ขณะจับจ้องชายชุดดำไม่วางตาไป๋หยุนเฟยก็เริ่มพยายามฟื้นฟูพลังวิญญาณที่สูญเสียไป
“นี่เป็นไม้ตายของข้าแล้วไม่ทราบผลจะเป็นอย่างไร...”
ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดพลังวิญญาณอันเข้มแข็งน่าเหลือเชื่อก็ทะลักออกมาจากใจกลางพลังที่ปะทุออกมาแสงสีทองค่อยๆเข้มข้นขึ้นหลังจากกวาดซัดเศษหินที่ปลิวเวียนว่อนออกก็เริ่มหมุนวนรอบบริเวณก่อตัวกลายเป็นพายุหมุน
ยิ่งมายิ่งหมุนเร็วขึ้นพายุหมุนดึงดูดสะเก็ดไฟและเศษหินเข้าสู่ศูนย์กลาง จากนั้นไม่นานก็เริ่มช้าลงไม่ถึงอึดใจพายุหมุนขนาดหกเจ็ดวาก็ย่อส่วนลงเหลือวาเศษยามนี้จึงมองเห็นชายชุดดำที่ยืนอยู่ภายใน
มือขวาที่ยกขึ้นไว้เบื้องหน้าของชายชุดดำสั่นระริกยามเปล่งแสงสีทองทะลักออกแสงที่ออกมาก็ก่อตัวกลายเป็นลูกกลมสีทองหมุนวนอยู่รอบกายมัน
ชายชุดดำยังยืนหลังเหยียดตรงเช่นเดิมแต่กระนั้นแขนที่มันยกขึ้นตรงหน้าแขนเสื้อบนแขนขวาของมันถูกเปลวเพลิงเผาผลาญไปหมดสิ้นบนผิวหนังมีรอยไหม้กว้างร่วมนิ้วปรากฏอยู่ บาดแผลสาหัสไม่น้อย แม้จะมีแสงสีทองห่อหุ้มอยู่รอบแขนก็ยังปรากฏแสงสีแดงเล็ดลอดออกมา
ชุดคลุมสีดำของมันยังคงอยู่แต่ส่วนที่ใช้ปิดบังศีรษะกลับเป็นรอยแหว่ง เผยให้เห็นเส้นผมสีเงินและหน้ากากสีทองบนใบหน้าได้
มองเห็นรอยเลือดเป็นทางติดอยู่บนหน้ากากราวกับรอยแผลเป็นอันน่าหวาดหวั่นมองไปคล้ายกับปีศาจร้าย แต่ที่คล้ายปีศาจร้ายยิ่งกว่าคือดวงตาด้านหลังหน้ากากตาขวามันเหมือนกับคนทั่วไป แต่ทว่าตาซ้ายกลับเป็นสีเงินที่ประหลาดยิ่งกว่าก็คือม่านตามันเป็นแนวตั้งเช่นเดียวกับสัตว์ร้ายทั้งหลาย
หลังจากสำรวจบาดแผลบนแขนขวาดวงตามันก็ไม่อาจปิดซ่อนความตื่นตะลึงและความโกรธกริ้วสุดระงับ ด้วยพลังระดับเอกะวิญญาณมันกลับถูกผู้เยาว์ที่บรรลุเพียงด่านภูตวิญญาณทำร้ายบาดเจ็บ!!
จู่ๆมันก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับดวงตาทอประกายวูบมันสืบเท้าออกหนึ่งก้าว จากนั้นพุ่งตัวเข้าหาไป๋หยุนเฟยพร้อมกับเสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวทิ้งรอยแสงสีทองตามไล่หลังเป็นทางราวมีดอันคมกริบ!
จู่ๆชายชุดดำก็ทะยานขึ้นเหนือร่างไป๋หยุนเฟยหลังจากฝ่าอากาศขึ้นไปหลายวาก็พุ่งเข้าใส่ มันพลิกร่างกลางอากาศประกบนิ้วในมือซ้ายเป็นมีดดาบหลังจากผนึกพลังแสงสีทองขึ้นก็ตวัดมือส่งคมมีดแสงฟันใส่ไป๋หยุนเฟยจากระยะไกล
ดูแล้วชายผู้นี้คิดจะใช้วิธีจู่โจมเช่นเดียวกับไป๋หยุนเฟย‘ตาต่อตาฟันต่อฟัน’แต่ฝ่ายที่ต้องตายกลับเป็นไป๋หยุนเฟย
ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวดวงตามันก็หรี่ลงพร้อมกับตั้งสมาธิ แต่พริบตาที่เตรียมจะหลบคู่ต่อสู้ก็พุ่งวาบเข้ามาหลายวาแล้วทะยานอีกครั้งความเร็วก็ยิ่งเหนือกว่าไป๋หยุนเฟยไปหลายต่อหลายเท่า
ระหว่างที่แตกตื่นไป๋หยุนเฟยก็หลบหลีกสุดชีวิต มันรีดเร้นพลังวิญญาณที่ฟื้นฟูมาได้เพียงเล็กน้อยใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นจึงโซเซออกไปได้เชียะเศษ
“ฉับ!”
พริบตาต่อมาแผ่นดินก็สั่นสะเทือนก้อนหินขนาดยักษ์ที่ไป๋หยุนเฟยพิงอยู่ก็พลันถูกแยกเป็นสองส่วน!
ยามที่ชายชุดดำหยั่งเท้าลงกับพื้นก็ลดมือซ้ายลงก่อนจะเงื้อมือขวาขึ้นฟัน‘คมดาบ’แสงเข้าใส่อีกครา!
ไป๋หยุนเฟยที่ไม่อาจหลบได้ทันท่วงทีกัดฟันยกปลอกแขนขึ้นป้องกันคมดาบเอาไว้
“เคร้ง!!”
เสียงปะทะดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟแลบปลาบแล้วไป๋หยุนเฟยก็กระเด็นถอยออกไปขณะที่มันยังคงไม่ได้รับอันตราย แต่บนปลอกแขนกลับปรากฏรอยถูกฟันสีขาวขึ้นรอยหนึ่ง ดูราวกับปลอกแขนกำลังคืนสภาพกลับดังเดิม
ดวงตาชายชุดดำฉายแววประหลาดใจวูบแต่ก็เพียงหัวเราะเย้ยหยันแล้วพุ่งใส่ดังเดิม มันพุ่งตรงเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยอีกครา
ยามต้องเผชิญกับพลังสีทองจาก‘มือดาบ’อีกครา ไป๋หยุนเฟยก็รีบล่าถอยพร้อมกับยกมือขวาขึ้นป้องกันอีกครั้ง
ชั่วขณะที่มือซ้ายของชายชุดดำฟันลงดวงตามันทอประกายวูบ!จู่ๆมันก็เบี่ยงมุมฝ่ามือส่งดาบแสงเฉียดผ่านปลอกแขนตรงเข้าใส่ทรวงอกไป๋หยุนเฟย!
“ปัง!!”
ร่างไป๋หยุนเฟยราวกับกระสุนปืนใหญ่ยามถูกกระแทกลอยออกไปพร้อมกับเสียงดังกึกก้องหลังจากทะลุก้อนหินขนาดครึ่งวาออกไปไป๋หยุนเฟยยังคงกระเด็นไปอีกร่วมห้าวาก่อนจะพลิกตัวตีลังกาหยุดลงกับพื้นได้ในที่สุด
ไป๋หยุนเฟยคุกเข่ากับพื้นด้วยสีหน้ามืดหม่นพลางกระอักโลหิตไม่หยุดดวงตามันฉายแววสิ้นหวังก่อนจะเรียกสติกลับคืนไป๋หยุนเฟยโบกมือขวาคราหนึ่งหนามธารน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นในมือมันเขม้นมองชายชุดดำเตรียมจะจู่โจมใส่
เห็นไป๋หยุนเฟยบาดเจ็บสาหัสชายชุดดำก็หัวเราะเบาๆอย่างพอใจ จิตสังหารในดวงตามันยิ่งเข้มข้นขึ้นยามนี้แขนขวามันก็ฟื้นสภาพโดยสมบูรณ์แล้วมันยกขาขึ้นเตรียมจะเข้าไปจู่โจมอีกครั้ง
ชั่วขณะที่มันเงื้อขาขึ้นดวงตาก็พลันเบิกกว้างก่อนจะกระโดดถอยหลังโดยไม่ลังเล
หลังจากชายชุดดำถอยหลังไปเพียงพริบตาเดียวก็ปรากฏแสงสีแดงฉานตัดใส่บริเวณที่มันเคยยืนอยู่ แม้จะหลบพ้นแล้วแต่แสงสีแดงกลับเปลี่ยนทิศทางพุ่งใส่ชายชุดดำอีกครา!
ขณะสงสายตาเย็นเยียบออกมาชายชุดดำก็กำหมัดยกขึ้นแล้วแสงสีทองรอบกายมันก็ผนึกเป็นดาบยาวสามเชียะฟันใส่แสงสีแดง
“เคร้ง!”แสงสีแดงก็พลันหยุดลงเผยให้เห็นกระบี่สีแดงฉานยาวสามเชียะ!
มือขวาของชายชุดดำถูกดีดออกพร้อมกับร่างมันที่พุ่งย้อนไปด้านหลังส่วนกระบี่สีแดงฉานก็หมุนควงกลางอากาศหลายรอบก่อนจะถูกเงาร่างสีขาวคว้าเอาไว้
ชุดยาวสีขาวขับเน้นร่างสูงและท่วงท่าปลอดโปร่งของผู้มาใหม่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้นดูจากภายนอกคนผู้นี้อายุไม่เกินสามสิบ ใบหน้าเรียบเฉย คิ้วดกหนาและจอนเรียวงามคนผู้นี้สืบเท้าทีละก้าวในอากาศมาบนแสงสีแดงระเรื่อใต้ฝ่าเท้ามันคือบุตรชายคนโตของตระกูลเจียงที่เฝ้าดูไป๋หยุนเฟยจากร้านน้ำชา เจียงฟ่าน!
เจียงฟ่านเดินมาหยุดบนแท่งหินสูงห้าวากลายเป็นสามเส้ากับชายชุดดำและไป๋หยุนเฟยขณะกุมกระบี่สีแดงฉานในมือมันก็เพ่งตามองจับพิรุธชายชุดดำด้วยสายตาเย็นชาชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากถาม“ไม่ทราบว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากเส้นทางใด หรือชนชั้นเอกะวิญญาณที่น่านับถือคิดจะรังแกผู้เยาว์ที่บรรลุเพียงด่านภูตวิญญาณจากสำนักช่างประดิษฐ์ของข้าจริงๆ?”
ชายชุดดำตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะจับจ้องไปยังไป๋หยุนเฟยที่ห่างออกไปหลายสิบวาด้วยสายตาแวววับ
ไป๋หยุนเฟยกระพริบตามองทั้งคู่ด้วยแววตาครุ่นคิดการที่เจียงฟ่านออกมาขัดขวางชายชุดดำช่วยให้มันได้มีโอกาสได้พักหายใจชั่วขณะไม่ว่าจะตัวตนของผู้มาใหม่หรือเหตุผลที่ว่าไฉนมันจึงช่วยเหลือตนล้วนสร้างความกังขาแก่ไป๋หยุนเฟยยิ่งกระทั่งได้ยินว่าตัวเองถูกนับเป็น‘ผู้เยาว์จากสำนักช่างประดิษฐ์’จึงเข้าใจ
“ที่แท้ก็เป็นคนจากสำนักช่างประดิษฐ์!แต่ไฉนจึงบอกว่าข้าเป็นศิษย์ในสำนักมัน? หรือเพราะว่า...วัตถุวิญญาณเฉพาะตัวของข้า?” ไป๋หยุนเฟยคาดเดาพลางชำเลืองมองไปยังปลอกแขนมีดเพลิงของตนขณะลอบยินดีมันก็ยันกายลุกขึ้นพลางใช้มือกุมหนามธารน้ำแข็งไว้แนบแน่นเมื่อทรงกายมั่นคงได้ก็ทุ่มเทสมาธิใช้พลังวิญญาณฟื้นฟูอาการบาดเจ็บในร่าง
“กระบี่โลหิตปทุมชาดสำนักช่างประดิษฐ์ ที่แท้เจ้าคือเจียงฟ่าน!” หลังจากเงีบบงันไปชั่วขณะ ชายชุดดำก็กระชากเสียงเกรี้ยวกราด
เจียงฟ่านหัวเราะตอบคำ“ท่านเองก็เคยได้ยินชื่อข้ามา? เช่นนั้นควรเรียกหาท่านว่าอย่างไรดี?ฟังจากน้ำเสียงคาดว่าอายุคงไล่เลี่ยกับข้า แต่ด้วยพลังฝีมือของท่าน... ไม่ทราบพอจะบอกชื่อสำนักหรือตระกูลได้หรือไม่?”
ชายชุดดำไม่ตอบคำเจียงฟ่านจึงเอ่ยปาก “หากไม่ยอมบอกก็ช่างเถอะ แต่ข้าขอถามว่าศิษย์สำนักข้าไปล่วงเกินอะไรท่านจึงต้องลงมืออำมหิตหมายเอาชีวิต?”
อีกฝ่ายส่งสายตาเย็นชาพร้อมกับแค่นเสียง“ข้าอยากฆ่ามันก็เท่านั้น หรือยังต้องมีเหตุผลอะไรอีก!?”
“โอ?”เจียงฟ่านเลิกคิ้วสูง “จากที่ท่านพูดมาหรือจะบอกว่าไม่เห็นสำนักช่างประดิษฐ์เราอยู่ในสายตา?”
ชายชุดดำกล่าวหนักแน่นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง“สำนักช่างประดิษฐ์? เพ้ย ช่างน่าอกสั่นขวัญแขวน!หรือเจ้าคิดว่าจะขู่ขวัญข้าได้!เจ้ากับข้าพลังฝีมือทัดเทียมกัน หากลงมือขึ้นมาเจ้าจะปกป้องมันพร้อมกับปกป้องตัวเองได้หรือ?”
เจียงฟ่านสลายรอยยิ้มบนใบหน้าเผยให้เห็นสีหน้าเหยียดหยามมันกล่าวเสียงหนักๆว่า “ท่านคิดว่าข้าจะทำไม่ได้งั้นหรือ? แล้วไฉนท่านจึงพูดจามากมายปานนี้?ท่านเพิ่งสูญสิ้นพลังวิญญาณมากมายจากการต่อสู้กับศิษย์สำนักข้า ดังนั้นแทนที่จะหาโอกาสชิงลงมือกลับยื้อเวลาเพื่อฟื้นฟูพลัง ข้าพูดถูกหรือไม่?”
“มันมองออกแล้ว!”มันครุ่นคิดในใจ แต่ภายนอกกลับแลดูหนักแน่นเยือกเย็น มันตอบกลับไปว่า “เช่นนั้นข้าจะฆ่ามันให้ดู!!”
ทันทีที่กล่าวจบก็ปะทุพลังมหาศาลส่งร่างเหินเข้าหาไป๋หยุนเฟย!
กระนั้นเจียงฟ่านก็เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว เพียงสะบัดแขนขวากระบี่ยาวก็พุ่งวาบขณะเดียวกันเจียงฟ่านก็พุ่งทะยานไปยังระหว่างกลางไป๋หยุนเฟยกับชายชุดดำ
ไปได้ครึ่งทางชายชุดดำก็เบี่ยงกายไปด้านข้างหลบกระบี่ที่พุ่งเข้ามาขัดขวางกระบี่พลิกวนรอบหนึ่งก็กลับเข้าสู่มือของเจียงฟ่าน แล้วกระบี่ก็วาดลงฟันจู่โจมใส่ชายชุดดำ
แก้วตาชายชุดดำหดเล็กลงก่อนจะสะบัดมือขวากระบี่สั้นเปล่งประกายสีทองที่ปรากฏขึ้นในมือก็ยกขึ้นป้องกันกระบี่ที่จู่โจมเข้ามา
เจียงฟ่านยืมแรงปะทะพลิกตัวเคลื่อนร่างไปเบื้องหน้าไป๋หยุนเฟยมันปรายตามองพลางออกคำสั่ง “เจ้าไปก่อน!”
มันเกรงว่าไป๋หยุนเฟยจะได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ของมันกับศัตรูและหากฝ่ายตรงข้ามเจตนาจะฆ่าไป๋หยุนเฟยจริง มันก็ยากจะยืนยันว่าจะสามารถปกป้องได้ สุดท้ายแล้วการปกป้องคนย่อมยากเข็ญยิ่งกว่าการฆ่าคน
ไม่จำเป็นต้องให้บอกชั่วขณะที่เห็นเจียงฟ่านและฝ่ายตรงข้ามเริ่มเคลื่อนไหวไป๋หยุนเฟยขยับตัวแต่แรกยามที่ได้ยินเจียงฟ่านสั่ง สองขาไป๋หยุนเฟยก็เร่งฝีเท้าพุ่งวาบไปห้าสิบวาแล้ว
พร้อมกับที่เจียงฟ่านร่ำร้องบอกชายชุดดำก็ผนึกแสงสีทองที่ใต้ฝ่าเท้าทะยานจากพื้นขึ้นไปในอากาศหลายวา ขณะใช้สายตามุ่งร้ายมองดูไป๋หยุนเฟยที่กำลังหลบหนีกระบี่ในมือมันก็เรืองแสงเจิดจ้าขึ้นก่อนจะส่งพลังรูปจันทร์เสี้ยวสีทองพุ่งวาบใส่ไป๋หยุนเฟย
“ปัง!!”
ไป๋หยุนเฟยเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างกะทันหันแสงสีทองจึงเฉียดแผ่นหลังมันไปกระทบใส่แท่งหินที่ด้านข้าง ได้ยินเสียงแตกปะทุดังขึ้นพร้อมกับแท่งศิลาถูกแยกเป็นสองส่วน
ชั่วขณะที่ชายชุดดำซัดพลังรูปโค้งออกมาเป็นครั้งที่สองจู่ๆมันก็เบิกตากว้างรู้สึกตัว ร่างมันพุ่งวาบไปด้านขวาทันที พริบตาที่หลบออกไปเส้นแสงสีแดงฉานก็เฉียดผ่านข้างกายมันปะทะใส่แสงสีทอง
ยามนี้เจียงฟ่านเคลื่อนกายขึ้นห้าวาไปอยู่กลางอากาศเช่นเดียวชายชุดดำดวงตามันเขม้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบขณะที่กระบี่สีแดงฉานในมือกวัดแกว่งทิ้งเงากระบี่ไว้ในอากาศจากนั้นปรากฏเปลวเพลิงก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ยามกระบี่ร่ายรำราวกับมีพลังอันพิสดารดึงดูดเปลวไฟเข้าหาจากนั้นเปลวเพลิงเริ่มเข้มข้นขึ้นพร้อมกับวนเวียนอยู่รอบด้าน
พริบตาเดียวเปลวเพลิงก็แยกออกเป็นเจ็ดกลุ่มก่อรูปลักษณ์ขึ้นเป็นดอกบัวรายล้อมอยู่รอบกายเจียงฟ่านยามที่หมุนวนรอบกายมันดอกบัวทั้งหลายก็บีบอัดย่อขนาดลง
“ปทุมชาด!”