ตอนที่ 35 แผนซุ่มโจมตีหน้าหมู่บ้าน
ปฐพีสะเทือนเลือนลั่น ขบวนมนุษย์และอาชาพากันควบทะยานใต้ฟ้าคราม ส่งฝุ่นฟุ้งทั่วไปในอากาศแถวหน้าสุดคือม้าเกล็ดสองตัว หนึ่งในนั้นมีเหลียนหรูเฟิงคุมบังเหียนอยู่ ข้างๆ เขาเป็นชายชราร่างผอมไว้เคราแพะชายชราผู้นั้นดูเจ้ายศเจ้าอย่าง อาภรณ์ที่เขาสวมอยู่เห็นได้ชัดว่ามีราคาเกินกว่าชาวบ้านยากจนจะจ่ายไหวคนกลุ่มหนึ่งตามหลังทั้งคู่มา บางคนเป็นผู้พิทักษ์ของหมู่บ้านเฟยอวิ๋น ส่วนที่เหลือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของชายชราผู้นั้น“ท่านผู้เฒ่าอู๋ เราจะถึงเฟยอวิ๋นในอีกประมาณหนึ่งชั่วยามกว่าขอรับ”เหลียนหรูเฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มประจบผู้เฒ่าอู๋มีนามเต็มว่าเฮิ่นสุ่ย แซ่อู๋ เป็นเถ้าแก่ใหญ่ของร้านสมุนไพรตระกูลอู๋ในเผ่าอาทิตย์มรกต เขาเป็นบุรุษที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ระดับปราณของเขาบรรลุขั้นมหาวัฏจักร ขั้นที่แปดของระดับกำลังภายในแล้วนับว่าเป็นเจ้าของกิจการที่เลื่องชื่อลือชาและเป็นผู้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในเผ่าอาทิตย์มรกตตลอดหลายปีมานี้ เหลียนหรูเฟิงทำการค้าอยู่กับร้านสมุนไพรตระกูลอู๋แห่งนี้นี่เองสำหรับเขาแล้ว คนอย่างอู๋เฮิ่นสุ่ยนั้นมีประโยชน์เกินกว่าจะไม่เห็นหัวได้อู๋เฮิ่นสุ่ยพยักหน้าเบาๆ และถามขึ้นทันที “เจ้าเคยได้ยินชื่อตะกรุดเขี้ยวโลหิตรึเปล่า”เหลียนหรูเฟิงตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อย “ชื่อสมุนไพรหรือขอรับ”คำถามนั้นแสดงความเขลาของเขาอย่างชัดเจน อู๋เฮิ่นสุ่ยเหลือบมองเขาอย่างดูแคลนแล้วส่ายหัว พวกบ้านนอกจากหมู่บ้านหลังเขานี่ช่างหยาบกระด้างและโง่เขลานักแม้จะเป็นคนหยาบกระด้างอย่างเหลียนหรูเฟิง แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองปล่อยไก่เข้าให้แล้ว เขาจึงถามขึ้นอีกครั้ง “ท่านถามทำไมเล่าขอรับ ผู้เฒ่าอู๋”อู๋เฮิ่นสุ่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนบอกเขา “บอกเจ้าไปก็ไม่เป็นไร เห็นเขาว่ากันว่ามีแหล่งแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นถูกทิ้งร้างไว้รอบหมู่บ้านของเจ้า”เหลียนหรูเฟิงพยักหน้า “เป็นความจริงขอรับ”อู๋เฮิ่นสุ่ยถามต่อ “เจ้ารู้ใช่ไหมว่าที่ที่มีแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นมักจะดึงดูดค้างคาวเลือดทับทิมให้ไปทำรังอยู่อย่างยากจะหลีกเลี่ยง”เหลียนหรูเฟิงพยักหน้าซ้ำๆ “ผู้เฒ่าอู๋ ท่านรอบรู้เสียจริง หากท่านไม่เอ่ยขึ้นมาข้าคงลืมไปเสียแล้ว เพราะมีค้างคาวเลือดทับทิมอาศัยอยู่ในอุโมงค์ใต้เหมืองร้างแห่งนั้น มันจึงเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเขตหวงห้าม เราทุกคนต่างก็เกรงว่าจะเป็นอันตรายหากเสี่ยงบุกรุกเข้าไปที่นั่น”อู๋เฮิ่นสุ่ยลูบเคราแพะของเขาด้วยความรู้สึกพึงพอใจ “เรื่องบังเอิญทั้งนั้น ข้าเผอิญได้อ่านตำราโบราณเล่มหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว มันเขียนไว้ว่าที่ใดที่มีค้างคาวเลือดทับทิมอาศัยอยู่ ย่อมมีตะกรุดเขี้ยวโลหิตอยู่ด้วย ตะกรุดเขี้ยวโลหิตนับว่าเป็นวัตถุดิบวิญญาณที่สูงค่า หากนำไปป่นขายได้ราคาถึงสิบเหรียญทองแดง”เหลียนหรูเฟิงได้ทีก็ยกยอปอปั้นชายชราขึ้นไปอีก “ท่านผู้เฒ่าอู๋มีนัยน์ตาที่แหลมคมนัก และสติปัญญาเป็นเลิศกว่าพวกเราเหลือเกิน ว่าแต่ตะกรุดเขี้ยวโลหิตทำอะไรได้บ้างหรือขอรับ”อู๋เฮิ่นสุ่ยเพลิดเพลินไปกับคำประจบประแจงของเหลียนหรูเฟิง เขาจึงไม่รังเกียจที่จะอธิบาย “ตะกรุดเขี้ยวโลหิตน่ะนับเป็นของมีค่ายิ่ง มันช่วยขัดเกลาแกนจิตและเสริมสร้างพละกำลังให้แก่ผู้ใช้ หากได้พลังของมันมาแล้ว โอกาสที่จะบรรลุขั้นที่ห้าของระดับกำลังภายในก็จะสูงขึ้นสองส่วนเลยล่ะ”เหลียนหรูเฟิงถึงกับผงะไป “วิเศษอะไรเช่นนั้น”เขาติดอยู่ในขั้นที่สี่ของระดับกำลังภายใน และหาทางบรรลุสู่ขั้นถัดไปไม่ได้มาหลายปีแล้ว เหตุผลหลักๆ คือเขาไม่สามารถชำระล้างแกนจิตของตนให้ขาวดุจหิมะได้!ไม่แปลกหากเขาจะผงะไปเมื่อเขารู้คุณประโยชน์ของตะกรุดเขี้ยวโลหิตอู๋เฮิ่นสุ่ยมองเหลียนหรูเฟิงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “เจ้าช่างรู้น้อยยิ่งนัก”เหลียนหรูเฟิงรีบถามต่อ “ผู้เฒ่าอู๋ ตะกรุดเขี้ยวโลหิตนี่เป็นเหตุผลที่แท้จริงในการมาครั้งนี้ของท่านหรือขอรับ”อู๋เฮิ่นสุ่ยพยักหน้า “เป็นหนึ่งในเป้าหมายของข้า อีกเหตุผลก็คือสอดส่องดูผืนนาศักดิ์สิทธิ์ของเฟยอวิ๋นด้วย”เหลียนหรูเฟิงฉีกยิ้ม “อย่ากังวลไปเลยขอรับ ข้าได้วางแผนการนี้มาอย่างยาวนาน ไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน”แผนการที่เขาว่าคือช่วยให้อู๋เฮิ่นสุ่ยได้ครอบครองที่นาศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของเฟยอวิ๋นนั่นเองหากเขาทำสำเร็จ เขาและบรรดาผู้พิทักษ์จะสามารถลงหลักปักฐานที่เผ่าอาทิตย์มรกตได้ หรือแม้แต่ก่อร่างสร้างตัวด้วยเส้นสายของอู๋เฮิ่นสุ่ยที่เมืองตงหลินก็ย่อมได้พวกชาวบ้านจะเห็นด้วยหรือไม่ เขาไม่สนใจสักนิด เพื่อความก้าวหน้าในเส้นทางการฝึกปราณของตัวเอง เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจต่อให้ชาวบ้านพวกนั้นคัดค้านข้อเสนอของเขาก็เถอะ แต่พวกมันจะทำอะไรได้พวกมันเป็นแค่ตาสีตาสา ฆ่าพวกมันตายให้หมดสิ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสักนิดอู๋เฮิ่นสุ่ยกล่าวขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “ก็ดีแล้ว หากได้ที่นาศักดิ์สิทธิ์ไว้ปลูกสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราก็จะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เจ้าเองก็จะได้ส่วนแบ่งด้วย”เหลียนหรูเฟิงยิ้มร่าด้วยความรื่นรมย์ “ขอบพระคุณที่ช่วยค้ำจุนข้าขอรับ ผู้เฒ่าอู๋”ไม่ช้า ผืนนาศักดิ์สิทธิ์แผ่ไพศาลก็ประจักษ์แก่สายตาพวกเขา ตัวหมู่บ้านเองก็แลเห็นอยู่ไกลออกไปเช่นกันต้นอ่อนของข้าวศักดิ์สิทธิ์เริ่มงอกเงยในที่นาศักดิ์สิทธิ์ดุจผ้าไหมสีเขียวชิ้นยาว“ถึงแล้ว!”ครั้นทอดสายตาไปยังหมู่บ้านและที่นาศักดิ์สิทธิ์อันเคยคุ้น เหลียนหรูเฟิงก็ตื่นเต้นขึ้นมา ตราบใดที่แผนการของเขายังราบรื่นดี ก็ไม่มีใครหน้าไหนมาขวางทางสำเร็จของเขาได้ทั้งนั้นเหล่าผู้พิทักษ์ที่ตามหลังมาต่างก็เก็บงำความตื่นเต้นไว้แทบไม่อยู่เช่นกัน“ที่นาศักดิ์สิทธิ์อย่างดีเช่นนี้กลับใช้เพียงเพื่อปลูกข้าวศักดิ์สิทธิ์ เสียเปล่าจริง”อู๋เฮิ่นสุ่ยกวาดตาไปตามต้นอ่อนบนที่นาศักดิ์สิทธิ์และส่ายศีรษะไปพลางเหลียงหรูเฟิงมีสีหน้าฉงนใจ เขาถามขึ้น “ผู้เฒ่าอู๋ ที่นาศักดิ์สิทธิ์นี่มีแยกดีแย่ด้วยหรือ”อู๋เฮิ่นสุ่ยเหลือบมองเขาอย่างดูแคลนก่อนตอบ “ในบรรดาที่ดินทั้งหมดของหมู่เขาสามพันคีรี เจ้าคิดว่ามีสักเท่าไหร่กันเชียวที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นที่นาศักดิ์สิทธิ์”เขาชี้ไปยังที่นาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ไกลออกไป “ดูให้ดี ภายใต้ที่นาศักดิ์สิทธิ์ทุกผืนย่อมมีชีพจรวิญญาณซ่อนอยู่ คอยหล่อเลี้ยงผืนดิน หาไม่ดินเหล่านั้นคงจะไร้ซึ่งพลังวิญญาณที่ช่วยในการเพาะปลูกรวงข้าวศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว พวกบ้านนอกอย่างเจ้านี่มันไม่รู้อะไรเอาเสียเลย”ครั้นถูกเรียกว่าเป็นพวกบ้านนอกก็ทำให้เหลียนหรูเฟิงรู้สึกฉุนกึกในใจ ทว่าเขากลับฝืนฉีกยิ้มสอพลอขึ้นบนใบหน้าและกล่าว “ผู้เฒ่าอู๋ ท่านพูดถูก พวกเราช่างขลาดเขลายิ่งนัก”อู๋เฮิ่นสุ่ยแค่นหัวเราะ “เจ้ามีแผนการจะทำอย่างไรกับพวกชาวบ้านล่ะ”เหลียนหรูเฟิงกัดฟันกรอดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ถ้าพวกมันเต็มใจช่วยปลูกสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดี แต่ถ้าไม่ เห็นทีข้าจะต้องกำจัดพวกมันให้สิ้น”อู๋เฮิ่นสุ่ยพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ “ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มีใครตาย จะปลูกจะเก็บสมุนไพรล้วนแต่ใช้กำลังคนมาก ข้าไม่อยากควักเงินซื้อทาสมาอีก”เหลียนหรูเฟิงพยักหน้าโดยทันที “ท่านพูดถูกทีเดียว”อู๋เฮิ่นสุ่ยไม่อยากเสวนาต่อ เขาจึงออกคำสั่ง “มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านได้แล้ว”จากนั้นคณะเดินทางทั้งหมดก็ควบทะยานสู่หมู่บ้านเฟยอวิ๋นที่อยู่ไกลออกไปด้วยความฮึกเหิม ไม่แม้แต่จะปกปิดความหิวกระหายอย่างรุนแรงของพวกเขาสำหรับพวกเขาแล้ว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเฟยอวิ๋นเป็นเพียงกลุ่มคนหลังเขาจนๆ ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการฝึกปราณและโลกภายนอกเลย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวางแผนให้ยุ่งยากก่อนลงมือสังหารหมู่พวกมันนี่คือสิ่งที่อู๋เฮิ่นสุ่ยคิดอยู่ในหัวตอนนี้ เช่นกันกับเหลียนหรูเฟิงและเหล่าผู้พิทักษ์ที่ตามหลังพวกเขามาทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดคิดคือ สองสามเดือนหลังมานี้เฟยอวิ๋นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากฟิ้ว!วินาทีที่พวกเขามาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ก็พลันได้ยินเสียงหวีดหวิวเสียดหูดังมาแต่ไกล “หยุดก่อน! พวกมันซุ่มโจมตี!”อู๋เฮิ่นสุ่ยกระชากบังเหียนหยุด ใบหน้าขมึงตึงขึ้นเล็กน้อยเหลียนหรูเฟิงเองก็ใจไหววูบ ขนลุกทั้งร่าง เขารีบชักม้าหลบตามสัญชาตญาณฉึก!เขาเห็นลำแสงสีดำพุ่งเฉียดหัวไหล่เขาตรงเข้าเสียบกลางอกผู้พิทักษ์ที่อยู่เบื้องหลังเขา เลือดพุ่งกระฉูดไปทั่วอาวุธคือลูกธนูที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงจนเหลือเชื่อหากเมื่อครู่เขาเบี่ยงหลบไม่ทัน ก็คงเป็นฝ่ายถูกสังหารแทนไปแล้วเม็ดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายทั่วกายเขา ยังไม่ทันที่เขาจะมีปฏิกิริยาอะไร ลูกธนูที่เสียบกลางอกผู้พิทักษ์คนนั้นก็พลันแตกโผละออกเหมือนลูกระเบิดร่างของผู้พิทักษ์คนนั้นสั่นสะท้าน โลหิตกระเซ็นซ่าน ผู้พิทักษ์คนอื่นตะลึงไปกับภาพชวนสะอิดสะเอียนตรงหน้า เร่งหลบหนีกันหัวซุกหัวซุน สร้างความชุลมุนไปกันใหญ่“สารเลว! นี่หรือที่เจ้าบอกว่าจัดการไว้แล้ว”แม้ในใจอู๋เฮิ่นสุ่ยจะทั้งตกตะลึงและโกรธจัด ทว่ายังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้ ก้าวลงจากหลังม้าและเข้าไปหลบอยู่ใต้เกราะหุ้มตะโพกม้าเพื่อป้องกันตัว“ผู้เฒ่าอู๋ ข้าขออภัยขอรับ”เหลียนหรูเฟิงกัดฟันกรอด สอดส่ายสายตาไปทั่วอย่างดุดัน เขาชักกระบี่ยาวออกมาแล้วตะโกนลั่น “อย่าตื่นตูมไป เตรียมตัวพร้อมสู้!”ฟิ้ว!เสียงหวีดหวิวคุ้นหูดังขึ้นอีกครั้ง ลูกธนูอีกดอกยิงมาจากในหมู่บ้านรวดเร็วราวดาวตกฉึก!เร็วเสียจนผู้พิทักษ์อีกคนหนึ่งวิ่งหนีไม่ทัน ร่างของเขาและอาชาคู่ใจระเบิดออกทันที เลือดและเศษเนื้อของทั้งคู่ปลิวว่อนลูกธนูเพียงสองดอกก็กำจัดผู้พิทักษ์สองชีวิตลงได้ภายในพริบตาผู้พิทักษ์ที่เหลือต่างหวาดกลัวจนทำตัวไม่ถูก พวกเขารีบสละม้าแล้ววิ่งหาที่ซ่อนทันทีจนกระทั่งตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่อาจระบุพิกัดของศัตรูได้ รู้เพียงแต่ว่าลูกธนูเหล่านั้นยิงออกมาจากในหมู่บ้านเหลียนหรูเฟิงเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้อย่างชัดเจน เขาทั้งตกใจและเคียดแค้นในคราเดียวกัน เป็นไปได้อย่างไรที่หมู่บ้านของเขาจะมีมือธนูชั้นเซียนแล้วเขาไม่รู้มาก่อนไม่มีทางที่นักแม่นธนูธรรมดาจะสามารถฆ่าผู้ฝึกปราณลงได้!“หรือจะเป็นไอ้เด็กหลินสวินนั่น ไม่น่าหรอก ข้าสั่งให้หลู่ถิงกับเฉียนฉีประจำการณ์อยู่ที่หมู่บ้านแล้วนี่ ป่านนี้ไอ้เด็กนั่นคงโดนกำจัดสิ้นไปแล้ว! เดี๋ยวนะ มีอะไรไม่เข้าทีเสียแล้ว!”จู่ๆ เหลียนหรูเฟิงก็เกิดคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ แล้วหลู่ถิงกับเฉียนฉีหายหัวไปไหนเสียล่ะ“ไอ้โง่เอ๊ย! รีบฝ่าเข้าไปในหมู่บ้านสิ จะยืนบื้อให้เราทุกคนโดนพวกมันยิงเล่นรึอย่างไร!”อู๋เฮิ่นสุ่ยมีประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างช่ำชอง ฉะนั้นเขาจึงรู้ดีว่าอันตรายร้ายแรงเพียงใด หากเอาแต่ยืนอยู่กลางที่โล่งที่ไม่มีอะไรให้คุ้มกะลาหัวกระนั้นเขาก็ไม่มีทางยอมรุดหน้าเข้าหมู่บ้านไป ทั้งที่ยังไม่มีใครรู้ว่ามีศัตรูกี่มากน้อยซ่อนตัวอยู่เหลียนหรูเฟิงพลุ่งพล่านตื่นตัวทันใด เขาตะโกนก้อง “พวกเจ้าตามข้ามา! ไปฆ่าไอ้มือธนูนั่น!”ประหนึ่งเสือดาวที่เตรียมพุ่งเข้าขย้ำเหยื่อ เขาซอกแซกหลบหลีกเข้าไปถึงภายในหมู่บ้านอย่างรวดเร็วด้านหลังเขา เหล่าผู้พิทักษ์เองต่างกำลังอกสั่นขวัญแขวน แต่พวกเขาก็ล้วนรู้ดีว่าหากไม่ช่วยกันกำจัดมือธนูคนนั้นเสีย ทุกคนได้ตกเป็นเป้านิ่งโดนยิงเรียบอยู่ตรงนี้แน่พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะตามเหลียนหรูเฟิงไปฟิ้ว!ครั้นเมื่อพวกเขาเริ่มเคลื่อนที่ เสียงหวีดหวิวคุ้นหูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ประหนึ่งเสียงมรณะจากอเวจีที่มาเพื่อพรากชีวิตพวกเขา!
TBC
เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ