"คอมพิวเตอร์พังอีกแล้ว !! ทำไมไม่ซื้อใหม่ให้พนักงานนะ“ เสียงสาววัย23ปีมองสภาพเก่าครำครึของคอมพิวเตอร์
ธีรญาพนักงานของห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเดลฮี ลูกสาวคนเดียวของอดีตเศรษฐีในยุครัฐบาลอินเดียสนับสนุนให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้เครื่องปั่นไฟ บิดาของธีรญาได้กรรมสิทธิ์เหมืองถ่านหินหลายเเห่งในประเทศอินโดนีเซียชีวิตในเยาว์วัยที่แสนสบายแบบฉบับคุณหนู เธออยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียประมาณ 20ปี ต่อมาบิดามารดาเสียชีวิตเนื่องจากเครื่องบินตกเมื่อสามปีที่ผ่านมาในประเทศยุโรปชะตากรรมทำให้ธีรญาต้องซัดเซพเนจรกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศอินเดียตามคำของร้องของญาติฝ่ายพ่อ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดทางการของประเทศอินโดนีเซียยึดไว้มรดกที่ได้ติดตัวมาคือความรู้ระดับปริญญาตรี ธีรญาพยายามทวงคืนทรัพย์สินจากรัฐบาลแต่เธอไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทรัพย์สมบัติจากฝ่ายมารดามีเพียงเงินสดที่เพียงพอสำหรับการจัดพิธีแต่งงานของตัวเองเท่านั้นธีรญาอาศัยอยู่หอพักชานเมือง ทำงานในตำแหน่งฝ่ายจัดเก็บข้อมูลสินค้าในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
“ให้ตายสิ... พรุ่งนี้ต้องส่งงานเสียด้วย"ปลายปากกาเคาะบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างช้าๆ นึกออกแล้ว ไอ้เสือไงคงยังไม่นอนในตอนนี้" ธีรญากดเบอร์โทรฯหาน้องชาย"ไทเกอร์ พี่เอง น้องรักทำอะไรอยู่จ๊ะ" เสียงใสๆของเธอทำให้ไทเกอร์คว้าหมอนนอนกดหูอีกข้าง "นี่มัน กี่โมงแล้ว พี่ชอบโทรฯมาหาผมตอนนี้ทุกครั้งพี่กลับบ้านได้ไหม ไม่กลัวคนฉุดเหรอ พี่เป็บ้าไปแล้ว ทำงานจนดึกดื่นทุกวัน"
เสียงรองเท้าแตะของชายหนุ่มอีกคนเข้ามาในห้องนอนของไทเกอร์ “แม่จอมเฉิ่มธีรญาใช่ไหม ไปช่วยเธอเถอะ วันนี้วันซวยของแก พี่ไม่ไปพี่ขอนอนก่อน” พี่ญาติของไทเกอร์ วิกรมรีบปิดไฟเข้านอน ปล่อยให้ไทเกอร์ตัดสินใจคนเดียว ไทเกอร์กรอกคำพูดอย่างรำคาญใส่โทรศัพท์ “ งั้นพี่รออีก 15 นาที” ไอ้เสือรักธีรญาเหมือนพี่สาวแท้สวมเสื้อยืด รองเท้า คว้ากระเป๋าเป้คู่ใจ เดินออกมาจากห้องพักชั้นบนวิ่งลงบันได
สามสิบนาทีต่อมา ธีรญาวางถ้วยน้ำชาอุ่นๆข้างโต๊ะทำงานของเธอ ไทเกอร์รื้อฝาขอบเคส คอมพิวเตอร์ ทำความสะอาด หยิบอะไหล่บางตัวออกมา เปลี่ยนอะไหล่สองสามตัว ชายหนุ่มซ่อมคอมพิวเตอร์ให้เธอ“พัดลมในเครื่องเสีย ผมเปลี่ยนตัวพัดลมตัวใหม่ให้และทำความสะอาดภายใน“ เขาเดินไปล้างมือในห้องน้ำ ธีรญาส่งผ้าเช็ดมือให้น้องชาย “ขอบใจมากพรุ่งนี้พี่จะทำอาหารเที่ยงเลี้ยง “ ไทเกอร์มองสภาพห้องทำงานความสกปรกของที่ทำงานแต่ละคนไม่ช่วยกันดูแล โต๊ะทำงานของธีรญาสะอาดที่สุด หญิงสาวนั่งทำงานต่อ หันหน้ามองน้องชายนั่งดื่มน้ำชาเป็เพื่อนเธอ “คนเก่งของพี่ น่าค่าซ่อม” ธนบัตรหนึ่งร้อยสามใบวางในมือของเขา ไทเกอร์วางคืนในมือของเธอ “ผมจะส่งบิลมาเก็บกับเ้าของห้างฯและหัวหน้าแผนกของพี่”
สายตาของเธอหันมาจ้องหน้าของไทเกอร์ “รับไว้ก่อน เธอนึกว่าจะเก็บค่าซ่อมได้เร็วเหรอ นี่มันคอมพิวเตอร์ของพี่ นู้น..เครื่องพวกนั้นของบริษัทกองในห้องนั้น 6 เครื่องกองทัพสมุนพระพิฆเนตรมารวมตัวกันในนั้นแล้ว“ ธีรญาป้อนข้อความมูลพร้อมส่งรายการให้เ้านาย ไทเกอร์วางถ้วยน้ำชาลงมองเข็มนาฬิกาบนผนังในห้องทำงาน “พี่จะกลับพร้อมผมไหม ผมง่วงนอน พรุ่งมีเรียนเช้า“ ไทเกอร์ก้มเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าเป้ “ยังไม่กลับนะ พี่คิดว่า งานจะเสร็จหมดตอนตี 4 พี่จะนอนที่นี่ พรุ่งนี้เย็นเจอกัน”
ประตูห้องทำงานปิดล็อคภายในอย่างหนาแน่น ธีรญายืนริมหน้าต่างบานใหญ่มองผ่านกระจกบานใสลงข้างล่างมุมถนนไทเกอร์สตาร์ทมอเตอร์ไซด์ ไอ้เสือเงยหน้าขึ้นมอง โบกมือให้พี่สาว ธีรญายกมือตอบรับ หญิงสาวหมุนตัวกลับยืนมองสภาพในห้องทำงาน ความสกปรก เศษกระดาษทิ้งเกลื่อนเอกสารวางไม่เป็ระเบียบ แม่บ้านของที่นี่ทำงานวันเว้นวัน เธอยืนบิดลำตัว ก้มเก็บเศษขยะทิ้งลงในถังขยะใบใหญ่ เริ่มปัดฝุ่นตามโต๊ะทำงานที่ละโต๊ะแล้วกลับมานั่งทำงานตามเดิม
เวลาสองนาฬิกาตรงของวันใหม่ เสียงข้อความดังในหน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงไฟกระพริบเตือน สักพักรูปสติกเกอร์ยิ้มในช่องทางคุยทำให้เธอสะดุดตา “สวัสดีครับ ผมชีภร์” คำกล่าวทักทายครั้งแรกของชายหนุ่มไอทีจากประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อความปรากฏอยู่นานไม่มีการเปิดอ่าน ธีรญาไม่ได้สนใจรีบส่งรายงานชุดที่สอง ด้วยความเข้าใจว่าคงเป็ลูกค้าที่ขอคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าซึ่งทางห้างมีบริการออนไลน์ตลอด24ชั่วโมง”
“คุณครับ ช่วยตอบผมได้ไหม ผมเดือดร้อนจริงๆ“ ข้อความเด้งขึ้นมาอีกครั้ง ธีรญามองที่มุมขวาของหน้าจอคอมฯ สติกเกอร์รูปน้ำตาร่วงเม็ดใหญ่ปรากฏขึ้นเต็มจอภาพ “ใครนะกวนใจจังเลยพวกโรคจิตหรือเปล่านะ” ในที่สุดเธอคลิกอ่านและพิมพ์ตอบกลับไป “สวัสดีค่ะ จะให้ช่วยอะไรคะ” ไม่มีข้อความตอบกลับ เวลาผ่านจวนสิบนาที “ผมหุงข้าวไม่เป็ครับ สอนวิธีหุงข้าวได้ไหมครับ เครื่องซื้อเครื่องหุงข้าวมาใหม่” ข้อความถูกส่งกลับมาพร้อมคำขอให้เปิดกล้องวีดีโอ “ไอ้พวกลามกแน่นอน ชอบอ้างเื่พวกนี้ สุดท้ายของคุยเื่ใต้สะดือ” ธีรญากดปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายไม่ลดละ ส่งคำขอกลับมาอีกครั้งตามด้วยข้อความเพิ่มว่า “ผม....ผมไม่ใช่พวกโรคจิต วันนี้ผมยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เช้า หิมะตกหนักมากผมออกไปไหนไม่ได้เลยครับ” ชีภร์นั่งรอให้อีกหญิงสาวตอบ ในใจเขาควรจะโทรฯไปหาแม่ แต่เวลานี้ 03.30 นาฬิกาเขาเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ มองหม้อหุงข้าวสีฟ้าอ่อน วางบนเคาน์เตอร์ในห้องครัว
ข้อความปรากฏขึ้น “คุณก็ตักข้าวสารใส่ในหม้อหุงข้าว ข้าว 1 ถ้วย น้ำ 1 ½ หรือน้อยกว่า คุณต้องสังเกตเอาเอง ความจริงอ่านตามฉลากข้างกล่องก็ได้นี่คะ” ข้อความของเธอ ทำให้เขานั่งตัวตรง รีบตอบกลับผมจะหุงให้ดูได้ไหมครับ” ธีรญาคลิกรับเปิดกล่องหน้าจอคอมฯ
“ผม ชีภร์ ครับ” ฝ่ามือหนานุ่มโบกมือทักทาย แต่เธอยังไม่เห็นใบหน้าของเขา ร่างสูงเดินผ่านกล่องหน้าจอ เปิดกล่องกระดาษใส่ข้าวสาร จัดการตวงข้าวสารลงในหม้อหุงข้าวตามด้วยน้ำดื่มในปริมาณที่เธอบอก “ผมอ่านดูแล้วในนี่เป็ภาษา…” ชีภร์หันด้านภาษาให้เธออ่าน “ภาษาไทยค่ะ ฉันก็อ่านไม่ออกแต่พอจะรู้” ธีรญายิ้มให้ความซื่อของอีกฝ่ายที่ยังไม่ยอมให้เธอเห็นหน้า “แบบนี้ใช่ไหมครับ” ชายร่างสูงกดสวิทไฟสีแดงขึ้น ปิดฝาหม้อข้าว ชีภร์นั่งตรงหน้าคอมพิวเตอร์ปรับมุมกล้องให้ตรงใบหน้าของเขา ยกมือทักทายพร้อมฉีกยิ้มให้เธอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเหมือนใ ในใจร้องกรี๊ดพระเ้าช่วย ผู้ชายอะไร หน้าหล่อมาก หน้าตาดีขนาดนี้มาถามเธอเื่หุงข้าว หญิงสาวนั่งมองไม่กระพริบตา พูดในใจนี่ฉันนั่งคุยกับคนหน้าตาหล่อเหมือนคุณหมอ...(พระเอกในซีรีส์ที่เธอประทับใจ)แล้วเราไปนึกถึงคุณหมอ...ทำไมง่ะ ความคิดของเธอเผลอนิดเดียวไหลไปไหลมาเหมือนโดนกระแสไฟช๊อตไปทั่วร่างกาย
เสียงทุ้มน่าฟังของชีภร์ดังขึ้น มือทั้งสองประสานกับพร้อมยกนิ้วโป้งมาให้เธอ “ขอบคุณมากครับ” ธีรญาเอื้อมมือจะคลิกปิดหน้าจอคอมฯ แต่ เขาร้องห้ามไว้ก่อน “คุยกันต่อได้ไหมครับ“ แววตาขอร้องของเขาทำให้เธอใจอ่อนในใจธีรญา้าคุยต่อเหมือนกัน
“ ผม้าจะให้คุณดูว่า ข้าวมันสุก หรือไม่สุกครับ“ ชีภร์เกาศีรษะหลายครั้งและ ไม่รู้ว่าจะสนทนาอะไรต่อดี “ก็คุยมาสิคะฉันกำลังป้อนข้อมูลใกล้จะเสร็จแล้ว “ เสียงแป้นพิมพ์รัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ชีภร์ได้จังหวะจ้องมองใบหน้าของเธออย่างเต็มตาเขา้ารู้ว่าเธอเป็คนพื้นเมืองที่ไหน ธีรญาสาวสวยอารมณ์ดีพูดคุยกับชีภร์เพื่อนร่วมโลกอีกฝากหนึ่งอย่างเป็กันเอง ทั้งคู่คุยกันเื่ทำอาหารโดยมีเธอเป็ครูสอนทำอาหารผ่านทางกล้องหน้าจอคอมฯ ธีรญาติดใจในอารมณ์ขำของชายหนุ่ม เขายอมรับว่าตอกไข่ไก่ไม่เป็ หั่นพริกไม่ได้ พลิกด้ามมีดไปมา ชีภร์เฝ้ามองรอยยิ้มที่เต็มใจบนใบหน้าของเธอ “พระเ้า..ใครทำอาหารให้คุณทานคะ” ชีภร์ยิ้มและชูบัตรเครดิตขึ้น“ผมใช้เ้าหนี้ซื้ออาหารสำเร็จรูปและเข้าร้านอาหารทั้งสามมื้อครับ”