บทที่ 31 หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!1
ในยามราตรี ชายหนุ่มกำลังขับรถม้าด้วยความเร็วสูง โดยที่ภายในรถม้าก็มีเด็กสาวเกาะเเขนเขาไว้แน่น นางเอนศีรษะพิงซบไหล่ของชายผู้นั้นพร้อมกับหลับตา เห็นได้ชัดว่าหลับใหลไปเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มเหลือบมองเด็กสาวตัวน้อยข้างกายเขาเป็นระยะ ดวงตาของเขาเปี่ยมแววรักใคร่
“เจ้ารักน้องสาวเจ้ามากเหลือเกินนะ!”
ในตอนนี้ เสียงสตรีลึกลับพลันดังขึ้นในหัวของเย่ฉวน
ได้ยินเสียงของสตรีลึกลับ เย่ฉวนก็ประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ยิ้มและเอ่ยตอบ “ข้าเป็นพี่ชายนาง หากข้าไม่เอาใจนางแล้วใครจะทำกันล่ะ?”
สตรีลึกลับเอ่ย “เจ้าช่างสมกับเป็นพี่ชายจริง ๆ”
เย่ฉวนยิ้มและเอ่ยขึ้น “ผู้อาวุโส ข้าได้ยินมาว่ามีเซียนกระบี่คนหนึ่งที่สามารถตัดภูเขาหรือแม่น้ำได้ภายในกระบี่เดียว เรื่องนี้จริงหรือไม่?”
สตรีลึกลับตอบ “เป็นเรื่องจริง!”
ได้ยินคำพูดของนางแล้ว เย่ฉวนก็พลันรู้สึกใฝ่ฝันที่จะเป็นขึ้นมา!
เซียนกระบี่!
การได้เหินกระบี่ไปในโลกหล้าและทอดมองภูเขาลำเนาไพร เป็นสิ่งที่เย่ฉวนอยากทำมากที่สุด
ในตอนนี้สตรีลึกลับก็ได้เอ่ยขึ้นมา “หากเจ้าฝึกฝนอย่างหนัก เจ้าก็จะมีโอกาสได้เป็นเซียนกระบี่เหมือนกัน!”
เย่ฉวนยิ้มกริ่มและเอ่ยตอบ “ใช่ เมื่อใดที่ข้าควบคุมกระบี่ได้ ข้าก็จะพาน้องสาวออกท่องโลกหล้านี้”
สตรีลึกลับเอ่ย “ช่างคาดหวังต่ำอะไรเช่นนี้!”
เย่ฉวนหัวเราะและเร่งความเร็วขึ้น
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม ท้องฟ้าด้านตะวันออกก็สว่างขึ้น แต่ทว่ามันกลับมีฝนตก!
เย่ฉวนมองไปบนฟ้า เขาพบว่ามันตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพวกเขาไม่สามารถเดินทางไปต่อได้!
ชายหนุ่มพยายามเร่งความเร็ว ไม่นานนักเขาก็เห็นโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งตรงเชิงเขาไกลออกไป ดูจากสถานที่ที่เย่ฉวนยืนอยู่แล้ว โรงเตี๊ยมแห่งนั้นดูทรุดโทรมและเปล่าเปลี่ยวเป็นอย่างยิ่ง
เห็นโรงเตี๊ยมนี้แล้ว เย่ฉวนก็มุ่นคิ้วเล็กน้อย “มีโรงเตี๊ยมอยู่ในหุบเขาลึกแบบนี้ได้อย่างไรกัน?”
เขาไม่อยากพักอาศัยอยู่แต่ฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับมีลมแรง นี่เป็นสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมต่อการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง!
เย่ฉวนเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบแผนที่ที่หลี่หยูให้เขามา บนแผนที่ ชายหนุ่มพยายามหาตำแหน่งตอนนี้ของเขา และมันก็ไม่อยู่ในสถานที่อันตราย!
ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็จอดรถม้าไว้ด้านหน้าโรงเตี๊ยมที่ประตูเปิดกว้างอยู่
เย่ฉวนตรวจสอบโรงเตี๊ยมตรงหน้าอีกครั้ง เขาสังเกตมันใกล้ ๆ ก่อนจะพบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานแล้วอย่างเห็นชัด ตรงขอบกำแพงมีแต่วัชพืชขึ้นหนาทึบ
เมื่อเห็นว่าฝนคงไม่หยุดตก เย่ฉวนก็อุ้มเย่หลิงเข้ามาในโรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้และเข้ามาไปในโถงรับแขก ภายในโถงนั้นมีคนสองคนอยู่ก่อนแล้ว เป็นชายชราคนหนึ่งในชุดเทากับเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี พวกเขานั่งอยู่ข้างกัน เห็นชัดว่ามาด้วยกัน
พอเห็นเย่ฉวนกับน้องสาว ชายชราก็ละสายตาหลังเหลือบมองแวบหนึ่ง ขณะที่เด็กหนุ่มหันมายิ้มและพยักหน้าให้เป็นเชิงทักทาย
เย่ฉวนพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็นั่งลงพร้อมกับน้องสาว
เย่ฉวนก่อกองไฟ จากนั้นเขาก็หยิบเนื้อไก่ออกมาย่าง
เห็นดังนี้แล้ว เด็กหนุ่มพลันเบิกตาขึ้น จากนั้นเขาก็วิ่งมาอยู่ตรงหน้าเย่ฉวนและแนะนำตัวเอง “ข้าเจียงมู่ฉี พี่ชายชื่ออะไรหรือ?”
เย่ฉวนมองเด็กหนุ่มและตอบกลับ “เย่ฉวน!”
เจียงมู่ฉียิ้มและเอ่ยขึ้น “ฟ้าส่งให้เรามาพบกันแท้ ๆ ท่านว่าไหม?”
เย่ฉวนชี้ไปที่ไก่ย่างบนกองไฟตรงหน้า “อยากกินไหม?”
เจียงมู่ฉีอึ้งไป แต่พยักหน้ารัว ๆ ในทันที
เย่ฉวนหยิบเนื้อไก่ส่งให้เด็กหนุ่ม “รับไปสิ!”
เจียงมู่ฉีไม่ได้ปฏิเสธ เขาหยิบมันไปและย่างมันอย่างช้า ๆ ด้วยตัวเอง
เจียงมู่ฉีเหลือบมองเย่ฉวนแล้วยิ้ม “พี่ชาย ถึงท่านจะมีพลังแค่ระดับผสานลมปราณ แต่ท่านกลับมีพื้นฐานวรยุทธ์แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ท่านไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลย!”
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ มือของเย่ฉวนก็ชะงักเล็กน้อย แต่เขาก็รีบกลบเกลื่อนเป็นปกติ “เจ้าเองก็ล้ำลึกยิ่งนัก!”
เด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้เขาเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา!
ความจริงแล้วเย่ฉวนไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะคิดอย่างเดียวกับเขา!
คิ้วของเด็กหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อย “มาประลองกันซักยกดีหรือไม่?”
เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างเขาก็เอ่ยเสริม “แล้วก็หยุดตอนที่ควรจะหยุด”
ในตอนนี้ ชายชราที่อยู่ไม่ไกลก็พลันเอ่ยขึ้น “อย่าทำเกินไปล่ะ!”
ได้ยินคำพูดของชายชรา เย่หลิงที่นั่งข้างเย่ฉวนก็ไม่พอใจเล็กน้อย นางเหลือบมองชายชรา “ท่านปู่คะ พี่ชายของข้าฝีมือดีเยี่ยมยิ่ง บางทีพี่ข้าอาจจะสยบเขาก็ได้!”
ชายชราเหลือบมองเย่หลิงและเอ่ยกลับ “งั้นหรือ?”
เย่หลิงมองเย่ฉวน เย่ฉวนยิ้มอ่อนโยนและเอ่ย “งั้นก็มาประลองกันซักยกเถอะ!”
เย่ฉวนกับเจียงมู่ฉีเดินหลบไปข้าง ๆ เจียงมู่ฉียิ้มและเอ่ยกล่าว “เรามาเริ่มกันเลยไหม?”
เย่ฉวนพยักหน้า
ทันทีที่เย่ฉวนพยักหน้า เจียงมู่ฉีก็หายไปอย่างฉับพลัน ครู่ต่อมาหมัดหนึ่งก็ซัดเข้าที่อกของเย่ฉวน ขณะเดียวกันหมัดของเย่ฉวนก็ซัดบนอกของเจียงมู่ฉีด้วย!
“ปัง ๆ!”
พวกเขาถอยกลับพร้อมเพรียงกันอย่างรวดเร็ว หลังทั้งคู่ก้าวถอยไปเกือบสิบก้าว พวกเขาก็หยุดในเวลาเกือบจะพร้อมกัน!
ตรงข้ามเย่ฉวน เจียงมู่ฉีมองเย่ฉวนและอุทานออกมา “กำลังกายของท่านแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก!”
เย่ฉวนเอ่ย “เจ้าก็ด้วย”
หมัดของเขาบนเจียงมู่ฉีตอนนี้ให้ความรู้สึกราวกับซัดเข้ากับแผ่นเหล็กแผ่นหนึ่ง!
เจียงมู่ฉีหัวเราะพลางเอ่ย “มีผู้เปี่ยมพรสวรรค์มากมายในแคว้นเจียงจริง ๆ นับตั้งแต่ที่ข้าออกมาจากวังหลวง ข้าก็ได้เห็น…”
“หึ!”
ในตอนนี้เอง ชายชราที่อยู่ไม่ไกลพลันแค่นเสียง
เจียงมู่ฉีมองชายชราอย่างจนใจ “ท่านเกอ หากเราต้องระแวดระวังทุกอย่างเวลาออกมาด้านนอก มันจะมีประโยชน์อะไรหรือ?”
ชายชราส่ายหน้า “ในโลกภายนอก ผู้คนช่างซับซ้อนนัก”
เจียงมู่ฉียิ้มและเอ่ยขึ้น “ไม่มีอันตรายอะไรหรอก ข้าเห็นว่าพี่ชายคนนี้เป็นคนดี เขาดูไม่เหมือนคนร้ายมากเล่ห์เลย”
กล่าวดังนั้นแล้วเขาก็มองเย่ฉวนและประสานมือคำนับ “พี่ชายเย่ ข้าเจียงมู่ฉี องค์ชายสิบแห่งแคว้นเจียง!”
องค์ชาย!