อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

บทที่ 190 สร้างชื่อเสียง

บทที่ 190 สร้างชื่อเสียง


            


ฟิ้ว!! ฉึก!!


            


การโจมตีของซูหยวนยังคงพุ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง ทุกศรปักเข้าที่ตำแหน่งสำคัญของวานรลมกลายพันธุ์ราวกับจับวาง พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่สามารถโจมตีได้แม่นยำขนาดนั้นอยู่ด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเธออยู่คนละระดับกับตัวเองไปแล้ว




“เหลืออีก 10 ตัว” หากไม่ใช่เพราะซูหยวนกล่าวเตือนพวกเขาว่าตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ไหน พลธนูที่อยู่ใกล้เคียงคงจะไม่สามารถขยับได้ มัวแต่มองการโจมตีของเธออย่างหลงใหลก็เท่านั้น




“พะ พวกเราก็รีบลงมือเถอะ อย่าปล่อยให้วานรลมกลายพันธุ์เข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้” 




พลธนูคนนั้นหันไปพยักหน้าให้เพื่อนที่อยู่ถัดไป เนื่องจากวานรพวกนี้กระจายตัวกันเข้ามา ทำให้กินพื้นที่ตรวจสอบของนักธนูทั้ง 3 คนรวมอันซูหยวนด้วย หรือต่อให้ไม่เข้าไปในพื้นที่ของตัวเอง ทว่าพวกเขาก็มีน้ำใจที่จะช่วยกันสกัดไม่ให้พวกกลายพันธุ์เหล่านี้เข้ามาสร้างปัญหาอยู่แล้ว




ความแม่นยำของพวกเขาไม่มากเท่าซูหยวน ยิงออกไป 3 ศรจะโจมตีเข้าเป้า 1 ศร แล้วโจมตีเข้าเป้า 10 ศรถึงจะสามารถเข้าจุดตายของศัตรูได้ 1 ศร ด้วยอัตราส่วนเท่านี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะต้องใช้เวลาค่อนข้างมากกว่าจะสามารถล้มสัตว์กลายพันธุ์ไปหนึ่งตัวได้




ซูหยวนทำอย่างที่รับปากไว้ ด้วยระยะ 700 เมตรนี้ กว่าที่มันจะเข้ามาในรัศมี 300 เมตร เธอก็สามารถจัดการมันไปได้ 8 ตัวแล้ว เธอหันไปมองนักธนูที่เข้ามาช่วยโจมตีราว 4 คน พวกเขาใช้เวลาโจมตีนานกว่าจะล้มพวกมัน 4 ตัวไปได้ 




ถึงอย่างนั้น...ซูหยวนก็ไม่คิดมากอะไร เธอเข้าใจว่าทหารเหล่านี้ไม่ได้มีโอกาสดีเหมือนกับเธอที่ได้เจออาจารย์เติ้งผู้ใจกว้าง หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ช่วยสอนวิชาให้ เธอก็คงจะไม่มีความสามารถในการโจมตีระยะ 1,000 เมตรได้ คงต้องรอจนกว่าพวกมันจะเข้าใกล้ ถึงสามารถเพิ่มความแม่นยำได้เหมือนกับคนอื่นๆ




“แฮ่กๆ ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราจะสามารถจัดการวานรลมกลายพันธุ์ 12 ตัวพวกนี้ได้ด้วยพวกเรากันเอง”




“ฮ่าๆ จริงด้วย ไม่ต้องถึงมือพวกหน่วยจู่โจม ครั้งนี้พวกเรานับว่าประสบความสำเร็จแล้วจริงๆ”




“ไอ้พวกหน่วยจู่โจมชอบมีอคติกับพวกเราอยู่ด้วย ครั้งนี้พวกมันคงเห็นแล้วว่าถ้าพวกเราเอาจริงก็สามารถจัดการได้เหมือนกัน เร็วเข้า...รีบแจ้งให้หน่วยเก็บรวบรวมทรัพยากรไปจัดการเอาแกนพลังงานของพวกมันไป”




“ทุกคน...ที่จริงแล้ว พวกเรา 4 คน กว่าจะล้มวานรลมกลายพันธุ์ 4 ตัวได้ก็ลากเลือดแล้ว ความดีความชอบนี้คงต้องมอบให้หัวหน้าหน่วยย่อยอัน” 




“ใช่ๆ ฝีมือของจ่าสิบตรีอันนั้นสมคำล่ำลือแล้วจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะสามารถกลับมากันได้อย่างปลอดภัย ด้วยทักษะการโจมตีเมื่อครู่นี้ ทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาแล้ว จัดการ 8 ตัวได้รวดเดียว ยิงเข้าจุดสำคัญจนทำให้มันตกตายได้ไม่ง่ายๆเลย”


            


พวกนักธนูไม่ลืมที่จะหันมาตื่นเต้นกับทักษะของซูหยวน อย่างไรก็ตาม...นักธนูคนที่เห็นทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น เขาเงียบมาตลอดไม่ยอมพูดอะไรเลยจนกระทั่งได้ยินคำของนักธนูคนอื่นเช่นนี้




“ไม่ใช่แค่ 8 ตัว”




“หืม? ท่านว่าอะไรหรือ?”




“ฉันบอกว่าไม่ใช่แค่ 8 ตัว จ่าสิบตรีอันไม่ได้จัดการพวกวานรลมกลายพันธุ์แค่ 8 ตัว...” ตอนแรกเป็นเขาเองที่ไม่เชื่อ แต่หลังจากได้เห็นทักษะเมื่อครู่นี้ รวมกับความแม่นยำที่ยิงลูกศรออกไปไม่เคยพลาดเป้า เขาก็คิดถึงสิ่งที่เธอบอกก่อนหน้านี้ว่าตรวจพบเจอวานรลมกลายพันธุ์ฝูงใหญ่ พวกมันมีจำนวนรวมกันมากกว่า 20 ตัวในตอนนั้น


            


เดิมทีเขาคิดว่าเธอใช้ลูกศรของกองทัพไปอย่างสิ้นเปลือง อาศัยโอกาสนี้ในการฝึกซ้อมฝีมือ แต่ความจริงแล้วคงไม่ใช่เช่นนั้น




“หมายความว่ายังไงไม่ใช่แค่ 8 ตัวน่ะ”




“แจ้งหน่วยสนับสนุนไปรวบรวมทรัพยากรเถอะ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่บริเวณนี้ แต่ให้พวกเขาเข้าไปในป่าลึกทางนั้นอีกหน่อย คงจะได้เจอกับซากวานรลมกลายพันธุ์อีก”




“................” ถึงทุกคนอยากจะถามว่าเป็นไปได้ด้วยหรือ แต่พวกเขาก็ไม่อยากมีอคติกับใครก่อนที่จะได้เห็นความจริง


            


พวกหน่วยสนับสนุนที่รอเก็บรวบรวมทรัพยากรอยู่แล้วได้รับแจ้งก็รีบออกไปกันทันที พวกเขาต้องเคลื่อนที่ให้เร็วเพื่อไม่ให้พวกกลายพันธุ์ตัวอื่นๆมาเอาทรัพยากรของพวกเขาไป เมื่อรู้จากพวกนักธนูว่ามีวานรลมกลายพันธุ์ฝูงใหญ่ถูกจัดการ พวกเขาก็กระตือรือร้นมาก 


            


ใช้เวลาไม่นานก็วิ่งกลับกันออกมา สีหน้าท่าทางดูแล้วตื่นเต้นไม่น้อย




“ได้กี่อัน” นักธนูที่อยู่ด้านบนกำแพงตะโกนถาม ซึ่งผลงานครั้งนี้ของพวกเขาทำให้หน่วยสนับสนุนอารมณ์ดีไปด้วย จึงตะโกนตอบกลับมา




“ได้ 22 แกนพลังงาน นับว่าผลงานครั้งนี้ของพวกคุณ 5 คนค่อนข้างมากเลย น่าจะทำแต้มทหารได้ไม่น้อย”




“ดะ ได้ 22 แกนพลังงานงั้นหรือ? หมายถึงวานรลมกลายพันธุ์พวกนั้นมี 22 ตัวหรือ?”




“หืม? ทำไมถึงทำท่าทางตกใจแบบนั้นล่ะ ก็พวกคุณโจมตีไป 22 ตัว ย่อมต้องมีแกนพลังงาน 22 อันอยู่แล้ว” หน่วยสนับสนุนไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนักธนูจึงแสดงท่าทางแบบนั้น ทว่าพวกเขาตรวจสอบแล้วว่าศพของวานรลมกลายพันธุ์พวกนั้นถูกโจมตีโดยธนูไม่ผิดแน่


            


หน่วยสนับสนุนไม่เข้าใจ พวกนักธนูก็ไม่เข้าใจเช่นกัน พวกเขาได้แต่มองหน้ากันเองก่อนจะมองไปยังผู้ที่บอกพวกเขาก่อนหน้านี้ว่าวานรลมกลายพันธุ์ไม่ได้มีแค่ 8 ตัว




“นี่มัน...หรือว่าพวกคุณช่วยกันโจมตีไปก่อนหน้านี้แล้ว...”




“ไม่ใช่ เป็นจ่าสิบตรีอันคนเดียวที่จัดการพวกนั้นก่อนที่ฉันจะมองเห็นในระยะ 700 เมตร ตอนที่พวกมันยังไม่โผล่ออกมาจากป่าด้วยซ้ำ” 




“จ่าสิบตรีอันคนเดียวงั้นหรือ? แล้วก็โจมตีได้ระยะไกลขนาดนั้น....” พวกนักธนูได้รู้แล้วว่าความตื่นเต้นเมื่อครู่ของพวกเขาเป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้น


            


จากที่เห็นว่าจ่าสิบตรีอันซูหยวนสามารถโจมตีวานรลมกลายพันธุ์ในระยะ 700 เมตรได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่พวกเขาได้แต่โจมตีสุ่มๆไปเท่านั้น กลายเป็นว่า....นั่นเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะขนาดโจมตีวานรลมกลายพันธุ์ในมุมอับสายตาที่คนทั่วไปมองไม่เห็นเธอก็ยังทำได้ นับประสาอะไรกับวานรลมกลายพันธุ์ที่วิ่งออกมาที่โล่งเช่นนี้


            


ความน่าตื่นเต้นของพวกเขาไม่ได้จบลงแค่ฝูงวานรลมกลายพันธุ์ 20 กว่าตัวนี้เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็มีพวกกลายพันธุ์พยายามจะเข้ามาโจมตีกำแพงฝั่งทิศเหนือของพวกเขาเพิ่มอีก ถึงอย่างนั้น...พวกมันก็ถูกสกัดเอาไว้ทั้งหมด ทำเอาพวกหน่วยจู่โจมแทบลืมไปเลยว่ายังมีกำแพงฝั่งทิศเหนืออยู่ด้วย


            


ซูหยวนและนักธนูคนอื่นๆช่วยกันรักษากำแพงฝั่งทิศเหนือเอาไว้ได้ การทำงานของเธอนี้กลายเป็นที่พูดถึงในบรรดานักธนูฝั่งทิศเหนือกันแล้ว พวกเขาได้เห็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจด้วยสายตาของตนเอง และเพราะแบบนั้น...การยอมรับในตัวตนของซูหยวนก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย


            


หลังจากจบวัน ซูหยวนและคนอื่นๆก็ไปรายงานผลการทำงานของวันนี้ ทำเอาพวกหน่วยสนับสนุนที่รออยู่ก่อนแล้วได้เจอตัวจริงของพวกเขาเสียที


            


วันนี้ที่พวกเขารวบรวมทรัพยากรได้ค่อนข้างมาก ต้องชื่นชมนักธนูพวกนี้ ซึ่งปกติแล้ว...หน่วยจู่โจมทำได้มากที่สุดก็แค่ไม่กี่สิบแกนพลังงานต่อวัน เนื่องจากพวกเขาเน้นการขับไล่ไม่ใช่เน้นการฆ่า ทำให้มีพวกกลายพันธุ์ตกตายหน้าเขตกำแพงมีไม่มากนัก ต่างจากนักธนูทิศเหนือพวกนี้




“วันนี้พวกคุณทำงานได้ดีจริงๆ พรุ่งนี้ก็ฝากด้วยแล้วกันนะ”




“ฮ่าๆ ต้องขอบคุณจ่าสิบตรีอันเลยที่ทำให้การจัดการพวกกลายพันธุ์ราบรื่นขนาดนี้”




“ใช่แล้ว ต้องขอบคุณจ่าสิบตรีอัน”




“เป็นจ่าสิบตรีอันที่ยอดเยี่ยม นอกจากจะทำให้พวกเรารู้ตัวก่อนล่วงหน้าว่าจะมีพวกกลายพันธุ์โผล่ออกมา เธอก็ยังช่วยจัดการพวกมันไปบ้างก่อนที่พวกมันจะเข้าใกล้ด้วย หากรอโจมตีในระยะประชิดแล้ว พวกนั้นคงจะถึงกำแพงก่อนนั่นแหละ”




“มีจ่าสิบตรีอันอยู่กับพวกเราด้วย วันพรุ่งนี้พวกเราก็ไม่ลำบากแล้ว” พวกนักธนูฝั่งทิศเหนือพูดเป็นเสียงเดียวกัน ทำเอานักธนูที่ประจำกำแพงด้านอื่นๆได้แต่แอบฟังด้วยความสนใจ


            


ดังนั้นเรื่องราวของนักธนูทิศเหนือโดยเฉพาะชื่อเสียงของอันซูหยวนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านการพูดโดยปากต่อปาก ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ตื่นเต้นกับผลงานนี้ ก็ย่อมมีคนไม่พอใจด้วยเช่นกัน




“น่าหงุดหงิดจริงๆ ไม่ใช่ว่าไอ้สิบเอกคนนั้นของหน่วยจู่โจมเป็นพวกมีทิฐิมากรึไง แล้วทำไมถึงไม่ยอมสร้างปัญหาแล้วลากให้เด็กนั่นตกตายตามกันไป!”




“หัวหน้า นิสัยของสิบเอกคนนั้น แม้จะเป็นพวกมีทิฐิมาก ไม่ยอมรับหัวหน้าง่ายๆ แต่ถ้าจ่าสิบตรีคนนั้นเป็นคนมีฝีมือจริงๆ เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะยอมรับในภายหลังครับ”




“มีฝีมือจริงๆงั้นหรอ....เหอะ!” หัวหน้าหน่วยพลธนูฉางอี้แค่นหัวเราะ เรื่องฝีมือของอีกฝ่าย เขาย่อมต้องรู้ดีมากกว่าใครอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เธอก็จัดการพลธนูของตระกูลอี้ไปงั้นหรือ? ถ้าไม่มีทักษะที่ดีแล้วจะลงมือสำเร็จได้อย่างไร และเพราะแบบนั้น...เขาถึงได้อยากจะทำลายเธอไงล่ะ!


            


อุตส่าห์เสนอให้ใช้พื้นที่เขต F เป็นแหล่งทดสอบแท่นพลังงาน ตั้งใจจะลากเอาเด็กคนนั้นมาตกตายด้วย เพราะเขต F นั้นเป็นเขตที่ระดับจ่าสิบตรีจะยังสามารถเข้าร่วมโดยได้รับตำแหน่งระดับสูงอยู่ หากไปยังเขตอื่นๆ กองทัพก็ต้องเรียกตัวคนที่มีระดับมากกว่านั้นมา ซึ่งนั่นจะทำให้ภารกิจถูกจัดการง่ายดายกว่าเดิม


            


เดิมทีคิดว่าเธอควรจะตกตายผ่านภารกิจแรก ไม่คิดว่าจะยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ ถ้าอย่างนั้น...เขาก็มีอีกแค่แผนเดียวที่เหลือ หากยังจัดการไม่ได้อีก เช่นนั้นก็ต้องลงมือด้วยตัวเองแล้ว




“ใช้เจ้านั่นซะ”




“เจ้านั่น.....”




“ใช่ ปล่อยมันออกมาถล่มที่นี่ให้ราบคาบ ไม่ใช่ว่าเด็กนั่นอยู่กำแพงทิศเหนือหรอกหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยมันที่ทิศเหนือเลยก็แล้วกัน” หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของทหารผู้ติดตามหัวหน้าอี้ฉางก็มีความกังวลฉายออกมา


            


เพื่อทำลายผู้หญิงคนเดียวแล้ว หัวหน้าถึงกับต้องการให้ใช้ “เจ้านั่น” เลยหรือ? นี่ไม่ใช่เป็นการลงทุนที่มากเกินไปหรืออย่างไร ต้องไม่ลืมว่า “เจ้านั่น” คือทรัพยากรชิ้นสำคัญของกลุ่ม หากปล่อยมันออกมาแล้วไม่สามารถสร้างความเสียหายได้มาก เช่นนั้นพวกสมาชิกระดับสูงในกลุ่มจะต้องลงโทษหัวหน้าแน่


            


แม้เขาจะอยากเตือนหัวหน้าสักคำสองคำ แต่ดูจากแววตาอาฆาตนั้นแล้ว เขาก็ทำได้แค่ปล่อยไปเท่านั้น


            


สุดท้ายคนที่จะรับผิดชอบก็ไม่ใช่เขาอยู่ดี บางทีอาจจะดีกว่าก็ได้ หากหัวหน้าถูกพวกระดับสูงของกลุ่มลงโทษ เช่นนั้นเขาก็มีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าคนต่อไปไม่ใช่หรือ?


            


หลังจากคิดได้แบบนั้น เขาก็ดำเนินการทันที เจ้านั่นที่กำลังนอนหลับใหลจู่ๆก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยพลังงานไฟฟ้าที่รุนแรง ดวงตาที่มืดมนของมันค่อยๆลืมขึ้น พร้อมกันนั้นก็ปล่อยสารพิษที่รุนแรงออกมา




“เคี๊ยก!!!” เสียงร้องกรีดแหลมเสียดแทงผู้ที่ได้ยิน ยิ่งอยู่ในรัศมี 500 เมตรยิ่งรู้สึกเหมือนหูจะระเบิดออกมา พวกกลายพันธุ์ทั้งพืชและสัตว์ หากเคลื่อนที่ได้ก็พากันหนีกันอุตลุด




“เคี๊ยกๆ” ในขณะเดียวกัน วานรลมกลายพันธุ์จำนวนมากก็เหมือนได้รับสัญญาณ พวกมันร้องตอบรับนายเหนือหัวของตนเองแล้วพากันวิ่งมารวมตัวกันที่ถ้ำใหญ่นี้


            


โซ่ตรวนขนาดใหญ่ที่พันธนาการร่างของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์เอาไว้ถูกปลดออก ตอนนั้นตัวจ่าฝูงที่มาขนาดใหญ่กว่าวานรลมกลายพันธุ์ทั่วไปกว่า 10 เท่าก็ได้รับอิสระกลับคืนมาเป็นครั้งแรก ความโกรธแค้นจากที่ถูกจองจำทำให้มันอาละวาดไปรอบๆ ทำลายอุโมงค์ขนาดใหญ่จนเกิดเป็นเสียงระเบิด “ตู้ม” ที่ดังมาจนถึงกำแพง


            


ราวกับตั้งใจ ปลายทางอุโมงค์นั้นเปิดออกทางฝั่งทิศใต้พอดี หรือก็คือทิศเหนือของกำแพงฐานทัพทหาร ดวงตาของเจ้าจ่าฝูงตัวโตกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะออกคำสั่งรวดเดียว ส่งให้ฝูงวานรลมกลายพันธุ์ทั้งหมดวิ่งดาหน้าออกมาพร้อมกัน!




………………………………..

คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน