ่งหนทางขัดขืน นี่คือความต่างชั้นของพลังอย่างแท้จริง
“ข้าสั่งให้เจ้าพูดอย่างงั้นเหรอเจ้าหนูสกปรกหากข้าไม่ถามเจ้าก็ไม่ควรจะพูดคนอย่างเจ้าไม่คู่ควรที่จะมายืนอยู่ต่อหน้าข้าผู้นี้ด้วยซ้ำคนชนชั้นต่ำเยี่ยงเจ้าควรจะยกย่องข้ากราบไหว้ข้าราวกับเป็นเทพเจ้าถึงจะถูก”มันผู้นี้ช่างพูดจาใหญ่โตเสียเหลือเกินมันทำราวกับว่าตัวของมันนั้นมีพลังความแข็งแกร่งมากจนคนทั้งโลกต่างก็ต้องมายกย่องมันกราบไหว้มันด้วยความหวาดกลัว
“ข้ามีนามว่าเดม่อน อดีตผู้นำสูงสุดของดินแดนเทพสวรรค์ จงยกย่องข้าจงสรรเสริญข้า จงมาจูบที่ฝ่าเท้าของข้าพูดยกย่องข้าสิ จงชื่นชมข้าสิ พูดจาประจบสอพลอกับข้าสิแล้วข้าจะให้เจ้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าต้องการ ฮ่า ฮ่า”
เจ้าคนผู้นี้มันช่างดูโรคจิตวิปริตอย่างแท้จริงทางด้านเซย์รินนั้นมีสีหน้าที่ซีดเซียวเพราะตัวมันเสียเลือดมากจนเกินไปมันคิดว่าตัวมันนั้นมีพลังแข็งแกร่งขึ้นมามากมายขนาดนี้แล้วเชียวแต่ไม่ทันไรมันในยามนี้ไม่ต่างอะไรไปจากของเล่นเมื่อมายืนต่อหน้าผู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงหลังจากที่มันรวบรวมสติของมันได้แล้วรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เข้ามาสกิตความรู้สึกนึกคิดของมันขึ้นมาใช่แล้วจากคำบอกเล่าของเซอร์ชา หรือว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่เซอร์ชาจัดการ แต่มันตายไปแล้วนิแล้วมันมาอยู่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากนี้จิตวิญญาณของเซอร์ชาก็ดับสลายไปแล้วใครจะมีปัญญาพอที่จะสามารถต่อกรกับมันได้
“เฮ้ยเฮ้ย เจ้าโรคจิต ตัวข้าได้ข่าวว่าเจ้านั้นโดนเซอร์ชาจัดการไปแล้วนิเจ้ารอดมาได้อย่างไรกันหรือด้วยความหวาดกลัวเจ้าเลยมาเป็นหมาจนตรอกหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่”เพื่อความแน่ใจเซย์รินจึงพูดจายั่วยุกล่าวถามมันไปเพื่อความแน่ใจ เพราะถึงพูดจาดีกับมันผลลัพธ์ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแม้คนผู้นี้จะสามารถบดขยี้เซย์รินได้ภายในพริบตาแต่เด็กหนุ่มนั้นก็หาได้เกรงกลัวต่อความตาย
“บัดซบบัดซบ เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แล้วเจ้าไปรู้จักนามของเจ้า เซอร์ชา มาจากไหนมันไม่ใช่ชื่อที่คนในปัจจุบัน จะรู้จักได้ เจ้าเป็นใครกันแน่แล้วไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน”เมื่อมันได้ยินนามของเซอร์ชาท่าทางแต่เดิมของมันที่วางท่าใหญ่โตมาบัดนี้กับมีสีหน้าที่หวาดกลัวถูกเขียนอยู่ภายในใบหน้าของมัน
หวืด หวืด หวืด แรงดึงดูดอันมหาศาลกระชากเด็กหนุ่มลอยอยู่กลางอากาศมาตกอยู่ที่ภายในกำมือของเดม่อน อดีตผู้นำสูงสุดของดินแดนเทพสวรรค์ ในตอนนี้นั้นมันกุมลำคอของเซย์รินที่พร้อมจะบีบหักได้ทุกเมื่อ เซย์รินถึงกับตาเหลือกลอยเพราะมันหายใจไม่ออกสติของมันเองก็เริ่มที่จะเรือนรางแล้ว
“บ้าน่ามีกินไอวิญญาณของเซอร์ชา อยู่บนตัวเจ้าเด็กนี่ เป็นไปได้อย่างไรกันมันยังไม่ตายไปอีกเหรอเวลามันก็ผ่านไปนานแล้วนิจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่คนเราจะอยู่รอดมาได้หลายหมื่นปีแล้ว”ในระหว่างที่ตัวมันกำลังสับสนเซย์รินเองก็เริ่มที่จะแย่แล้วมันจึงรีบเร่งนำบางสิ่งออกมาจากภายในแหวนมิติ พร้อมทั้งสาดใส่อดีตผู้นำดินแดนเทพสวรรค์อย่างรวดเร็วโอกาสรอดเพียงหนึ่งเดียวของเด็กหนุ่มคือเจ้าสิ่งนี้เท่านั้น
“อ๊ากกกกอ๊ากกก มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าทำอะไรกับข้ากัน ไม่ ไม่ข้าอุส่ามีชีวิตรอดจนถึงขนาดนี้แล้วข้าจะมาจบชีวิตง่ายๆแบบนี้ไม่ได้เจ้าทำอะไรกับข้าเจ้าเด็กเหลือขอ”ในยามนี้นั้นตัวมันได้ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสมันได้เหวียงร่างของเซย์รินไปไกลพร้อมทั้งร่างของมันนั้นดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวดที่สุดแสนจะทรมานเริ่มที่จะมีสีเขียวค่ำไปทั่วแขนและขาของมัน พิษร้ายนี้มันค่อยๆกัดกินเลือดและเนื้อทีละนิดทีละนิด
แค๊ก แค๊ก แค๊ก เด็กหนุ่มถึงกับไอเป็นเลือดออกมาหากช้ากว่านี้ชีวิตมันคงจบสิ้นลงด้วยน้ำมือของเจ้าโรคจิตผู้นี้เป็นแน่โชคดียิ่งนักที่มันได้มีของดีเช่นนี้ติดตัวมา
“หึหึ หึ มันคือพิษสังหารราชันยังไงล่ะ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะพิษร้ายตัวนี้ข้าเองก็ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ใช้มันได้ไวถึงเพียงนี้ จงภูมิใจเสียเถอะที่จะต้องมาจบชีวิตลงด้วยมดปลวกเช่นข้า”หากให้เวลาเด็กหนุ่มอีกสัก10 ปีก็ยังไม่แน่เลยว่าจะมีระดับฝีมือชนชั้นเดียวกันกับมันเพราะมันคือตัวตนระดับสูงสุดของโลกใบนี้และยังไม่แน่เลยว่าคนในยุคสมัยปัจจุบันจะมีใครที่มีพลังในระดับเดียวกันกับมัน
“ไม่จริงข้าไม่เชื่อ ว่าเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้าจะมีสมบัติเช่นนี้”ต่อให้ชีวิตของมันนั้นต้องดับสิ้นลงมันก็ไม่มีทางเชื่อถือคำพูดของเซย์รินเป็นอันขาดเพราะพิษร้ายชนิดนี้ มีเพียงแต่ในตำนานเท่านั้น มันทำเป็นแกล้งตายหลังจากที่โดนเซอร์ชาจัดการและนั่นทำให้มันไม่ได้รับข่าวสารอะไรอีกเลยรวมทั้งข่าวเกี่ยวกับราชาพิษด้วยที่ได้ค้นพบพิษในตำนานนี้และตัวของเซอร์ชาเองก็โดนเจ้าพิษร้ายนี้เล่นงานเช่นกันแล้วจะนับประสาอะไรกับตัวมันที่มีพลังความแข็งแกร่งน้อยกว่าเซอร์ชาชีวิตที่เป็นดั่งตำนานของมันนั้นได้จบสิ้นลงแล้วด้วยเพียงฝีมือของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง
“เจ้าไม่เชื่อนั้นมันก็เป็นเรื่องของเจ้าสวะเช่นเจ้าไปตายได้แล้ว”
เซย์รินคอยดูพิษสังหารราชันที่เล่นงานและกัดกินมันไปอย่างช้าๆพิษร้ายตัวนี้นั้นมีความโหดเหี้ยมอย่างแท้จริงแม้แต่ตัวตนอันดับหนึ่งของโลกยังต้องมาสิ้นชื่อเพราะพิษร้ายตัวนี้เวลาผ่านไปไม่นาน ชีวิตของมันก็ได้จบสิ้นลง หากเรื่องราวภายในวันนี้ถูกเผยแพร่ออกไม่ย่อมไม่มีใครเชื่อถือเด็กหนุ่มที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกับสามารถสังหารตัวตนอันดับหนึ่งของโลกได้