มู่หรงโยวรั่วอยากจะเข้าไปห้ามปรามทว่าไม่ทันแล้ว แววตาชายหนุ่มร่างบางดูโมโหมากทันใดนั้นก็ปล่อยพลังฝ่ามือพุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่แล้ว
“ซูมๆ ๆ!”
อากาศบริเวณที่พลังฝ่ามือนี้พุ่งผ่าน เห็นเป็นร่องรอยคล้ายๆฝ่ามือทิ้งไว้รางๆ มีอักษรยันต์ประกายแสงติดอยู่จางๆ ด้วยทันใดนั้นร่างของเขาก็หายไปและจากนั้นในชั่วพริบตาพลังฝ่ามือที่น่าสะพรึงกลัวก็มาถึงด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่แล้ว
“ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์!”
ตู้เซ่าฝู่แอบรู้สึกตกใจมาก ชายหนุ่มร่างบางดูแล้วบอบบางปวกเปียกทว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีระดับพละกำลังความสามารถสูงถึงขั้นนี้ เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์ซึ่งเป็นระดับฌานเท่ากับลุงใหญ่ของตนแล้ว ทว่าลมปราณบนตัวชายหนุ่มร่างบางคนนี้มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมาก
ตู้เซ่าฝู่เองก็เริ่มขยับแล้วเคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้าแวบ เขารวบรวมพลังฝ่ามืออย่างรวดเร็วทันใดนั้นก็มีพลังปราณสีทองคลุมรอบกายของเขาไว้ พลังปราณอันดุดันน่าสยดสยองแผ่ซ่านพลังหมัดที่มีประกายแห่งสายฟ้าปะทะกับพลังฝ่ามือของชายที่กระโจนเข้ามาอย่างแรง
“ปึง!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เกิดเสียงระเบิดทุ้มดังสนั่นขึ้นตู้เซ่าฝู่เซถอยหลังหลายก้าว จากนั้นก็กระแทกหน้าต่างอย่างแรงกำแพงหน้าต่างถูกชนจนเกิดรอยแตกยาว
“แข็งแกร่งมาก!”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึง ไม่คิดว่าชายหนุ่มร่างบางแข็งแกร่งมากขนาดนี้เฮ่อจวินไม่อาจเทียบกับเขาได้เลย เมื่อกี้ที่ปะทะกันตนเสียเปรียบกว่าอย่างเห็นได้ชัดหากไม่มีวิชาร่างของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง เขาคงต่อกรชายหนุ่มร่างบางคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ตึงๆ!”
ชายหนุ่มร่างบางเองก็ถอยหลัง เขากระเด็นจนหลังไปชนกำแพงทำให้เกิดรอยร้าวเป็นทางแยกยาว
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ทำไมแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ เป็นไปไม่ได้!”
ชายหนุ่มร่างบางที่หลังชนกำแพงมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ดวงตาโตของเขาแสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มร่างบางรู้ว่าอีกฝ่ายเอาชนะเฮ่อจวินได้ดังนั้นต้องไม่ใช่วัยรุ่นที่ฝีมือธรรมดาๆ แน่นอน ดังนั้นเขาจึงลงมือเต็มกำลังเพราะเขาไม่เคยอ่อนข้อให้กับศัตรู บิดาของเขาสอนเขามาตั้งแต่เล็ก
ชายหนุ่มร่างบางจำได้ว่าตั้งแต่เริ่มฝึกฌานบิดาของเขาก็เคยบอกเขาไว้ ห้ามดูถูกคนอื่นไม่ว่าจะใครก็ตามเพราะเขามีสหายคนสนิทที่ชื่อว่าตู้ถิงเซวียน ใครก็ตามที่ดูถูกเขาสุดท้ายต่างมีจุดจบที่น่าอนาถและเจ็บหนักกันไปตามๆ กัน
ดังนั้นชายหนุ่มร่างบางไม่เคยดูถูกใครทว่าเขาไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มชุดม่วงจะเป็นเพียงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์เท่านั้นเอง
“ตึงโครม……”
ทั้งสวนโบราณจู่ๆก็สั่นสะเทือนเกิดเสียงดังขึ้น สวนโบราณที่คึกคักทันใดนั้นทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันกับเสียงดังที่ระเบิดขึ้นมาจากนั้นทุกสายตาก็แหงนหน้ามองไปที่ชั้นสามคิดไม่ถึงว่าบนชั้นนั้นจะเริ่มมีรอยร้าวขึ้นมา
“พวกเจ้าเลิกตีกันได้แล้วหยุดนะ……”
มู่หรงโยวรั่วเพิ่งได้สติกลับมาร้องตะโกนห้ามเสียงดัง
“ทั้งสองคนลงมือกันเบาๆ หน่อย”
เมิ่งไหลไฉรู้สึกชาไปทั้งหน้าสีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนนี้ลงไม้ลงมือกันเต็มที่อย่างเต็มที่สุดชีวิตจริงๆแบบนี้จะทำให้สวนโบราณของเขาถล่มเอาได้
ทว่าชายหนุ่มร่างบางไม่ได้สนใจมู่หรงโยวรั่วกับเมิ่งไหลไฉเลยเขามองไปที่ตู้เซ่าฝู่ที่หลังชนหน้าต่าง ปล่อยพลังปราณอันแข็งแกร่งโถมออกมาร่างบางนั้นพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างน่าสะพรึงกลัวราวกับอสูรร้ายกระโจนใส่ศัตรูมีเสียงเบาๆ ของเสียงพลังที่เปล่งออกมา จากนั้นก็มีคลื่นพลังอันร้ายกาจโถมใส่ตู้เซ่าฝู่อย่างไว
ระยะทางใกล้ๆที่ขนาดกว้างเพียงห้องส่วนตัวในอาคาร เพียงพริบตาชายหนุ่มร่างบางก็มาปรากฏตัวต่อหน้าตู้เซ่าฝู่แล้ว
“เหอะ!”
ตู้เซ่าฝู่อุทานออกมาเสียงต่ำเบาๆจากนั้นก็ส่งพลังแสงสีทองมาห่อหุ้มร่าง มีอักษรยันต์แสงประกายทองจางๆ โถมออกมา หานซินเมิ่งไหลไฉ มู่หรงโยวรั่วสามคนที่อยู่ในเหตุการณ์แสดงสีหน้าที่ตะลึงมากออกมานึกไม่ถึงว่าเขาจะใช้แรงจากร่างพุ่งเข้าปะทะกับชายหนุ่มร่างบางอย่างแรง
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ดึงวิชาวิทยายุทธใดๆหรือวิชากระบวนท่าใดๆ มาใช้ ทว่าใช้เพียงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วที่สุดและนำร่างของตัวเองมาใช้เป็นอาวุธใช้ร่างพุ่งชนเข้าไปโดยตรง
การพุ่งชนไปเช่นนี้ห้องส่วนตัวมีขนาดใหญ่แค่ไหนกันเชียวล่ะ ชายหนุ่มร่างบางไม่มีพื้นที่ให้หลบหนีได้เลย
“โครม!”
ในชั่วพริบตา ทั้งสองประสานสายตากันรอบกายของตู้เซ่าฝู่มีประกายแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มจิตสังหารที่อยากจะเอาชนะคู่ต่อสู้ของทั้งสองแผ่ออกมาอย่างรุนแรงเช่นกันทั้งห้องเต็มไปด้วยพลังงานของทั้งสองคนนี้
เงาของทั้งสองที่พุ่งเข้าหากันทำให้ผู้ยืนมองเหตุการณ์ทั้งสามคนลุ้นตะลึงจนเหงื่อตก เป็นแรงปะทะกันราวกับศิลายักษ์สองก้อนปะทะกันทุ่มสุดตัวอย่างเอาเป็นเอาตายทั้งห้องสั่นไหวอย่างรุนแรง สั่นสะเทือนเสียงดังก้องกังวานไปถึงด้านนอก
“ปึงๆ ๆ!”
คลื่นพลังอันน่ากลัวคุกร่นไปทั่วเงาของคนร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าว เขาตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนมาก เขารู้สึกเหมือนถูกอสูรร้ายน่ากลัวกระแทกใส่ทั้งตัวสั่นไหว เจ็บปวดทั้งทรวง รู้สึกสะเทือนไปถึงอวัยวะภายใน
“ทำไมถึงรู้สึกว่านิ่มๆ”
ร่างของตู้เซ่าฝู่เซถอยหลังไปเพียงเล็กน้อยช่วงที่ปะทะกันเขารู้สึกเหมือนว่าหน้าอกของตนปะทะกับบางอย่างที่นุ่มนิ่ม
ในระหว่างที่กำลังครุ่นคิดร่างของชายหนุ่มร่างบางกำลังกระเด็นถอยหลัง ตู้เซ่าฝู่รู้ว่าไม่ควรจะพลาดโอกาสต้องรีบคว้าว่าหากเขาคิดจะใช้พลังฌานและวิชาเอาชนะชายหนุ่มร่างบางคงเป็นไปไม่ได้ เขาจึงพยายามดึงข้อได้เปรียบของตัวเองมาใช้ให้ร่างอันแข็งแกร่งทนทานอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองที่มีอยู่บนร่างของตนมาใช้เป็นจุดแข็ง
ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ไม่รอช้าและไม่ลังเล ปล่อยพลังแสงสีทองมาห่อหุ้มร่างอันทนทานของเขาเขาสะบัดแขนเล็กน้อย ท่าทางราวกับเหยี่ยวยักษ์กระพือปีกจากนั้นอ้าแขนพุ่งเข้าไปกอดร่างชายหนุ่มร่างบางที่ยังทรงตัวไม่ได้แขนของเขาเสมือนปีกอันแข็งแรงกอดรัดชายหนุ่มร่างบางเอาไว้ให้ขยับตัวไม่ได้
“ปึงๆ ๆ!”
พลังอันรุนแรงพุ่งชนใส่ชายหนุ่มร่างบางจนหลังถอยไปกระแทกชนผนังจนถล่มเกิดเป็นรูทั้งสองพุ่งทะลุกำแพงไปด้วยกัน
ในห้องส่วนตัวข้างๆมีคุณชายร่ำรวยและสาวงามจำนวนหนึ่งกำลังคุยเล่นคิกคักกันอยู่อย่างสนุกสนานเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากห้องข้างๆ ก็ตกใจและเริ่มเบนความสนใจ ทว่าจู่ๆก็เห็นร่างคนสองคนพุ่งทะลุกำแพงมาด้วยกันก็ตกใจจนรีบถอยหนีพร้อมกับสีหน้าตะลึงจนตาโตอ้าปากค้าง!
“เจ้าบ้าปล่อยมือนะ!”
ชายหนุ่มร่างบางตะโกนเสียงดังเขาคิดไม่ถึงว่าต่อยตีกันจะมีคนทำเช่นนี้ด้วย
ชายหนุ่มร่างบางถูกกอดร่างไปพร้อมกับแขนสองข้างอย่างแน่นจนไม่สามารถสะบัดหนีได้เลยชายหนุ่มชุดม่วงคนนี้มีแรงมากดั่งกระทิงร่างกำยำ จนไม่สามารถต่อกรได้เลยเขาที่ถูกพุ่งกระโจนใส่ไม่มีแรงสกัดไว้ได้เลย
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พูดอะไรกอดชายหนุ่มร่างบางพุ่งทะลุกำแพงของอีกห้องไปจนถึงห้องส่วนตัวห้องที่สาม
“ทั้งสองท่านหยุดได้แล้ว……”
เมิ่งไหลไฉแทบจะร้องไห้ใช้พลังกันรุนแรงขนาดนี้เท่ากับจะถล่มสวนโบราณของเขาแล้วขณะนี้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่ฟังความคิดของหานซิน ไม่น่าพาตู้เซ่าฝู่มาที่ชั้นสามเลยการตัดสินใจเช่นนี้เหมือนกับการที่นำก้อนหินมาเพื่อทุบขาตัวเองชัดๆและทุบอย่างรุนแรงมากอีกด้วย!
“ไอ้สารเลว!”
ห้องส่วนตัวห้องที่สามไม่มีคนชายหนุ่มร่างบางตะโกนออกมาอย่างโมโหถึงขีดสุดขณะนี้แขนสองข้างของเขาถูกรัดไว้ดึงออกมาใช้การไม่ได้จึงใช้เข่าพยายามเข่าใส่ขาของตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่คิดเสมอว่าขาของผู้ชายไม่ควรปล่อยให้ถูกเตะเพราะเหมือนเป็นการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างหนึ่งเขาจึงรีบส่งพลังดันตัวไปไวยิ่งขึ้น และยังคงกอดร่างพร้อมแขนของชายหนุ่มร่างบางไว้แน่นทำให้ชายหนุ่มร่างบางยืดขาออกมาเตะไม่ทัน
“ปึงๆ!”
เพียงแต่ตู้เซ่าฝู่ออกแรงขนาดนั้น เข่าของชายหนุ่มร่างบางที่งอเตรียมเตะไม่สามารถส่งไปทำร้ายอีกฝ่ายได้เขาจึงเลือกใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวขาของตู้เซ่าฝู่ไว้สุดท้ายทั้งสองจึงล้มกองกระแทกพื้นไปด้วยกัน
ทั้งสองยังคงไม่ออมแรงพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวโถมออกมาอย่างต่อเนื่อง สองพลังบีบอัดกันไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองที่ล้มกระแทกพื้นกลิ้งหมุนแนบชิดไปด้วยกันและร่างชนที่กำแพงหน้าต่างของห้องส่วนตัวห้องที่สาม
“กึกๆ!”
กำแพงไม่อาจต้านทานแรงกระแทกของทั้งสองได้ทันใดนั้นก็เกิดรอยร้าวขึ้นมาและถล่มเป็นหลุมร่างของทั้งสองตกลงไปจากหน้าต่างของห้องนั้น
ผู้คนที่อยู่บริเวณสวนโบราณชั้นหนึ่งต่างก็แหงนหน้ามองดูสถานการณ์ไม่ชอบมาพากลเสียงดังจากชั้นสามจู่ๆ ก็เห็นเงาของคนสองคนตกลงมาจากชั้นสาม ทุกคนตกใจกระเจิงราวกับกระต่ายตื่นตูมวิ่งกรี๊ดหนีถอยกันอย่างจ้าละหวั่น ต่างตะลึงจนตาโตอ้าปากค้าง!
ทั้งสองที่ตกลงมาร่างกอดแนบชิดติดกันมากสุดท้ายก็ร่างทั้งสองก็โหม่งลงพื้นชั้นหนึ่งอย่างแรง ทว่าที่กระแทกคือด้านล่างของตู้เซ่าฝู่
“ตึงโครมๆ……”
พื้นดินสั่นไหวเกิดรอยแยกแตกร้าว ทั้งเรือนสวนโบราณสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังถล่มลงมา
ตู้เซ่าฝู่นอนกองอยู่ที่พื้นทว่าแขนสองข้างยังคงหนีบทั้งตัวและแขนของชายหนุ่มร่างบางเอาไว้
“กลุกๆ ๆ ๆ!”
หลังจากทั้งสองร่างกระแทกพื้นอย่างแรงก็ยังคงกลิ้นหมุนต่อบนพื้นตู้เซ่าฝู่อยู่บนผลัดกับชายหนุ่มร่างบางอยู่บนสลับกันไปมา พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวที่ปะทะกันทำให้ชั้นหนึ่งของสวนโบราณเกิดความโกลาหลบริเวณที่ร่างทั้งสองกลิ้งผ่านธรณีก็แตกร้าว ของที่ชนแตกกระเจิงสภาพน่ากลัวเละเทะจนไม่น่าชม
หัวหน้ากองจาง หวงที่สามและคนอื่นๆกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินลืมทุกอย่างอยู่ในสวนโบราณ ข้างกายมีสาวงามอยู่ข้างกายพวกเขาชีวิตในขณะนั้นทำให้เขาจมดิ่งถึงความอบอุ่นสบายใจสัมผัสถึงไออุ่นของหญิงสาววันนี้พวกเขาคิดว่าโชคดีมากจริงๆ ที่ได้มา เป็นลาภชิ้นใหญ่จริงๆ
ทันใดนั้นก็มีเสียงน่าตกใจดังขึ้นมาจากชั้นสามหัวหน้ากองจางและคนอื่นๆ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น จากนั้นก็เห็นเงาของคนที่ตกลงมาจากด้านบนกระแทกกับพื้นชั้นล่าง
หัวหน้ากองจางหวงที่สามและคนอื่นๆ มองหน้ากัน ทำไมเงาของสองคนนั้นที่เห็นแวบๆ รู้สึกคุ้นตาจังลมปราณก็ให้สัมผัสที่คุ้นเคย ในใจรู้สึกตะลึงจนในใจลืมหญิงสาวที่อยู่ข้างกายวิ่งพุ่งเข้าไปหาทันที……
“เจ้าสารเลวข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปหรอก”
ชายหนุ่มร่างบางที่ตกใส่พื้นดึงตัวเองออกมาจากพันธนาการของชายหนุ่มชุดม่วงไม่ได้ในที่สุดก็ระเบิดโมโหขึ้นมา ตะโกนโวยวายเสียงดังไม่หยุดคิดอะไรไม่ออกก็เอาหน้าผากโหม่งใส่หัวของตู้เซ่าฝู่
“ปึง!”
แม้ถูกกระแทกไปแรงๆ ขนาดนี้ ชายหนุ่มร่างบางกลับรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรเลยทั้งๆ ที่เขารู้สึกศีรษะของเขากระแทกจนมึนหมุนติ้วๆ แล้วเขาไม่เคยเจอใครหัวแข็งขนาดนี้มาก่อน
“เจ้าบ้าปล่อยข้านะ!”
ชายหนุ่มร่างบางโมโหจนทนไม่ไหวคุมสติไม่ได้อีกต่อไปสุดท้ายจึงอ้าปากกัดไปที่จมูกของ ตู้เซ่าฝู่
แม้ตู้เซ่าฝู่มีวิชาฝึกร่างสำหรับห่อหุ้มปกป้องร่างกายทว่าตรงจมูกไม่มี!
“อ๊าก……”
ตู้เซ่าฝู่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเขารู้สึกปวดแสบที่จมูกราวกับจมูกถูกกัดขาดแล้วอย่างไรอย่างนั้น