ตอนที่ 66 ผ่านการทดสอบรอบที่ 1
ริวจิโมโหมากที่วิทยุนั่นทำให้เขาต้องโดนพวกซอมบี้ G4 โจมตี ดังนั้นริวจิจับวิทยุออกมาและขยี้ทิ้งด้วยความโมโห เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครติดต่อมา เพราะถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่มีเวลามาพูดคุยในระหว่างต่อสู้กับซอมบี้ G4 อยางแน่นอน
" แหลกไปสะ "
แต่ซอมบี้ซูโม่และซอมบี้เทควันโดนั่นพวกมันไม่รอให้ริวจิตั้งตัวได้ พวกมันพุ่งเข้าหาตัวของริวจิคนล่ะทางเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อกันให้ริวจิไม่สามารถหลบการโจมตีของพวกมันได้และแหลกไปในที่สุด
หลังจากที่ริวจิได้สติและเขาต้องโฟกัสกับสถานณ์การตรงหน้า เขารู้ได้ทันทีว่าถ้าเขายังออมพลังอยู่แบบนี้เขาต้องตาย เหมือนหมองูที่ตายเพราะงูอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้แบบนั้นริวจิก็ได้ตะโกนขึ้นมา
[ Berserk Mode ]
[ ติ๊ง ค่าสถานะ ทุกอย่างเพิ่มขึ้น 200% เป็นระยะเวลา 5 นาที หลังจากหมดเวลาเผาลาญพลังงานไป 50%ของทั้งหมดทันที ]
หลังจากริวจิตะโกนสกิลขึ้นเสียงดัง ออร่าสีแดงก็แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา และคราวนี้ออร่าสีแดงมีแผ่ออกมาเข้มมากกว่าครั้งก่อน นั่นทำให้ริวจิตกใจเล็กน้อย
"เอ๊ะ ! ออร่ามันสีเข้มขึ้นทุกครั้งที่ฉันแข็งแกร่งขึ้นรึเปล่าน่ะ แต่ช่างมันเถอะ ! "
ริวจิเลือกที่จะปล่อยไปเพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสงสัยอะไรไร้สาระ เพราะริวจิมีเวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้นและถ้าเขาไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ เขาอาจจะตายเองก็เป็นได้ เพราะถ้าค่าสถานะความแข็งแกร่งของเขาลดลง 50% แล้วละก็มันยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีรอดจากซอมบี้ที่บ้าคลั่งทั้ง 4 ตัวในระยะเวลา 5 นาทีได้เลย
ซอมบี้ทั้ง 3 มันไม่ได้สนใจริวจิและยังพุ่งเข้าใส่เขาแบบไม่คิดชีวิต
" เอาล่ะ ! ตาของฉันบ้างละนะ "
ฟึบบบ
ริวจิหายตัวไปจากสายตาของซอมบี้ G4 ทั้ง 3 ตัว ภายในพริบตาและเขากระโดดขึ้นไปบนฟ้า การโจมตีของพวกมันไร้ผลมิหนำซ้ำพวกมันยังชนกันอีกด้วยซ้ำ
ตู้มมมม
และตอนนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีของเขาในการปลิดชีวิตพวกมัน
ย๊าาาาาาา
ริวจิตะโกนอย่างบ้าคลั่งและเขาเตรียมที่จะฟันดาบของเขาไปที่ซอมบี้ทั้ง 3
แต่ว่า
ตอนนั้นซอมบี้เบสบอลก็ขว้างก้อนหินขนาดใหญ่ มาที่ริวจิแบบสุดกำลังมันพยายามขัดขวางเขาอย่างสุดความสามารถ
ฟู้ววว
ก้อนหินขนาดใหญ่รอยมาตรงที่จุดที่บริเวณริวจิกำลังลอยตัวอยู่ ตอนนี้ริวจิไม่สามารถหลบได้อย่างแน่นอน เพราะเขากำลังลอยอยู่กลางอากาศ
[ พายุคลื่นดาบทมิฬ ]
คลื่นดาบสีดำได้ก่อตัวขึ้นและทำลายก้อนหินขนาดใหญ่ลงภายในพริบตา ใบหน้าของซอมบี้เบสบอลเมื่อเห็นสถานณ์การตรงหน้า เมื่อมันรู้ว่ามันไม่สามารถขัดขวางริวจิเอาไว้ได้
ริวจิสังเกตเห็นสีหน้าของซอมบี้เบสบอลและรอยยิ้มก็โผ่ลขึ้นมาตรงริมฝีปากของเขา
" ฉันรู้ทันหรอกแกหรอกน่า "
ไม่ใช่ว่าเขานั่นรู้ทันแต่เขานั่นสามารถรับรู้ได้จาก Skill : Red Zone Area ทำให้เขาสามารถรับรู้ถึงก้อนหินที่ซอมบี้เบสบอลขว้างเข้ามา ดังนั้นทำให้เขาสามารถรับมือได้ทัน
แต่ตอนนี้ริวจิได้ทุ่มหมดแล้ว และถ้าเขาไม่สามารถฆ่าพวกมันทั้ง 4 ตัวก่อน 5 นาที งานหยาบมาเยือนเขาอย่างแน่นอน
เมื่อการขัดขวางของมันไม่ได้ผลแล้วริวจิก็ทางสะดวก และเขาก็พุ่งเข้าใส่ซอมบี้ G4 ทั้ง 3 ตัวที่ยังตั้งหลักไม่ได้หลังจากชนกันเสร็จเมื่อไม่นานมานี้
ย๊าาาาาาาาาาาา
" ฉันบอกไว้แล้วไงว่าฉันจะมาคิดบัญชีกับพวกแกทุกตัว ไอ้พวกอ้วนทั้งหลาย "
เขาได้ตะโกนพร้อมกับพุ่งตัดไปที่คอของซอมบี้ทั้ง 3 ตัว ความแข็งแกร่งของเขา ณ ตอนนี้สูงถึงเกือบ 9500 และความเร็วก็มากถึง 4000 เข้าไปแล้ว เพราะงั้นมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะตัดหัวของพวกมันทั้ง 3 ตัว
ฉับ
ฉับ
ฉับ
หัวทั้ง 3 หัวได้ลอยหลุดออกมาบ่าของซอมบี้ทั้ง 3 และเลือดก็พุ่งกระจายออกจากคอของพวกมันเปื้อนไปทั่วเศษตึกที่อยู่รอบ ๆ บริเวณนั้น
" นี่ฉันแข็งแกร่งขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ "
ริวจิได้งงกับความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นอย่างมากเนื่องจากมันเพิ่มมาภายในเฉียบพลัน เขาไม่คิดว่าจะสามารถสร้างความเสียหายได้มากมายขนาดนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องดี เมื่อเห็นผลลัพธ์เป็นแบบนี้ริวจิก็ละเลงดาบใส่พวกมันทั้ง 3 ตัวแบบไม่ยั้ง
ฉิ๊ง ฉับ
ฉิ๊ง ฉับ
เสียงดาบฟันไปที่ร่างของซอมบี้แบบไม่หยุดยั้ง และสายตาของชายหนุ่มก็ไม่มีความปรานีอยู่ในนั้นแม้แต่นิดเดียว แววตาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งได้จับดาบละเลงไปทั่วร่างของซอมบี้ทั้ง 3
ซอมบี้ G4 ทั้ง 3 ตัว ไม่มีโอกาสที่จะตั้งตัวด้วยซ้ำหลังจากหัวของพวกมันขาด พวกมันก็ยังมีชีวิตอยู่ และส่งเสียงครวญครางร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาดังลั่นไปทั่ว
อ๋อววววววว
อ๋อววววว
อ๋อว
ริวจิไม่สนใจเสียงร้องทรมานของพวกมันแม้แต่น้อย เมื่อเขาได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดของพวกมัน ริวจิยิ่งเร่งความเร็วในการฟันเข้าไปอีก เหมือนว่ายิ่งเสียของพวกมันเจ็บปวดดังเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งฟันเร็วขึ้นและรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
" หายไปสะะ "
ย๊าาาาา
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
ไม่นาน
ร่างทั้ง 3 ของซอม G4 ทั้ง 3 ก็ได้หายไปโดยไม่มีร่องรอย แต่เมื่อซอมบี้เบสบอลเห็นเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าของมัน เหมือนว่าทำให้มันรับรู้โดยสัญชาติตยานของตัวมันเองว่ามันไม่สามารถต่อสู้กับมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าของมันได้
เมื่อคิดได้แบบนั้นซอบบี้เบสบอลใบหน้าของมันก็ได้ซีดขึ้นมาทันที จากใบหน้าที่ดำอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งดำเข้าไปใหญ่ มันพยายามตั้งสติและวิ่งหนี
มันเคลื่อนที่ผ่านซากไปอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดเสียงดังขึ้น
ตู้ม
ตู้ม
เสียงดังของซากตึกเหมือนจะไปดึงสติริวจิที่กำลังเหม่อลอยอยู่เช่นกัน
" หื้อออ !! นี่มันพยายามจะหนีอีกแล้วหรอ ไม่มีทาง!!"
ฟึ้บ
ฟึ้บ
ฟึ้บ
ริวจิพุ่งตามหลังซอมบี้เบสบอลอย่างรวดเร็ว
จากนั่นไม่นานริวจิก็สามารถตามซอมบี้เบสบอลทันเนื่องจากค่าสถาน่ะความคล่องแคล่วของเขาในตอนนี้นั้นต่างกับมันถึงเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว
" เลิกลีลาและรีบๆ ให้ฉันฆ่าได้แล้ว "
เขาไม่ประมาทถึงแม้ว่าตอนนี้ริวจิจะได้เปรียบมากมายมหาศาลก็ตาม เขาต้องการจำกัดมันให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด แต่เหมือนซอมบี้มันจะเข้าใจที่ริวจิพูด มันขู่คำรามออกมาเสียงดังและสีหน้าของมันก็ดูไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ริวจิพูดจาดูถูกมัน
กร๊าาาาาา
" แกอย่ามาถ่วงเวลาจะดีกว่า ไม่มีประโยชน์หรอกไอ้อ้วน " ริวจิจับไต๋ซอมบี้เบสบอลได้ทันที เขารู้ว่ามันต้องการถ่วงเวลาเขาไว้ให้ได้นานที่สุด
จากนั่นริวจิก็จับดาบที่โชกไปด้วยเลือดขึ้นมา พร้อมกับพูดขึ้น
" โจเซฟฉันรู้ว่าการฆ่าพวกมันแค่ในญี่ปุ่นอาจจะไม่สมใจนาย แต่นี่ก็ถือว่าเป็นของขวัญเล็ก ๆ ก็แล้วกันน่ะ "
ฟึบ
ฉับ
ฉับ
ย๊าาาาาาาา
ริวจิพุ่งเข้าไปฟันซอมบี้เบสบอลโดยมันยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีเลือดของมันก็พุ่งออกมาไม่หยุด พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าใส่มันอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
จากนั่นไม่นานร่างที่สูงใหญ่มากกว่า 30 เมตรก็เลือนหายไปในอากาศและซอมบี้เบสบอลก็ได้ตายลงในที่สุด เมื่อริวจิสังเกตแล้วว่าเขาฆ่าพวกมันทั้งหมดได้แล้ว จากนั่นเขาก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า และภาพที่ปรากฏขึ้นนั่นก็คือ ใบหน้าของโจเซฟที่กำลังยิ้มให้กับเขาอยู่ ใบหน้าอันเย็นชาก็แปรเปลี่ยนมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม
" นายก็กำลังมองพวกเราอยู่สินะ "
ไม่นานภาพที่ปรากฎขึ้นก็ค่อยๆ เลือนหายไป จากนั้นริวจิก็ได้กลับมาเป็นปกติและรีบไปเก็บไอเทมที่ดรอปออกมาจากซอมบี้ทั้ง 4 และมีเสียงแจ้เตือนขึ้นมามากมายแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขาคิดมาได้ว่าตอนที่ริวจิกำลังต่อสู้ได้มีคนติดต่อเข้ามา แต่ว่าริวจิก็พังวิทยุสื่อสารไปด้วยความโมโห เพราะมันทำให้เขาต้องโดนโจมตีและโดนสร้างความเสียหายไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ตอนนี้การต่อสู้จบแล้ว เผื่ออีกฝั่งหนึ่งมีเรื่องเร่งด่วนมาก เขาจึงรีบที่จะกลับไปเพื่อตรวจสอบดู
จากนั่น 30 นาทีต่อมา ริวจิก็ได้มาถึงจุดบริเวณของพวกเหล่า Hunter ที่กำลังต่อสู้กับซอมบี้อย่างดุเดือด และริวจิก็เห็นริเอะที่กำลังยิงลูกธนูไปที่หัวของซอมบี้อย่างแม่นยำราวกับจำวาง พร้อมกับสั่งการให้ลูกน้องทั้งยี่สิบคนของเขาให้ใช้โล่ เพื่อตั้งเป็นบังเกอร์
" โว้วว เธอมีฝีมือดีนิน่า ฉันคิดว่าเธอจะเป็นแต่หาข้อมูลสะอีก "
ริวจิไม่เคยดูค่าสถานะของริเอะทำให้เขาไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเธอนั่นเอง แต่เมื่อเขาจ้องไปที่เธอเป็นเวลานาน ทำให้ริเอะรู้สึกถึงการโดนจ้องถือว่าเป็นสัญชาติตยานของผู้หญิงเลยก็ว่าได้ ที่สามารถรับรู้ถึงว่าใครที่กำลังมองเธออยู่หรือเรียกได้ว่าหลงตัวเองก็ว่าได้ในบางที
จากนั่นริเอะก็ได้หันไปทิศทางทีเธอรู้สึก และเธอก็ได้เห็นร่างของเด็กหนุ่มที่ชโลมไปด้วยเลือด กำลังยืนจ้องมองพวกเธอต่อสู้กับซอมบี้ นั่นทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมากและรีบพูดขึ้น
" คุณพี่ชายไปทำอะไรมาอย่างงั้นหรอคะ ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ " เพราะตอนนี้สภาพของริวจิก็ไม่ได้ดูดีเลย ริวจิก็บาดเจ็บหนักมากเช่นกัน และริเอะก็ตกใจเพราะว่าตัวอะไรที่สามารถทำให้ริวจิบาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้
" ไม่มีอะไรมากหรอก ตอนนี้เรียกทุกคนมารวมตัวที่นี่ที พอดีว่าวิทยุของฉันมีปัญหานิดหน่อยหนะ " ริวจิยังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเห็นริวจิพูดมาแบบนี้ริเอะก็ไม่กล้าถามอะไรระราบระล้วงมากเกินไปกว่านี้ เธอเลือกที่จะตอบตกลงและเรียกทุกคนมารวมตัวตามคำสั่งของริวจิ
45 นาทีต่อมาหัวหน้าหน่วยทุกคนก็มารวมตัวกันตามคำสั่งของริวจิ และคนที่เดินนำหน้ามาและสีหน้าของเธอก็มุ่ยและแสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมา
" พี่คะ ทำไมพี่ถึงตัดสายของหนู หนูติดต่อพี่ไม่ได้เลย คนของหนูบาดเจ็บหนูว่าจะถามว่าพี่มีที่ประถมพยาบาลบ้างมั้ย แต่พี่ก็ไม่รับวิทยุของหนู "
หญิงสาวที่พูดก็คือมิโกะนั่นเอง เธอก็ร่ายยาวเป็นหางเว่าพร้อมกับเดินเข้าไปหาริวจิ สภาพของริวจิตอนนี้ไม่ได้โชกไปด้วยเลือดเหมือนตอนที่เขามาตอนแรกแล้ว เนื่องจากก่อนที่ริเอะจะเรียกรวมพล ริวจิก็ไปจัดการล้างคราบเลือดออกทั้งหมดเหลือแค่แผลที่ปรากฏขึ้นเท่านั้น เพราะมิโกะนั่นเธอได้มองจากไกล ๆ ทำให้เธอไม่เห็นบาดแผลที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ริวจิเรื่อย ๆ เธอก็ได้พบเห็นบาดแผลของริวจิทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นพี่ชายของเธอบาดเจ็บ
" พี่คะ พี่บาดเจ็บหนิ ตัวอะไรอย่างงั้นหรอสามารถทำร้ายพี่ให้บาดเจ็บได้มากถึงขนาดนี้ "
มิโกะได้พูดขึ้นเสียงดังเนื่องจากความตกใจของเธอทำให้สายตาของทุกคนนั้นได้จับตามองไปที่คำตอบของเด็กหนุ่มที่เป็นพี่ชายอย่างใจจดใจจ่อ
" ซอมบี้ G4 แต่ไม่ต้องห่วงมันตายไปหมดล่ะ ที่ฉันเรียกพวกนายมาก็เป็นเพราะเรื่องนี้แหละ "
เมื่อสิ้นเสียงพูดของริวจิ บรรยากาศก็ได้เปลี่ยนเป็นเงียบ ก่อนที่จะมี Hunter หนึ่งคนได้พูดขึ้น
" จัดการซอมบี้ G4 อย่างงั้นหรอ "
และเมื่อมีคนแรกก็ต้องมีคนที่สอง
" ไอ้ตัวสัตว์ประหลาดยักใหญ่ขนาดนั้นหนะหรอ "
" เขาสามารถจัดการมันได้อย่างงั้นหรอ "
และเสียงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ
" เงียบบบ !!! "
ริวจิก็ได้ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดัง จากนั่นเสียงก็ได้เงียบลง
" ฉันจัดการพวกซอมบี้ G4 ไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ซอมบี้ G3 ลงไปและตั้งแต่พรุ่งนี้ไปพวกเราจะเริ่มไล่ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก "
เหล่า Hunter ทั้งหลายเมื่อได้ยินสิ่งที่ริวจิพูด ใบหน้าของพวกเขาก็ดูมีความหวังขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะตะโกนด้วยความพึงพอใจ ที่หัวหน้าของเขาสามารถจัดการซอมบี้ G4 ทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว
ขนาดเหล่าหัวหน้าแต่ละคนยังมองไปที่ริวจิอย่างไม่อยากจะเชื่อ และสุซาคุก็เป็นคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึงเช่นเคย
" เขาสามารถฆ่าพวกมันได้จริง ๆ งั้นเหรอ ไอ้สัตว์ประหลาดตัวใหญ่เท่ากับตึกตัวนั่นหนะหรอ "
" คุณสุซาคุ ไม่ใช่แค่ตัวเดียวนะคะ ถ้าเขาบอกว่าเขาจัดการทั้งหมด ที่ฉันเห็นล่าสุดพวกมันมีถึง 5 ตัวเชียวนะคะ "
" 5 ตัวอย่างงั้นหรอ นี่มันบ้ามาก ! ถ้าเขาสามารถฆ่ามันได้จริงแล้ว เขาแข็งแกร่งขนาดไหนกันน่ะ"
บรรยากาศและอารมณ์ของพวกเขาก็ดูดีขึ้นอีกครั้งเมื่อริวจิบอกว่าเขาจัดการซอมบี้ G4 ไปหมดแล้ว จากนั่นริวจิก็ปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายไปตามจุดที่พักของตัวเองก่อนที่จะเตรียมตัวออกล่าให้วันพรุ่งนี้อีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้เวลาก็เกือบจะเย็นแล้วนั่นเอง
หลังจากนั้นริวจิก็ได้เดินไปพูดกับน้องสาวของเขา
ริวจิ : มิโกะ น้องเป็นคนติดต่อพี่มาใช่มั้ย
มิโกะ : ใช่แล้วค่ะ หนูเองลูกน้องของหนูบาดเจ็บพี่เล่นตัดสายหนูไปแถมยังติดต่อไม่ได้อีกเลย
ริวจิ : อ๋ออ คราวหลังอย่าติดต่อพี่เข้ามาในตอนเวลาออกล่าอีกน่ะ ถ้าพี่กำลังตกอยู่ในอันตรายมันจะยุ่งเอาน่ะเข้าใจมั้ย ?
ริวจิไม่อยากให้น้องสาวของเขารู้สึกผิด ที่ติดต่อเข้ามาในตอนที่เขาต่อสู้ ถึงแม้เขาจะโกรธมาก แต่เมื่อคนที่ติดต่อเข้ามเป็นน้องสาวของเขามันก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องรักษาความรู้สึกของเธอไว้ ถ้าริวจิบอกว่า " เธอติดต่อเข้ามาทำเอาฉันเกือบตาย " ริวจิไม่อยากจะคิดเลยว่ามิโกะจะรู้สึกยังไง
มิโกะ : เข้าใจแล้วค่ะ หนูจะไม่ทำแบบนี้อีก
ในใจลึกๆ ของเธอก็เดาได้จากคำพูดของริวจิ แต่เธอก็เลือกที่ไม่จะพูดอะไรกลับไป เธอตอบตกลงจากนั่นทั้งคู่ก็ได้แยกย้ายไปพักผ่อน
14 วันถัดมา
พวกเขาก็สามารถจำกัดซอมบี้ทั้ง 60 ล้านตัวได้ทั้งหมด ทำให้พวกเขาโห่ร้องออกมาด้วยความยินดีเป็นอย่างมาก
" เราทำได้ "
" เราสามารถจัดการกับซอมบี้ 60 ล้านได้ภายใน 15 วัน"
" สุดยอดดด "
" เยสสสส "
เสียงโหร้องเสียงดังลั่นและเกิดรอยยิ้มขึ้นมากมายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา
ส่วนริวจินั่นเขาก็ยิ้มอยู่ห่างๆ และกำลังรอให้อายูที่เลื่อนเป็นขั้นที่ 3 ตื่นขึ้นมา อายูเลือกที่จะเลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 3 เพราะริวจิสามารถจัดการซอมบี้ G4 ได้ทั้งหมดแล้วและสถานณ์การก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงดังนั้นเธอก็เลือกที่จะเลื่อนขั้น เพราะถึงเธอจะฆ่าซอมบี้ไปเธอก็ไม่ได้รับ Exp เหมือนเดิม
ในตอนที่ทุกคนกำลังโห่ร้องด้วยความดีใจอยู่นั่น อยู่ ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
[ ติ๊งงง ]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ประเทศญี่ปุ่นได้ผ่านการทดสอบรอบที่ 1 แล้ว ]
หลังจากนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนหลายๆ เสียงดังขึ้นมาแบบรัวๆ และเสียงสุดท้ายนั่นก็คือ ....
.
.
.
.
[ ติ๊ง ]
[ การทดสอบรอบที่ 2 จะเริ่มในอีก 2 เดือนข้างหน้า ผู้เล่นทั้งหลายโปรดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้น]
# จบ SS2
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ