บทที่ 46: เบาะแสเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยว (Clue of The Seven Branched Sword)
ทางด้านคานาเมะ ผู้เป็นเจ้าของร้านกาแฟหลังจากที่เก็บร้านเสร็จก็ได้มีเบอร์โทรศัพท์จากเพื่อนของสึบากิโทรเข้ามาผ่านมือถือไอโฟนรุ่นโปรของเธอ“หือ มีอะไรเหรอซานาเอะจัง”“พี่คานาเมะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ...”“มีตำรวจ 4 คนมาพาตัวสึบากิไป ตอนนี้พวกหนูกำลังรีบมุ่งหน้าไปยังกรมตำรวจฯอยู่ค่ะ”ลักษณะของเสียงปลายสายนั้นบ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจได้อย่างชัดเจน“แล้วตำรวจพวกนั้นจับตัวสึบากิจังไปเพื่ออะไร”“เรื่องนั้นหนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ พี่คานาเมะรีบมาช่วยสึบากิจังทีเถอะนะคะ”“โอเค...ได้ เดี๋ยวพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”หลังจากที่กดวางสาย คานาเมะก็รีบเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของเธอเพื่อนำมือถือกับกระเป๋าสตางค์เก็บเข้ากระเป๋าสะพายข้างขนาดย่อมก่อนที่จะรีบเดินออกมานอกห้องนอน“มีอะไรเหรอคานาเมะ ดูรีบร้อนจัง”ยูโตะที่กำลังจะลงไปหาอะไรลองท้องที่ห้องครัวชั้นสองก็ได้บังเอิญไปเห็นผู้เป็นน้องสาวกำลังจะออกไปข้างนอกด้วยความเร่งรีบ“พี่ชาย...ด้วยช่วยเฝ้าบ้านให้ทีนะคะ เดี๋ยวหนูจะต้องรีบไปที่กรมตำรวจฯ”“เกิดอะไรขึ้นเหรอคานาเมะ” ยูโตะเอ่ยถามคานาเมะด้วยสีหน้าที่เริ่มแสดงความกังวลขึ้นมานิดๆ แต่เมื่อได้รู้ว่าสึบากิถูกตำรวจพาตัวไปที่กรมตำรวจฯ เขาจึงรีบตามเธอไปด้วยอีกคนณ กรมตำรวจนครบาลโตเกียว มีตำรวจทั้ง 4 นายกำลังพาตัวสึบากิมายังห้องสอบสวนภายในกรมฯ ซึ่งมีทั้งสารวัตรเท็นจูโร่ ผู้กองทัตสึยะ ผู้หมวดซากุนะ และผู้หมวดนากาโนะกำลังนั่งรออยู่ภายในนั้นแล้ว ทางด้านสึบากิแม้ภายในใจอาจจะมีความรู้สึกหวั่นไหวต่อบรรยากาศโดยรอบอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่เธอไม่ได้ก่อความผิดอะไรมา จึงพยายามข่มความรู้สึกนั่นไว้“สารวัตรครับ ผมพาตัวเด็กสาวมาให้แล้วครับ”“พวกนายไปได้” หลังจากที่ตำรวจทั้ง 4 นายได้เดินจากไป สึบากิก็ค่อยๆ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่หน้าโต๊ะภายในห้องสอบสวนด้วยอาการสั่นเทาเพียงเล็กน้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสารวัตรเท็นจูโร่กำลังนั่งคอยอยู่ฝั่งตรงข้าม“งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยละกันนะ ผู้กองทัตสึยะ”ผู้กองทัตสึยะค่อยๆ หยิบภาพถ่ายของดาบเจ็ดเขี้ยวที่ได้หายไปจากพิพิธภัณฑ์ในเวลากลางคืนก่อนที่จะเริ่มเกริ่นอธิบายออกมา“ดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนี้ได้ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งเมื่อประมาณ 7 วันก่อน ซึ่งในตอนนั้นไม่มีร่องรอยความเสียหายหรือการงัดแงะใดๆ เลย ภาพจากกล้องวงจรปิดของที่นั่นก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายที่ก่อเหตุนั่นได้เลย แล้วพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเดินเฝ้าตระเวนกันในคืนนั้นต่างก็ไม่มีใครจำเรื่องราวก่อนหน้าได้เลยสักคน ไม่ทราบว่าน้องเคยได้ยินข่าวนี้มาบ้างรึเปล่า”สึบากิพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ“ข่าวนี้ได้สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลอย่างมาก จนเกิดการกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นาๆ จนถึงตอนนี้แล้ว แม้แต่พวกเราเองก็ยังตามจับคนร้ายรายนี้ไม่ได้เลย และก็ยังไม่รู้เลยด้วยว่าคนร้ายได้วางกลอุบายยังไงในการบุกเข้าไปขโมยดาบเล่มนี้ออกมาได้อย่างแยบยล แต่ที่รู้ๆ คนร้ายรายนี้เป็นคนที่ฉลาดมาก...”ผู้กองทัตสึยะเว้นจังหวะสักพัก แล้วปล่อยให้ผู้หมวดซากุนะมาพูดต่อจากเขา“จนกระทั่ง 2-3 วันต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองเกียวโตได้รายงานมาว่า...มีกลุ่มผู้คนในเมืองเกียวโตที่บุกเข้ามาทำร้ายน้องถึงบ้านเกิดที่อยู่ในเมืองดังกล่าวได้เห็นดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มดังกล่าวปรากฎขึ้นที่มือของน้อง พวกเราก็เลยนึกสงสัยขึ้น มาว่าดาบเล่มนั้นมาอยู่ในมือน้องได้ยังไง...”“แต่พวกเราไม่ได้ปรักปรำ...หรือกล่าวหาว่าน้องไปขโมยดาบเล่มนั้นมานะ ดังนั้นสบายใจได้ เพราะดูจากทรงแล้ว...อย่างน้องคงไม่มีทางทำอย่างงั้นได้แน่ แต่ที่พวกเราเรียกน้องมายังที่นี่ก็เพื่อต้องการจะสอบถามอะไรบางอย่างกับน้อง เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นต่อไป”“ค่ะ” สึบากิตอบตกลงพลางพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการบ่งบอกว่าเธอนั้น...มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ ในระหว่างนั้นเธอก็เม้มปากคู่งามเพียงเล็กน้อย“ถ้าอย่างงั้นก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า เมื่อ 7 วันก่อน คุณได้ไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์นั่นมาใช่หรือไม่”ผู้กองทัตสึยะเปิดดูสมุดบันทึกตำรวจขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มเอ่ยถามกับสึบากิ“ไม่ได้ไปค่ะ เพราะวันนั้นหนูไปโรงเรียน”“แล้วหลังเลิกเรียนหล่ะ?”“หลังเลิกเรียน หนูก็อยู่ทำงานในห้องสภานักเรียนกับเพื่อนๆ หน่ะค่ะ หลังจากที่ทำงานเสร็จหนูก็แวะไปหาพี่สาวที่ร้านกาแฟใกล้ๆ โรงเรียนเพื่อที่จะกลับหอพักไปด้วยกันค่ะ เพราะพี่สาวของหนูมักจะขับรถมารอรับหนูที่ร้านกาแฟแห่งนั้นทุกวันเลยค่ะ” สึบากิเอ่ยตอบคำถามของผู้กองทัตสึยะไปตามความเป็นจริง“งั้นก็แสดงว่า น้องก็อาศัยอยู่กับพี่สาวอย่างงั้นสินะ” ผู้หมวดนากาโนะกล่าวในเชิงสันนิษฐาน“ใช่ค่ะ หลังจากที่กลับมาถึงหอพักแล้ว หนูก็ต้องทำอาหารมื้อเย็น และหนูกับพี่ก็ต้องช่วยกันทำงานบ้าน จากนั้นหนูก็ต้องอยู่ทำการบ้านจนถึงประมาณ 2-3 ทุ่ม แล้วก็อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เข้านอนเลย”“งั้นก็สรุปว่า ก่อนคืนเกิดเหตุในวันนั้น น้องไม่ได้ไปที่พิพิธภัณฑ์นั่นอย่างงั้นสินะ”“ใช่ค่ะ” สึบากิยืนยันในคำตอบกับผู้หมวดนากาโนะ“แต่ก็น่าแปลกนะ ทั้งๆ ที่เด็กคนนี้ไม่ได้ไปที่พิพิธภัณฑ์นั่นในวันนั้นแท้ๆ แต่จนกระทั่ง 2-3 วันต่อมากลับมีผู้คนมาเห็นดาบเจ็ดเขี้ยวนั่นโผล่ออกมาจากมือของเด็กคนนี้เนี่ยสิ...” สารวัตรเท็นจูโร่ที่กำลังโอบกอดที่กลางลำตัวด้วยแขนซ้ายอยู่ในตอนนี้กำลังนิ่วหน้าด้วยความเคร่งเครียด มือหนาข้างขวานั้นพลางแตะที่คางเบาๆ“ต้องขอโทษด้วยนะน้อง คือในตอนนั้น...ทางสถานีตำรวจในเมืองเกียวโตได้ส่งคลิปนี้มาให้กับทางพวกเรา ซึ่งทางนั้นก็ได้รับมาจากผู้คนกลุ่มนั้นมาอีกทอดหนึ่ง”สารวัตรเท็นจูโร่ได้ยื่นมือถือสมาร์ทโฟนที่มีรูปคลิปที่หน้าจอให้กับสึบากิ ในคลิปนั้นคือคลิปที่สึบากิเรียกดาบเจ็ดเขี้ยวออกมาและชี้ปลายดาบไปที่ใบหน้างามของยูกินะ ผู้เป็นพี่สาวของเธออยู่ภายในบ้านพักคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระในเมืองเกียวโตในท่ามกลางเหล่าผู้คนที่บุกรุกเข้ามา เมื่อได้เห็นคลิปบนมือถือ สึบากิก็เริ่มรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา“ดาบเจ็ดเขี้ยวที่ได้ปรากฏในคลิปเป็นเล่มเดียวกับที่ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์เมื่อ 7 วันก่อน พวกเราขอยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ในคลิปนั้นเป็นเหตุการณ์จริง ไม่ใช่มาจากการตัดต่อแต่อย่างใด”ผู้หมวดซากุนะกล่าวกับสึบากิในเชิงบอกให้ทราบ“หนูสาบานได้นะคะคุณตำรวจ...ว่าหนูไม่ได้ขโมยมันไป หนูเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าไอดาบเล่มนั้นมันมาอยู่ที่หนูได้ยังไง แล้วหนูก็ไม่ทราบที่มาของมันด้วย”สึบากิรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเธอที่อยู่ในคลิปนั้นมันคือบางสิ่งที่เข้ามาสวมรอยเป็นเธอ ไม่ใช่ตัวตนของเธอจริงๆ แต่เธอก็เลือกที่จะปิดบังเรื่องนั้นไว้ไม่ให้ใครรู้“ใจเย็นๆ นะคะน้อง พวกเราเชื่อว่าน้องไม่ได้ทำอยู่แล้ว อย่างที่ได้บอกไป พวกเราแค่ต้องการจะสอบถามเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวนั่นก็เท่านั้น”ทางด้านสารวัตรเท็นจูโร่กับตำรวจลูกทีมทั้งสาม เมื่อได้ดูจากทรงแล้ว...พวกเขาก็ได้ทราบทันทีเลยว่า สึบากินั้นไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวเลย แต่อย่างไรก็ตาม การสอบถามในครั้งนี้ทำให้พวกเขาทั้งหมดได้รับเบาะแสเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวที่อาจจะมีเพียงน้อยนิด“ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีอะไรแล้ว ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ”หลังจากที่ออกมาจากห้องสอบสวนแล้ว สึบากิก็รีบโค้งคำนับให้กับอีกฝ่ายก่อนที่เดินจากไป เมื่อเดินออกมาที่หน้าอาคารกรมตำรวจนครบาลโตเกียว เธอได้พบกับยูโตะ คานาเมะ และเพื่อนทั้งสามที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วง“โล่งอกไปทีนะ สึบากิจัง พวกเราเป็นห่วงกันแทบแย่แหนะ”“ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง แต่ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาก็แค่สอบถามเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง”เพื่อนทั้งสามพากันเข้ามาโอบกอดสึบากิด้วยความเป็นห่วง สึบากิจึงกอดตอบเพื่อนทั้งสามอย่างแนบชิด“ถ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้วหล่ะนะ งั้นเรากลับกันเถอะ”จากนั้นทั้งหมดก็รีบพากันขึ้นรถเอนกประสงค์กลับไปที่ร้านกาแฟในบ้านทาวน์โฮมของยูโตะกับคานาเมะทันที โดยมีสึคาสะคอยช่วยขับรถไปส่งถึงที่หน้าร้าน