หญิงชราตระกูลซุนไอต่อเนื่องเป็นเวลานานก่อนอาการจะดีขึ้น เธอมองไปที่ฉินลู่ด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นและถามว่า “เสี่ยวลู่เธอพูดจริงเหรอ”
“จริงครับ” ฉินลู่พยักหน้า
หยกที่ตระกูลซุนผู้ร่ำรวยเก็บสะสมนั้นจะเป็นของธรรมดาได้เหรอ
เอาภาพเขียนตัวอักษรมาแลกกับหยกชั้นดีสามชิ้นนี่มันราคาถูกมากเลยไม่ใช่เหรอ ไม่มีขาดทุน มีแต่จะได้กำไรมหาศาล!
“เธอแน่ใจนะ”
“แน่ใจแน่นอนครับ”
“ได้” หญิงชราตระกูลซุนพยักหน้าแล้วโบกมือ“หยกหรือจะของอย่างอื่นที่ฉันสะสม เธอเอาไปได้เลย ไม่ต้องพูดถึงสามชิ้นสามสิบชิ้นก็ได้ แม้แต่พระสังกัจจายน์หยกองค์นี้ที่หลานชายของฉันมอบให้เธอก็เอาไปได้หมดเลย”
มุมปากของชายสวมแว่นกรอบทองที่อยู่ด้านล่างเวทีกระตุกแต่เขาไม่ได้พูดอะไร
แต่ใครจะไปรู้ว่าฉินลู่จะเหลือบมองพระสังกัจจายน์หยกด้วยความรังเกียจจากนั้นก็ส่ายหัวและพูดว่า “ผมไม่ต้องการสิ่งนี้หรอกครับ มันไม่มีประโยชน์”
“อึก...” ชายใส่แว่นทองแทบกระอักเลือดออกมา
แต่ฉินลู่พูดตามความจริง
หยกชิ้นใหญ่ขนาดนี้ไม่สามารถเอาเข้าไปในปากได้
หรือจะทำให้แตก
อย่าล้อเล่นเลยพระสังกัจจายน์หยกองค์นี้มีมูลค่ามากเพราะเป็นหยกทั้งชิ้น ถ้าทุบออกเป็นชิ้นๆก็แสดงว่าคุณภาพมันไม่ดี เทียบไม่ได้กับแหวนหยกที่ซุนอิงให้เลยสักนิด
หญิงชรานั่งลงบนรถเข็น ก้มลงหาบัตรจากรถเข็นขึ้นมาหนึ่งใบมันคือบัตรธนาคาร เธอยื่นให้ฉินลู่และพูดว่า“ฉันรู้ว่าเธอต้องการหยกเพราะไม่ต้องการรับค่าตอบแทนจากตระกูลซุนของฉันแต่ประเทศจีนของเราตั้งแต่ในอดีตก็มีประเพณีปฏิบัติอย่างนี้มาโดยตลอดเธอรับบัตรใบนี้ไปเถอะ ไม่ใช่เงินมากมายอะไร เป็นแค่น้ำใจจากหญิงแซ่ซุนอย่างฉันไม่ว่ายังไงเธอก็รับไปเถอะนะ”
“ไม่ได้หรอกครับคุณย่า อันนี้ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ ครับ” ฉินลู่ก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว
“ไม่ได้! เธอต้องเอาไป! ถ้าไม่เอาไปงั้นวันนี้ก็ห้ามกลับ อยู่บ้านตระกูลซุนของฉันถาวรไปเลย!”
ฉินลู่จนปัญญา เขาจึงจำใจต้องเดินไปรับบัตรธนาคารของหญิงชรา
“เสี่ยวลู่ จากนี้ไปเธอคือแขกวีไอพีของครอบครัวซุน!” หญิงชราพูดกับฉินลู่อย่างเคร่งขรึมจากนั้นจึงหันไปมองรุ่นหลานของเธอแล้วพูดว่า “พวกแกได้ยินแล้วใช่ไหม”
ทุกคนในตระกูลซุนโค้งคำนับอย่างรวดเร็วและพูดว่า“พวกเราได้ยินแล้วครับ/ค่ะ”
“ดีมาก” หญิงชราตระกูลซุนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ฉินลู่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“ตอนนี้เสี่ยวอิงก็พาเสี่ยวลู่ไปที่ห้องสะสมของของฉันนะถ้าเสี่ยวลู่ชอบก็ให้เขาไปเลย” หญิงชราหันไปพูดกับซุนอิง
“เข้าใจแล้วค่ะคุณย่า” ซุนอิงพยักหน้า และพาฉินลู่เดินออกจากห้องโถงไป
เมื่อร่างของฉินลู่หายไปจากห้องโถง ทุกคนในห้องโถงก็เริ่มพูดคุยกัน
เมื่อเดินออกจากห้องโถงมาซุนอิงก็จูงฉินลู่ไปที่ชั้นสองของคฤหาสน์ทันทีและมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่
“ฉินลู่ ที่นี่แหละ”
เมื่อพูดเช่นนั้น ซุนอิงก็ผลักประตูไม้ เดินนำฉินลู่เข้าไปข้างใน
เมื่อฉินลู่เดินเข้าไปในห้อง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นทันใด
“ของล้ำค่าทั้งนั้นเลย...”
งานเลี้ยงจบลงแล้ว
ฉินลู่เข้าไปนั่งในรถอาวดี้ของซุนอิง และรถก็ค่อยๆ ขับออกจากที่จอดรถ
“วันนี้ขอบคุณนายมากจริงๆ ฉินลู่”
เธอพูดกับฉินลู่ขณะจับพวงมาลัยอยู่
“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก ฉันก็ได้ผลประโยชน์มาเยอะเหมือนกัน” ฉินลู่ยิ้มแล้วก็ยกกล่องที่อยู่ในมือขึ้นมา
เดิมทีเขาต้องการหยิบแค่หยกชั้นดีสามชิ้นจริงๆแต่เมื่อเห็นหยกชั้นดีหลายสิบชิ้นอยู่ตรงหน้าฉินลู่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมาเพิ่มอีกสองอัน
ยกโทษให้เขาเถอะ นี่ก็เป็นเพียงความโลภของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปเท่านั้น...
“หยกที่นายถืออยู่จะกี่หยวนกันเชียว บทกวีอวยพรวันเกิดมู่หลานฮวาม่านมูลค่าตั้งเท่าไหร่เอามาเปรียบกันได้เหรอ” ซุนอิงพูดพร้อมกับกลอกตาใส่ฉินลู่
“อื้ม” ฉินลู่พยักหน้าเห็นด้วย
จริงแท้แน่นอน มูลค่าของกระดาษหนึ่งแผ่นและน้ำหมึกปากกานิดหน่อยไม่สามารถเทียบกับหยกชั้นดีห้าชิ้นได้หรอก
“ถ้านายว่างไม่มีอะไรทำก็โทรหาฉันนะ มาเล่นที่บ้านฉันได้” ซุนอิงกล่าว
“ได้สิ” ฉินลู่พยักหน้า
ทั้งสองคุยกันเป็นระยะๆ และหลังจากนั้น 20 นาทีรถยนต์ก็ขับมาถึงชุมชนฝานหวาที่ฉินลู่อาศัยอยู่
“โอเค เอาล่ะ ฉันลงรถแล้วนะ” ฉินลู่พยักหน้าให้ซุนอิงจากนั้นก็เปิดประตูรถและเดินลงไป
ซุนอิงเหมือนมีอะไรจะพูด เธอเอื้อมมือไปต้องการจะพูดบางอย่างกับฉินลู่แต่ก็ดึงมือกลับ
ช่างมันเถอะ ซุนอิงนั่งอยู่ในรถ มองฉินลู่เดินหายเข้าไปในประตูอาคาร
“เฮ้อ...”
ซุนอิงถอนหายใจเงียบๆ สตาร์ตรถอาวดี้ และค่อยๆ ขับออกจากชุมชนฝานหวา
เมื่อกลับถึงบ้าน ฉินลู่ก็ปิดประตูอย่างแน่นหนาจากนั้นก็เทหยกลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่นอย่างมีความสุข
“สุดยอดมากจริงๆ...”
ฉินลู่ชอบหยกล้ำค่าทั้งห้าชิ้นนี้มาก
“มีหยกชั้นดีห้าชิ้นนี้ การฝึกฝนเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตก็จะพัฒนาไปอีกระดับ”
ฉินลู่ลูบมืออย่างตื่นเต้นจากนั้นจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อต้มยาจีนโบราณ จากนั้นก็เริ่มฝึกฝน
แต่ทันทีที่เขาเปิดฝาหม้อ ฉินลู่ก็นึกขึ้นได้ว่าโสมชิ้นสุดท้ายในสต็อกยาจีนของเขาได้เอาไปต้มเหล้าให้พ่อของเฉียนเชี่ยนแล้ว
“เฮ้อ ออกไปซื้อสักหน่อยแล้วกัน”
ช่วยไม่ได้ ฉินลู่จำเป็นต้องเปิดประตูและออกไปข้างนอกไปซื้อยาจีนที่ร้านขายยาต่างๆ
แต่เวลานี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ร้านขายยาหลายร้านปิดหมดฉินลู่หาอยู่นานก่อนที่จะเจอร้านขายยาที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงและเขาก็ซื้อยาจีนจนครบ
เมื่อฉินลู่กลับมาถึงบ้านอีกครั้ง ก็เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว
ฉินลู่ไม่รอช้า เขารีบใส่สมุนไพรลงในหม้อแล้วเปิดไฟต้ม
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อยาจีนต้มได้ที่ฉินลู่ก็เทยาในหม้อลงในอ่างอาบน้ำ แล้วก็เติมน้ำอุ่นให้เต็มจากนั้นก็ลงไปนอนแช่ในนั้น เริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
“ต่อหน้าพระพักตร์เทพซวีหวง เซียนจื่อสยา ไท่ซ่างแห่งเต๋าและเทพอวี้เฉินจวินของซ่างชิง ปลีกวิเวกไปอยู่ที่ตำหนักหรุ่ยจูถือเป็นศีล 7...”
ขณะที่ฉินลู่พูดพึมพำ ก็กระตุ้นพลังปราณอันอ่อนแอในร่างกาย เริ่มโคจรจุลจักรวาล[1]
หลังจากครบเก้าจักรวาล เขาก็หยุดโคจร
ฉินลู่ลุกขึ้นจากอ่างน้ำ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เป็นช่วงสาย เกือบๆ จะ 8 โมง
วันนี้เป็นวันจันทร์ ฉินลู่ต้องไปทำงาน เขาจึงไม่มีเวลานอนแล้ว
แม้ว่าร่างกายของเขาจะย่ำแย่มาก แต่ว่าเขาเป็นผู้ฝึกตน พลังชีวิตจึงสูงกว่าคนทั่วไปถึงจะไม่ได้นอนทั้งคืนก็ไม่มีปัญหาอะไรอย่างมากที่สุดก็แค่รู้สึกเหนื่อยล้าเท่านั้น
หลังจากเดินออกจากบ้าน ฉินลู่ก็ลูบท้องตัวเอง เขารู้สึกหิวนิดหน่อยจึงเดินไปที่ร้านอาหารเล็กๆ นอกชุมชน ในร้านมีคนไม่น้อยกำลังกินข้าวอยู่
“เถ้าแก่ครับ ขอโจ๊กสองชาม และซาลาเปาไส้เนื้อแปดชิ้นครับ” ฉินลู่หาที่นั่งและเรียกเถ้าแก่ที่กำลังยุ่งอยู่ในครัว
“ได้เลย รอสักครู่นะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
ฉินลู่พยักหน้า และรออย่างเงียบๆ
[1]จุลจักรวาล คือ การทำสมาธิรูปแบบหนึ่งของเต๋า