จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 104 เจียงฟ่านแห่งสำนักช่างประดิษฐ์!

                ขณะจับจ้องชายชุดดำไม่วางตาไป๋หยุนเฟยก็เริ่มพยายามฟื้นฟูพลังวิญญาณที่สูญเสียไป

                “นี่เป็นไม้ตายของข้าแล้วไม่ทราบผลจะเป็นอย่างไร...”

                ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดพลังวิญญาณอันเข้มแข็งน่าเหลือเชื่อก็ทะลักออกมาจากใจกลางพลังที่ปะทุออกมาแสงสีทองค่อยๆเข้มข้นขึ้นหลังจากกวาดซัดเศษหินที่ปลิวเวียนว่อนออกก็เริ่มหมุนวนรอบบริเวณก่อตัวกลายเป็นพายุหมุน

                ยิ่งมายิ่งหมุนเร็วขึ้นพายุหมุนดึงดูดสะเก็ดไฟและเศษหินเข้าสู่ศูนย์กลาง จากนั้นไม่นานก็เริ่มช้าลงไม่ถึงอึดใจพายุหมุนขนาดหกเจ็ดวาก็ย่อส่วนลงเหลือวาเศษยามนี้จึงมองเห็นชายชุดดำที่ยืนอยู่ภายใน

                มือขวาที่ยกขึ้นไว้เบื้องหน้าของชายชุดดำสั่นระริกยามเปล่งแสงสีทองทะลักออกแสงที่ออกมาก็ก่อตัวกลายเป็นลูกกลมสีทองหมุนวนอยู่รอบกายมัน

                ชายชุดดำยังยืนหลังเหยียดตรงเช่นเดิมแต่กระนั้นแขนที่มันยกขึ้นตรงหน้าแขนเสื้อบนแขนขวาของมันถูกเปลวเพลิงเผาผลาญไปหมดสิ้นบนผิวหนังมีรอยไหม้กว้างร่วมนิ้วปรากฏอยู่ บาดแผลสาหัสไม่น้อย แม้จะมีแสงสีทองห่อหุ้มอยู่รอบแขนก็ยังปรากฏแสงสีแดงเล็ดลอดออกมา  

                ชุดคลุมสีดำของมันยังคงอยู่แต่ส่วนที่ใช้ปิดบังศีรษะกลับเป็นรอยแหว่ง เผยให้เห็นเส้นผมสีเงินและหน้ากากสีทองบนใบหน้าได้

                มองเห็นรอยเลือดเป็นทางติดอยู่บนหน้ากากราวกับรอยแผลเป็นอันน่าหวาดหวั่นมองไปคล้ายกับปีศาจร้าย แต่ที่คล้ายปีศาจร้ายยิ่งกว่าคือดวงตาด้านหลังหน้ากากตาขวามันเหมือนกับคนทั่วไป แต่ทว่าตาซ้ายกลับเป็นสีเงินที่ประหลาดยิ่งกว่าก็คือม่านตามันเป็นแนวตั้งเช่นเดียวกับสัตว์ร้ายทั้งหลาย

                หลังจากสำรวจบาดแผลบนแขนขวาดวงตามันก็ไม่อาจปิดซ่อนความตื่นตะลึงและความโกรธกริ้วสุดระงับ ด้วยพลังระดับเอกะวิญญาณมันกลับถูกผู้เยาว์ที่บรรลุเพียงด่านภูตวิญญาณทำร้ายบาดเจ็บ!!

                จู่ๆมันก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับดวงตาทอประกายวูบมันสืบเท้าออกหนึ่งก้าว จากนั้นพุ่งตัวเข้าหาไป๋หยุนเฟยพร้อมกับเสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวทิ้งรอยแสงสีทองตามไล่หลังเป็นทางราวมีดอันคมกริบ!

                จู่ๆชายชุดดำก็ทะยานขึ้นเหนือร่างไป๋หยุนเฟยหลังจากฝ่าอากาศขึ้นไปหลายวาก็พุ่งเข้าใส่ มันพลิกร่างกลางอากาศประกบนิ้วในมือซ้ายเป็นมีดดาบหลังจากผนึกพลังแสงสีทองขึ้นก็ตวัดมือส่งคมมีดแสงฟันใส่ไป๋หยุนเฟยจากระยะไกล

                ดูแล้วชายผู้นี้คิดจะใช้วิธีจู่โจมเช่นเดียวกับไป๋หยุนเฟย‘ตาต่อตาฟันต่อฟัน’แต่ฝ่ายที่ต้องตายกลับเป็นไป๋หยุนเฟย

                ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวดวงตามันก็หรี่ลงพร้อมกับตั้งสมาธิ แต่พริบตาที่เตรียมจะหลบคู่ต่อสู้ก็พุ่งวาบเข้ามาหลายวาแล้วทะยานอีกครั้งความเร็วก็ยิ่งเหนือกว่าไป๋หยุนเฟยไปหลายต่อหลายเท่า

                ระหว่างที่แตกตื่นไป๋หยุนเฟยก็หลบหลีกสุดชีวิต มันรีดเร้นพลังวิญญาณที่ฟื้นฟูมาได้เพียงเล็กน้อยใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นจึงโซเซออกไปได้เชียะเศษ

                “ฉับ!”

                พริบตาต่อมาแผ่นดินก็สั่นสะเทือนก้อนหินขนาดยักษ์ที่ไป๋หยุนเฟยพิงอยู่ก็พลันถูกแยกเป็นสองส่วน!

                ยามที่ชายชุดดำหยั่งเท้าลงกับพื้นก็ลดมือซ้ายลงก่อนจะเงื้อมือขวาขึ้นฟัน‘คมดาบ’แสงเข้าใส่อีกครา!

                ไป๋หยุนเฟยที่ไม่อาจหลบได้ทันท่วงทีกัดฟันยกปลอกแขนขึ้นป้องกันคมดาบเอาไว้

                “เคร้ง!!”

                เสียงปะทะดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟแลบปลาบแล้วไป๋หยุนเฟยก็กระเด็นถอยออกไปขณะที่มันยังคงไม่ได้รับอันตราย แต่บนปลอกแขนกลับปรากฏรอยถูกฟันสีขาวขึ้นรอยหนึ่ง ดูราวกับปลอกแขนกำลังคืนสภาพกลับดังเดิม

                ดวงตาชายชุดดำฉายแววประหลาดใจวูบแต่ก็เพียงหัวเราะเย้ยหยันแล้วพุ่งใส่ดังเดิม มันพุ่งตรงเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยอีกครา

                ยามต้องเผชิญกับพลังสีทองจาก‘มือดาบ’อีกครา ไป๋หยุนเฟยก็รีบล่าถอยพร้อมกับยกมือขวาขึ้นป้องกันอีกครั้ง

                ชั่วขณะที่มือซ้ายของชายชุดดำฟันลงดวงตามันทอประกายวูบ!จู่ๆมันก็เบี่ยงมุมฝ่ามือส่งดาบแสงเฉียดผ่านปลอกแขนตรงเข้าใส่ทรวงอกไป๋หยุนเฟย!

                “ปัง!!”

                ร่างไป๋หยุนเฟยราวกับกระสุนปืนใหญ่ยามถูกกระแทกลอยออกไปพร้อมกับเสียงดังกึกก้องหลังจากทะลุก้อนหินขนาดครึ่งวาออกไปไป๋หยุนเฟยยังคงกระเด็นไปอีกร่วมห้าวาก่อนจะพลิกตัวตีลังกาหยุดลงกับพื้นได้ในที่สุด

                ไป๋หยุนเฟยคุกเข่ากับพื้นด้วยสีหน้ามืดหม่นพลางกระอักโลหิตไม่หยุดดวงตามันฉายแววสิ้นหวังก่อนจะเรียกสติกลับคืนไป๋หยุนเฟยโบกมือขวาคราหนึ่งหนามธารน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นในมือมันเขม้นมองชายชุดดำเตรียมจะจู่โจมใส่

                เห็นไป๋หยุนเฟยบาดเจ็บสาหัสชายชุดดำก็หัวเราะเบาๆอย่างพอใจ จิตสังหารในดวงตามันยิ่งเข้มข้นขึ้นยามนี้แขนขวามันก็ฟื้นสภาพโดยสมบูรณ์แล้วมันยกขาขึ้นเตรียมจะเข้าไปจู่โจมอีกครั้ง  

                ชั่วขณะที่มันเงื้อขาขึ้นดวงตาก็พลันเบิกกว้างก่อนจะกระโดดถอยหลังโดยไม่ลังเล

                หลังจากชายชุดดำถอยหลังไปเพียงพริบตาเดียวก็ปรากฏแสงสีแดงฉานตัดใส่บริเวณที่มันเคยยืนอยู่ แม้จะหลบพ้นแล้วแต่แสงสีแดงกลับเปลี่ยนทิศทางพุ่งใส่ชายชุดดำอีกครา!

                ขณะสงสายตาเย็นเยียบออกมาชายชุดดำก็กำหมัดยกขึ้นแล้วแสงสีทองรอบกายมันก็ผนึกเป็นดาบยาวสามเชียะฟันใส่แสงสีแดง

                “เคร้ง!”แสงสีแดงก็พลันหยุดลงเผยให้เห็นกระบี่สีแดงฉานยาวสามเชียะ!

                มือขวาของชายชุดดำถูกดีดออกพร้อมกับร่างมันที่พุ่งย้อนไปด้านหลังส่วนกระบี่สีแดงฉานก็หมุนควงกลางอากาศหลายรอบก่อนจะถูกเงาร่างสีขาวคว้าเอาไว้

                ชุดยาวสีขาวขับเน้นร่างสูงและท่วงท่าปลอดโปร่งของผู้มาใหม่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้นดูจากภายนอกคนผู้นี้อายุไม่เกินสามสิบ ใบหน้าเรียบเฉย คิ้วดกหนาและจอนเรียวงามคนผู้นี้สืบเท้าทีละก้าวในอากาศมาบนแสงสีแดงระเรื่อใต้ฝ่าเท้ามันคือบุตรชายคนโตของตระกูลเจียงที่เฝ้าดูไป๋หยุนเฟยจากร้านน้ำชา เจียงฟ่าน!

                เจียงฟ่านเดินมาหยุดบนแท่งหินสูงห้าวากลายเป็นสามเส้ากับชายชุดดำและไป๋หยุนเฟยขณะกุมกระบี่สีแดงฉานในมือมันก็เพ่งตามองจับพิรุธชายชุดดำด้วยสายตาเย็นชาชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากถาม“ไม่ทราบว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากเส้นทางใด หรือชนชั้นเอกะวิญญาณที่น่านับถือคิดจะรังแกผู้เยาว์ที่บรรลุเพียงด่านภูตวิญญาณจากสำนักช่างประดิษฐ์ของข้าจริงๆ?”

                ชายชุดดำตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะจับจ้องไปยังไป๋หยุนเฟยที่ห่างออกไปหลายสิบวาด้วยสายตาแวววับ

                ไป๋หยุนเฟยกระพริบตามองทั้งคู่ด้วยแววตาครุ่นคิดการที่เจียงฟ่านออกมาขัดขวางชายชุดดำช่วยให้มันได้มีโอกาสได้พักหายใจชั่วขณะไม่ว่าจะตัวตนของผู้มาใหม่หรือเหตุผลที่ว่าไฉนมันจึงช่วยเหลือตนล้วนสร้างความกังขาแก่ไป๋หยุนเฟยยิ่งกระทั่งได้ยินว่าตัวเองถูกนับเป็น‘ผู้เยาว์จากสำนักช่างประดิษฐ์’จึงเข้าใจ

                “ที่แท้ก็เป็นคนจากสำนักช่างประดิษฐ์!แต่ไฉนจึงบอกว่าข้าเป็นศิษย์ในสำนักมัน? หรือเพราะว่า...วัตถุวิญญาณเฉพาะตัวของข้า?” ไป๋หยุนเฟยคาดเดาพลางชำเลืองมองไปยังปลอกแขนมีดเพลิงของตนขณะลอบยินดีมันก็ยันกายลุกขึ้นพลางใช้มือกุมหนามธารน้ำแข็งไว้แนบแน่นเมื่อทรงกายมั่นคงได้ก็ทุ่มเทสมาธิใช้พลังวิญญาณฟื้นฟูอาการบาดเจ็บในร่าง

                “กระบี่โลหิตปทุมชาดสำนักช่างประดิษฐ์ ที่แท้เจ้าคือเจียงฟ่าน!” หลังจากเงีบบงันไปชั่วขณะ ชายชุดดำก็กระชากเสียงเกรี้ยวกราด

                เจียงฟ่านหัวเราะตอบคำ“ท่านเองก็เคยได้ยินชื่อข้ามา? เช่นนั้นควรเรียกหาท่านว่าอย่างไรดี?ฟังจากน้ำเสียงคาดว่าอายุคงไล่เลี่ยกับข้า แต่ด้วยพลังฝีมือของท่าน... ไม่ทราบพอจะบอกชื่อสำนักหรือตระกูลได้หรือไม่?”

                ชายชุดดำไม่ตอบคำเจียงฟ่านจึงเอ่ยปาก “หากไม่ยอมบอกก็ช่างเถอะ แต่ข้าขอถามว่าศิษย์สำนักข้าไปล่วงเกินอะไรท่านจึงต้องลงมืออำมหิตหมายเอาชีวิต?”

                อีกฝ่ายส่งสายตาเย็นชาพร้อมกับแค่นเสียง“ข้าอยากฆ่ามันก็เท่านั้น หรือยังต้องมีเหตุผลอะไรอีก!?”

                “โอ?”เจียงฟ่านเลิกคิ้วสูง “จากที่ท่านพูดมาหรือจะบอกว่าไม่เห็นสำนักช่างประดิษฐ์เราอยู่ในสายตา?”

                ชายชุดดำกล่าวหนักแน่นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง“สำนักช่างประดิษฐ์? เพ้ย ช่างน่าอกสั่นขวัญแขวน!หรือเจ้าคิดว่าจะขู่ขวัญข้าได้!เจ้ากับข้าพลังฝีมือทัดเทียมกัน หากลงมือขึ้นมาเจ้าจะปกป้องมันพร้อมกับปกป้องตัวเองได้หรือ?”

                เจียงฟ่านสลายรอยยิ้มบนใบหน้าเผยให้เห็นสีหน้าเหยียดหยามมันกล่าวเสียงหนักๆว่า “ท่านคิดว่าข้าจะทำไม่ได้งั้นหรือ? แล้วไฉนท่านจึงพูดจามากมายปานนี้?ท่านเพิ่งสูญสิ้นพลังวิญญาณมากมายจากการต่อสู้กับศิษย์สำนักข้า ดังนั้นแทนที่จะหาโอกาสชิงลงมือกลับยื้อเวลาเพื่อฟื้นฟูพลัง ข้าพูดถูกหรือไม่?”

                “มันมองออกแล้ว!”มันครุ่นคิดในใจ แต่ภายนอกกลับแลดูหนักแน่นเยือกเย็น มันตอบกลับไปว่า “เช่นนั้นข้าจะฆ่ามันให้ดู!!”

                ทันทีที่กล่าวจบก็ปะทุพลังมหาศาลส่งร่างเหินเข้าหาไป๋หยุนเฟย!

                กระนั้นเจียงฟ่านก็เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว เพียงสะบัดแขนขวากระบี่ยาวก็พุ่งวาบขณะเดียวกันเจียงฟ่านก็พุ่งทะยานไปยังระหว่างกลางไป๋หยุนเฟยกับชายชุดดำ

                ไปได้ครึ่งทางชายชุดดำก็เบี่ยงกายไปด้านข้างหลบกระบี่ที่พุ่งเข้ามาขัดขวางกระบี่พลิกวนรอบหนึ่งก็กลับเข้าสู่มือของเจียงฟ่าน แล้วกระบี่ก็วาดลงฟันจู่โจมใส่ชายชุดดำ

                แก้วตาชายชุดดำหดเล็กลงก่อนจะสะบัดมือขวากระบี่สั้นเปล่งประกายสีทองที่ปรากฏขึ้นในมือก็ยกขึ้นป้องกันกระบี่ที่จู่โจมเข้ามา

                เจียงฟ่านยืมแรงปะทะพลิกตัวเคลื่อนร่างไปเบื้องหน้าไป๋หยุนเฟยมันปรายตามองพลางออกคำสั่ง “เจ้าไปก่อน!”

                มันเกรงว่าไป๋หยุนเฟยจะได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ของมันกับศัตรูและหากฝ่ายตรงข้ามเจตนาจะฆ่าไป๋หยุนเฟยจริง มันก็ยากจะยืนยันว่าจะสามารถปกป้องได้ สุดท้ายแล้วการปกป้องคนย่อมยากเข็ญยิ่งกว่าการฆ่าคน

                ไม่จำเป็นต้องให้บอกชั่วขณะที่เห็นเจียงฟ่านและฝ่ายตรงข้ามเริ่มเคลื่อนไหวไป๋หยุนเฟยขยับตัวแต่แรกยามที่ได้ยินเจียงฟ่านสั่ง สองขาไป๋หยุนเฟยก็เร่งฝีเท้าพุ่งวาบไปห้าสิบวาแล้ว

                พร้อมกับที่เจียงฟ่านร่ำร้องบอกชายชุดดำก็ผนึกแสงสีทองที่ใต้ฝ่าเท้าทะยานจากพื้นขึ้นไปในอากาศหลายวา ขณะใช้สายตามุ่งร้ายมองดูไป๋หยุนเฟยที่กำลังหลบหนีกระบี่ในมือมันก็เรืองแสงเจิดจ้าขึ้นก่อนจะส่งพลังรูปจันทร์เสี้ยวสีทองพุ่งวาบใส่ไป๋หยุนเฟย

                “ปัง!!”

                ไป๋หยุนเฟยเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างกะทันหันแสงสีทองจึงเฉียดแผ่นหลังมันไปกระทบใส่แท่งหินที่ด้านข้าง ได้ยินเสียงแตกปะทุดังขึ้นพร้อมกับแท่งศิลาถูกแยกเป็นสองส่วน

                ชั่วขณะที่ชายชุดดำซัดพลังรูปโค้งออกมาเป็นครั้งที่สองจู่ๆมันก็เบิกตากว้างรู้สึกตัว ร่างมันพุ่งวาบไปด้านขวาทันที พริบตาที่หลบออกไปเส้นแสงสีแดงฉานก็เฉียดผ่านข้างกายมันปะทะใส่แสงสีทอง

                ยามนี้เจียงฟ่านเคลื่อนกายขึ้นห้าวาไปอยู่กลางอากาศเช่นเดียวชายชุดดำดวงตามันเขม้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบขณะที่กระบี่สีแดงฉานในมือกวัดแกว่งทิ้งเงากระบี่ไว้ในอากาศจากนั้นปรากฏเปลวเพลิงก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ยามกระบี่ร่ายรำราวกับมีพลังอันพิสดารดึงดูดเปลวไฟเข้าหาจากนั้นเปลวเพลิงเริ่มเข้มข้นขึ้นพร้อมกับวนเวียนอยู่รอบด้าน

                พริบตาเดียวเปลวเพลิงก็แยกออกเป็นเจ็ดกลุ่มก่อรูปลักษณ์ขึ้นเป็นดอกบัวรายล้อมอยู่รอบกายเจียงฟ่านยามที่หมุนวนรอบกายมันดอกบัวทั้งหลายก็บีบอัดย่อขนาดลง

                “ปทุมชาด!”

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน