“ท่านพ่อ! ฮือ...”
เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องหนังสือถูกผลักออก ร่างระหงในอาภรณ์งดงามดั่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์ถลันกายเข้าไปคุกเข่า ซบหน้าลงบนตักของบิดา
‘กู้เหวินชาง’ เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก บัดนี้จิตใจอ่อนยวบสั่นไหว มือไม้สั่นเทาทำอะไรไม่ถูก เพียงเห็นหยาดน้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่สวยแดงก่ำของบุตรสาวที่ตนเฝ้าประคบประหงมมาเป็อย่างดีตลอดสิบแปดปี แม้แต่ยุงสักตัวก็มิเคยได้กล้ำกรายมาไต่ตอมแก้วตาดวงใจของเขาเลยสักครา!
“เหมี่ยวเหมี่ยว ลูกรักของพ่อ เ้าเป็อะไรไป? เหตุใดจึงร้องไห้เจียนตายเช่นนี้...”
ท่านเสนาบดีละมือจากพู่กัน รีบประคองร่างบางขึ้นมากอดปลอบ เขาพาบุตรสาวไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวให้นางสะดวกสบาย สองมือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มแ่เบา ก่อนจะยกปลายขึ้นซับหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนด้วยความสงสารยิ่งนัก
“ไหนบอกพ่อมามาซิ ไอ้อวี่เจ๋อมันรังแกเ้าอีกแล้วใช่ไหม? พ่อจะไปจัดการให้”
“ท่านพ่อ... ลูกไม่แต่งแล้วเ้าค่ะ ลูกไม่แต่งงานกับอวี่เจ๋อแล้ว ฮือ...”
ิอวี้ช้อนดวงตาคู่สวยที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาขึ้น ขณะที่ยังซุกซบอยู่ในอ้อมแขนของบิดา นางเอ่ยถ้อยคำตัดพ้อด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าว “เขาทำร้ายจิตใจลูกเกินไป... หยามเกียรติลูกจนไม่เหลือชิ้นดี ลูกไม่อยากแต่งงานกับเขาแล้ว ลูกอยากถอนหมั้นเ้าค่ะ ลูกไม่้าเขาแล้ว ท่านพ่อได้โปรดช่วยลูกไปถอนหมั้นกับบุตรชายสกุลเว่ยด้วยนะเ้าคะ...”
“เ้าว่าอย่างไรนะ ไอ้สารเลวอวี่เจ๋อมันทำอะไรเ้า!” แววตาของท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายพลันวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะอันน่ากลัว เมื่อบุตรสาวยังคงร้องไห้อย่างหนัก ปากว่าจะถอนหมั้นลูกเดียว นางระบายความอัดอั้นตันใจออกมาทั้งหมดนั้น
“วันก่อน... เขาแย่งชิงถุงผ้าปักที่ลูกอุตส่าห์ตั้งใจเย็บตลอดทั้งคืนเพื่อจะมอบให้เขา นำไปโยนทิ้งลงบนพื้นแล้วเหยียบย่ำมันลงโคลนตมต่อหน้าต่อตา วันนี้นางบำเรอของเขายังบุกเข้ามาหาเื่ลูกถึงในจวน จะมาขอแต่งเป็ภรรยาเท่าเทียมกับลูกที่เป็ถึงบุตรสาวเสนาบดี พออวี่เจ๋อตามมา แทนที่เขาจะปกป้องคู่หมั้นเช่นลูก เขากลับตวาดถ้อยคำหยาบช้าใส่ลูก...”
ละครฉากใหญ่ที่คุณหนูจงใจเสแสร้งทำ ทำเอาสาวใช้ที่แอบยืนฟังอยู่หน้าห้องถึงกับต้องสูดหายใจลึกด้วยความทึ่ง ร่างระหงสะอื้นไห้จนตัวโยน นางท่าทางเหมือนคนใจสลาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
“เขาบอกว่าผ้าปักฝีมือลูกไร้ค่า... น่ารังเกียจ สตรีเอาแต่ใจเช่นลูกต่อให้แต่งเข้าจวนแม่ทัพ เขาก็จะปล่อยให้ลูกนอนแห้งเหี่ยวอยู่ในเรือนร้าง เขาตั้งใจจะแต่งสตรีผู้นั้นเป็ภรรยาเท่าเทียม เมื่อใดที่ลูกหมดอำนาจวาสนา คลอดบุตรให้เขาสักคนแล้ว... เขาจะส่งลูกไปเป็โสเภณีทหารในกองทัพแทน เขาบอกว่าสตรีเช่นลูกไม่คู่ควรเป็ฮูหยินของใครทั้งสิ้น ท่านพ่อ... ลูกรักเขามาก แต่เขากลับเหยียบย่ำน้ำใจลูก ล่วงเกินศักดิ์ศรีตระกูลกู้ถึงเพียงนี้”
“บังอาจนัก ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มันกล้าดูถูกลูกสาวข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”
กู้เหวินชางทุบโต๊ะเก้าอี้ไม้ดังปัง ใบหน้าหล่อเหลาตามวัยสี่สิบแปดปีแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ตระกูลกู้ของข้ามีเงินทองหนุนหลังท้องพระคลังอยู่ครึ่งค่อนแผ่นดิน ตัวข้ากู้เหวินชางกุมอำนาจขุนนางนับร้อยในราชสำนัก ไยต้องยอมให้บุตรชายแม่ทัพพรรค์นั้นมาดูแคลนย่ำยีแก้วตาดวงใจของข้าถึงเพียงนี้ ถอนหมั้น! พ่อจะส่งคนนำเทียบถอนหมั้นไปโยนใส่หน้าพวกมันเดี๋ยวนี้!”
เสนาบดีกู้ร่ายยาวถึงหนหลัง พลางพ่นลมหายใจเอ่ยโทษว่าเป็ความผิดของตนเองทั้งหมด นับแต่วันที่เขาปล่อยปละละเลยให้บุตรสาวสุดที่รักดึงดันเดินทางลุยป่าฝ่าดง เพื่อนำเสบียงและทรัพย์สินเงินทองล้ำค่าไปคอยหนุนหลังกองทัพของไอ้คนเนรคุณถึงชายแดนเป่ยเยียนอันหนาวเหน็บ
หากไม่มีิอวี้คอยส่งเงินทองของมีค่าและสมุนไพรอยู่เื้ั คอยช่วยซื้อใจทหารในกองทัพรวมถึงพวกผู้ใหญ่ในราชสำนัก มีหรือที่อวี่เจ๋อจะได้เลื่อนขั้นเป็รองแม่ทัพกองหน้าฝ่ายซ้ายั้แ่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี!
ครั้นพอมันสร้างผลงานศึกจนเสร็จสิ้น ได้รับเกียรติยศชื่อเสียงแล้วแทนที่จะเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อเตรียมพิธีตบแต่ง กลับอุ้มชูหญิงชู้กลับมาด้วยกัน นำพาความอัปยศมาตอบแทนตระกูลกู้จนหมดสิ้น!
“ลูกไม่ถือโทษเขาในเื่นั้นหรอกเ้าค่ะท่านพ่อ เื่ที่แล้วมาก็ให้มันแล้วกันไป ลูกปรารถนาเพียงจะถอนหมั้น... นับจากนี้ไปลูกจะไปมีชีวิตใหม่ของลูก จะมอบความรักให้กับใครสักคนที่เขาทะนุถนอมลูกเหมือนอย่างที่ท่านพ่อคอยกางปีกปกป้องลูก... หากลูกไม่ยอมถอนหมั้นในเวลานี้ ดึงดันแต่งงานร่วมเรือนกันไป ลูกมิต้องตกนรกทั้งเป็ กลายเป็เพียงอนุภรรยาที่ถูกสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าคอยดูถูกเหยียดหยามหรือเ้าคะ”
เสนาบดีกู้ชะงักกึกไปครู่หนึ่ง มือก็ยังลูบศีรษะบุตรสาวที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย
เนิ่นนานนับหลายปี ไม่ว่าผู้ใดจะพากันตักเตือนอย่างไร เหมี่ยวเหมี่ยวของเขาก็หูหนวกตาบอด ไม่ยอมรับฟังความจริง นางปักใจรักอวี่เจ๋อจนแทบบ้าคลั่ง จนบิดาเช่นเขาต้องลอบหลั่งน้ำตาด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจขัดขวางความสุขของลูก
เหตุใดในวันนี้... นางกลับยอมตัดใจอย่างเด็ดขาด เป็ฝ่ายเอ่ยปากขอถอนหมั้นด้วยตนเองอย่างง่ายดาย?
“แต่ก่อนที่เราจะไปถอนหมั้น... ท่านพ่อช่วยพาลูกเข้าวังหลวงสักหน่อยนะเ้าคะ ลูกอยากจะไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเสียหน่อย”
“ไปสิลูกรัก... เ้าอยากไปที่ใดพ่อจะพาไป ทั้งวังหลวงและตำหนักฮองเฮา พ่อจะจัดการให้เ้าเดี๋ยวนี้ พ่อตามใจลูกสาวของพ่ออยู่แล้ว!”
เสนาบดีฝ่ายซ้ายหัวเราะร่าเริงออกมาอย่างโล่งอก หลังจากปลอบโยนบุตรสาวจนยอมหยุดร้องไห้ได้แล้ว เขาหันไปสั่งสาวใช้ให้นำถังน้ำอุ่นเข้ามาขจัดคราบน้ำตา ก่อนจะลงมือใช้ผ้าอุ่นประคบลงบนดวงตาคู่สวยให้แก่นางด้วยมือตนเองอย่างทะนุถนอม...
แม้ภายในอกของคนเป็พ่อจะรุ่มร้อนด้วยเพลิงโทสะปานถูกแผดเผาก็ตาม