พลังปราณมังกรเทวะอันยิ่งใหญ่เปล่งประกายทรงพลัง ภาพมังกรตัวมหึมาปรกคลุมด้วยเกล็ดแก้วกระจายแสงสีรุ้ง ปีกกางกว้าง บนหัวมีห้าเขายาวแหลม สายตาแดงฉานโก่งคอแหกปากร้องคำราม .. โฮ๊กกกกกกกกก !!!!!
วิหารหินสั่นสะท้าน .. กึกกก ! กึกกก ! กึกกก ! .. เศษฝุ่นผงร่วงหล่นกราว
ภายในปราณมังกรเทวะมีบุรุษหนุ่มยืนเปลือยกาย ผมยาวดำขลับปลิวไสว รูปร่างเพรียวโปร่งสูงราวสี่ศอก มัดกล้ามเนื้อเป็นลอนริ้ว แขนขาเรียวยาว ผิดขาวนวลเนียนส่องประกาย
.. ร่างบุรุษผู้นั้นลอยคว้างอย่างงามสง่า ดวงตาทั้งสองของยังคงปิดอยู่
อา .. มังกรเรืองโรจน์อุทาน จ้องมองบุรุษผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “.. หลานข้า .. นี่คือ หลายข้าหรือนี่”
มหาขันทีมองร่างนั้นโดยไม่กะพริบตา กล่าวกับมังกรเรืองโรจน์ว่า “สำเร็จแล้วศิษย์พี่ องค์ชายน้อยกลับมาแล้ว”
.. บุรุษผู้นี้คือ .. องค์ชายฤทธา
.. องค์ชายฤทธา ผู้ที่ใกล้ตายลมปราณแตกสลายด้วยพิษชำระจิตอาถรรพ์
.. แต่ตอนนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งมีสภาพร่างกายกล้าแกร่งและพลังปราณสุดยอดพิสดาร
นั่นก็เพราะหัวใจของมังกรเทวะที่อุทัยนำมาจากแดนสุขาวดี ด้วยวิชาโบราณของราชวงศ์โอริสาได้นำหัวใจของเทวะมังกรผนึกรวมกับร่างขององค์ชายฤทธา
องค์ชายฤทธาผู้มีกายา ‘มังกรเวทพิสุทธิ์’ ที่เป็นส่วนผสมสุดวิเศษของกายามังกรเทวะและเส้นลมปราณเวทพิสุทธิ์ เมื่อได้ประสานกับเลือดเนื้อและพลังเทวะจากหัวใจมังกรเทวะระดับสูง ผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งอัศจรรย์ที่สุดตั้งแต่ผู้ฝึกยุทธ์บนภาคพื้นทวีปได้พบเจอมา
.. เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของกายามนุษย์และพลังของมังกรเทวะ
.. นั้นคือ .. ตัวตนของเทวะมังกรที่แท้จริง
ฮา ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะก้อง มันกล่าวว่า “ยังมีตัวละครลับซ่อนอยู่อีก .. ไม่เลว .. ไม่เลว”
ดวงตาของกระบี่ทลายนภาจ้องมองพิจารณาร่างองค์ชายฤทธา ความรู้สึกบางอย่างหวนคืนมา
ปราณพลังของบุรุษหนุ่มผู้นี้ช่างรู้สึกคุ้นเคย กระบี่ทลายนภายิ่งพิจารณายิ่งคิ้วขมวด แล้วมันจึงอุทาน “.. ใช่แล้ว .. ใช้เป็นแน่แท้”
สีหน้าของกระบี่ทลายนภาขมึงถึง สายตาหยิ่งยโสแปรเปลี่ยนเป็นเครียดขึง กล่าวขึ้นว่า “.. เป็นมันจริงๆ”
พลังมังกรเทวะจากองค์ชายฤทธามีส่วนคล้ายมหาบุรุษโอริสาอยู่เจ็ดแปดส่วน ความแค้นในใจมหาราชครูคุปยะที่ครอบครองร่างกระบี่ทลายนภาปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
กระบี่ทลายนภากล่าว “.. ดี .. มาได้ดี .. วันนี้ข้าได้ชำระแค้น สมใจแล้ว”
กระบี่ทลายนภาเร่งเร้าปราณนภาลัยจนส่งประกายบริสุทธิ์ระยิบระยับวิบวับ
สภาพโดยรอบแปรเปลี่ยนราวกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า .. กระบี่เทพวายุเปล่งพลังกลายเป็นลำแสงกระบี่ ลำแสงนั้นขยายจนกลายเป็นกระบี่แสงสีฟ้าเข้มด้ามเขื่อง .. กระบวนท่านี้คือ
.. เทพกระบี่เปิดนภา !!!
สุดยอดกระบวนท่าของปรมาจารย์กระบี่ได้ถูกใช้ออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ทรงพลังกว่าคราวก่อนจนไม่สามารถเปรียบเทียบได้
.. ตูมมมมม !!! กระบี่เทพวายุระเบิดพลังพุ่งวาบไปหาองค์ชายฤทธาโดยทันใด
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วโดยไม่มีใครทันตั้งตัว พลังกระบี่ปราณได้ฉีกกระชากมิติอากาศโดยรอบออกเป็นริ้วๆ
มังกรเรืองโรจน์ร้องอย่างร้อนใจ “.. ฤทธา !!! .. ระวัง”
มหาขันทีตะโกนก้อง “องค์ชายน้อย !!!”
ทั้งสองช้าไปเสียแล้ว เพียงเสี้ยววินาทีที่กระบี่เทพวายุทะยานออก ก็พุ่งมาองค์ชายฤทธาห่างเพียงวาเศษแล้ว
.. ทันใด .. ดวงตาขององค์ชายฤทธาลืมตื่นขึ้น
.. เป็นดวงตาที่ส่งแสงแดงฉาน ราวอาบมาด้วยโลหิตของมังกรเทวะ
.. โฮ๊คคคคคคค !!! เสียงคำรามกึกก้องของปราณมังกรเทวะ
.. เปรี้ยงงงงงงง !!! องค์ชายฤทธาบิดกายยกแขนซ้าย ใช้ฝ่ามือตบฟาดใส่ปราณกระบี่ที่พุ่งเข้ามา
.. ตู้มมมมมมม !!! กระบี่เทพวายุเปลี่ยนทิศทางพุ่งใส่พื้น ก่อเกิดแรงระเบิดรุนแรงทำศิลาแกร่งระเบิดกระจาย
อา .. มังกรเรืองโรจน์ และมหาขันทีอ้าปากค้าง กระบวนท่าสังหารอันสุดยอดถูกองค์ชายฤทธาทำลายในฝ่ามือเดียว
ฮึ .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะในลำคอ มันกล่าวเบาๆ “.. ไม่เลว เช่นนี้ค่อยน่าเล่นหน่อย”
องค์ชายฤทธายืดตัวเหยียดแขนขาพลังปราณรุนแรงกระจายออกโดยรอบ มันเงยหน้าขึ้นแล้วกู่ร้องกึกก้อง .. อ๊ากกกกกกก !!!
เพียงครู่องค์ชายฤทธาจึงผ่อนร่างกายลง จ้องมองกระบี่ทลายนภาด้วยสายตาแดงฉาน แล้วกล่าวขึ้นว่า ".. เจ้าผู้นี้ หาที่ตาย"
ทันใดนั้น ร่างขององค์ชายฤทธาในปราณมังกรเทวะพุ่งวาบ ง้างฝ่ามือขวาลอยกายกระโดดเข้าใส่กระบี่ทลายนภา
.. ฝ่ามือมังกรเทวะพิโรธ !!!
ปราณเทวะมังกรส่องประกายระยับ มังกรเทวะตัวมหึมากางปีกกว้าง ส่งสายตากราดเกรี้ยวโกงคอร้องคำราม .. โฮ๊คคคคคคค !!!
“.. มาได้ดี” กระบี่ทลายนภาตวาดก้อง ผมเผ้าหนวดเคราพลิ้วพัดกระพือ มันย่อกายเงื้อหมัดขวา ปราณนภาลัยส่งประกายบริสุทธิ์วิบวับ
.. หมัดทลายนภา ระดับจิตญาณคุรุ !
.. เปรี้ยงงงงงงง !!! ฝ่ามือหมัดปะทะเสียงดังราวโลกจะถล่ม ก้อนศิลาทั้งวิหารสั่นสะเทือน ทั้งยังแตกร่วงหล่นลงมาโดยทั่ว
เป็นองค์ชายฤทธาหยุดยืนในท่ายกฝ่ามือที่จุดเดิม ส่วนกระบี่ทลายนภาถูกกระแทกถอยไปกว่าห้าก้าว .. การปะทะครั้งนี้แสดงถึงพลังอันสุดแกร่งของเทวะมังกร
องค์ชายฤทธากล่าวขึ้นว่า ".. เหม็นสาบ สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ .. เช่นเจ้า"
ยังไม่ทันที่วิหารจะหยุดสั่น องค์ชายฤทธาก็ดีดกายต่อ นำฝ่ามือซ้ายขวากระแทกใส่กระบี่ทลายนภา
.. เปรี้ยงงงงง !!! .. เปรี้ยงงงงง !!! .. เปรี้ยงงงงงงง !!! หมัดขวาซ้ายของกระบี่ทลายนภาต้านทานรับไว้
.. เปรี้ยงงงงง !!! .. เปรี้ยงงงงงงง !!! กระบี่ทลายนภาใช้กรงเล็บตะปบใส่คอหอย แต่องค์ชายฤทธาใช้ฝ่ามือปัดป้องได้ทันท่วงที
องค์ชายฤทธากล่าวขึ้นว่า ".. เป็นเจ้าหรอกหรือ .. ผู้บงการเรื่องราวทั้งหมด" .. แล้วซัดกลับไปอีกหนึ่งฝ่ามือ
.. ว๊าบบบ ! กระบี่ทลายนภาพลิกกายหลบรอดฝ่ามือนั้น ท่าร่างของมันสุดว่องไวหมุนออกด้านข้างใช้เท้าเตะใส่ดัง .. เปรี้ยงงงงงงง !!!
.. องค์ชายฤทธาถูกเตะจนกระเด็น ดวงตาของมันยิ่งแดงฉานด้วยโทสะ พุ่งกายวกกลับเข้าหาแล้วชกใส่กระบี่ทลายนภาที่ปลายคาง .. เปรี้ยงงงงง!!!
.. กระบี่ทลายนภาถูกชกจนหน้าสะบัด แต่ไม่วายนำดัชนีพุ่งเสียบหน้าอกองค์ชายฤทธา .. เปรี้ยงงงงง !!!
.. ทั้งสองร่างผงะหงายแยกจากกัน เพียงชั่วกะพริบตาก็พุ่งกายกลับมา ระดมฝ่ามือหมัดดัชนีเข้าใส่กันและกันจนชมดูแทบไม่ทัน
เทวีจินเยว่กล่าวอย่างเหลือเชื่อ “อา .. คืออันใดกัน พวกมันคือตัวอัดใด”
นักพรตสัมผัสฟ้าละล่ำละลักกล่าว “.. มะ .. ไม่รู้ .. ถอยก่อน พวกเราถอยก่อน”
ทั้งสองถอยออกไปตั้งหลัก เทวีจินเยว่ไม่ลืมที่จะลากองค์ชายวรราชออกไปด้วย
ร่างอุทัยยังนอนแน่นิ่งราวคนตาย พลังจากการต่อสู้ของสองปรมาจารย์ทำศิลาก้อนเล็กใหญ่แตกร่วงหล่นใส่ร่างกายของมัน
.. ที่ข้างกายกลับมีสตรีนางหนึ่งยืนอยู่อย่างเงียบงัน
.. สตรีนางนั้นทิ้งเข่าลง ใบหน้าของนางซีดเผือด ดวงตาโศกซึ้งมีน้ำเอ่อคลอ
“ท่าน ..” เสียงสั่นแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากราวคนละเมอ .. “.. มะ ไม่จริง” นางรำพึงต่อ ราวไม่สามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
กึกกก ! กึกกก ! กึกกก ! .. วิหารสั่นสะท้าน ศิลาก้อนใหญ่นับสิบๆ ก้อนร่วงลงใส่ทั้งคู่
ว๊าบบบบ ! .. สตรีนางนั้นส่งพลังออกเป็นปราการปราณสีฟ้าครึ่งทรงกลม ทำก้อนศิลากระแทกกระเด็นกระดอนไป
.. ปราณวารีเหมันต์
.. สตรีนางนั้นคือ
.. วาวา
ภายในปราการปราณวารีเหมันต์ วาวามองเหม่อไปยังร่างที่นอนนิ่งดังไร้วิญญาณ
.. สมองของนางว่างเปล่า รู้สึกปวดร้าวที่หน้าอกราวหัวใจกำลังแหลกสลาย
.. หยดน้ำใสบริสุทธิ์ไหลออกมาจากดวงตา ร่วงหยดลงใบหน้าของอุทัย
.. นางค่อยๆ นำปลายนิ้วสัมผัสกับวงหน้าที่ไร้ลมหายใจนั้น
.. เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่นางไม่สามารถบรรยายออกมาได้
กระบี่ทลายนภาเหลือบไปเห็นพอดี มันยิ้มเยาะกล่าวกับองค์ชายฤทธาว่า “อ่ะ .. นั่นมิใช่แม่นางน้อย ที่จะสมรสกับเจ้าหรอกหรือ ..”
ฮึ .. องค์ชายฤทธาหันหน้ามองตาม สิ่งที่ได้เห็นทำมันต้องชะงักไป
.. เป็นภาพที่บาดลึกเข้าไปถึงดวงใจ แม่นางวาวาที่มันปรารถนากำลังเศร้าโศกลูบไล้ใบหน้าบุรุษผู้หนึ่งอย่างทะนุถนอม
.. ทั้งยังปล่อยปราการปราณปกป้องร่างบุรุษผู้นั้น
.. บุรุษผู้เป็นเกลอเก่าของมัน
.. เจ้าอุทัย !!!
อิ อิ .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะ แล้วจึงบรรจงง้างหมัดขวาชกใส่ใบหน้าองค์ชายฤทธา .. เปรี้ยงงง !
องค์ชายน้อยถูกชกจนหน้าหงาย แต่สายตาของมันยังคงจับจ้องอยู่ที่วาวา ทันใดหมัดซ้ายอีกข้างชกเข้าใส่หน้าท้องจนมันตัวงอ .. เปรี้ยงงง !
ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะ ด้วยประสบการณ์หลายพันปีทำมันไม่มองข้ามรายละเอียดปลีกย่อย ตอนนี้กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
“ถูกตีท้ายครัวแล้ว .. องค์ชาย .. ฮา ..” กระบี่ทลายนภาเร่งเร้าพลัง แล้วส่งสองฝ่ามือฟาดใส่องค์ชายฤทธา
.. ฝ่ามือนภาลัย ระดับจิตญาณคุรุ !
.. เปรี้ยงงงงง !!! องค์ชายฤทธาถูกพลังฝ่ามือฟาดใส่หน้าอกอย่างจัง
.. โครมมม !!! ปราณมังกรเทวะแหลกสลาย ร่างองค์ชายฤทธาถูกส่งกระแทกใส่ผนังวิหารอย่างแรงจนศิลาพังลงมาทับถมตัวมัน
“.. ฤทธา !!!” มังกรเรืองโรจน์ร้องเรียก
“.. องค์ชาย !!!” มหาขันทีกล่าวมองตาค้าง
ฮา ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะอย่างสะใจ ปากกล่าวเย้ย “อ่อนจริง ชายน้อย ฮา” .. แล้วก้าวเดินเข้าไปดูผลงานของมัน
.. แต่ก็ต้องชะงักเท้าไว้
กองศิลาที่ทับถมองค์ชายฤทธาค่อยๆ สั่นไหว ชั่วครู่จึงระเบิดออกดัง .. ตูมมมมม !!! ห้องวิหารสั่นกึกกึกกึก เศษศิลาปลิวว่อนจนผู้คนต้องวิ่งหลบหนี
ภายในคือองค์ชายฤทธา มันลุกขึ้นหยัดยืน ดวงตาเรืองแสงด้วยสีโลหิต
ที่กำลังจ้องมองมิใช่กระบี่ทลายนภา .. แต่คือ วาวา สตรีผู้ครองดวงใจมังกรเทวะของมัน
องค์ชายน้อยร่างสั่นราวกำลังสะอื้นไห้ มันเงยหน้าขึ้นแล้วกู่ร้องด้วยความอดสู .. อ๊ากกกกกกกกก !!!
แต่ .. วาวาดรุณีน้อยผู้งดงามมิได้สนใจบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้แม้เพียงน้อย
.. น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหล่นร่วงลงมา
.. ปลายนิ้วยังคงลูบไล้ใบหน้านั้นอย่างอาวรณ์
.. ความรู้สึกปวดร้าวของนางทวีความรุนแรงจนเริ่มรู้สึกชาด้าน
“มันไม่ตายง่ายๆ หรอก” เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น เป็นซิงซิงผมสีฟ้าสดใสกล่าวกับวาวา
ซิงซิงมายืนสังเกตการณ์อยู่พักใหญ่แล้ว .. ที่นางกังวลมิใช่อาการของอุทัย แต่เป็นตัวประหลาดสองตัวที่กำลังต่อสู้กันอยู่
ชิ .. กระบี่ทลายนภาสบถ เห็นองค์ชายฤทธาไม่ใส่ใจคู่ต่อสู้เช่นมัน กล่าวว่า “กล้าทำเมินใส่ข้าหรือ .. เช่นนั้น ข้าจะทำลายดวงใจของเจ้าก่อน”
กระบี่ทลายนภายื่นมือออก ส่งพลังดูดรั้งกระบี่เทพวายุกลับมา .. วาบบบบบ ..
กระบี่เทพวายุมีใบหน้าเหน็ดเหนื่อยบินมาลอยอยู่ด้านข้าง แล้วจึงเปล่งพลังกลายเป็นลำแสงกระบี่สีฟ้าเข้มด้ามเขื่องอีกครั้ง
“ตายซ่ะ .. อีหนู ..” กระบี่ทลายนภากล่าว แล้วสะบัดมือระเบิดพลังส่งปราณกระบี่ออก .. ตูมมม !!!
.. เทพกระบี่เปิดนภา !!!
กระบวนท่าสังหารอันรุนแรง .. กระบี่เทพวายุพุ่งวาบเข้าใส่วาวา มันกล่าวว่า “สังหารนังหนูนี่เสร็จ จะไปกุดหัวศพเจ้าโล้นนั่น ฮา”
เพ้ยยย ! ซิงซิงอุทาน .. เจ้าคนผู้นี้ มันกระทำการโดยไม่เลือกวิธีจริงๆ เพื่อทำลายจิตสมาธิคู่ต่อสู้ถึงกับสังหารผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ปราณกระบี่สีฟ้าเข้มพุ่งตัดอากาศมาอย่างรวดเร็ว ซิงซิงหมดพลังไปมากมายในการช่วยสกัดยาถอนพิษ กำลังที่เหลือจะหยุดปราณกระบี่เล่มนี้ได้หรือไม่
.. นางไม่มีความมั่นใจแม้เพียงน้อย !
แต่กระนั้นซิงซิงยังพลิ้วกายออกไปเบื้องหน้า .. ชุดหลวมโคร่งที่สวมใส่พัดพลิ้ว ผมสีฟ้าปลิวไสวเปล่งประกายดังเกล็ดน้ำแข็ง สองมือเรียวประกบแล้ววาดออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว ปราณวารีธาตุก่อตัวเป็นชั้นน้ำแข็ง ทั้งยังก่อร่างขยายเพิ่มออกเป็นชั้นๆ อีกห้าชั้น
.. ห้าผนึกวารีเยือกแข็ง !!!
“เจ้าโล้น บัดซบเอ้ย” ซิงซิงสบถ นางกล่าวว่า “.. เจ้าตายขึ้นมาจริงๆ แล้วข้าจะแก้คำสาปได้อย่างไร” ทั้งสามถูกปกป้องอย่างแน่นหนา ด้วยปราการปราณวารีธาตุเป็นชั้นน้ำแข็งสุดแกร่ง
ปราณกระบี่เทพวายุมาถึงแล้ว พลังอันแหลมคมสัมผัสกับปราการปราณน้ำแข็งชั้นแรก
.. แกร็กกก ! เสียงน้ำแข็งแตกร้าว .. เพล้งงง ! .. ปราการปราณน้ำแข็งชั้นแรกถูกทำลายแล้ว
.. แกรกกก ! .. แกรกกก ! .. แกร็กกก ! .. เพล้งงง ! .. ปราการปราณชั้นที่สองแตกสลาย
.. แกรกกก ! .. แกรกกก ! .. กรากกก ! .. เพล้งงง ! .. ปราการปราณชั้นที่สามพังทลาย
.. แกรกกก ! .. กรากกก ! .. กรากกก ! .. เพล้งงง ! .. ปราการปราณชั้นที่สี่ไม่สามารถต้านทานได้
.. แกรกกก ! .. แกรกกก ! .. แกรกกก ! .. ปราการปราณน้ำแข็งชั้นที่ห้าเกิดรอยร้าวกระจายออก นี่เป็นชั้นที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ทำท่าจะเอาไม่อยู่แล้ว
ผมสีฟ้าของซิงซิงปลิวเปล่งประกาย นางอัดพลังเข้าใส่ปราการชั้นสุดท้ายต้านทานเอาไว้
“อาจารย์อา” เสียงเรียกจากด้านหลัง พลังปราณเย็นวาบจนซิงซิงรู้สึกแปลกใจ เป็นวาวาลุกขึ้นมาแล้วกล่าวต่อ “ข้าช่วยท่านเอง”
วาวาพุ่งวาบมาด้านข้าง นางยื่นมือทั้งสองออกสัมผัสปราการปราณ ชุดสีฟ้ายาวพลิ้วกระพือ ผมเปียยาวที่ด้านหลังตวัดม้วน
ว๊าบบบ ! .. วาวาส่งพลังใส่ปราการปราณ ปราการปราณวารีธาตุกลายเป็นผลึกเข้มข้น .. เข้มข้นจนซิงซิงต้องแปลกใจ
“.. นี่เจ้า” ซิงซิงอุทาน นางจ้องมองวาวากล่าวต่อ “.. ร่างเหมันต์บริสุทธิ์”
.. ‘ร่างเหมันต์บริสุทธิ์’ ร่างกายที่บรรจุเส้นลมปราณวารีธาตุธรรมชาติอันบริสุทธิ์ แทบเทียบเคียงปราณวารีแรกเริ่มครั้งกำเนิดโลกธาตุ
“.. ถูกต้อง” วาวาตอบ นางกล่าวต่อ “.. ทั้งยังมีปราณวารีเหมันต์หมื่นปี”
.. ‘ปราณวารีเหมันต์หมื่นปี’ พลังปราณในตำนานของผู้ฝึกยุทธ์วารึธาตุ กล่าวกันว่าปรมาจารย์ผู้ฝึกปราณวารีธาตุจะถ่ายทอดสะสมส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น
ซิงซิงอ้าปากค้างแม้นางน้อยผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ นางรีบกล่าวถาม “.. เจ้า .. เจ้าจะประสานทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกัน”
วาวาเพียงพยักหน้าตอบ นางตั้งสมาธิโคจรพลังปราณไปทั่วชีพจรปราณ ผมเปียยาวของนางก็ค่อยๆ คลายตัว กลายเป็นผมสีดำขลับยาวสยาย
ซิงซิงยังถามต่อ “.. เพื่อมันหรือ”
วาวาไม่ตอบคำถามใด เพียงยิ้มบางหลับตาลงโคจรพลังต่อ
.. ปราณวารีเหมันต์หมื่นปีที่วาวาใช้อยู่เป็นเพียงหนึ่งส่วน อีกเก้าสิบเก้าส่วนถูกผนึกไว้ภายในจุดชีพจรมูละธารณะ* วาวาค่อยๆ ปลดผนึกดึงกระแสปราณออกมา แล้วโคจรไปทั่วทุกอณูชีพจรบนร่างเหมันต์บริสุทธิ์
ซิงซิงยังถามอีก “.. แน่ใจแล้วหรือ เจ้ารับผลของมันได้หรือ”
ไม่มีคำตอบเช่นเดิม .. พลังจากวาวาทำปราการปราณขยายตัวออก รอยร้าวจางหายผสานเป็นเนื้อเดียว วารีธาตุส่งประกายทวีความสดใสทั้งแข็งแกร่งทั้งหนืดเหนียว
ปราณกระบี่เทพวายุแทบจะหยุดนิ่ง เกิดเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวห่อหุ้มเอาไว้ ทำเจ้าทาสกระบี่สั่นหนาวจนทนไม่ไหว
.. ผมดำขลับของวาวาที่ยาวไสวเกิดการเปลี่ยนแปลง
.. จากสีดำสนิท ก็ค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นอ่อนลง จนกลายเป็น .. สีเทา
.. จากสีเทาก็อ่อนลงอีก .. จนสุดท้ายกลายเป็น .. สีขาว .. ขาวบริสุทธิ์ดังเกล็ดหิมะของฤดูเหมันต์
อึกกก ! วาวาสำลักโลหิตจนตัวกระตุก ลมปราณของนางติดขัดจุดชีพจรแปรปรวนตีบตัน
ซิงซิงไม่รอช้าพลิ้วกายมาด้านหลัง นำฝ่ามือทาบใส่หลังทำการถ่ายทอดปราณพลังทะลวงจุดชีพจรทั่วร่างวาวา
ปราณวารีเหมันต์ วารีธาตุบริสุทธิ์ห่อหุ้มแช่แข็งปราณกระบี่เทพวายุเอาไว้ มันหยุดอยู่เพียงนั้นไม่สามารถเคลื่อนที่ไปต่อได้
ฮือออ .. กระบี่ทลายนภาจ้องมองอย่างประหลาดใจ ปราณกระบี่ของมันถูกสกัดเอาไว้ได้
“นางชะนีหัวขาว กับ นางชะนีหัวฟ้า .. เจ้าทำอันใดกับกระบี่ของข้า ..” กระบี่ทลายนภาก่นด่า แล้วจึงยกมือส่งพลังปราณอัดใส่กระบี่เทพวายุอีกครั้ง .. เปรี้ยงงง !
ถึงแม้ปราณวารีธาตุบริสุทธิ์ของวาวาจะเยี่ยมยอด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานพลังระดับจิตญาณคุรุของกระบี่ทลายนภา
ปราณกระบี่เทพวายุเปล่งประกายอีกครั้ง เกล็ดน้ำแข็งที่ห่อหุ้มสลายไป มันได้รับพลังส่งต่อไปเบื้องหน้า พุ่งเจาะปราการปราณวารีธาตุเป็นช่องยาว
พรวดดด ! .. ปราณกระบี่ผ่านปราการปราณวารีธาตุออกมาแล้ว
“จบสิ้นกัน ..” วาวาอุทานทั้งยังหลับตา
“ถอยยยย !!!” เสียงของซิงซิง นางพุ่งกายถอยกรูดฉุดกระชากลากวาวาติดมือมาด้วย
ท่าร่างทั้งสองนับว่ารวดเร็ว แต่กระบี่ปราณยังรวดเร็วกว่าขั้นหนึ่ง กระบี่ปราณทะยานพุ่งเข้าแสกหน้าของวาวา
ปลายกระบี่อยู่ห่างเพียงสิบนิ้ว วาวาหลับตาพริ้มรู้สึกแสบร้อนที่หน้าผาก ภาพบุคคลในห้วงคำนึงผุดขึ้นมาพร้อมเรื่องราวต่างๆ
.. อาจารย์ .. ศิษย์อกตัญญู ไม่สามารถอยู่ดูแล ปรนนิบัติท่านได้
.. ศิษย์พี่น้องทั้งหลาย .. ฝากดูแลสำนักของเราด้วย
.. ส่วนเจ้า .. ข้ากำลังจะตามเจ้าไปแล้ว
กึกกกก !!! ... กระบี่เทพวายุแทบหัวทิ่ม มันถูกหยุดอย่างกะทันหัน
ฮืออออ .. วาวาหรี่ตาขึ้น เมื่อจ้องมองถึงกับดวงตาเปล่งประกาย เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งพุ่งกายเข้ามาขวางทางรับกระบี่ปราณ ท่วงท่าของมันดูแปลกพิกล นำเพียงนิ้วชี้กลางคีบปลายกระบี่ก็สามารถหยุดพลังอันรุนแรงเอาไว้ได้
*มูละธารณะ - จักระชีพจรหลักของร่างกาย อยู่ระหว่างอวัยวะเพศและทวารหนัก เป็นรากฐานของระบบจักระ และเป็นพื้นฐานของพลังชีวิต, ระบบจักระกล่าวถึงในบทที่ ๑๓ กราบเป็นศิษย์